google.com, pub-6663105814926378, DIRECT, f08c47fec0942fa0 ANYA PEDIA | จัดอันดับ | 10 อันดับ| เรื่องผี| เรื่องสยองขวัญ| ที่สุดในโลก| ดูดวง| ประวัติศาสตร์

30 โคตรมาเฟียตลอดกาล

30 โคตรมาเฟียตลอดกาล

"เดอะก๊อดฟาเธอร์"  หรือ  "ม๊อบเสตอร์"  หรือ "เจ้าพ่อมาเฟีย" ไม่ว่าคุณจะเรียกพวกเขาว่าอะไร สุดท้ายพวกเขาก็คือ บุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่นำองค์กรอาชญากรรมเข้าสู่ความยิ่งใหญ่ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา และยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด เรามาทำความรู้จักกับพวกเขากัน




30. Hisayuki Machii (1923-2002)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Hisayuki Machii (1923-2002)

หัวหน้าแก๊งค์มาเฟียชาวเกาหลีที่มาตั้งรกรากในญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง มีชื่อเสียงเรียงนามว่า "Ginza Tiger" เขาได้ก่อตั้งแก๊งค์ชื่อ "Tosei-Kai" (Voice of the East Gang) มีสมาชิกกว่า 1,500 คน ซึ่งเป็นแก๊งค์ยากูซ่าที่มีอิทธิพลและมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ที่สุดในญี่ปุ่นแก๊งค์หนึ่งเลยทีเดียว องค์กรของเขาครอบคลุมธุรกิจทุกอย่างในญี่ปุ่น ตั้งแต่การท่องเที่ยว การส่งออกน้ำมัน สถานบันเทิง ร้านอาหาร และการค้าโสเภณี

29. Giuseeppe Morello (1867-1930)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Giuseeppe Morello (1867-1930)

ผู้บุกเบิกแก๊งค์ Morello Crime Family เขาถูกจับกุมตัวในปี 1909 พร้อมกับสมาชิกแก๊งค์คนอื่นๆ หลังได้รับการปล่อยตัวในปี 1920 Morello ได้กลายเป็นเจ้าพ่อมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล เขาสร้างความมั่งคั่ง ความร่ำรวย ให้กับตัวเอง ด้วยการฉ้อโกง ต้มตุ๋น และปลอมแปลงบัญชีเอกสาร โดย Morello เป็นคนที่ค่อนข้างยึดถือตามแบบฉบับของตัวเอง และหัวโบราณ ก่อนจะถูกลอบสังหารในปี 1930

28. Charles Floyd (1904-1934)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Charles Floyd (1904-1934)

รู้จักกันในอีกชื่อ "Pretty Boy" เพราะเขามีใบหน้าคล้ายผลแอ๊ปเปิ้ล Floyd เติบโตในโอคลาโฮมา เขาถูกจับกุมครั้งแรกตอนอายุ 18 ข้อหาขโมยเงินในที่ทำการไปรษณีย์ท้องถิ่น อีกสามปีต่อมา เขาก็ถูกจับกุมอีกครั้งในข้อหาเดิม คราวนี้เลยติดคุกเป็นเวลา 5 ปี หลังได้รับการปล่อยตัว เขาได้ร่วมมือกับแก๊งค์อาชญากรรมออกปล้นธนาคารหลายแห่งจนกลายเป็นศัตรูอันดับหนึ่งของตำรวจ และเป็นที่นิยมของประชาชน เพราะได้ทำลายเอกสารของลูกหนี้ธนาคาร ในปี 1934 Floyd ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงตายระหว่างพยายามหลบหนีการจับกุม

27. Giuseppe Bonanno (1905 - 2002)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Giuseppe Bonanno (1905 - 2002)

Bonanno เป็นชาวซิซิเลียนที่เติบโตในอเมริกา เขาเป็นหัวหน้าแก๊งค์ Bonanno Crime Family และยังเป็นหนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการสภาแก๊งค์มาเฟียที่คอยดูแลภาพรวมต่างๆ กิจกรรมทุกอย่างของแก๊งค์ และเป็นตัวกลางเพื่อลดความขัดแย้งของสมาชิกแก๊งค์

26. Liborio "Barney" Bellome (1975 - ปัจจุบัน)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Liborio "Barney" Bellome (1975 - ปัจจุบัน)

ในปี 1990 เขาขึ้นมาเป็นหัวหน้าของ Geenovese crime family แทนที่ Gigante หัวหน้าคนก่อนที่ถูกจับคดีฉ้อโกง ต้มตุ๋น ขู่กรรโชก ฆาตกรรม และถูกตัดสินจำคุก 10 ปี จนมาในปี 2008 เขาถูกฟ้องร้องอีกครั้งในข้อหาเดิมๆ ฉ้อโกง ขู่กรรโชก ฟอกเงิน รวมถึงมีส่วนร่วมในคดีฆาตกรรมเมื่อปี 1998 เขายอมรับสารภาพผิด และได้ลดหย่อนโทษให้จำคุกเป็นเวลาปีเศษๆ จนกระทั่งปี 2009 เขาก็ได้รับการปล่อยตัวออกสู่อิสรภาพ

25. Giuseppe Falsone (1970 - ปัจจุบัน)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Giuseppe Falsone (1970 - ปัจจุบัน)

อาชญากรที่รัฐบาลอิตาลีต้องการตัวมากที่สุด Falsone ขึ้นมาเป็นหัวหน้าแก๊งค์ Cosa Nostra ในวัยเพียง 20 ปี หลังจากพ่อและพี่ชายถูกฆ่า เขาตามล้างแค้นคนที่สังหารครอบครัวของเขา และศัลยกรรมใบหน้าเพื่อหลีกหนีความผิด แต่ในปี 2010 เขาถูกจับกุม และถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต

24. Ignazio Lupo (1877-1947)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Ignazio Lupo (1877-1947)

อาชญากรตัวฉกาจที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่งก่อนยุค 90 เขากับ Giuseeppe Morello ได้รวบรวมแก๊งค์มาเฟียต่างๆ จนกลายมาเป็น Morello crome family โดยมีชื่อเสียงด้านการฉกชิงวิ่งราว ต้มตุ๋นและฆาตกรรม แต่เขาก็ต้องสูญเสียอำนาจ และหมดความน่าเชื่อถือ หลังจากโดนดำเนินคดีข้อหาปลอมแปลงดอกสารตัวเลขในบัญชีค่าใช้จ่าย

23. Dutch Schultz (1902 - 1935)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Dutch Schultz (1902 - 1935)

มาเฟียหนุ่มเลือดร้อนที่มีชื่อเสียงตีคู่มากับ Lucky Luciano ในช่วงทศวรรษที่ 20 ซึ่งในยุคนั้นเป็นช่วงที่สหรัฐอเมริกากำลังรุ่งเรือง Schulz เป็นอาชญากรที่มีอิทธิพลมากคนหนึ่งในเมืองนิวยอร์ค องค์กรของเขาทำธุรกิจเหล้าเถื่อน การพนัน และการแทงหวยแบบผิดกฎหมาย และด้วยการขัดผลประโยชน์ทางธุรกิจกับแก๊งค์อื่น จึงทำให้เขาถูกลอบสังหารพร้อมกับสมาชิกในกลุ่ม

22. Paul Castellano (1915 - 1985)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Paul Castellano (1915 - 1985)

หลังจากที่ C.Gambino ตาย เขาก็ขึ้นมาเป็นหัวหน้าแก๊งค์ของ Gambino crime family ในปี 1993 เจ้าหน้าที่เอฟบีไอได้ทำการแอบดักฟังโทรศัพท์ที่บ้านของเขา ซึ่งข้อมูลในเทปทำให้เขาโดนจับ พร้อมทั้งหัวหน้าแก๊งค์อีกหลายคน ในปี 1985 เขาถูกสั่งเก็บด้วยน้ำมือของ John Gotti

21. Salvatore Riina (1930 - ปัจจุบัน)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Salvatore Riina (1930 - ปัจจุบัน)

"Toto Riina" สมาชิกที่ทรงอิทธิพลของแก๊งค์มาเฟียซิซิเลียน เขาก่อคดีอาชญากรรมด้วยการสังหารคนไปกว่า 40 ศพ และจ้างวานฆ่ามากกว่า 100 ศพ ในยุค 80 แก๊งค์ของ Riina ได้ฆ่าศัตรูด้วยความโหดเหี้ยม ทำให้ตำรวจต้องออกกวาดล้างแก๊งค์มาเฟีย ส่วน Riina ถูกจำคุกตลอดชีวิต

20. Carlo "Don Carlo" Gambino (1902 - 1976)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Carlo "Don Carlo" Gambino (1902 - 1976)

หัวหน้าแก๊งค์มาเฟียชาวซิซิเลียน Gambino crime family เขามีฉายาว่า "The Boss of Bosses" โดยเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายรายหนึ่งได้ออกมาบอกว่า Gambino เป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพล มีชื่อเสียงกว้างขวาง ร่ำรวย และเป็นแก๊งค์ที่แข็งแกร่งที่สุดแก๊งค์หนึ่งในอเมริกา

19. James J. Bulger (1929 - ปัจจุบัน)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ James J. Bulger (1929 - ปัจจุบัน)

อาชญากรตัวฉกาจที่ FBI พยายามล่าตัวมาเกือบทศวรรษ แต่ยังไม่เป็นผลสำเร็จ เขาเป็นลูกครึ่งไอริช - อเมริกัน รู้จักกันในนาม While Bulger เป็นผู้นำของ Winter Hill ซึ่งเป็นแก๊งค์ค้ายาเสพติด และขู่กรรโชกทรัพย์ในเมืองบอสตัน Bulger กระทำการผิดกฎหมาย และฆาตกรรมหลายครั้ง รวมทั้งยังมีส่วนร่วมกับองค์กรอาชญากรรมขนาดใหญ่ในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป เช่น กองทัพสาธารณรัฐไอริช

