google.com, pub-6663105814926378, DIRECT, f08c47fec0942fa0 ANYA PEDIA | จัดอันดับ | 10 อันดับ| เรื่องผี| เรื่องสยองขวัญ| ที่สุดในโลก| ดูดวง| ประวัติศาสตร์

กำเนิดดวงอาทิตย์

กำเนิดดวงอาทิตย์


เอกภพ อาณาเขตอันกว้างขวางไม่มีที่สิ้นสุด นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่า เอกภพของเราเริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณ 13,000 - 14,00 ล้านปีมาแล้ว โดยการระเบิดครั้งใหญ่ที่เรียกว่าบิ๊กแบง หลังจากเกิดบิ๊กแบงก็จะเกิดเป็นเอกภพ ซึ่งอยู่ในรูปพลังงานที่มีอุณหภูมิสูงมาก เมื่ออุณหภูมิของเอกภพลดลง เอกภพจะมีขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ แรงโน้มถ่วงจะยึดเหนี่ยวสสารและพลังงานให้กลายเป็นก้อนก๊าซและกลายเป็นดาวฤกษ์ กระจุกดาวฤกษ์ขนาดมหึมานี้จะถูกยึดเหนี่ยวเข้าด้วยกันด้วยแรงโน้มถ่วง กลายเป็นแกแล็คซี่ แกแล็คซี่ที่เราอยู่เรียกว่า แกแล็คซี่ทางช้างเผือก ซึ่งประกอบด้วยดาวฤกษ์สองแสนล้านดวงถึงสี่แสนล้านดวง รวมทั้งดาวเคราะห์ หลุมดำที่เรามองไม่เห็น และเมฆฝุ่นกับก๊าซที่เรียกว่า เนบิลล่า (Nebula) ในแกแล็คซี่ยังมีระบบสุริยะที่มีดาวฤกษ์เป็นศูนย์กลาง และมีดาวเคราะห์เป็นบริวารโคจรอยู่โดยรอบ เมื่อสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิต สิ่งมีชีวิตก็จะเกิดขึ้นบนดาวเคราะห์เหล่านั้น โลกของเราอยู่ในระบบสุริยะที่มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง มีดาวเคราะห์เป็นบริวาร 8 ดวง เรียงตามลำดับจากในสุดคือ ดาวพุธ(Mercury) ดาวศุกร์(Venus) โลก(Earth) ดาวอังคาร(Mars) ดาวพฤหัส(Jupiter) ดาวเสาร์(Saturn) ดาวยูเรนัส(Urenus) และดาวเนปจูน(Neptune)



ดวงอาทิตย์คือแหล่งกำเนิดของแสงหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ตั้งแต่รังสีอินฟราเรดจนถึงรังสีเอ็กซ์ และรังสีแกมม่า ดวงอาทิตย์คือแหล่งพลังงานอันล้ำค่า แล้วดวงอาทิตย์จะมีวันหมดอายุหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงโลกของเราจะเป็นอย่างไร ดวงอาทิตย์ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 5,000 ล้านปีมาแล้ว ในเวลาใกล้เคียงกันกับที่โลกได้เกิดขึ้น โดยมีตำแหน่งอยู่ตรงมุมหนึ่งของแกแล็คซี่ทางช้างเผือกของเรา ห่างจากศูนย์กลางของแกแล็คซี่ทางช้างเผือก 25,000 ปีแสง ดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ชั้น G2 ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,392,000 กิโลเมตร ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่มากกว่าโลกถึง 109 เท่า ดวงอาทิตย์มีปริมาตรมากกว่าโลกประมาณ 3 แสนเท่า มีมวลมากกว่าโลกประมาณ 1/3 ล้านเท่า โดยจะเห็นได้จากภาพดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์โดยมองจากโลกของเรา แม้ว่าเราจะมองเห็นดวงอาทิตย์เป็นดวงกลมๆ แต่ดวงอาทิตย์ไม่ใช่ของแข็งเฉกเช่นโลก ดวงอาทิตย์เป็นดาวที่เกิดจากกลุ่มก๊าซขนาดมหึมา ประกอบด้วยไฮโดรเจนประมาณ 75% และฮีเลียมประมาณ 25% ที่เหลือจำนวน 0.1% เป็นโลหะ สัดส่วนเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ โดยดวงอาทิตย์จะเปลี่ยนไฮโดรเจนในแกนของมันให้กลายเป็นฮีเลียม นั่นคือระเบิดปรมาณูนิวเคลียร์ฟิวชั่น(Nuclear Fusion) หรือไฮโดรเจนบอมบ์ ที่มาของพลังงานของดวงอาทิตย์

ดวงอาทิตย์สร้างพลังงานโดยการเปลี่ยนเนื้อสารให้เป็นพลังงานตามสมการของไอน์สไตน์ที่ว่า E=mc2 บริเวณที่เนื้อสารกลายเป็นพลังงานคือแกนกลางซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 15,000,000 องศาเซลเซียส ณ แกนกลางของดวงอาทิตย์มีระเบิดไฮโดรเจนจำนวนมากกำลังระเบิดเป็นปฏิกิริยาเทอร์โมนิวเคลียร์ (Thermo Nuclear) ที่ไฮโดรเจนหลอมรวมกันกลายเป็นฮีเลียม ในทุกๆ 1 วินาที ดวงอาทิตย์จะเปลี่ยนไฮโดรเจน 700 ล้านตัน ให้กลายเป็นฮีเลียม 695 ล้านตัน ส่วนน้ำหนักที่หายไปเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานและรังสีต่างๆพุ่งตรงมายังพื้นผิว จากนั้นพลังงานจะถูกดูดกลืนเข้าไปและเปล่งออกอีกทำให้อุณหภูมิลดต่ำลง เมื่อถึงพื้นผิวกลายเป็นแสงที่เรามองเห็นได้ ดวงอาทิตย์มีองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนแกนหรือคอร์(Core) ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชั่น ถัดออกมารวมเรียกว่าชั้นแผ่รังสี(Radiative Zone) เป็นส่วนที่ปลดปล่อยรังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาภายนอก ส่วนสุดท้ายคือชั้นนอกเรียกว่าชั้นพาความร้อน(Convective Zone) เป็นชั้นที่อนุภาคซึ่งได้รับพลังงานความร้อนจากชั้นแผ่รังสี มีการเคลื่อนที่ ถ่ายเทพลังงานให้กันและกัน ทำให้มีการพาพลังงานออกมาสู่ผิวชั้นนอกได้

พื้นผิวของดวงอาทิตย์แบ่งออกได้อีกเป็นสามชั้น ได้แก่ โฟโตสเฟียร์ (Photosphere) โครโมสเฟียร์ (Chromosphere) และ โคโรนา (Corona) เป็นบรรยากาศชั้นนอกสุดที่เป็นก๊าซหุ้มอยู่รอบๆ ดวงอาทิตย์ มีลักษณะปรากฏเป็นแสงเรือง มีรัศมีสีนวล สุกสกาว ในขณะที่เกิดสุริยุปราคาเต็มดวง คุณสมบัติที่น่าอัศจรรย์ของโคโรนาคือมีอุณหภูมิสูงมากตั้งแต่ 1,500,000 - 2,500,000 องศาเคลวิน การที่โคโรนามีอุณหภูมิสูงมากเช่นนี้จึงเกิดการระเหยของก๊าซออกไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีอุณหภูมิประจุไฟฟ้าที่เรียกว่าลมสุริยะ (Solar Wind) แผ่กระจายออกมาข้างนอกแล้วแพร่มาถึงโลกของเราด้วยความเร็ว 300-1,000 กิโลเมตรต่อวินาที ดังนั้นในอวกาศระหว่างดาวเคราะห์จึงเต็มไปด้วยพลาสม่าที่มีความร้อนสูงและแตกตัวเป็นอิออนที่มีผลกระทบต่อส่วนหางของดาวหางและวงโคจรของยานอวกาศ บางครั้งลมสุริยะจะส่งผลรบกวนต่อสายไฟฟ้าแรงสูงหรือคลื่นวิทยุบนโลกให้เกิดความขัดข้อง แต่ในขณะเดียวกันลมสุริยะก็ทำให้เกิดปรากฏการณ์แสงเหนือ แสงใต้ อันงดงามที่บริเวณขั้วโลก

ลักษณะพื้นผิวของดวงอาทิตย์นั้นจะเห็นภาพปรากฏที่เรียกว่า จุดดำบนดวงอาทิตย์ (Sunspots) เป็นบริเวณสีคล้ำบนตัวดวงหรือบริเวณชั้น โฟโตสเฟียร์ (Photosphere) โดยมีส่วนกลางดำคล้ำกว่าเรียกว่าเงามืด(Umbra) ส่วนรอบๆที่มีสีจางกว่าเรียกว่าเงาสลัว(Penumbra) บริเวณจุดบนดวงอาทิตย์นี้ไม่ได้มืดหรือดับไปอย่างที่บางคนเข้าใจ ที่จริงแล้วจุดเหล่านี้มีความสว่างและมีความร้อนสูงมาก บางจุดมีอุณหภูมิสูงถึง 3,800 เคลวิน แต่ที่เห็นว่ามืดเป็นเพียงความรู้สึกที่เห็นแสงสว่างที่จ้ากว่าของชั้น โฟโตสเฟียร์ ที่ตัดกับจุดนี้จึงทำให้เรามองเห็นเป็นจุดดำ รูปร่างและขนาดของจุดดำนี้จะแปรเปลี่ยนไปตลอดเวลา จุดดำอาจจะเกิดขึ้นและหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง หรืออาจจะคงอยู่หลายๆเดือนก็ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของจุด นอกจากนี้จุดดำยังเคลื่อนที่ไปตามการหมุนรอบตัวเองของดวงอาทิตย์อีกด้วย ดังนั้นจุดดำจึงมีจำนวนที่ไม่แน่นอน แต่จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงทุกรอบ 11 ปี ซึ่งรู้จักกันในชื่อของ วัฏจักรสุริยะ (Solar Cycle)