18. John Joseph Gotti (1940 - 2002)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ John Joseph Gotti (1940 - 2002)

เจ้าพ่อมาเฟียชาวอเมริกันที่ผันตัวเองขึ้นมาเป็นหัวหน้าแก๊งค์ Gambino crime family ในนครเมืองนิวยอร์ค ซึ่งเขาก่ออาชญากรรมครบทุกรูปแบบ ไล่ตั้งแต่การาตกรรม หลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด ธุรกิจการพนันครบวงจร ในปี 1992 Gotti ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต และเสียชีวิตในเวลาต่อมาด้วยโรคมะเร็ง

17. Vincent "The Chin" Gigante (1928 - 2005) 

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Vincent "The Chin" Gigante (1928 - 2005)

มาเฟียลูกครึ่งอิตาเลียน - อเมริกัน ที่ผันตัวเองมาจากนักมวยสากล เข้าสู่องค์กรอาชญากรรมอย่าง Genovese crime family ชีวิตของเขารุ่งเรืองอย่างสุดขีดในปี 1981 โดยได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าของ Genovese crime family ในระหว่างนี้เขาได้แกล้งป่วยทางจิต เพื่อหลีกหนีความผิดต่างๆ จนกระทั่ง ปี 1997 Gigante ถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง และสมรู้ร่วมคิด เขาถูกตัดสินจำคุกนานถึง 12 ปี และเสียชีวิตในปี 2005

16. Alimzhan Tokhtakhunov (1949 - ปัจจุบัน)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Alimzhan Tokhtakhunov (1949 - ปัจจุบัน)

จากนักเตะฟุตบอลโนเนมกลายมาเป็นหัวหน้าองค์กรอาชญากรรมที่มีชื่อเสียงของรัสเซีย Tokhtakhunov เป็นชาวอุซเบกิซสถาน มีฉายาว่า "Taiwanchik" เพราะมีใบหน้าคล้ายคนเอเชีย เขาเป็นอาชญากรคนสำคัญที่สหรัฐฯ ต้องการตัวเพราะมีส่วนร่วมในการค้ายาเสพติด ค้าอาวุธสงคราม และธุรกิจขโมยรถยนต์ ในปี 2002 เขากลายเป้นผู้ต้องหาในกรณีติดสินบนกรรมการตัดสินการแจ่งขันสเก็ตน้ำแข็งในมหกรรมกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาว ที่เมืองยูทาห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

15. Dawood Ibrahim (1956 - ปัจจุบัน)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Dawood Ibrahim (1956 - ปัจจุบัน)

ผู้นำองค์กรอาชญากรรม D - Company ในประเทศอินเดีย เป็นองค์กรที่มีส่วนพัวพันตั้งแต่ค้ายาเสพติดไปจนถึงรับจ้างวานฆ่า เขาเป็นบุคคลที่รัฐบาลอินเดียต้องการจับกุมตัวมากที่สุด ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ อ้างว่า Ibrahim ใช้เส้นทางลักลอบขนยาเสพติดร่วมกับกลุ่มก่อการร้ายโจมตีเมืองมุมไบเมื่อปี 2008 ทำให้ Ibrahim เป็นบุคคลติด 1 ใน 10 ที่นิตยสารฟอร์บจัดอันดับให้เป็นอาชญากรที่น่ากลัวที่สุดประจำปี 2008

14. Tony Accardo (1906 - 1992)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Tony Accardo (1906 - 1992)

Accardo เป็นสมาชิกแก๊งค์ของ Al Capone เขาได้รับฉายาว่า "Joe Batters" ซึ่งเป็นฉายาที่ Capone เป็นคนตั้งให้ และ "Big Tuna" หลังจากที่ Capone ตาย Accardo ก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าของ Chicago Outfit ระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่ง เขาได้จัดการองค์กรเสียใหม่ ด้วยการขยายอาณาเขต แผ่อิทธิพล และเพิ่มความมั่งคั่ง

13. William "Dint" Colbeck (1890 - 1943)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ William "Dint" Colbeck (1890 - 1943)

Colbeck มีส่วนพัวพันกับองค์กรอาชญากรรมมากมาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกิจการขายของเถื่อน ค้าโสเภณี และการพนันทุกรูปแบบ ในปี 1918 เขาได้เข้าร่วมแก๊งค์ Egan's Rats ของ Willie Egan ต่อมาในปี 1921 เขาได้ขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งค์ Egan's Rats อย่างเต็มตัว เพราะ Egan ถูกยิงตายด้วยน้ำมือของคู่อริ ถือได้ว่าเป็นแก๊งค์ที่มีอิทธิพลสูงสุดแก๊งค์หนึ่งเลยทีเดียว

12. Joaquin Guzman Loera (1957 - ปัจจุบัน)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Joaquin Guzman Loera (1957 - ปัจจุบัน)

เจ้าพ่อมาเฟียที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ที่สุดในโลก รู้จักกันในนาม เอล ชาโป  (El Chapo) เขาแผ่อิทธิพลเข้าควบคุมเส้นทางลำเลียงโคเคน เฮโรอีน และกัญชาจากเม็กซิโกเข้าสู่สหรัฐอเมริกา ในปี 1993 เขาถูกจับกุมตัว แต่ระหว่างการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน เขาได้ติดสินบนเจ้าหน้าที่หลายคนจนสามารถหลบหนีไปได้ ปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐฯ ฟ้องร้องดำเนินคดีกับ Guzman และตั้งค่าหัวไว้ที่ 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งหลังจากการตายของบินลาดิน Guzman ก็กลายเป็นบุคคลที่องค์การตำรวจสากลต้องการตัวมากที่สุดคนหนึ่ง

11. Benjamin "Bugsy" Siegel (1906 - 1947)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Benjamin "Bugsy" Siegel (1906 - 1947)

เขามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่ม Genovese crime family ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการผลักดันเมืองลาสเวกัสให้เข้าสู่ความเจริญ ในช่วงวัยรุ่น Siegel เป็นเพื่อนสนิทกับ Meyer Lansky ทั้งสองได้ตั้งแก๊งค์ "Bug and Meyer" ทำธุรกิจค้าเหล้าเถื่อน บ่อนการพนัน โจรกรรมรถ และฆาตกรรม ในปี 1937 Siegel สนุกกับชีวิตด้วยการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เขาได้ลงทุนทำอสังหาฯ โดยสร้างโรมแรม บ่อนคาสิโน ในเวกัส ซึ่งยืมเงินจากแก๊งค์ และนี่เป็นสาเหตุทำให้เขาต้องพบจุดจบเพราะไม่สามารถหาเงินมาคืนได้

10. Pablo Escobar Gaviria (1949 - 1993)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Pablo Escobar Gaviria (1949 - 1993)

ปาโบล เอสโคบาร์ ราชาแห่งยาเสพติดชาวโคลัมเบีย ที่ชอบพูดว่า "การทำผิดกฎหมาย คือสิ่งที่ดีที่สุดในโลก" เขาเริ่มต้นทำธุรกิจโคเคนในปี 1970 เรื่อยมาจนถึงยุค 80 Escobar ได้ควบคุมการส่งออกโคเคนในสหรัฐฯ มากกว่า 80% ซึ่งนั่นทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในอาชญากรที่ร่ำรวยและประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลก และถูกจัดอยู่ในอันดับ 7 บุคคลที่รวยที่สุดในโลกประจำปี 1989 ของนิตยสารฟอร์บส์ โดยในปี 1986 Escobar ได้จ่ายเงิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อปลดหนี้ให้กับประเทศชาติ

9. Meyer Lansky (1902 - 1983)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Meyer Lansky (1902 - 1983)

บุคคลสำคัญขององค์กรอาชญากรรม Lansky เขาทำงานเคียงคู่กับ Lucky Luciano โดยเป็นหนึ่งในคณะกรรมการของสภา คอยดูแลกิจกรรมต่างๆ ของแก๊งค์ และยังเป็นผู้ยกระดับธุรกิจการพนันให้กว้างขวาง ตั้งแต่ นิวยอร์ค ไมอามี รวมถึง ลาสเวกัส และดูแลสัมปทานบ่อนพนันในคิวบาอีกด้วย ในช่วงวัยรุ่นเขามีเพื่อนสนิทชื่อ Benjamin Siegel ทั้งสองตั้งแก๊งค์ร่วมกันโดย Siegel ได้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้หลายครั้ง

8. Luciano Leggio (1925 - 1993)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Luciano Leggio (1925 - 1993)

เจ้าพ่อมาเฟียชาวอิตาเลียน และผู้นำคนสำคัญของแกีงค์มาเฟียซิซิเลียน ซึ่งเขาเป็นหัวหน้าแก๊งค์ของตระกูล Corleonesi ไม่เพียงแต่เส้นทางของ Corleonesi จะกลายเป็นมาเฟียที่มีอำนาจครอบครองในเมืองซิซิลี ทำให้ Leggio เป็นบุคคลที่หวาดกลัวของประชาชน เพราะเขาทั้งก่ออาชญากรรมหลากหลายรูปแบบ รวมถึงก่อคดีฆาตกรรมมากมาย ในปี 1974 Leggio  ถูกศาลตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต และในปี 1993 เขาก็ได้เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลว

7. Vito Genovese (1897 - 1969)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Vito Genovese (1897 - 1969)

หัวหน้าแก๊งค์มาเฟียชาวอิตาเลียนผู้ทรงอิทธิพลที่อยู่ในยุครุ่งเรืองของอเมริกา Vito เป็นผู้นำของ Genovese crime family ซึ่งเขามีความสัมพันธ์อันดีกับ Lucky Luciano และยังคอยให้คำปรึกษาแก่ Vincent "The Chin" Gigante อาชญากรที่ขึ้นมาเป็นผู้นำคนใหม่ของแก๊งค์ในเวลาต่อมา

6. Matteo Denaro (1962 - ปัจจุบัน)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Matteo Denaro (1962 - ปัจจุบัน)

หัวหน้าแก๊งค์มาเฟียชาวอิตาเลียนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง หนึ่งในผู้นำคนใหม่ของ Cosa Nostra หลังจากที่ Bemardo Provenzano หัวหน้าแก๊งค์คนเก่าถูกจับกุมตัว Denaro เป็นคนมีนิสัยเจ้าสำราญ ใช้ชีวิตหรูหรา คฤหาสน์หลังโต ขับรถปอร์เช่ สวมนาฬิกาโรเล็กซ์ เชื่อกันว่าแก๊งค์มาเฟียของเขายังคงดำเนินธุรกิจไปได้ด้วยดี ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจขาลงของประเทศอิตาลี จนถูกเรียกว่าเป็นองค์กรที่ทรงพลังที่สุดของอิตาลี

5. Semion Mogilevich (1946 - ปัจจุบัน)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Semion Mogilevich (1946 - ปัจจุบัน)

อาชญากรชาวรัสเซียที่ถูกตราหน้าว่าเป็นหนึ่งในอาชญากรที่อันตรายที่สุดในโลกคนหนึ่ง สหรัฐฯ พยายามร้องขอตัว Mogilevich เนื่องจากเขามีส่วนพัวพันกับการฉ้อโกงหุ้นในตลากหลักทรัพย์เป็นมูลค่าถึง 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดย Michael Dixon เจ้าหน้าที่ของ FBI เชื่อว่าไม่ได้มีการฉ้อโกงทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกหลายกิจกรรมที่ Mogilevich เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งแต่รับจ้างฆ่าไปจนถึงค้าอาวุธ ซึ่งเป็นไปได้ว่าคือส่วนประกอบของอาวุธนิวเคลียร์

4. Frank Costello (1891 - 1973)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Frank Costello (1891 - 1973)

"Prime Minister of the Underworld) หนึ่งในเจ้าพ่อมาเฟียที่มีอิทธิพลสูงสุดในประวัติศาสตร์ของแก๊งค์มาเฟีย เขาเป็นผู้นำของ Luciano crime family (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Genovese crime family) เขาควบคุมกิจการทุกอย่างโดยเฉพาะธุรกิจการพนัน และการค้าเหล้าเถื่อน เพราะได้รับการหนุนหลังจากอิทธิพลทางการเมือง

3. John "Papa Johnny" Torrio (1882 - 1957)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ John "Papa Johnny" Torrio (1882 - 1957)

เจ้าพ่อมาเฟียที่ทรงอิทธิพลในยุค 20 เขาคือหนึ่งในผู้สร้างจักรวรรดิองค์กรอาชญากรรมอันยิ่งใหญ่อย่าง Chichaco Outfit ในช่วงบั้นปลายของ Torrio เขาได้วางมือ และกลับไปใช้ชีวิตในบ้านเกิด ก่อนจะมอบอำนาจทั้งหมดให้กับ Capone

2. Charlie "Lucky" Luciano (1897 - 1962)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Charlie "Lucky" Luciano (1897 - 1962)

โคตรเจ้าพ่อมาเฟียชาวอิตาเลียนที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ริเริ่มการเปลี่ยนแปลงรูปแบบแก๊งค์มาเฟียด้วยการสร้างเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่ทรงอิทธิพลขึ้นในเมืองนิวยอร์ค ประกอบไปด้วย 5 ตระกูลใหญ่ ได้แก่ Genovese crime family, Philadelphia crime family, Buffalo crime family, Los Angeles crime family และ Chicaco Outfit และยังเป็นผู้ก่อตั้งสภาคณะกรรมการ ซึ่งเป็นองค์กรที่คอยดูแลปกครองแก๊งค์มาเฟียในสหรัฐฯ ร่วมกับ Meyer Lansky ซึ่งเขาได้รับการยกย่องจากนิตยสาร TIME ให้เป็นหนึ่งในยี่สิบ บุคคลที่มีอิทธิพล (ด้านลบ) แห่งศตวรรษที่ 20 เลยทีเดียว



1. Alphonse Capone (1899 - 1947)

เจ้าพ่อมาเฟีย, มาเฟีย, อันดับเจ้าพ่อ Alphonse Capone (1899 - 1947)

ตำนานเจ้าพ่อเหนือเจ้าพ่อผู้โด่งดังตลอดกาล อัล คาโปน (Al Capone) "ไอ้หน้าบาก" (Scarface) เส้นทางการเป้นเจ้าพ่อของ Capone เริ่มจากเข้าร่วมกับแก๊งค์ Chicaco Outfit ของ Johnny Torrio ซึ่งในตอนนั้นเป็นแก๊งค์มาเฟียที่มีอิทธิพลกว้างขวางหลังจากได้รับอำนาจจาก Torrio เขาก็เริ่มต้นขยายธุรกิจการพนัน แข่งม้า และที่ท้าทายอำนาจรัฐที่สุดในยุคนั้นคือ ธุรกิจเหล้าเถื่อน โดยคดีที่เป็นตำนานกล่าวขวัญไปทั่วโลกของ Capone คือ การสังหารหมู่ในวันเซนต์ วาเลนไทน์ ปี 1926 เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ไม่มีแก๊งค์ไหนกล้าต่อกรกับเขาอีกเลย อิทธิพลและผลประโยชน์ต่างๆ จึงผูกขาดโดยกลุ่มของ Capone แต่เพียงผู้เดียว ในปี 1931 Capone ถูกจำคุก 11 ปี ในคดีเลี่ยงภาษี แต่ก็ได้รับการปล่อยตัวในปี 1939 ซึ่งระหว่างอยู่ในคุกเขาได้ติดเชื้อซิฟิลิส ก่อนที่จะสิ้นลมหายใจในแ 1947 ปิดตำนานเจ้าพ่อเหนือเจ้าพ่อในที่สุด

ที่มา แม็กซิมไทยแลนด์

ประวัติพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8

เจ้าพระยาวิชเยนทร์ หรือจะเป็นรักร่วมเพศในราชสำนักสยาม

ผู้หญิงสองคนในชีวิต อับราฮัม ลินคอล์น

พระเจ้าซุกจง แห่งเกาหลี เมื่อผู้หญิงเป็นหมากการเมือง

รักบนบัลลังก์เลือดของกษัตริย์เกาหลีองค์สุดท้าย

รักจำพรากหลังวังมังกร

อู๋ซันกุ้ย ยามจอมทัพมีความรัก ชาติก็ล่มสลาย

จักรพรรดิปูยี มังกรไร้บัลลังค์

อโดนิส ตำนานดอกไม้แห่งความรัก

มาตาฮารี ยอดจารชนหญิงของโลก

เจ้าฟ้าหญิงบุญรอด ต้นกำเนิดกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน

ขุนศึกหญิงแดนมังกร มู่กุ้ยอิง หวางชิงเอ๋อ และฮัวมู่หลาน 

ตำนานธอร์ (Thor) เทพสายฟ้า

สารคดีสงครามเย็น บทบาทของผู้นำโซเวียต นิกิต้า ครุสชอฟ (Nikita Khrushchev)

การพบเห็นมนุษย์ต่างดาวในประวัติศาสตร์ 

ความขัดแย้งในคาบสมุทรเกาหลี

ประวัติศาสตร์กำแพงเมืองจีน (The Great Wall of China)

รักต่างวัยของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 และ แคทเธอรีน โฮเวิร์ด

ฮาเร็ม สวรรค์ของหนึ่งบุรุษหรือทุกข์ของอิสตรี

โจน ออฟ อาร์ค วีรสตรีที่โลกไม่เคยลืม

เปิดแฟ้มลับชีวิตรัก อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler)

จักรพรรดิเนโร ที่โหดก็เพราะรัก

พระนางเลือดขาว ตำนานรักและคำสาปแห่งเกาะลังกาวี

10 อารยธรรมโบราณที่เก่าแก่ที่สุดที่เคยมีมา

10 อันดับโรคระบาดที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์

7 เหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดในเปอร์เซียโบราณ

12 สุดยอดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเจงกิสข่าน

18 สุดยอดสิ่งประดิษฐ์และการค้นพบของจีนโบราณ

10 ตำนานยอดนิยมและน่าสนใจในกรุงโรมโบราณ

ผู้ปกครองหญิง 9 อันดับแรกของโลกโบราณ

9 อันดับนักรบหญิงของโลกยุคโบราณ

8 อันดับผลงานของฮัมมูราบี

12 อันดับผลงานของโสกราตีส


ยอดนักรบโคตรนักฆ่า 2,746 ศพยอดนักรบโคตรนักฆ่า 2,746 ศพ, สไนเปอร์, สุดยอดสไนเปอร์, พลซุ่มยิง