ที่บริเวณจุดดำที่เป็นบริเวณขั้วของสนามแม่เหล็กแบบคู่ขั้วอาจมีการระเบิดรุนแรงที่เรียกว่า Solar Flare ซึ่งให้พลังงานสูงมาก อาจประมาณได้เท่ากับระเบิดไฮโดรเจนขนาด 100 เมกะตัน จำนวน 1 ล้านลูกรวมกัน โดยการส่งพลังงานออกมามักอยู่ในย่านความถี่ของอัลตร้าไวโอเล็ตและรังสีเอ็กซ์ อุณหภูมิของ Solar Flare จะสูงถึงหลายล้านเคลวิน และส่งอนุภาคประจุไฟฟ้าที่มีพลังงานสูงมากกว่าปกติออกมาอย่างมากมายเกิดเป็นลมสุริยะที่มีกำลังแรงผิดปกติจนสามารถเรียกได้ว่าเป็นพายุสุริยะ(Solar Storm) เลยทีเดียว นอกจากนี้ในบริเวณจุดดำบนดวงอาทิตย์ยังอาจเกิด Coronal Mass Ejection หรือ CME ขึ้นได้โดยเป็นปรากฏการณ์ที่ดวงอาทิตย์มีการปลดปล่อยมวลออกมา อนุภาคไฟฟ้าพลังงานสูงจะถูกปลดปล่อยออกมาด้วยความเร็วสูงนับพันกิโลเมตรต่อวินาที ซึ่งช้ากว่าความเร็วแสงมาก สนามแม่เหล็กแบบคู่ขั้วจากจุดดำขยายตัวออกไปในโคโรนา จากนั้นสนามแม่เหล็กทั้งสองขั้วจะเคลื่อนเข้าหากันอีกครั้ง



จากจุดที่สนามแม่เหล็กเคลื่อนเข้าหากัน จะค่อยๆลอยสูงขึ้น แล้วขับให้มวลส่วนหนึ่งของดวงอาทิตย์หลุดออกมาด้วย มวลสารพวกนี้คือพลาสมา อันเป็นโมเลกุลที่แยกออกจากกันด้วยพลังงานอันมหาศาล เป็นโปรตอนและอิเล็คตรอนซึ่งต่างก็มีประจุไฟฟ้า อิเล็คตรอนซึ่งเดินทางเร็วกว่าโปรตรอนมีประจุไฟฟ้าลบ เมื่ออิเล็คตรอนมาถึงบรรยากาศของโลกก็ทำให้เกิดปฏิกิริยากับโมเลกุลในชั้นบรรยากาศ จนเกิดปรากฏการณ์แสงเหนือ แสงใต้ที่เรียกกันว่าออโรร่า (Aurora)บนโลกแถบขั้วโลกเหนือและใต้ ส่วนอนุภาคโปรตอนที่มีประจุบวกนั้นมีมวลมากกว่าอิเล็คตรอนเป็นพันเท่า จึงสามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์บนยานอวกาศ รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้บนโลกของเราได้อย่างรุนแรง เนื่องจากผลกระทบอันรุนแรงของปรากฏการณ์อนุภาคไฟฟ้าพลังงานสูงดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์จึงจำเป็นต้องศึกษาการเคลื่อนตัวของ CME และคาดการณ์ล่วงหน้าเพื่อเตรียมตัวรับมือไม่ให้เกิดความเสียหายขึ้นแก่โครงการในอวกาศ รวมทั้งศึกษาไปถึงผลกระทบอันอาจจะเกิดขึ้นบนชั้นบรรยากาศโลกได้ในอนาคต

สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นบนดวงอาทิตย์นี้ ดำเนินมาแล้วเป็นเวลา 5,000 ล้านปี ซึ่งเท่ากับอายุของดวงอาทิตย์ผ่านไปแล้วครึ่งหนึ่ง แต่ดวงอาทิตย์ก็ยังมีเวลาเหลืออีก 5,000 ล้านปีที่จะส่องสว่างเป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะของเรา นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า ในอีก 5,000 ล้านปี ดวงอาทิตย์จะจบชีวิตลง เมื่อดวงอาทิตย์เผาไฮโดรเจนไปเกือบหมดก็จะเริ่มไม่สมดุลทำให้ผิวนอกขยายตัวออกและสว่างมากขึ้นด้วย บางทฤษฎีบอกว่าขนาดของมันจะใหญ่ขึ้นจนกลืนโลกเข้าไป ในขณะที่บางทฤษฎีบอกว่ามันจะเป็นดาวยักษ์เล็กและดันวงโคจรของโลกให้ไกลออกไปกว่าปัจจุบัน จากนั้นก็จะเริ่มเผาฮีเลียมแล้วกลายเป็นดาวยักษ์แดง แล้วเปลือกนอกจะขยายออกไปเป็นเนบิลล่า ส่วนแกนกลางจะยุบเป็นดาวแคระขาวมีขนาดประมาณ 1.5 เท่าของโลก อีกหลายแสนล้านปีต่อมาก็จะกลายเป็นดาวแคระดำและหมดแสงในที่สุด

รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ดวงอาทิตย์ส่งมานั้นมีด้วยกันหลายความถี่รวมทั้งรังสีที่อยู่ในรูปของแสงที่มองเห็นได้ซึ่งเรามองเห็นเป็นสีขาว ทั้งๆที่จริงๆแล้วแสงแต่ละสีมีความยาวคลื่นแตกต่างกันหรือที่เราเรียกว่าสเปกตรัม พลังงานที่แผ่ออกมาจากดวงอาทิตย์ส่วนมากเป็นรังสีในช่วงนี้ และเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญช่วยในการสังเคราะห์แสงของพืช แสงจากดวงอาทิตย์จึงเป็นดั่งชีวิต พลังงานจากดวงอาทิตย์จึงเป็นทรัพยากรอันล้ำค่าต่อสรรพชีวิตบนโลก มนุษย์จึงต้องศึกษาเกี่ยวกับดวงอาทิตย์โดยแข่งขันกันอย่างไม่หยุดนิ่ง เพราะยิ่งค้นพบมากเท่าไหร่ เรายิ่งอาจมีโอกาสคาดเดาอนาคตของดวงอาทิตย์และสรรพสิ่งในระบบสุริยะได้ใกล้เคียงมากขึ้นเท่านั้น อีกประการหนึ่งคือการศึกษาเพื่อให้สามารถนำทรัพยากรจากดวงอาทิตย์มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในอนาคตซึ่งพลังงานจากปิโตรเลียมกำลังจะหมดไป การใช้ประโยชน์จากพลังงานทางเลือกอื่นๆ ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น ทั้งการใช้พลังงานจากพืช พลังงานน้ำ และพลังงานลม ดังนั้นการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีไม่จำกัด จึงน่าจะมีบทบาทเป็นพลังงานหลักชนิดหนึ่งในอนาคต โดยเฉพาะของประเทศไทยเรา แต่เราทุกคนก็มีหน้าที่สำคัญในการช่วยกันประหยัดพลังงานตั้งแต่วันนี้ รวมไปถึงการเลือกใช้พลังงานจากธรรมชาติให้มากขึ้น เพื่อให้ทรัพยากรบนโลกมีเหลือพอสำหรับทุกๆคนในอนาคต และเพื่อให้โลกของเราใบนี้อยู่กับเราไปอีกนานแสนนาน

ที่มา สวทช

19 ความฝันที่พบบ่อยที่สุดในโลกและความหมาย

จิตวิทยาความฝัน ฝันถึงประตูหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นนกฮูกหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นเรือหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นปลาวาฬหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นช็อกโกแลตหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นดวงดาวหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันถึงงานหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นช้างหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นหิมะหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นนกหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นทองหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นผีหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันถึงดาราคนดังเซเลบหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นปลาโลมาหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ความฝันของการเดินทางหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันถึงหมีหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ความฝันถึงสงครามหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นฝนหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นฉลามหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นวัวกระทิงหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นจระเข้หมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นหอยทากหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นปูหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันว่าช่วยชีวิตใครสักคนหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นขยะหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันว่าจัดกระเป๋าหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นหมอกหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นการผ่าตัดหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นเครื่องประดับหมายความว่าอย่างไร

ประวัติหลวงปู่ทวดวัดช้างไห้ ตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด

ชุ่มฉ่ำรับสงกรานต์ สรงน้ำพระธาตุตามปีเกิดด้วยหัวใจอิ่มบุญ

วิธีตั้งเลขพยากรณ์ ดูดวงตำราพรหมชาติ

ดูดวงตำราพรหมชาติ ปีชวด

ดูดวงตำราพรหมชาติ ปีฉลู

ดูดวงตำราพรหมชาติ ปีขาล

ดูดวงตำราพรหมชาติ ปีเถาะ

ดูดวงทำนายฝัน ความหมายของความฝัน


สัตว์มีพิษ ไวรัสอีโบลา เอเลี่ยนสปีชี่ส์
กำเนิดจักรวาล กำเนิดดวงอาทิตย์ ระบบสุริยะจักรวาล
ปริศนาของจักรวาล การเดินทางข้ามกาลเวลา สสารและปฏิสสาร
สิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร บิ๊กแบงคืออะไร สัตว์ใกล้สูญพันธุ์
สัตว์น้ำแปลก ปลาแองเกลอร์ สัตว์ดูดเลือด
อันดับงูสวยงาม อนาคอนด้า ตัวอ่อนปลาฉลาม
เห็ดมีพิษ ภัยของยาไอซ์ คลื่นยักษ์สึนามิ
กัญชาปลอดภัย ไวรัสอีโบลา ปรสิตที่น่ากลัว
สาเหตุสึนามิ ทำไมผมร่วง สงครามซีเรีย
ทำลายหลุมดำ โลกของเรา กระแสน้ำทะเล
วิธีทำลายเอกภพ กลไกวิวัฒนาการ ระบบภูมิคุ้มกัน
กษัตริย์เกาหลี จักรพรรดิกวางสี จักรพรรดิปูยี
ตำนานอโดนิส โจนออฟอาร์ค มู่กุ้ยอิง
จักรพรรดิเนโร พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 อับราฮัม ลินคอล์น
พระเจ้าซุกจง มาตาฮารี เจ้าฟ้าหญิงบุญรอด
ตำนานธอร์ นิกิต้า ครุสชอฟ สงครามเกาหลี
กำแพงเมืองจีน อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ พระนางเลือดขาว
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ สตีเฟน ฮอว์คิง ลีโอ ตอลสตอย
สตีฟ จ็อบส์ เจ้าพระยาวิชเยนทร์ พระนางมัสสุหรี


ยอดนักรบโคตรนักฆ่า 2,746 ศพยอดนักรบโคตรนักฆ่า 2,746 ศพ, สไนเปอร์, สุดยอดสไนเปอร์, พลซุ่มยิง

25 สถิติมนุษย์น่าทึ่ง

10 อันดับสัตว์นักคิดค้น

ปลาแปลกๆ, สัตว์ใต้ทะเลลึก

โชคดีที่ตายก่อน, มนุษย์กินคนในตำนาน, ซอว์นี่ บีน, มนุษย์กินคน

กำเนิดเอกภพ

กำเนิดเอกภพ

div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"> กำเนิดเอกภพ

เมื่อมองขึ้นไปบนฟากฟ้า คุณเคยสงสัยมั้ยว่า ดวงดาวที่กระพริบระยิบระยับเหล่านั้น อยู่ห่างไกลจากเราเพียงไหน ในสมัยกรีก เราเคยเชื่อว่าโลกแบนและคิดว่าโลกเป็นศูนย์กลางของสรรพสิ่งในจักรวาล มีดวงดาวและดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ไปรอบๆโลก จนกระทั่งนิโคลัส โคเปอร์นิคัสค้นพบว่าดวงอาทิตย์ต่างหากที่เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ โลกและดาวเคราะห์ล้วนโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงกลม เมื่อกาลิเลโอ กาลิเลอี ประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์ได้สำเร็จ เราจึงสามารถสังเกตการณ์วัตถุต่างๆ บนท้องฟ้าได้ และค้นพบสิ่งแปลกใหม่อีกมากมาย รวมถึงดวงจันทร์สี่ดวงที่โคจรรอบๆ ดาวพฤหัสบดี ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง โจฮันนส์ เคปเลอร์ ก็ได้ค้นพบกฎการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ ที่บอกว่าพื้นที่สามเหลี่ยมจากดาวเคราะห์ไปยังดวงอาทิตย์ในเวลาที่เท่ากันจะมีพื้นที่เท่ากัน จากนั้นปริศนาแห่งจักรวาลก็ค่อยๆคลี่คลายขึ้นทีละน้อย เมื่อเซอร์ไอแซค นิวตัน ค้นพบกฎของแรงโน้มถ่วงและการเคลื่อนที่ของวัตถุ เพราะนั่นคือคำอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ บนโลกและการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของดาวเคราะห์ได้เป็นอย่างดี



ในขณะที่ เอ็ดมัน แฮลลีย์ เป็นผู้สำรวจพบว่า ดาวหางดวงหนึ่งโคจรมาให้ชาวโลกเห็นทุกๆ 75 ปี เมื่ออัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ศึกษาพบว่า แสงเดินทางเป็นเส้นโค้ง เมื่อแสงเข้าใกล้วัตถุที่มีแรงโน้มถ่วงสูงและทุกสิ่งในเอกภพเคลื่อนที่ไปไม่หยุดนิ่ง เขาจึงได้ค้นพบสมการที่ไขปริศนาความลับการเปลี่ยนแปลงระหว่างสสารกับพลังงาน นั่นคือ E=mc2 เอ็ดวิน ฮับเบิ้ล ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยการขยายตัวของเอกภพที่เราเรียกกันว่า ทฤษฎีบิ๊กแบง (Big Bang Theory) เพราะเขาสังเกตเห็นว่ากาแล็คซี่ทั้งหลายเคลื่อนตัวหนีห่างจากกันและกัน จนกระทั่งถึงศตวรรษที่ 20 สตีเฟน ฮอว์คิง จึงได้นำทฤษฎีพื้นฐานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นก่อนมาอธิบายความเป็นไปในจักรวาล ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของการระเบิดใหญ่ที่ทำให้เอกภพนี้ถือกำเนิดขึ้น การระเบิดใหญ่ที่เรารู้จักกันในชื่อว่าบิ๊กแบง

เอกภพของเรามีขนาดมหึมาและรวมทุกสิ่งทุกอย่างในอวกาศเอาไว้ ทั้งโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์และกาแล็คซี่จำนวนมาก ระยะทางอันแสนไกลในอวกาศสามารถระบุได้ด้วยอัตราเร็วของแสง เนื่องจากแสงเดินทางได้เร็วที่สุดเกือบ 3 แสนกิโลเมตร ในหนึ่งวินาที แม้ดวงอาทิตย์จะอยู่ห่างจากโลก 150 ล้านกิโลเมตร แต่แสงก็ใช้เวลาเดินทางเพียง 8 นาทีเท่านั้น ในระยะเวลา 1 ปี แสงจะเดินทางได้ 9ล้าน 5 แสนล้าน กิโลเมตร เราเรียกระยะทางนี้ว่า 1 ปีแสง ระบบสุริยะของเราเป็นเพียงส่วนหนึ่งในแกแล็คซี่ทางช้างเผือก ซึ่งประกอบรวมกับกาแล็คซี่อีกจำนวนนับไม่ถ้วน กลายเป็นเอกภพ โดยกาแล็คซี่ขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้เราที่สุดอยู่ห่างจากโลกถึงสองล้านปีแสง นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าเอกภพของเราเริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณหนึ่งหมื่นสามพันล้านปีถึงหนึ่งหมื่นสี่พันล้านปีมาแล้ว โดยการระเบิดครั้งใหญ่ที่เรียกว่าบิ๊กแบง

เอกภพอุบัติขึ้นจากพลังงานมหาศาล ซึ่งมีอุณหภูมิสูงมากประมาณ สิบยกกำลังสามสิบสององศาเคลวิน แต่มีขนาดเล็กเป็นจุดเล็กๆ ที่รวบรวมสสารและพลังงานทั้งเอกภพหลังจากเกิดบิ๊กแบง ในตอนแรกเอกภพอยู่ในรูปของพลังงาน เนื่องจากสสารและตัวต้านสสารทำลายล้างกันได้เช่นเดียวกับพลังงาน โชคดีสำหรับเราที่สสารเป็นฝ่ายชนะทำให้เอกภพของเรามีสสารมากมาย เอกภพทั้งหมดซึ่งมีสสารและพลังงานได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วพร้อมกับลดอุณหภูมิลง เอกภพจึงมีขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่มีอุณหภูมิต่ำลงเรื่อยๆ เหลือ 3,000 องศาเคลวินในปัจจุบัน เมื่อเอกภพขยายตัวขึ้น แรงโน้มถ่วงก็เริ่มทำงาน แรงโน้มถ่วงคือสิ่งที่ควบคุมเอกภพ เป็นแรงที่ดึงวัตถุเข้าหากัน ยึดเหนี่ยวกันจนกลายเป็นก้อนก๊าซและกลายเป็นดาวฤกษ์ กระจุกดาวฤกษ์ขนาดมหึมานี้นะถูกยึดเหนี่ยวเข้าด้วยกันด้วยแรงโน้มถ่วงกลายเป็นกาแล็คซี่ อย่างที่เราเห็นเป็นรูปไข่และรูปสไปรัลกันในปัจจุบัน แต่กาแล็คซี่ก็ยังมีดาวฤกษ์ใหม่ๆเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ รวมถึงยังมีแรงโน้มถ่วงดึงดูดกาแล็คซี่ข้างเคียงมาเรื่อยๆอีกด้วย และเมื่อถูกดึงดูดมารวมกัน กาแล็คซี่ก็สามารถเปลี่ยนรูปร่างไปได้อีก