โชคดีที่ตายก่อน, มนุษย์กินคนในตำนาน, ซอว์นี่ บีน, มนุษย์กินคน

จอห์น เอฟ เคเนดี้, ตระกูลเคเนดี้, อาถรรพ์ตระกูลเคเนดี้

25 การทรมานสุดโหดในประวัติศาสตร์, เครื่องทรมาน, เครื่องมือทรมานมนุษย์

10 อันดับสัตว์นักคิดค้น


กษัตริย์เกาหลี จักรพรรดิกวางสี จักรพรรดิปูยี
ตำนานอโดนิส โจนออฟอาร์ค มู่กุ้ยอิง
จักรพรรดิเนโร พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 อับราฮัม ลินคอล์น
พระเจ้าซุกจง มาตาฮารี เจ้าฟ้าหญิงบุญรอด
ตำนานธอร์ นิกิต้า ครุสชอฟ สงครามเกาหลี
กำแพงเมืองจีน อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ พระนางเลือดขาว
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ สตีเฟน ฮอว์คิง ลีโอ ตอลสตอย
สตีฟ จ็อบส์ เจ้าพระยาวิชเยนทร์ พระนางมัสสุหรี
สัตว์มีพิษ ไวรัสอีโบลา เอเลี่ยนสปีชี่ส์
กำเนิดจักรวาล กำเนิดดวงอาทิตย์ ระบบสุริยะจักรวาล
ปริศนาของจักรวาล การเดินทางข้ามกาลเวลา สสารและปฏิสสาร
สิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร บิ๊กแบงคืออะไร สัตว์ใกล้สูญพันธุ์
สัตว์น้ำแปลก ปลาแองเกลอร์ สัตว์ดูดเลือด
อันดับงูสวยงาม อนาคอนด้า ตัวอ่อนปลาฉลาม
เห็ดมีพิษ ภัยของยาไอซ์ คลื่นยักษ์สึนามิ
กัญชาปลอดภัย ไวรัสอีโบลา ปรสิตที่น่ากลัว
สาเหตุสึนามิ ทำไมผมร่วง สงครามซีเรีย
ทำลายหลุมดำ โลกของเรา กระแสน้ำทะเล
วิธีทำลายเอกภพ กลไกวิวัฒนาการ ระบบภูมิคุ้มกัน
เล่าเรื่องผี เรื่องสยองขวัญ เรื่องผี
ฆาตกรโหด ฆาตกรต่อเนื่อง ฆาตกรโรคจิต
ผีนานาชาติ ผีปีศาจ พระธุดงค์เจอผี
โจนเบเน็ต คดีเพชรซาอุ เดวิด เบอร์โควิด
ซอว์นี่ บีน ฆาตกรโหดเมืองไทย อลิซาเบธ บาโธรี่
ฆาตกรฆ่าคนมากที่สุด คดีกักขังหน่วงเหนี่ยว คดีวิตถาร
คดีพิศวาสฆาตกรรม ฆาตกรเด็ก คดีฆ่าหั่นศพ
ยโศโฆษาฆาต แจ๊คเดอะริปเปอร์ ฆาตกรต่อเนื่องอินเดีย
เบลล์ กันเนส ยูนาบอมเบอร์ เอล ชาโป
ผีภาคเหนือ ผีภาคอีสาน ผีญี่ปุ่น
เมืองอาถรรพ์ เรื่องเล่าเดอะช็อค มนุษย์กินคน
ขายการ์ตูนออนไลน์ อ่านการ์ตูนออนไลน์ อ่านการ์ตูน
มังงะออนไลน์ อ่านมังงะออนไลน์ การ์ตูนวังวนปรารถนา
การ์ตูนโรแมนติก ขายการ์ตูนหมึกจีน การ์ตูนนางฟ้าซาตาน
แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก เกมรักพยาบาท
GOLD รักนี้สีทอง เกาะนางพญาเงือก หนุ่มสุดขั้วบวกสาวสุดขีด
วังวนปรารถนา คุณหนูไฮโซโยเยรัก เจ้าหญิงซ่าส์กับนายหมาบ้า
รักทั้งตัวและหัวใจ หัวใจไม่ร้างรัก เหิรฟ้าไปคว้ารัก
บินไปกับหัวใจสีชมพู princessหมึกจีน ฝ่าไปให้ถึงฝัน
หวานใจองค์ชายมองโกล หน้ากากนักสืบ ราศีมรณะ
THE B.B.B. ลงเอยที่ความรัก เกียรติยศรัก SAINT ADAM มารยาปรารถนา
หนุ่มยักษ์รักสุดฤทธิ์ รักแรกแสนรัก รอรักสาวซากุระ
รักโฮ่งๆ ตกลงมั้ย หนุ่มนักนวดนิ้วทอง รักแบบนี้...กิ๊กเลย
ขอแก้เผ็ดหนุ่มหลายใจ บอดี้การ์ดเจ้าปัญหา อ้อมกอดทะเลทราย
การ์ตูนรอรักในฝัน การ์ตูนหัวใจร่ำหารัก อุ่นไอรักหนุ่มออฟฟิศ
การ์ตูนสองสาวสองรัก การ์ตูนรอเธอบอกรัก การ์ตูนรักระแวง
การ์ตูนสุดแต่ใจของเธอ การ์ตูนหนามชีวิต ยอดรักเพชรในดวงใจ
การ์ตูนวังวนในหัวใจ การ์ตูนรักแรกฝังใจ การ์ตูนกับดักหัวใจ
การ์ตูนคุณชายที่รัก อ้อมกอดดาวเคล้าเกลียวคลื่น การ์ตูนเจ้าสาวเงินตรา
การ์ตูนเพลงรักสองเรา การ์ตูนมนต์รักลมหนาว การ์ตูนโอมเพี้ยงเสี่ยงรัก
ครูจอมซ่าส์หรือนายขาโจ๋ เล่ห์รักปักหัวใจ การ์ตูนคู่รักนิรันดร
การ์ตูนชะตารัก แฝดหนุ่มมะรุมมะตุ้มรัก รูมินเทพบุตรซาตาน
รักเทวดาท่าจะวุ่น รวมเรื่องสั้นMiwa Sakai Hot Love หมึกจีน
การ์ตูนผีกุกกัก คุณหนูกับทาสหนุ่ม การ์ตูนเธอคือนางเอก
หนุ่มเซ่อเจอสาวแซ่บ Extra Romance หมึกจีน เว็บขายการ์ตูนออนไลน์

บทความแนะนำ

อาชญากรรมดำดิน เอล ชาโป กุซมัน อัจฉริยะจอมโฉดมือระเบิดต่อเนื่องยูนาบอมเบอร์ หนทางที่สตีฟ จ๊อบส์ เปลี่ยนแปลงโลก ไขปริศนาใครคือ แจ๊คเดอะริปเปอร์ แคทเธอรีน เฮย์ ต้นตำรับคดีฆ่าหั่นศพ บ้านหลอนแดนนรก เล่าเรื่องสยองขวัญ แรงงานต่างด้าว วิญญาณอาฆาต

บ้านหลอนแดนนรก

บ้านหลอนแดนนรก

     

กลายเป็นข่าวครึกโครมดังไปทั่วโลกจากเหตุการณ์วัยรุ่นสาวชาวอเมริกัน 3 คนถูกลักพาตัวมาข่มขืน และกักขังหน่วงเหนี่ยวอยู่แต่ในบ้านมาเป็นเวลานานถึง 10 ปี โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้ได้เลยว่า เกิดอะไรขึ้นกับพวกเธอทั้งสามบ้าง แล้วทำไมพวกเธอต้องประสบชะตากรรมอย่างไม่คาดฝัน ฉบับนี้คุณจะได้รู้ถึงเรื่องราวอันน่าสะพรึงนี้ ต้องขอเอ่ยปากเตือนว่า “ระวังอ่านแล้วจะสะเทือนใจจนพูดไม่ออก!!”


เปิดบ้านนรก
ใครจะเชื่อว่าบ้านธรรมดาๆ สองชั้น ที่ทาสีขาวดูน่าอบอุ่น บนเซย์เมอร์ อเวนิว ย่านชนชั้นผู้ใช้แรงงานของคลีฟแลนด์ ถือว่าเป็นถิ่นอาศัยที่สงบสุขแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา จะเป็นสถานที่สำหรับให้เดนมนุษย์กักขัง 3 หญิงสาวชาวโอไฮโอโดยใช้ห้องใต้ดินของบ้านหลังนี้ เป็นที่ข่มขืนทำร้ายร่างกาย และข่มเหงจิตใจเหยื่อทั้งสามอย่างเหี้ยมโหดซ้ำแล้วซ้ำเล่ามานานถึง 10 ปี โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้เลยสักนิด หญิงทั้งสามถูกคนร้ายลักพาตัวช่วงปีระหว่างปี 2002 ถึง ปี 2004 จนมาถูกพบอยู่รวมกันในบ้านของนายแอเรียล คาสโตร วัย 52 ปี ซึ่งห่างจากจุดที่หายตัวไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร


หญิงสาวทั้ง 3 คน ได้แก่ นางสาวอแมนดาแบร์รี ปัจจุบันอายุ 27 ปี เธอหายตัวไปขณะมีอายุ16 ปี เมื่อวันที่ 16 เมษายน ปี 2003 ระหว่างเดินทางกลับบ้าน หลังเสร็จสิ้นการทำงานพิเศษที่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด “เบอร์เกอร์ คิง” นางสาวจีนาเดอจีซัส ปัจจุบันอายุ 23 ปี หายตัวไปเมื่อวันที่ 2เมษายน ปี 2004 ขณะกำลังเดินออกจากโรงเรียนเพื่อกลับบ้าน ซึ่งในตอนนั้นเธอมีอายุ 14 ปี และนางสาวมิเชล ไนธ์ ปัจจุบันอายุ 32 ปี หายตัวไปจากบ้านพักของลูกพี่ลูกน้อง เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ปี 2002 ขณะมีอายุได้ 21 ปี

สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น (CNN) มีการเปิดเผยแผนผังภายในบ้านของนายแอเรียล คาสโตร ผู้ก่อเหตุลักพาตัวสตรีชาวอเมริกัน 3 ราย นาน 10 ปี ข้อมูลระบุมีพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านเพียง 1,436 ตารางฟุต ก่อสร้างตั้งแต่ช่วงปี 1890 มีการปรับปรุงบ้านเมื่อปี 1956 และนายคาสโตร ซื้อไปเมื่อปี 1992 ด้วยราคา 12,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 360,000 บาท ส่วนการประเมินราคาครั้งล่าสุดเมื่อปี 2012 บ้านหลังดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 36,100 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ1,083,000 บาท

สถานที่กักขังหน่วงเหนี่ยวแห่งนี้ ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 2207 ถนนเซย์มัวร์ คูยาโฮกา เคาน์ตี เมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ เอกสารระเบียนสาธารณะแสดงให้เห็นแผนผังภายใน เป็นบ้าน 2 ชั้น มีทั้งหมด 4 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ไม่มีเครื่องปรับอากาศเลยสักตัว และหากนับห้องทั้งหมดภายในบ้านแล้ว จะมีมากถึง 8 ห้อง แต่บางห้องมีขนาดเพียงแค่ 6 คูณ 6 ฟุต หรือเล็กกว่าตู้เสื้อผ้าด้วยซ้ำนอกจากนี้ นายคาสโตร ยังไม่สามารถชำระภาษีได้ตามระยะเวลากำหนด รวมแล้วเป็นเงินราว 2,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 75,000 บาท


ปฏิหารย์บังเกิด
ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับนางสาวอแมนดา แบร์รี, นางสาวจีนา เดอจีซัส, นางสาวมิเชล ไนธ์ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ปี 2013 โดยทั้ง 3 สาว รวบรวมความกล้าหาญ และอาศัยจังหวะที่คนร้ายออกจากบ้านไป แล้วหลบหนีออกมาได้สำเร็จ โดยนางสาวอแมนดา เบอร์รี หนึ่งในหญิงสาวที่ถูกลักพาตัวไปเป็นผู้กรีดร้องและทุบประตูขอความช่วยเหลือ จนนายชาร์ลส แรมซีย์ เพื่อนบ้านของนายแอเรียลคาสโตร ได้ยินเสียง จึงเข้าไปเปิดประตู โดยตามด้วยพลเมืองดีอีกคน คือนายแองเกล คอเดโร ให้มาช่วยอีกแรง ก่อนที่แรมซีย์จะเป็นผู้พาแบร์รีไปโทรศัพท์แจ้งตำรวจว่า เธอถูกลักพาตัวมานานกว่า10 ปี และคนที่จับตัวเธอไปนั้น ชื่อ “นายแอเรียลคาสโตร”

หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รุดหน้ามายังที่เกิดเหตุ โดยในระหว่างที่เจ้าหน้าที่บุกเข้าไปให้การช่วยเหลือหญิงสาวนั้น มีประชาชนมารวมตัวที่บ้านหลังดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ด้านนายกเทศมนตรีเมืองคลีฟแลนด์ ก็ได้ออกมาแสดงความยินดีกับทั้ง 3 คน ที่ได้รับความช่วยเหลือมาได้อย่างปลอดภัย โดยพวกเธอถูกส่งไปรับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลทันที และทางการจะดำเนินการสอบสวนเพื่อหาความเชื่อมโยงในคดีนี้ว่า มีผู้ร่วมขบวนการด้วยอีกหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ มีรายงานว่า มีสตรีอย่างน้อย 1 ในนั้นที่มีลูกด้วย

ในส่วนของชาร์ลส์ แรมซีย์ วัย 43 ปี ได้กลายเป็นวีรบุรุษของชาวอเมริกันในพริบตา เนื่องจากได้เข้าไปเปิดประตูแห่งอิสรภาพให้แก่หญิงทั้งสามแรมซีย์ เป็นพนักงานล้างจานร้านแมคโดนัลด์สาขาหนึ่ง ในเมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ เขาได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น สื่อรายแรกที่มีโอกาสสัมภาษณ์ฮีโร่คนใหม่ของอเมริกันชนอย่างใกล้ชิด ภายในบ้านพักที่ตั้งอยู่ถัดจากบ้านของแอเรียล เพียงไม่กี่เมตร

แรมซีย์เล่าว่า ในระหว่างที่เขากำลังนั่งรับประทานอาหารเย็นอยู่ที่บ้าน ได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้อง และเสียงทุบประตูดังออกมาจากบ้านหลังนั้นทำให้เขารู้สึกประหลาดใจว่าต้องมีอะไรผิดปกติ จึงตัดสินใจเดินไปดู ก่อนจะพบกับหญิงสาวคนหนึ่งร้องขอให้ช่วยเปิดประตูให้ ซึ่งในทีแรกไม่สามารถเปิดได้ คาดว่าประตูอาจถูกลงกลอนเอาไว้อย่างแน่นหนา ต้องใช้วิธีเตะอย่างแรงหลายครั้ง จนกระทั่งประตูบ้านเปิดออก ผู้ที่อยู่ภายในจึงค่อยๆก้าวออกมา สร้างความตกใจให้แก่ตนเองอย่างมากเนื่องจากมีถึง 3 คนและเป็นผู้หญิงทั้งหมด

หนุ่มใหญ่ผิวสียอมรับว่า นับตั้งแต่วันนั้น เขาแทบนอนไม่หลับ เนื่องจากไม่คาดคิดมาก่อนว่านายแอเรียล คาสโตร ผู้ที่ภายนอกดูเป็นคนปกติและมีจิตใจเอื้อเฟื้อต่อเพื่อนบ้าน จะกักขังหญิงสาวเอาไว้ 3 คน คือ แบร์รี, เดอจีซัส และไนธ์ ซึ่งเป็นผู้ที่ตำรวจรัฐโอไฮโอและสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐ (เอฟบีไอ) ระดมกำลังตามหามานานถึง10 ปี แถมมีเด็กอีก 1 คน ซึ่งเป็นลูกที่เกิดจากการข่มขืนเหยื่อด้วย แต่อย่างไรก็ตาม แรมซีย์ตบท้ายด้วยคำพูดที่น่าประทับใจว่า เขาไม่อยากให้ใครเรียก “วีรบุรุษ หรือ ฮีโร่” เพราะสิ่งที่เขาทำลงไปเป็นเพียงหน้าที่ที่พลเมืองดีควรทำ เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้กำลังเดือดร้อนเท่านั้น


รวบเดนมนุษย์ทันควัน
ในวันที่ 9 พฤษภาคม ปี 2013 สำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐ (เอฟบีไอ) ไล่ล่าผู้เกี่ยวข้องในการก่อคดีดังกล่าวมาได้ทันควัน มีทั้งหมด 3 คน คือ แอเรียล คาสโตร วัย 52 ปี กับพี่น้องผู้ชายอีก 2 คน คือ นายเปโดร วัย 54 ปีและนายโอนีล วัย 50 ปี ซึ่งนายแอเรียล คาสโตรถือเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญ อดีตพนักงานขับรถประจำทางรับส่งนักเรียน ชาวอเมริกันเชื้อสายเปอร์โตริโก เขาถูกตั้งข้อหาลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยว และข่มขืนหญิงทั้ง 3 คนเป็นเวลานานถึง10 ปี ทำให้ตำรวจได้ส่งกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักของเขา ซึ่งตั้งอยู่ในย่านชนชั้นแรงงานของเมืองคลีฟแลนด์อย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม

นายเอ็ด ทอมบา รองผู้บัญชาการตำรวจเมืองคลีฟแลนด์เปิดเผยว่า ได้นำตัวนายแอเรียล พร้อมด้วยพี่น้อง 2 คนคือ นายเปโดร วัย 54 ปี และนายโอนีล วัย 50 ปี มาสอบสวนแล้วนำตัวขึ้นศาลเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งนายแอเรียลเผชิญข้อหาเบื้องต้น 4 กระทง ทั้งลักพาตัว ข่มขืน และกักขังหน่วงเหนี่ยว จนทำให้เหยื่อหนึ่งในสามตั้งท้อง และคลอดลูกออกมาเป็นผู้หญิงชื่อ “โจเซลีน”ปัจจุบันอายุ 6 ขวบ แต่นายเปโดร และนายโอนีลเผชิญข้อหาจากความผิดทางอาญาที่ไม่ร้ายแรงเพราะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักพาตัวและข่มขืน

เหยื่อของนายแอเรียล
เอ็ด ทอมบา รองผู้บัญชาการตำรวจท้องถิ่นบอกว่า หญิงสาวทั้ง 3 คนถูกขังอยู่แต่ในบ้านรวมทั้งถูกข่มขืนและทุบตี ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่อยู่ในบ้านของแอเรียล พร้อมกับเชื่อว่า นางสาวอแมนดา แบร์รี, นางสาวจีนา เดอจีซัส, นางสาวมิเชล ไนธ์ ถูกแยกขัง เพราะตำรวจพบเชือกและโซ่หลายเส้น แม้พวกเธอไม่ได้อยู่ในห้องเดียวกันแต่รู้จักกันและกัน ด้วยเหตุนี้จึงเกิดคำถามมากมายว่า นายแอเรียลทำอย่างไรจึงสามารถควบคุมอย่างเข้มงวดต่อเหยื่อทั้งหมดได้นานถึง10 ปี โดยไม่มีใครระแคะระคายเรื่องนี้เลย

จนกระทั่งเรื่องมาแดงขึ้น ซึ่งตำรวจเปิดเผยว่าหญิง 3 คนถูกมัดด้วยเชือกและล่ามโซ่ไว้ตลอดเวลา พร้อมกับถูกแยกขังไว้คนละห้อง นอกจากนี้พวกเธอทั้ง 3 คน ไม่เคยได้ออกนอกบ้านเลยแม้แต่ครั้งเดียว นับตั้งแต่ถูกลักพาตัว ยกเว้นเดินไปที่โรงรถในบริเวณบ้าน 2 ครั้ง แต่ต้องใส่วิกผมและสวมหมวกเพื่อเป็นการอำพรางตัว ขณะที่ทางการเมืองคลีฟแลนด์ระบุว่า จากการตรวจค้นบ้านพักของแอเรียล ไม่พบศพคนตายหรือมีหญิงรายอื่นถูกซุกซ่อนเอาไว้อีก แต่เจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานต่างๆ ราว 200 ชิ้น จากบ้านพักของนายแอเรียล 329 ข้อหา กับ ประหารชีวิต

กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมตอบสนองแน่นอน เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ปี 2013 นายทิโมธี แมคกินตี อัยการเขตคูยาโฮกา เมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ แถลงว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมหลักฐานจากนางสาวอแมนดา แบร์รีปัจจุบันอายุ 27 ปี นางสาวจีนา เดอจีซัส อายุ 23ปี และนางสาวมิเชล ไนธ์ อายุ 32 ปี ซึ่งให้การอย่างหนักแน่นตรงกันว่า “หากนายแอเรียลคาสโตร อดีตพนักงานขับรถประจำทางรับ - ส่งนักเรียน วัย 52 ปี ผู้ต้องหาในคดีลักพาตัวพวกเธอนานถึง 10 ปี ทราบว่าหญิงสาวคนใดตั้งครรภ์เขาจะทำร้ายร่างกายเธอด้วยการระดมชกเข้าที่ท้องและปล่อยให้อดอาหารไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์จนกว่าเธอคนนั้นจะแท้งบุตร”

ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวถือว่าเข้าข่ายฆาตกรรมโดยเจตนา อันเป็นการละเมิดกฎหมายของรัฐโอไฮโอ และมีโทษถึงขั้นประหารชีวิต ซึ่งอัยการและเจ้าหน้าที่สืบสวนเห็นพ้องที่จะยื่นเรื่องต่อศาลขอให้นายแอเรียล คาสโตร รับโทษสูงสุดเนื่องจากความผิดที่เขาก่อขึ้น ถือเป็นเรื่องเลวร้ายเกินกว่าจะมีการผ่อนผันให้รับโทษที่เบากว่านี้ได้ก่อนหน้านี้ในเวลาไล่เลี่ยกัน นายแอเรียล คาสโตรปรากฏตัวครั้งแรกที่ศาลแขวงเมืองคลีฟแลนด์เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา 329 กระทง แยกเป็นข้อหาข่มขืน 139 กระทง ข้อหาลักพาตัว 177 กระทง บังคับให้มีเพศสัมพันธ์ 7 กระทง ประทุษร้ายร่างกาย 3 กระทง และครอบครองเครื่องมือประกอบอาชญากรรม 1 กระทง ผู้ต้องหาวัย 52 ปี ยังเจอข้อหา ทำร้ายร่างกายจนได้รับอันตรายสาหัส 2 กระทง หลังจากบังคับให้ผู้หญิงคนหนึ่งทำแท้ง

สำนวนคำฟ้องมีความยาวถึง 142 หน้าของอัยการแห่งศาลแขวงคูยาโฮกา ในเมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ หลังจากนั้น ศาลได้กำหนดวงเงินประกันตัวให้ผู้ต้องหาสูงถึง 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 232 ล้านบาท หรือเท่ากับเป็นค่าเสียหายให้แก่นางสาวอแมนดา แบร์รี, นางสาวจีนา เดอจีซัส, นางสาวมิเชล ไนธ์ คนละ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 58 ล้านบาท และเด็กหญิงโจเซลีน วัย 6 ขวบ บุตรสาวของนางสาวอแมนดา แบร์รี ซึ่งเธอให้กำเนิดระหว่างถูกกักขังอีก 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่นายแอเรียลคาสโตร ซึ่งอยู่ในชุดสีนำเงินและถูกสวมกุญแจมือก้มหน้านิ่งและไม่ยอมสบตาผู้ใดในห้องพิจารณาคดี แต่ผงกศีรษะยอมรับที่จะเข้ารับการตรวจดีเอ็นเอ เพื่อพิสูจน์ว่า เขาเป็นบิดาของเด็กหญิงโจเซลีนหรือไม่

ต่อมาในวันที่ 13 พฤษภาคม ปี 2013 นายเปโดร และนายโอนิล พี่ชายและน้องชายของแอเรียล คาสโตร ผู้ต้องสงสัยคดีลักพาตัวและข่มขืน 3 สาว นาน 10 ปีในเมืองคลีฟแลนด์รัฐโอไฮโอของสหรัฐเปิดใจให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกนายเปโดรกล่าวว่า เรื่องนี้ตามหลอกหลอนตนเพราะคนจะคิดว่าตนเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งหากตนรู้เรื่องมาก่อนจะต้องแจ้งความแน่นอน แม้ว่าคนผิดจะเป็นน้องชาย ส่วนนายโอนิลกล่าวว่า เสียใจมากและอยากให้หลายครอบครัวรู้ว่าตนไม่ได้เกี่ยวข้องยันชัดลูกสาวไอ้หื่น

ตำรวจยืนยันแล้วว่า นางสาวอแมนดา แบร์รี มีลูกสาววัย 6 ขวบกับนายแอเรียล คาสโตร ซึ่งเกิดขึ้นมาในระหว่างถูกกักขัง อย่างไรก็ตาม เจนนิเฟอร์เซียซีเซีย โฆษกตำรวจเมืองคลีฟแลนด์บอกว่า คดีนี้ต้องสอบสวนให้ละเอียด แต่ก็ปฏิเสธแสดงความเห็นต่อรายงานข่าวที่ว่า หญิงทั้ง 3 คนถูกล่ามโซ่อยู่ในบ้าน รวมทั้งถูกทุบตีทำร้ายร่างกาย และแท้งลูกหลายครั้ง รายงานเบื้องต้นของตำรวจระบุว่าพวกเธอถูกขังอยู่ในห้องใต้ดินของบ้านสูง 2 ชั้นแถมถูกมัดด้วยเชือกและล่ามโซ่ บางครั้งถูกปล่อยทิ้งให้อดอาหาร

ไบรอัน คัมมินส์ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองคลีฟแลนด์กล่าวว่า หนึ่งในสามของผู้ตกเป็นเหยื่อลักพาตัว ซึ่งไม่รู้คนไหน แท้งลูกไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งและไม่ได้กินอาหารเป็นเวลาหลายสัปดาห์ รวมทั้งถูกประทุษร้ายที่บริเวณช่องท้อง นอกจากนี้ นายแอเรียล คาสโตร เคยมีประวัติทำร้ายร่างกายอดีตภรรยาตัวเอง โดยรายงานของศาลครอบครัวเขตคายาโฮกาเมื่อปี 2005 ระบุว่า นายแอเรียล คาสโตร เคยถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกายอดีตภรรยาจนดั้งจมูกหักมาแล้วถึง 2 ครั้ง และฟันหัก 1 ซี่ ตลอดจนขู่ฆ่าลูกเมีย

ขณะที่ นางกริมิลดา ฟิเกอรัว เคยให้ปากคำว่า บ่อยครั้งที่แอเรียลลักพาตัวลูกสาวไปจากเธอ จนกระทั่งฟิเกอรัวเสียชีวิตเมื่อเดือนเมษายนปี 2012 ด้วยโรคมะเร็ง อิสมาอิล ฟิเกอรัว พ่อของกริมิลดา บอกว่านายแอเรียล คาสโตร ชอบขังลูกสาวของเขาไว้บนชั้นสองของบ้าน จนกระทั่งทั้งคู่ย้ายไปอยู่ที่บ้านซึ่งแอเรียลซื้อไว้ หลายปีต่อมากริมิลดาพยายามหนีออกมา แต่นายแอเรียล คาสโตร จับตาดูอยู่ตลอดเวลา และไม่ยอมให้ใครมาเยี่ยมเธอ ที่สำคัญกริมิลดา ไม่สามารถไปไหนมาไหนได้เหมือนคนอื่น ในส่วนของนางสาวอแมนดา แบร์รี ผู้เป็นเหยื่อ กล่าวว่า เธอถูกบังคับให้คลอดลูกในบ่อพลาสติกที่บ้านของเขา โดยอ้างว่าเพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด ส่วนนางสาวมิเชล ไนธ์ กล่าวว่าในการตั้งครรภ์ 5 ครั้งของเธอ เธอถูกบังคับให้อดอาหารนาน 2 สัปดาห์ ก่อนที่นายแอเรียลคาสโตร จะต่อยท้องของเธอหลายครั้งกระทั่งแท้งลูก