กาแล็คซี่ที่อยู่ในเอกภพไม่ได้กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ แต่ส่วนใหญ่จะอยู่เป็นแผ่นกว้างหรือเรียงเป็นเส้นสายหรือเป็นกลุ่ม บางแห่งเป็นครอบครัวใหญ่ของกาแล็คซี่จำนวนมากเรียกว่ากระจุกกาแล็คซี่ กาแล็คซี่ที่เราอยู่เรียกว่า กาแล็คซี่ทางช้างเผือก ซึ่งประกอบด้วยดาวฤกษ์สองแสนล้านดวงถึงสี่แสนล้านดวง ดาวเคราะห์กับเมฆฝุ่นกับก๊าซที่เรียกว่าเนบิลล่า ถ้าเรามองดูกาแล็คซี่ทางช้างเผือกจากในอวกาศ เราจะเห็นเป็นกาแล็คซี่แบบสไปรัล กาแล็คซี่ทางช้างเผือกเกิดขึ้นเมื่อหนึ่งหมื่นล้านถึงหนึ่งหมื่นสี่พันล้านปีมาแล้ว จากกลุ่มก๊าซขนาดใหญ่ที่หมุนรอบตัวเองช้าๆ แรงโน้มถ่วงดึงก๊าซเข้าสู่ศูนย์กลาง ทำให้ก๊าซยุบตัวลงเป็นรูปจานคว่ำประกบกัน นูนออกตรงกลาง ที่จุดศูนย์กลางของกาแล็คซี่มีหลุมดำอยู่ที่นั่น เราสามารถสังเกตเห็นวัตถุเคลื่อนที่รอบศูนย์กลางของกาแล็คซี่ด้วยความเร็วที่สูงมากหรือบางครั้งพบก๊าซร้อนที่หมุนวนรอบศูนย์กลาง นี่คือหลุมดำที่มีแรงโน้มถ่วงสูงดึงทุกสิ่งทุกอย่างลงไปในหลุม แม้แต่แสงสว่างซึ่งมีความเร็วสูงที่สุดก็ยังไม่สามารถหลุดออกมาได้ เราจึงเห็นหลุมนั้นมืดมิด แต่ในขณะเดียวกันก็ส่งพลังงานจำนวนมากจากสสารที่ดึงดูดเข้าไปนั้นออกมา ในกาแล็กซี่ทางช้างเผือกมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 แสนปีแสง มีหลุมดำที่มีมวลสารมากกว่าดวงอาทิตย์หลายล้านเท่า เป็นที่น่าสนใจว่า จากบริเวณศูนย์กลางที่มีขนาด 20 ปีแสง มีคลื่นวิทยุที่มีความร้อนแผ่กระจายออกมาด้วยความเข้มเท่ากับดวงอาทิตย์ 80 ล้านดวง



ภายในหลุมดำที่มนุษย์มองไม่เห็น มีความลับอีกมากมายที่ชวนให้เราค้นหา ในขณะที่นักดาราศาสตร์กลุ่มหนึ่งเชื่อว่า เอกภพจะยืดแผ่ขยายไม่มีที่สิ้นสุด เนื่องจากกาแล็คซี่เคลื่อนที่ถอยห่างกันไม่หยุดยั้ง นักดาราศาสตร์อีกกลุ่มกลับเชื่อว่า สักวันหนึ่งกาแล็คซี่จะถดถอยหวนกลับเกิดการชนผนึกครั้งใหญ่ รวมกันเป็นก้อนใหญ่อีกครั้ง ก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 การศึกษาเรื่องราวของเอกภพยังก้าวหน้าไปไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งในปี พ.ศ.2546 นักวิทยาศาสตร์ได้
ค้นพบว่าที่ดาวเคราะห์ดวงที่สิบ ซึ่งอยู่ห่างไกลออกไปจากดาวพลูโต ดาวเคราะห์ดวงที่เก้าของเรา ซึ่งอยู่ห่างจากโลก 15,000 ล้านกิโลเมตร และอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ถึง 97 เท่าของโลก ปัจจุบันดาวเคราะห์ดวงนี้อยู่ระหว่างการตั้งชื่อโดยมีชื่อเรียกชั่วคราวว่า 2003-UB313 เพราะการศึกษากาแล็คซี่และเอกภพ เป็นการศึกษาอดีต และเป็นสิ่งที่มนุษย์คาดว่าจะทำให้เราล้วงรู้ความเป็นไปของโลกในอนาคตได้ เราจึงค้นคว้ากันอย่างจริงจัง เพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบ ที่สำคัญและอาจหมายรวมถึงเรื่องราวอีกมากมายที่มนุษย์พยายามไขปริศนา เป็นไปได้หรือไม่ว่ามีอารยธรรมอื่นในเอกภพที่เกิดขึ้นและดับสูญไปนานก่อนโลกของเรา เอกภพนี้จะถึงกาลอวสานหรือไม่ แม้กระทั่งว่าเราคือสิ่งมีชีวิตเดียวในจักรวาลหรือไม่ ความลึกลับของเอกภพยังคงรอคอยให้นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ค้นหา

เมื่อมองขึ้นไปบนฟากฟ้าอีกครั้ง... คุณนึกถึงอะไร?

ที่มา สวทช

19 ความฝันที่พบบ่อยที่สุดในโลกและความหมาย

จิตวิทยาความฝัน ฝันถึงประตูหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นนกฮูกหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นเรือหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นปลาวาฬหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นช็อกโกแลตหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นดวงดาวหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันถึงงานหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นช้างหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นหิมะหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นนกหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นทองหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นผีหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันถึงดาราคนดังเซเลบหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นปลาโลมาหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ความฝันของการเดินทางหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันถึงหมีหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ความฝันถึงสงครามหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นฝนหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นฉลามหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นวัวกระทิงหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นจระเข้หมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นหอยทากหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นปูหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันว่าช่วยชีวิตใครสักคนหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นขยะหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันว่าจัดกระเป๋าหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นหมอกหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นการผ่าตัดหมายความว่าอย่างไร

จิตวิทยาความฝัน ฝันเห็นเครื่องประดับหมายความว่าอย่างไร

ประวัติหลวงปู่ทวดวัดช้างไห้ ตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด

ชุ่มฉ่ำรับสงกรานต์ สรงน้ำพระธาตุตามปีเกิดด้วยหัวใจอิ่มบุญ

วิธีตั้งเลขพยากรณ์ ดูดวงตำราพรหมชาติ

ดูดวงตำราพรหมชาติ ปีชวด

ดูดวงตำราพรหมชาติ ปีฉลู

ดูดวงตำราพรหมชาติ ปีขาล

ดูดวงตำราพรหมชาติ ปีเถาะ

ดูดวงทำนายฝัน ความหมายของความฝัน


สัตว์มีพิษ ไวรัสอีโบลา เอเลี่ยนสปีชี่ส์
กำเนิดจักรวาล กำเนิดดวงอาทิตย์ ระบบสุริยะจักรวาล
ปริศนาของจักรวาล การเดินทางข้ามกาลเวลา สสารและปฏิสสาร
สิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร บิ๊กแบงคืออะไร สัตว์ใกล้สูญพันธุ์
สัตว์น้ำแปลก ปลาแองเกลอร์ สัตว์ดูดเลือด
อันดับงูสวยงาม อนาคอนด้า ตัวอ่อนปลาฉลาม
เห็ดมีพิษ ภัยของยาไอซ์ คลื่นยักษ์สึนามิ
กัญชาปลอดภัย ไวรัสอีโบลา ปรสิตที่น่ากลัว
สาเหตุสึนามิ ทำไมผมร่วง สงครามซีเรีย
ทำลายหลุมดำ โลกของเรา กระแสน้ำทะเล
วิธีทำลายเอกภพ กลไกวิวัฒนาการ ระบบภูมิคุ้มกัน
กษัตริย์เกาหลี จักรพรรดิกวางสี จักรพรรดิปูยี
ตำนานอโดนิส โจนออฟอาร์ค มู่กุ้ยอิง
จักรพรรดิเนโร พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 อับราฮัม ลินคอล์น
พระเจ้าซุกจง มาตาฮารี เจ้าฟ้าหญิงบุญรอด
ตำนานธอร์ นิกิต้า ครุสชอฟ สงครามเกาหลี
กำแพงเมืองจีน อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ พระนางเลือดขาว
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ สตีเฟน ฮอว์คิง ลีโอ ตอลสตอย
สตีฟ จ็อบส์ เจ้าพระยาวิชเยนทร์ พระนางมัสสุหรี

บทความแนะนำ

กำเนิดดวงอาทิตย์ 7 สิ่งมหัศจรรย์ในระบบสุริยะจักรวาล สตีเฟ่น ฮอว์คิงกับคำถามของเอกภพ 15 สายพันธุ์สัตว์โลกสวยงามที่ใกล้สูญพันธุ์ 10 อันดับสัตว์สุดยอดคุณพ่อ 10 อันดับสัตว์ยอดแหยะ ประวัติของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ มฤตยูในสายน้ำ แมงกะพรุนกล่อง

มองโลกแบบวิกรม ตอน ธุรกิจที่ขยายตัวมากที่สุดหลังประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

มองโลกแบบวิกรม ตอน ธุรกิจที่ขยายตัวมากที่สุดหลังประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน


ที่มา รายการมองโลกแบบวิกรม ตอนที่ 9 ออกอากาศวันที่ 12 กรกฏาคม 2555 วันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 05:00-05:55 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ดำเนินรายการโดยคุณวิกรม กรมดิษฐ์



เป็นเรื่องที่น่าสนใจนะครับว่า เมื่อภูมิภาคของเรากลายเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแล้วในปี 2015 ธุรกิจอะไรจะมาแรงที่สุด วันนี้ผมมีคำตอบอยากจะให้ทุกท่านลองดูนะครับ

การท่องเที่ยว
จะมีคนเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากกว่า 20 ล้านคน จากกว่า 70 ล้านคนที่เป็นนักท่องเที่ยวมาเที่ยวในอาเซียน ทุกคนที่มาเที่ยวในเอเชียก็จะเริ่มหันมาสนใจอาเซียน ซึ่งอาเซียนนี้มีสิ่งที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลงทุน การขยายธุรกิจต่างๆ นั่นก็คือสิ่งที่จะทำให้คนจากอาเซียนไหลเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้นกว่าเดิม

โรงแรมและร้านอาหาร
จะขยายตัวอย่างมาก เมื่อมีคนเข้ามาสิ่งที่ต้องมีบริการก็คือที่พักและร้านอาหาร (ไทยคว้า11อันดับ จาก 25 อันดับ โรงแรมที่ทันสมัยมากที่สุด อ้างอิง teipadvisor.com)

รถยนต์และจักรยานยนต์
รวมถึงอะไหล่และของใช้ต่างๆที่ต้องใช้ในรถยนต์ (ไทยเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งของอาเซียน) ผมเชื่อว่าธุรกิจรถยนต์จะขยายตัวอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าปีละ 10% ขึ้นไป จากการขยายตัวนี้มีโอกาสที่ประเทศไทยจะสามารถขยับอันดับไปถึงอันดับสิบของโลกเลยทีเดียว

เครื่องจักรกลและเครื่องมือทางด้านการเกษตร
วันนี้ทุกท่านถ้าไปมองดูประเทศใกล้เคียงของเรานั้นไม่มีเครื่องจักรกลทางด้านการเกษตร จะเห็นว่าเครื่องจักรทางการเกษตรนั้นล้วนมาจากไทยทั้งสิ้น

เครื่องใช้ไฟฟ้า
ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ ล้วนแต่ผลิตในเมืองไทย เครื่องอุปโภคบริโภค ส่วนใหญ่มาจากเมืองไทยทั้งสิ้น

องค์กรการเงิน
ไม่ว่าจะเป็นการธนาคาร องค์กรธุรกิจบริการล้วนขยายตัวทั้งสิ้น



สุดท้าย อย่าลืมนะครับเพราะประชาคมอาเซียนคือเรื่องของเราทุกคน

สัตว์มีพิษ ไวรัสอีโบลา เอเลี่ยนสปีชี่ส์
กำเนิดจักรวาล กำเนิดดวงอาทิตย์ ระบบสุริยะจักรวาล
ปริศนาของจักรวาล การเดินทางข้ามกาลเวลา สสารและปฏิสสาร
สิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร บิ๊กแบงคืออะไร สัตว์ใกล้สูญพันธุ์
สัตว์น้ำแปลก ปลาแองเกลอร์ สัตว์ดูดเลือด
อันดับงูสวยงาม อนาคอนด้า ตัวอ่อนปลาฉลาม
เห็ดมีพิษ ภัยของยาไอซ์ คลื่นยักษ์สึนามิ
กัญชาปลอดภัย ไวรัสอีโบลา ปรสิตที่น่ากลัว
สาเหตุสึนามิ ทำไมผมร่วง สงครามซีเรีย
ทำลายหลุมดำ โลกของเรา กระแสน้ำทะเล
วิธีทำลายเอกภพ กลไกวิวัฒนาการ ระบบภูมิคุ้มกัน
กษัตริย์เกาหลี จักรพรรดิกวางสี จักรพรรดิปูยี
ตำนานอโดนิส โจนออฟอาร์ค มู่กุ้ยอิง
จักรพรรดิเนโร พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 อับราฮัม ลินคอล์น
พระเจ้าซุกจง มาตาฮารี เจ้าฟ้าหญิงบุญรอด
ตำนานธอร์ นิกิต้า ครุสชอฟ สงครามเกาหลี
กำแพงเมืองจีน อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ พระนางเลือดขาว
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ สตีเฟน ฮอว์คิง ลีโอ ตอลสตอย
สตีฟ จ็อบส์ เจ้าพระยาวิชเยนทร์ พระนางมัสสุหรี

บทความแนะนำ

หนอนหญ้าธิเบต 10 อันดับสัตว์มีพิษ ตำนานธอร์ (Thor) เทพสายฟ้า สารคดีสงครามเย็น บทบาทของผู้นำโซเวียต นิกิต้า ครุสชอฟ (Nikita Khrushchev) 10 อันดับสัตว์สถาปนิก ปริศนาฆาตกรรม ใครฆ่านางงามเด็กแห่งโคโลราโด้ หายนะจากต่างแดน หมึกโอชา

บทสัมภาษณ์ วิกรม กรมดิษฐ์ จากรายการตอบโจทย์ประเทศไทย พูดถึงประเทศต่างๆในอาเซียน

บทสัมภาษณ์ วิกรม กรมดิษฐ์ จากรายการตอบโจทย์ประเทศไทย พูดถึงประเทศต่างๆในอาเซียน

บทสัมภาษณ์คุณ วิกรม กรมดิษฐ์ จากรายการตอบโจทย์ประเทศไทย พูดถึงประเทศต่างๆในอาเซียน ลักษณะนิสัยของผู้คนเวียดนาม จีน ลาว พม่า เขมร เศรษฐกิจอาเซียน ประเด็นทำไมเวียดนามเจริญกว่าไทย ทำไมปัจจุบันจีนเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ


ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
ที่มา รายการตอบโจทย์ประเทศไทยทางสถานีโทรทัศน์ ThaiPBS ประจำวันอังคารที่ 8 มกราคม 2556



พิธีกร: ตอบโจทย์ประเทศไทยวันนี้ เรามาสนทนากับนักธุรกิจไทยที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของประเทศ ผู้ที่เดินทางจากประเทศไทยเข้าสู่กัมพูชา เข้าสู่เวียดนาม เข้าสู่สาธารณะรัฐประชาชนจีน ไปจนถึงมองโกเลียก่อนที่จะเดินทางย้อนกลับเข้าสู่พม่า ประเทศลาวแล้วกลับมาที่ประเทศไทย อะไรคือประสบการณ์ที่เขาได้เห็นจากการเดินทางไกล ประสบการณ์เหล่านั้นย้อนกลับมาสู่ประเทศไทยให้บทเรียนอะไร ตอบโจทย์ประเทศไทยวันนี้สนทนากับคุณวิกรม กรมดิษฐ์ครับ

พิธีกร: คุณวิกรมปีที่ผ่านมาเดินทางจากประเทศไทยไปไกลถึงมองโกเลีย ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรที่สำคัญในเอเชียบ้างครับ

คุณวิกรม: ถ้าไปครั้งนั้นคงไม่เห็นอะไรนะครับ ไปครั้งนั้นมัน 30 ปีมาแล้ว ประเทศจีนนั้นตอนนี้ถือว่าเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ ว่าไปแล้วประเทศจีนถือว่าเปลี่ยนแปลงมากที่สุด ที่จริงแล้วเส้นทางที่ผมเดินทางไป ผมออกจากกรุงเทพ เข้าพนมเปญ แล้วก็เข้าโฮจิมิน ขึ้นฮานอย แล้วก็ทะลุไปกวางสี เกาะไปสู่ชายทะเลของจีนแล้วขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของประเทศจีนที่มั่วเหอ แล้วมั่วเหอเสร็จก็วกเข้าไปสู่มองโกเลียใน แล้วก็เข้าสู่ประเทศมองโกเลีย ผมอยู่ในประเทศมองโกเลียประมาณสักเกือบเดือนนึง แล้วถึงตีกลับมาเข้าจีนอีก เข้าจีนแล้วก็ทะลุจีนเข้ามาที่ลาว ข้ามจากลาวไปก็ไปพม่าที่ทวาย รวมแล้วประมาณ 6 เดือนครึ่ง ถึงกลับมาเมืองไทยครับ

พิธีกร: ทีนี้ผมจะไล่ไปทีละประเทศ คุณวิกรมออกจากไทยแล้วไปเขมร เขมรเนี่ยไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้ไป แม้ว่าจะอยู่ใกล้ มีศึกสงครามมายาวนานและความขัดแย้งในประเทศสูง ในรอบล่าสุดเห็นความปลี่ยนแปลงอะไรมั้ยครับ