ฟ้าหลังฝนย่อมมีเสมอ
หลังจากผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาได้ นางสาวอแมนดา แบร์รี, นางสาวจีนา เดอจีซัส, นางสาวมิเชล ไนธ์ สามเหยื่อสาวกลับไปหาครอบครัวของตัวเองอย่างปลอดภัย นายริคาร์โด เดอจีซัส พี่ชายของนางสาวจีนา เดอจีซัส บอกว่า เขาดีใจที่จีนากลับบ้านอีกครั้ง และประกาศจะไม่ปล่อยให้เธอคลาดสายตาอีก ซึ่งเหมือนปาฏิหาริย์จากพระเจ้าที่เธอกลับบ้าน เช่นเดียวกับนางสาวอแมนดา แบร์รีและลูกสาว ได้กลับไปหาครอบครัวของเธอ หลังจากพลัดพรากกันมานานร่วม 10 ปี ก่อนหน้านี้นางสาวมิเชล ไนธ์ ต้องพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลคลีฟแลนด์ แต่โฆษกของทางโรงพยาบาลบอกว่าเธอมีอาการดีขึ้นแล้ว

ในวันที่ 9 กรกฏาคม ปี 2013 เหยื่อทั้งสามของการถูกข่มขืนมานานนับทศวรรษ คือ นางสาวอแมนดา แบร์รี, นางสาวจีนา เดอจีซัส, นางสาวมิเชล ไนธ์ ได้เปิดเผยตนเองต่อสาธารณะผ่านวิดีโอออนไลน์เป็นครั้งแรก และได้กล่าวแถลงคำขอบคุณสำหรับกำลังใจที่พวกเธอได้รับ และขอบคุณผู้ที่สนับสนุนทุกคนที่ได้บริจาคเงินช่วยเหลือพวกเธอ ทั้งสามคนดูสุขภาพแข็งแรงขึ้นซึ่งนางสาวจีนา เดอจีซัส ออกมาพูดสั้นๆ ด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตาเป็นคนแรกว่า “ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจจริงๆ ...ขอบคุณ”

ในส่วน อแมนดา แบร์รี ก็ได้บอกว่า “ก่อนอื่นฉันอยากให้ทุกคนเข้าใจถึงความสุขที่ได้รับ ในตอนนี้ได้ใช้ชีวิตอยู่บ้านกับครอบครัวที่ฉันรัก มันเป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก” เธอกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า“ฉันแข็งแรงขึ้นในทุกๆ วัน และการได้เสรีภาพกลับคืนมา มันเป็นอะไรที่วิเศษเหลือเกิน ฉันอยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าที่สุด”

สำหรับ นางสาวมิเชล ไนธ์ เหยื่อรายแรกของฆาตกรใจทรามที่ชื่อ แอเรียล คาสโตร เธอโดนทุบตีอย่างหนักมากจนต้องพึ่งศัลยแพทย์ เพื่อที่จะฟื้นฟูสภาพใบหน้าของเธอ ได้กล่าวว่า “ฉันได้ถูกลักพาตัวจากถนนเวสท์ไซด์ในปี 2002 แต่ในตอนนี้ฉันกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งแล้ว ขอขอบคุณทุกคนสำหรับความรัก กำลังใจ และเงินช่วยเหลือ ฉันอาจเคยตกลงไปยังขุมนรก ที่มันแสนทรมานจนไม่อาจจะบรรยายได้ แต่ตอนนี้ฉันมีชีวิตใหม่แล้ว” เธอยังพูดถึงความศรัทธาที่มีต่อพระเจ้า และการพึ่งศาสนาเป็นสิ่งที่เยียวยารักษาแผลใจชั้นเลิศ

“พระเจ้ามีแผนสำหรับเราทุกคน แผนที่ท่านให้ฉันมาก็คือ การที่ฉันต้องไปช่วยเหลือคนอื่นๆ ที่ประสบเหตุการณ์เดียวกับฉัน แน่นอนว่าฉันต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยการชี้แนะจากพระเจ้า” เธอกล่าวถึงแม้ว่าวิดีโอออนไลน์นี้จะเป็นการรำลึกเหตุการณ์ที่น่าสยดสยองของพวกเธอ แต่ท้ายที่สุดคนทั้งโลกที่ติดตามข่าวนี้ ก็ได้เห็นภาพประทับใจอย่างสุดซึ้ง เป็นภาพที่หญิงสาวทั้งสามคนคือ นางสาวอแมนดา แบร์รี, นางสาวจีนา เดอจีซัส, นางสาวมิเชล ไนธ์ โผเข้ากอดกันด้วยรอยยิ้มอันเปี่ยมสุขจริงๆ ทุกคนต่างมีใบหน้าเบิกบาน พวกเธอยังดูสวยสดใสกันทุกคน แม้ว่ามิเชลจะยังมีรอยแผลจากการถูกทุบตีร่วม 11 ปีก็ตาม

คดีช็อคสหรัฐ ติดคุก 431 ปี
ท้ายนี้ขอนำเสนออีกหนึ่งคดีที่ช็อคสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ปี 2012 ศาลแขวงเอลโดราโด เมืองเพลซวิลล์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ผู้พิพากษาเขตเอลโดราโด รัฐแคลิฟอร์เนียในสหรัฐอ่านคำตัดสินให้จำคุกนายฟิลิป เครก การ์ริโด วัย 60 ปีรวมระยะเวลา 431 ปีในคดีลักพาตัว 1 กระทง คดีข่มขืน 6 กระทง และคดีถ่ายภาพวิดีโอลามกอนาจาร 7 กระทง สืบเนื่องจากได้ก่อคดีลักพาตัวเด็กหญิง เจซี ดูการ์ด วัย 11 ปี ไปกักขังไว้ที่สวนหลังบ้านเมื่อปี1989 เป็นเวลานานถึง 18 ปี และระหว่างนั้นได้ข่มขืนเธอจนมีลูกสาวด้วยกัน 2 คน นอกจากนี้ผู้พิพากษามีคำตัดสินลงโทษจำคุก 36 ปี ถึงตลอดชีวิตแก่นางแนนซี การ์ริโด ภรรยาของเขาที่ร่วมลักพาตัวด้วย

โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า สองสามีภรรยาได้ขับรถพาเด็กหญิงดูการ์ดจากบ้านที่เซาท์ เลค ทาโฮในรัฐแคลิฟอร์เนีย มากักตัวไว้ที่บ้านในเมืองแอนทิออช รัฐแคลิฟอร์เนีย รวมเวลา 18 ปี 4 เดือน 16 วัน และนายฟิลิปได้ข่มขืนเธอจนท้อง โดยมีภรรยาช่วยทำคลอดให้ นายฟิลิปและภรรยาถูกจับกุมในเดือนสิงหาคม ปี 2009 หลังนายฟิลิปที่ต้องคดีข่มขืนคดีอื่นก่อนหน้านี้ ไปรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ทัณฑ์บน พร้อมกับดูการ์ดและลูกสาว 2 คนโดยอ้างว่า พาน้องสาวและหลานมาด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่จับพิรุธได้ ด้านนางเทอร์รี โพรบีน แม่ของเหยื่อ อ่านแถลงการณ์ของลูกสาวที่มีต่อจำเลย ในศาลด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจและโกรธแค้นว่า “ไม่มีพระเจ้าองค์ใดในจักรวาลแห่งนี้จะให้อภัยต่อการกระทำของคุณคุณขโมยชีวิตฉันและของครอบครัวฉัน และตอนนี้คุณทำแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว ฉันคิดว่าฉันจะเสียสติไปแล้ว เมื่อลูกหายไป มันเป็นเพราะคุณแนนซีการ์ริโด และก็คุณฟิลิป การ์ริโด ผู้ย่ำยีหัวใจฉันฉันเกลียดพวกคุณทั้งคู่”

ปัจจุบัน นางสาว เจซี ดูการ์ด ซึ่งอายุ 31 ปี อาศัยกับลูกสาว 2 คน วัย 13 และ 16 ปีที่บ้านหลังหนึ่ง และทางการรัฐแคลิฟอร์เนียได้จ่ายเงินค่าเสียหายให้กับดูการ์ด 20 ล้านดอลลาร์ โดยเจ้าหน้าที่ยอมรับต่อความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ทัณฑ์บนที่รับผิดชอบดูแลการ์ริโด ขณะที่หนังสือบันทึกความทรงจำ“อะ สโตลเลน ไลฟ์” A Stolen Life ที่เธอเขียนเองจะเริ่มวางจำหน่ายเดือนหน้า ก่อนหน้านี้ คดีลักพาตัวผู้คนลักษณะนี้ เคยเกิดขึ้นหลายครั้ง อาทิ กรณีการลักพาตัว เจซี ลี ดูการ์ด ถูกคนร้ายลักพาตัวไปจากพื้นที่รัฐแคลิฟอร์เนียตั้งแต่อายุ 11 ขวบ กระทั่งถูกตามพบช่วยเหลืออยู่ภายในบ้านของชายคนหนึ่งตอนอายุ 29 ปี เธอถูกพบพร้อมลูกด้วย 2 คน กับคดีเด็กหญิงเอลิซาเบธ สมาร์ต วัย 14 ปี ถูกชายคนหนึ่งลักพาตัวจากเตียงนอนในบ้านที่สหรัฐฯ เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2002 กระทั่งถูกตามพบหลังจากนั้นนาน 9 เดือน เธออ้างว่าถูกผู้ลักพาตัวข่มขืนตลอดช่วง 9 เดือนดังกล่าว

อืม...คงเห็นแล้วว่าสหรัฐฯ มักเกิดเหตุการณ์เลวร้ายไม่หยุดหย่อน คงไม่มีใครอยากเห็นสิ่งไม่ดีเกิดขึ้นในประเทศของตัวเองเป็นแน่ ดังนั้นเราควรจะรักกัน และดูแลกันให้มากๆ