คุณวิกรม: ผมว่าเขมรเป็นประเทศที่น่าสนใจมาก โดยทำเลของเขมรแล้วนี่ถือว่าอยู่ในที่ๆเขาเรียกว่าดาวน์สตรีม คืออยู่ในที่ราบลุ่มของแม่น้ำแม่โขง ฉะนั้นถ้าเราจะมามองว่าเขมรนี่ก็คือที่ๆอุดมสมบูรณ์ ถ้าเข้าไปในเขมรจะมีความรู้สึกว่า โอกาสในเขมรนั้นเยอะมาก เอาง่ายๆว่า คนเขมรปลูกอะไร ขุดอะไรขึ้นมา คนไทยซื้อได้หมด ขณะเดียวกันที่คนไทยผลิตอะไร แล้วมีอะไรในประเทศไทย คนเขมรเขาก็ซื้อได้หมด นั่นก็คือสิ่งที่ผมเห็นในเขมร มีความรู้สึกว่านั่นคือโอกาส แล้วเขมรนั้นมีโอกาสให้สำหรับคนไทยมากที่สุดในภูมิภาคนี้ ไม่มีประเทศใดๆในภูมิภาคนี้ที่จะสามารถสร้างโอกาสในการทำธุรกิจ ในเชิงธุรกิจ ได้มากเท่ากับเขมร

พิธีกร: เพราะอะไรถึงเป็นเขมรที่ให้โอกาสกับคนไทยมากที่สุดครับ

คุณวิกรม: เอ่อ เพราะเขามาข้างหลังเรา เหมือนกับทำไมเราต้องไปซื้อของญี่ปุ่นทุกอย่างที่ญี่ปุ่นผลิตได้ เพราะเราเดินอยู่ข้างหลังญี่ปุ่น ทฤษฎีเดียวกันครับ เขมรก็เป็นแบบนั้น

พิธีกร: ทีนี้จากเขมร ผมขออนุญาตชวนเลี้ยวไปทางเวียดนาม แล้วช่วงหลังคนไทยจะชอบเปรียบเทียบตัวเองกับเวียดนามว่า ระวังให้ดีเถอะเวียดนามจะแซงหน้าไทย ตกลงมันเป็นอย่างนั้นจริงๆหรือเปล่า

คุณวิกรม: ก็จริงนะ เพราะว่าคนเวียดนามเป็นคนที่มีสมาธิ เป็นคนที่ตั้งใจ เป็นคนที่มุ่งมั่น และที่สำคัญที่สุดเขาเป็นคนที่อดทน เห็นได้จากอย่างนี้ว่า ผมไปพูดในโรงเรียน ในมหาวิทยาลัยของเวียดนามเนี่ย ผมไปพูดแล้วมีความรู้สึกว่าผมอยากจะพูด

พิธีกร: เพราะอะไรครับ

คุณวิกรม: เพราะว่านักเรียนเวียดนาม... ยกตัวอย่าง ผมไปพูดที่ไซ่ง่อน เขาเชิญนักเรียนทั้งหมดมาจากประมาณ 20 มหาวิทยาลัยมา มีทั้งหมดประมาณพันกว่าคน อยู่ในห้องโถงใหญ่เลย ผมพูดไปชั่วโมงครึ่ง ผมไม่เห็นมีนักเรียนคนไหนเขาคุยกัน เขาหลับ เขาไม่ตั้งใจเลยสักคน แล้วเหลืออีกประมาณชั่วโมงกว่า เขาถามกันหูดับตับไหม้ ในขณะเดียวกันผมก็ไปที่มหาวิทยาลัยอื่น ทุกคนก็ตั้งใจฟังกันหมดเลย มันเป็นสิ่งที่วิเศษมากของคำว่าความตั้งใจ คนเวียดนามมีความตั้งใจสูงเหลือเกิน ไอ้ความที่ตั้งใจสูงก็ทำให้การเรียนรู้ดีขึ้น ไอ้เด็กนักเรียนที่เขาเรียนไม่เก่งนั่นมันเป็นเพราะเขาไม่ตั้งใจ ไม่ใช่เขาเรียนไม่เก่ง อันนี้ก็ทำให้คนเวียดนามเก่งเพราะเขาตั้งใจ ผมไปพูดอยู่ในเวียดนามสักประมาณ 6-7 ครั้ง ไม่เคยมีครั้งใดเลยที่ทำให้ผมรู้สึกว่าผิดหวัง ผิดกับตอนที่ไปพูดในโรงเรียน ในมหาวิทยาลัยในเมืองไทยนั้นผมผิดหวังมาเยอะ

พิธีกร: ผิดหวังกับอะไรครับ

คุณวิกรม: ผิดหวังกับความตั้งใจของนักเรียน ไอ้เราคุย เราพูด ไอ้พวกนี้นั่งคุยกัน หรือไม่ก็โทรศัพท์กัน หรือไม่ก็หลับ นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ผมเลยบอกว่า ครั้งสุดท้ายนี่ผมคิดว่าผมคงไม่อยากไปพูดอีกแล้ว ในมหาวิทยาลัยใดๆในเมืองไทย ผมไปพูดครั้งสุดท้ายที่บัญชีของจุฬา บัญชีจุฬาก็ยังดีนะแต่ก็ยังมีพฤติกรรมแบบนั้น ไอ้อันนั้นคือความต่างของคนเวียดนามกับคนไทย ว่าทำไมคนเวียดนามถึงได้เก่งกว่าคนไทย เพราะเขาตั้งใจ ไม่ใช่ว่าสายพันธุ์คนเวียดนามเก่งกว่าคนไทย ไม่ใช่ แต่เป็นเพราะเวียดนามเขาถูกฝึก ถูกอบรมแล้วคนเวียดนามนี่เขาตั้งใจฟัง ผมคุยกับคนเวียดนามนี่ ผมมีความรู้สึกเขามีสมาธิกับผมเยอะมาก นั่นก็เป็นเหตุว่าทำไมผมถึงไปลงทุนในเวียดนาม

พิธีกร: ทีนี้คุณวิกรมบอกว่าไปนั่งพูดเป็นชั่วโมง ไม่มีคุยกัน ไม่มีโทรศัพท์ ไม่ออกจากห้อง เสร็จแล้วถามคำถามต่อ คนเวียดนามถามคำถามอะไรคุณวิกรมบ้างครับ

คุณวิกรม: เขาถามคำถามที่ make sense มากนะ เด็กเวียดนามนี่ถามคำถามที่ผมนึกไม่ออก เป็นคำถามที่.. ผมก็จำไม่ได้หรอกนะ แต่รู้สึกว่าเป็นคำถามที่ผมพอใจเป็นอย่างมากในคำถามนั้นแทบจะทุกคำถาม เอาเป็นว่าร้อยละ 90 ผมมีความพอใจในคำถามของเด็กเวียดนามที่ถามผม แล้วผมก็มีความสุขที่จะตอบให้เขา พอผมพูดเสร็จ เขายกมือกันสลอนเลย มันเป็นสิ่งที่ผมแฮปปี้ที่สุดที่ผมได้ไปพูดในเวียดนาม

พิธีกร: มหาวิทยาลัยไทย โรงเรียนไทย ครูถามนักเรียนตอนพูดเสร็จ คนเห็นอะไรฮะเวลามองไป

คุณวิกรม: ก็เงียบๆ อันนี้คือปัญหา

พิธีกร : มียกมือขึ้นมากันบ้างไหมครับ

คุณวิกรม: น้อยมาก นี่คือปัญหา

พิธีกร: เห็นความแตกต่างชัดเจน

คุณวิกรม: ผลของการเรียน...เราจะเห็นได้เลยว่านักเรียนที่เรียนเก่งเขาตั้งใจเรียน ไม่มีอัจฉริยะคนไหนที่รู้มาจากในท้องแม่โดยที่ไม่ต้องเรียน ทุกคนจะต้องตั้งใจเรียนและตั้งใจฟัง สิ่งเหล่านี้มันอ่อนแอมากในสังคมการศึกษาของคนไทย

พิธีกร: ทีนี้ถ้าเด็กนักเรียนเป็นอย่างนี้ แล้วนักธุรกิจเวียดนามเป็นอย่างไรครับ

คุณวิกรม: นักธุรกิจเวียดนามนี่ถือว่า เข้ม เก่ง อึด แล้วก็มีไดรฟ์ มีความมุ่งมั่นสูง สูงมากๆ ตอนอเมริกาทิ้งระเบิดในเวียดนามถ้าเอามาเรียงต่อกันได้เส้นรอบวงของโลกสามรอบ ถ้าคนเวียดนามไม่เป็นอย่างนี้ เขาแพ้ไปแล้ว ความมุ่งมั่นของนักธุรกิจเวียดนามนี่มันอึด มันอดทน เพราะพวกนี้เขาอยู่ในป่า พวกนี้เขารบกันมาตลอด แล้วพวกนี้เขาเผชิญกับความลำบากมา เช่นเดียวกัน พอเวลามาทำธุรกิจ ธุรกิจนี่มันไม่ได้ยาก มันไม่ได้หนักหนาสาหัสสากรรจ์ ผมทำงานอยู่ในเวียดนามาเกือบยี่สิบปี บริษัทที่ลงทุนนะ ผมรู้เลยว่าคนเวียดนามเก่ง คนเวียดนามใฝ่รู้ คนเวียดนามใฝ่อ่าน เวลาประชุม รายงานการประชุมทุกอย่าง คนเวียดนามอ่านแทบจะทุกตัว ซึ่งมันต่างกับในบอร์ดของในคนไทย อย่างคนไทยจะมาประชุมนี่ยังไม่ค่อยได้อ่าน ไอ้นี่ก็เป็นส่วนหนึ่ง ไอ้ธุรกิจธุรกรรมนี่เราลองไปดูคนเวียดนามในต่างประเทศสิ ดูว่าคนเวียดนาม คนไทย คนจีน หนึ่งต่อหนึ่ง ใครรวยกว่ากัน เห็นมั้ยครับว่าความตั้งใจนั้นเป็นชัยชนะของความรู้ ถ้าคนเราไม่ตั้งใจความรู้มันจะมีได้ยังไง

พิธีกร: ทีนี้คนเวียดนามเป็นแบบนี้ คุณวิกรมเข้าไปจีนแล้วเป็นยังไงครับ

คุณวิกรม: อื้ม ผมไปพูดให้ในประเทศจีนสักสองสามแห่งนะ ผมว่าสมาธิเด็กนักเรียนจีนสู้เด็กเวียดนามไม่ได้ ไม่เต็มเปี่ยมเท่าเด็กเวียดนาม คนจีนฉลาด คนจีนเรียนรู้เร็ว คนจีนเยอะ ความได้เปรียบของคนจีนอยู่ตรงนี้ แต่ถ้าเทียบหนึ่งต่อหนึ่งผมว่าคนเวียดนามแจ๋วกว่าคนจีน แต่ถ้าทั้งประเทศนี่มันสู้ไม่ได้หรอก

พิธีกร: ถ้านักเรียนจีนเป็นอย่างนี้แล้วนักธุรกิจจีนเป็นยังไงครับ

คุณวิกรม: คนจีนนี่โหยหิวเรื่องความรวย คนจีนมีความชอบเรื่องเงินทอง คนจีนเช้าขึ้นมาปั๊บก็จะคิดเรื่องผลประโยชน์ เรื่องทำธุรกิจ คนจีนทำอะไรไม่เป็น นอกจากทำธุรกิจ นั่นคือโครงสร้างของจีน ของพันธุกรรมคนจีนที่มีมา 5,000 ปี ประเทศจีนนี่ถ้ามาว่ากันแล้วมันก็ค้าๆขายๆ ประเทศจีนใหญ่มาก คนจีนด้วยกันเองก็ค้าขายกัน ฉะนั้นการสร้างไหวพริบในการแข่งขันของคนจีนมันถูกฝึกด้วยตัวของประเทศจีนมาหลายชั่วคน อันที่สองจีนในช่วงที่ผ่านมานั้นพื้นฐานดี เราต้องยอมรับนะครับว่าเสถียรภาพของจีนนั้นเกิดมาจากระบบคอมมิวนิสต์ เหมาเจ๋อตุงนั้นปิดประตูตีแมว รวมประเทศให้เป็นปึกแผ่น เมื่อประเทศมีเสถียรภาพ เติ้งเสี่ยวผิงก็เปิดประตูให้นักลงทุนต่างประเทศมาลงทุนมากที่สุดในโลก ประการที่สามคือขยัน ขยันรวย ใฝ่รวย แล้วก็ชอบรวย ประเทศจีนก็เลยประสบความสำเร็จ ประเทศจีนหลังจากที่เปิดประเทศมานี่ GDP ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร น้ำมันจะขึ้นมากี่รอบแล้ว ประเทศจีนไม่มีตก เพราะว่าสามเหตุผลที่ว่า บวกด้วยเรื่องของโลก พอสงครามเย็นหยุดไป โลกทั้งโลกก็หันมาทำธุรกิจ สิ่งที่โลกทั้งโลกต้องการใช้ก็คือสินค้า ประเทศจีนนี่สินค้าระดับกลางลงล่าง ทั้งหมดของโลกผมว่าสินค้าจีนประมาณ 60% ฉะนั้นจีนก็หุ้นขึ้นๆ เพราะโลกต้องการสินค้าที่จีนผลิต แล้วอีกประการหนึ่งที่ผมมองแล้วมันตลกมากก็คือสิ่งแวดล้อม ผมเดินทางอยู่ในประเทศจีนทั้งหมดเกือบสามเดือนเต็ม รถของเราวิ่งอยู่บนถนน ผมไม่เห็นถนนเส้นไหนเลยที่ไม่ปลูกต้นไม้ แล้วปลูกหลายชั้น ปลูกจนกลายเป็นป่า ผมไม่เห็นที่ไหนทิ้งโล่ง ไม่มีเลย มีการใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเยอะมาก และมีการจัดโซนการใช้มอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมันตามเมืองใหญ่ด้วย มันเห็นได้ว่าไม่ใช่พัฒนากันแต่ด้านเศรษฐกิจ ตอนนี้พัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมแล้วก็พลังงานสีเขียวด้วย

พิธีกร: ที่คุณวิกรมเล่าประวัติศาสตร์มา เหมาเจ๋อตุงรวมประเทศเข้าไว้ด้วยกัน เสร็จแล้วเติ้งเสี่ยวผิงมาเปิดประเทศ แต่ยังมีความแตกต่างทางชนชั้นอยู่มาก คุณวิกรมเห็นปัญหานี้ไหมครับ

คุณวิกรม: ก็จริงสิ จะมีใครที่ไหนที่จะไปทำให้ประเทศจีนรวยเท่ากันได้ ไม่มีทางหรอก ประเทศจีนใหญ่มาก เอาอย่างนี้ดีกว่า ประเทศจีนแค่ภาษาอย่างเดียวนี่มีเป็นพันภาษา คำว่าหนึ่งภาษานี่หนึ่งความคิดนะ คนจีนเมื่อสามสิบปีที่แล้วนี่จนที่สุดในโลกนะ พอสามสิบปีให้หลังกลายเป็นประเทศที่รวยที่สุดในโลก เขาทำได้ยังไง มีประเทศไหนทำได้บ้าง ไม่มี

พิธีกร: แล้วคนที่รวยมากๆเป็นซุปเปอร์มหาเศรษฐี ขับรถคันละสามสิบสี่สิบล้านกับคนที่จนมากๆขี่จักรยานข้าวไม่มีจะกิน มันอยู่ด้วยกันในสังคมได้ยังไง

คุณวิกรม: ที่ไหนๆมันก็เหมือนกันทั้งนั้นมีทั้งคนจนที่สุดกับรวยที่สุดอยู่ด้วยกัน

พิธีกร: แล้วนักธุรกิจหรือผู้นำในประเทศจีนเขามีความกังวลเรื่องความแตกต่างทางชนชั้นไหมครับ คุณวิกรมสัมผัสได้ถึงตรงนี้ไหม

คุณวิกรม: วันนี้ไงถึงต้องมีผู้นำยุคใหม่ ผมว่ามันทำกันเป็นทอดๆมา ทอดแรกนี่ทำยังไงให้มันตกผลึก ให้มันกลายมาเป็นปึกแผ่น เหมาเจ๋อตุงนี่ปิดประตูตีแมวเลย เติ้งเสี่ยวผิงนี่ถือว่าจน เติ้งเสี่ยวผิงรู้เลยว่ายุโรปนั้นเจริญมาก เพราะเขาไปทำงานอยู่ในฝรั่งเศส ก็เลยเปิดประเทศ เป็นช่วงก่อร่างสร้างตัวเอง ผ่านมาถึงจนยุคหูจินเถานี่รู้สึกว่า เขาตอนนี้พัฒนา เขาประสบความสำเร็จแล้ว ผ่านมาตอนนี้ความต้องการของเขาคือต้องการให้คนจีนมีความกินดีอยู่ดีเพิ่มขึ้นจากเดิม แน่นอนว่าช่องว่างระหว่างคนจนกับรวยยังมีอยู่ ต่อมาฉีจิ้นผิงได้ทำการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาอยู่จุดนึงเขาพยายามกวาดล้างคอร์รัปชั่น เขาพยายามทำให้ช่องว่างนั้นมันแคบลง เช่นเวลาผู้นำไปเมืองไหน เขาจะต้องมีการปิดถนน มีการจัดงานต้อนรับ อะไรต่ออะไร แต่พอฉีจิ้นผิงขึ้นมาแล้วนี่ไม่มี มันเป็นการสร้างความรู้สึกเพื่อลดช่องว่างระหว่างชนชั้น และการที่มีรัฐบาลเพียงพรรคเดียว ใครที่กุมอำนาจ คนนั้นย่อมทำอะไรได้เยอะ ทำอะไรก็ได้ เราต้องยอมรับว่าคนจีนมีเยอะที่รวยได้แบบไม่ถูกต้อง ตอนนที่หูจินเถาเป็นผู้นำเขาพูดในวันชาติจีนว่า สามสิบปีมานี้จีนประสบความสำเร็จเพราะลัทธิคอมมิวนิสต์ เพราะฉะนั้นจีนจะละทิ้งคอมมิวนิสต์ไม่ได้ แต่ถ้าไม่ปรับเปลี่ยนจะมีปัญหาเรื่องความมั่นคงของประเทศ พอฉีจิ้นผิงขึ้นมาเป็นผู้นำเขาต้องการล้างภาพพจน์ที่ว่าผู้นำพอมีอำนาจแล้วก็ใช้อำนาจนั้นมาทำประโยชน์ในเรื่องส่วนตัว