THE STORY ขยายปมคดีสลด
Hero: Amanda Berry
เธอกำลังจะฉลองวันเกิดครบ 17 ปีพอดี แต่ถูกนายแอเรียล คาสโตร ลักพำตัวมาจากถนนคลีฟแลนด์ ในวันที่ 21 เมษำยน ปี 2003 และหลังจากที่ถูกข่มขืนและกักขัง เธอได้ตั้งท้องกับนายคาสโตร และคลอดลูกสาว ตอนนี้มีอายุได้ 6 ขวบ และเป็นเธอเองที่หลุดหนีออกมาจากบ้านนรกได้เป็นคนแรกและโทร. แจ้งตำรวจทันที

Always Searching: Gina DeJesus
จีนา เดอจีซัส เธอถูกลักพาตัวตอนอายุ 14 ปี เมื่อวันที่ 2 เมษายน ปี 2004 ขณะกำลังเดินออกจากโรงเรียนเพื่อกลับบ้าน ซึ่งห่างออกไปเพียง 2 ช่วงตึกเท่านั้นเอง พ่อแม่ของเธอไม่เคยหยุดการค้นหาลูกสาวคนนี้เลยสักวัน คำว่า “หมดหวัง” ใช้กับพวกเขาไม่ได้ และช่วงที่จีนาถูกกักขัง ทำให้เธอเกือบจะเป็นใบ้ เพราะเธอพูดน้อยมาก

Forgotten: Michelle Knight
เมื่อวันที่ 23 สิงหำคม ปี 2002 มิเชล ไนธ์ หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่ได้กลับบ้านอีกเลย อันที่จริงเธอมีปัญหาทำงด้านสมองอยู่แล้ว และทางครอบครัวได้แจ้งความกับตำรวจว่าเธอหายตัวไปไม่กลับบ้าน หลังจากที่ค้นหากันอยู่นาน ตำรวจจึงต้องยุติการค้นหา เนื่องจากไม่พบร่องรอยการหายตัวไปของเธอ

Ariel Castro
ผู้ต้องหา วัย 52 ปี ถูกตั้งข้อหา 329 กระทง ประกอบไปด้วย การลักพาตัว ข่มขืน ทำร้ายร่างกาย บังคับให้ผู้หญิงทำแท้ง โดยปล่อยให้ผู้หญิงอดอาหาร และต่อยท้องซ้ำๆ จนแท้ง รวมถึงข้อหาอื่นๆ อีก นอกจากนี้ศาลตัดสินว่านายแอเรียล คาสโตร ไม่ได้มีภาวะผิดปกติทางจิต จึงอาจถูกตัดสินให้ประหารชีวิต และได้ปฏิเสธคำขอนายคาสโตร ที่ขอพบหน้าลูกสาววัยหกขวบที่ชื่อ “โจเซลีน”

Pedro Castro and Onil Castro
นายเปโดร วัย 54 ปี และนายโอนีล วัย 50 ปี เป็นพี่น้องเชื้อสายเดียวกันกับนายแอเรียล คำสโตร ที่ตอนแรกถูกจับกุม เนื่องจากตำรวจสงสัยว่ามีส่วนรู้เห็นกับกาข่มขืน และกักขัง 3 สำวโอไฮโอ แต่เมื่อได้สอบถามเหยื่อสำวที่ถูกลักพำตัวแล้ว พวกเธอยืนยันว่าไม่เคยเห็นหน้า จึงได้รับการปล่อยตัว

ที่มา นิตยสาร Maxim ไทยแลนด์

ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ

ฟื้นชีวิตหลังคืนดื่มหนัก

ฟื้นชีวิตหลังคืนดื่มหนัก

     

อาการเมาค้างไม่ใช่แค่ทำให้คุณปวด หัว คลื่นไส้ เหงื่อออกกระวนกระวาย ทำงานไม่ไหว แต่มันจะทำให้คุณเกิดอาการหงุดหงิดง่ายและไวต่อการกระตุ้นจากเสียงและแสงมากกว่าปกติเป็นภาระให้กับชีวิตที่ควรต้องรีบแก้ให้ถูกจุด ฉบับนี้เรามีทางเลือกง่ายๆ หวังผลได้อย่างไม่น่าเชื่อ


ดูดซับเพื่อฟื้นฟู

ถอนพิษสุราด้วยการให้ร่างกายได้รับสารอาหารจุลินทรีย์ เอนไซน์ และสารประกอบที่มีประโยชน์ซึ่งมีพื้นฐานได้มาจากส่วนผสมของแป้งและโปรตีนถั่วเหลือง ช่วยเร่งให้ร่างกายผลิตเอนไซน์และเสริมประสิทธิภาพสลายแอลกอฮอล์ที่ตกค้างอยู่ในร่างกายคุณ(กินเพื่อดูดซับ)

จัดการแอลกอฮอล์แนวใหม่
สมัยนี้มีตัวเร่งปฏิกิริยาทางชีวภาพเชิงประกอบ ซึ่งมีคุณสมบัติในการเร่งให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูและกลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเร็วขึ้นโดยสารประกอบที่มีประโยชน์จะช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญพลังงาน เพิ่มการดูดซึมอาหาร ต่อต้านอนุมูลอิสระและลดอาการอักเสบ ขจัดสารพิษ และลดกลิ่นตัวและกลิ่นปาก


ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ

ตะลุยเมนูบุฟเฟต์ อย่างมีชั้นเชิง

ตะลุยเมนูบุฟเฟต์ อย่างมีชั้นเชิง

     

เตรียมตัวให้เสร็จสรรพ กับปฏิบัติการกินหยุดโลก


หมู่นี้จะเดินไปทางไหน ร้านอาหารแบบกินได้ไม่อั้น หรือที่คนไทยเราเรียกกันติดปากว่า บุฟเฟต์ มีให้เห็นอย่างดาดดื่น มากหน้าหลายตา หลากหลายสัญชาติ หลากหลายเมนู ตั้งแต่ขนมจีน ข้าวแกง ขนมเค้ก ไปจนอาหารจำพวกปิ้งย่าง อาหารจีน อาหารญี่ปุ่น และอีกมากมาย ทริคการกินอาหารแบบบุฟเฟต์ ให้คุ้มค่า คุ้มราคาที่เสียไป แม้จะไม่เทียบชั้นกับนักกินในรายการทีวีแชมป์เปี้ยน แต่รับรองได้ว่า ถ้าเจ้าของร้านเห็นการกินของคุณ ก็จะรู้ร้อนๆ หนาวๆ ได้แน่นอน

1. ศึกษาข้อมูล วางเป้าหมายว่าร้านที่เราจะไปกินมีเมนูอาหารอะไรบ้าง จำกัดเวลาในการกินหรือเปล่าวางแผนการคร่าวๆ จะช่วยให้การกินมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

2. ไม่ควรอดอาหาร เพราะจะทำให้กระเพาะอาหารของเราหดตัว และกินได้น้อยลง เราควรเลือกที่จะทานอาหารตามปกติ แต่ลดปริมาณลง เน้นอาหารประเภทกากใย เพราะอาหารเหล่านี้จะช่วยให้กระเพาะอาหารทำงานได้ดียิ่งขึ้น

3. สมรภูมิดี มีชัยไปกว่าครึ่งการเลือกที่นั่งที่เหมาะสม ไม่ร้อน ไม่หนาว จนเกินไป ไม่อยู่ในทิศที่ควันพัดไม่อยู่ไกลจุดตักอาหารจนเกินไป เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ เพราะเราต้องนั่งอยู่ในตำแหน่งดังกล่าว ตั้งแต่ต้นจนจบ จึงไม่แปลกที่ถ้ามีสักปัจจัยที่ไม่โอเค ก็จะส่งกับการกินของเราได้เช่นกัน

4. จิบน้ำแต่น้อย เพราะการดื่มน้ำจะเป็นการตัดกำลังในการกินไปได้มากพอตัวเลยทีเดียว แต่สามารถจิบน้ำได้บ้าง เพื่อช่วยบรรเทาความร้อนของอาหาร ตลอดจนช่วยให้ลำเลียงอาหารได้ดีขึ้น ในกรณีที่รู้สึกติดขัดในลำคอระหว่างการกินอาหาร

5. ควรลดความร้อนของอาหาร อาหารที่มีอุณหภูมิสูง จะทำให้เรากินได้ช้าลง เราควรมีจุดพักสำหรับอาหารที่ร้อนจัด เช่น ถ้ากินอาหารปิ้งย่าง ควรย่างทิ้งไว้ในปริมาณมาก โดยนำมาพักให้หายร้อน ระหว่างรอสามารถทานอาหารอื่นไปก่อนได้ตลอดจนอาหารอมความร้อนอย่างติ่มซำ ซาลาเปา การบิหรือฉีกออกนำมาวางทิ้งไว้ จะช่วยคลายความร้อนได้เป็นอย่างดี

6. เปลี่ยนเมนูบ่อยๆ ลดความจำเจ เพราะการกินเมนูเดิมๆ ในปริมาณมาก เป็นเวลานานๆ สมองจะสั่งให้รู้สึกเบื่อ และรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ลองปรับเปลี่ยนเมนูอาหารที่กินบ้าง จะช่วยเพิ่มอรรถรสในการกินอาหารได้ดีทีเดียว

7. อย่ากินคำใหญ่ อย่ากลืนไวเพราะการกินคำใหญ่จนเกินไปจะทำให้เราเคี้ยวได้ลำบากยิ่งขึ้น เป็นผลให้กินได้ช้า และการกลืนอาหารลงคอเร็วจนเกินไป อาจทำให้เกิดอาการจุก จนส่งผลให้ความอยากอาหารลดน้อยลง


ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ

Popular Posts