พิธีกร: แล้วประชาชนเขามีความคิดเห็นอย่างไร

คุณวิกรม: คนจีนมีความกังขา เดี๋ยวนี้อินเตอร์เน็ตมันเป็นตัวนำพาข้อมูล เวลามีข่าวว่าผู้นำคนไหนมีเงิน หรือข่าวที่ผู้นำใช้อำนาจในทางผิดๆ สิ่งเหล่านี้กำลังเริ่มคุกรุ่นในสังคมจีน เดี๋ยวนี้ความโปร่งใสนั้นเป็นเป้าหมายอย่างเดียวที่รัฐบาลจีนต้องทำให้ได้ รัฐบาลจีนตอนนี้ไม่กลัวเรื่องเศรษฐกิจ เพราะตัวเองตอนนี้มีเงินมากเหลือเกิน แล้วก็ไม่กลัวว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงยังไง จะมีเศรษฐกิจเป็นยังไง แต่ที่ต้องการรักษาจริงๆคือเสถียรภาพของรัฐบาล การเมืองจีนนั้นนิ่งเพราะมีพรรคอยู่พรรคเดียว แต่เสถียรภาพของรัฐบาลนั้นขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นของประชาชน วันนี้ถ้ามีข่าวอะไรขึ้นมาเนี่ย มันเร็วกว่าสมัยเทียนอันเหมินหลายสิบเท่า นี่เป็นสิ่งที่รัฐบาลจีนห่วงมาก

พิธีกร: ถ้าอย่างนั้นอะไรที่จะสั่นคลอนพรรครัฐบาลที่อยู่มาอย่างเข้มแข็งถึง 50 ปีได้

คุณวิกรม: ประชาชน ประเทศจีนนี่ถ้าประชาชนเขาลุกฮือขึ้นมาพร้อมๆกัน รัฐบาลจะมีทหารอีกกี่สิบล้านคนก็คุมสถานการณ์ลำบาก คนจีนนั้นหัวรุนแรงนะ ผมไปประเทศจีนสิบครั้ง ผมเจอคนจีนชกกันสองครั้ง คนจีนเป็นคนที่อารมณ์รุนแรง แล้วเดี๋ยวนี้มีคอมพิวเตอร์กันแทบจะทุกคน การนัดหมายกันโดยคอมพิวเตอร์ทำได้ง่าย รัฐบาลก็เป็นห่วงเรื่องนี้มาก การแก้ไขก็คือการสร้างผลงานที่โปร่งใส

พิธีกร: แล้วถ้ารัฐบาลจีนแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นไม่ได้

คุณวิกรม: ต้องได้ ถ้าไปดูผู้นำจีนนี่เป็นวิศวะแทบทั้งนั้น วิศวะนั้นถ้าจะทำอะไรต้องทำให้ได้ นั่นคือสิ่งที่ผู้นำจีนคิดว่าต้องทำให้ได้

พิธีกร: ทีนี้วกมาที่พม่าบ้าง ตอนนี้พม่าเปิดประเทศแล้ว คุณวิกรมเห็นอะไรในพม่าที่คนทั่วไปไม่เห็นครับ

คุณวิกรม: คนอื่นเขาก็เห็นกันนะ ไม่ใช่แต่ผมหรอก ผมไปพม่ามาตั้งหลายปีแล้วนะ ตั้งยี่สิบสามสิบปีแล้ว ผมเห็นว่าพม่าไม่มีในสิ่งที่เรามี แล้วเราก็ไม่มีในสิ่งที่พม่ามีด้วย ทรัพยากรธรรมชาติพม่ามีล้นเหลือ เขามีทำเลที่ดีคือเขาติดมหาสมุทรอินเดีย ประเทศไทยเราทุกวันนี้สินค้าของเราต้องลงไปทางอ้อมลงใต้ไปช่องแคบมะละกา ถ้าไทยอาศัยอาเซียน อาเซียนกฎบัตรก็คือไม่มีพรหมแดน ถ้าอาศัยในสิ่งที่พม่ามีคือโลเกชั่นติดทะลนั้น จะเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด คนไทยจะต้องมองโลกให้เป็น มองโลกให้ทะลุ เราต้องตีไข่ให้แตกอย่างคนเกาหลีว่าจะใช้คนทั้งโลกนี้ให้ถูกต้องได้อย่างไร โลกใบนี้ตลาดใหญ่มาก ถ้าเราคุยกับพม่าเป็นแล้วใช้กฎบัตรของอาเซียน เราก็จะอยู่ตรงกลางที่ยืนอยู่สองฟากคือมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรอินเดีย สินค้าไทยจะลดต้นทุนลงไปอย่างน้อยสามถึงสี่เปอร์เซ็นต์ในเรื่องของเวลาและค่าขนส่ง แล้วก็จะทำให้เรานั้นมีตลาดกว้างขึ้น

พิธีกร: ถ้าคุยถึงพม่าก็ต้องพูดถึงทวาย ถ้าทวายเกิดขึ้น จะมีอะไรเปลี่ยนบ้าง

คุณวิกรม: เปลี่ยนเยอะเลย อย่างสิ่งที่จะถูกลงคือพืชผลทางการเกษตร เราสามารถเอาไปลงเรือใหญ่ที่พม่าได้เลย แล้วการท่องเที่ยวก็จะมากขึ้น การค้าก็จะมากขึ้น การลงทุนในระยะยาวในภูมิภาคนี้ก็จะมากขึ้น ทวายจะเปลี่ยนภูมิภาคนี้

พิธีกร: การเมืองพม่าพลิกไปพลิกมา มีอะไรน่าหวาดเสียวไหม

คุณวิกรม: มองในมุมคนไทยก็พลิกสิ ถ้ามองในมุมคนพม่า รัฐบาลทหารก็คือรัฐบาลทหาร มีเปลี่ยนที่ไหน รัฐบาลทหารมาตั้งกี่สิบปีแล้ว

พิธีกร : นักธุรกิจคุยกับรัฐบาลทหารยังไงครับ

คุณวิกรม: ที่จริงนี่คุยกับรัฐบาลทหารง่ายกว่าที่จะไปคุยกับนักการเมืองแบบไทยๆ

พิธีกร: เพราะว่าอะไรครับ

คุณวิกรม: ก็รัฐบาลทหารเขาคุยกันแบบทหารไง เขาไม่ปลิ้นปล้อนน่ะ ทหารนี่เขาพูดกันคำไหนคำนั้นนะ ผมเนี่ยชอบทหารเวียดนาม ผมนี่ชอบคบกับพวกทหารนะ ผมชอบทำงานกับทหาร อาจจะเข้ากันยากนิดนึงในช่วงแรก เพราะทหารนี่ค่อนข้างจะระวังตัว แต่ถ้าเราทำอะไรที่ให้เห็นถึงสัจจะ ความซื่อสัตย์ ความมุ่งมั่นที่ดี



พิธีกร: ที่นี้วกมาที่ลาวบ้าง ประเทศเล็กๆ แต่ตั้งอยู่ตรงกลางที่เดินทางมาทั้งหมด ลาวเป็นอย่างไรในสายตาคุณวิกรม

คุณวิกรม: รวยกว่าคนไทยนะคนลาวน่ะ ในระยะยาวไม่ใช่วันนี้ เพราะว่าลาวนี่เอาเฉพาะไฟฟ้าที่ทำด้วยพลังงานน้ำ ของลาวมีประมาณ 30,000 เมกะวัตต์ เท่ากับที่เราใช้ทุกวันนี้ แต่ลาวยังมีถ่านหินที่สามารถผลิตเป็นไฟฟ้าได้อีกประมาณ 20,000 เมกะวัตต์ ลาวมีประชากรนิดเดียว ไทยมีมากกว่าประมาณ 10 เท่า แต่ปรากฏว่าลาวมีไฟฟ้ามากกว่าคนไทย แล้วทรัพยากรของลาววันนี้สมบูรณ์มีมากกว่าประเทศไทยหลายเท่า แล้วพื้นฐานของเขานั้นเขาอยู่กันอย่างพอเพียง ผมว่าประเทศลาวเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุด ไม่มีประเทศไหนนะที่เอาเมืองหลวงมาตั้งที่ชายแดน เพราะเขามองว่าเขาไว้ใจประเทศไทย คนไทยไม่ควรจะไปดูถูกคนลาว ไม่ควรจะไปว่าคนลาว ผมว่าคนลาวน่ารักกว่าคนไทยเยอะเลย เขายิ้ม เขาพูดจาด้วยความซื่อ แล้วเขาจริงใจกับเรา ภาษาพูดก็คล้ายๆกัน เดี๋ยวนี้เวียดนามกลายเป็นมือหนึ่งของนักลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในลาว เพราะคนลาวกำลังลดน้อยเรื่องความเชื่อมั่นที่มีต่อไทย คนไทยชอบไปดูถูกเขา ชอบไปเรียกเขาไอ้ลาว ชอบไปว่าเขาว่าไม่ฉลาด นึกว่าตัวเองฉลาดมากนักรึไง อันนี้ทำให้คนลาวถอยห่างจากเรา แต่คนเวียดนามนี่เขาให้เกียรติลาวมากกว่าคนไทย คนไทยชอบหลอกตัวเอง เราบอกว่าเขาเป็นบ้านพี่เมืองน้องกับเรา แต่เราเป็นพี่ที่ไม่ได้น่านับถือเลย ถ้าเราเป็นพี่ที่น่านับถือใครๆก็อยากเป็นน้อง ประเทศไทยในอดีตเคยเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้ เวลานี้เรากลายเป็นผู้ตาม เวลานี้เวียดนามเขาแซงเราไปเยอะมากเพราะเวียดนามเขาไม่ดูถูกคนลาว เดี๋ยวนี้ลาวเขาหันไปใกล้ชิดกับคนเวียดนามทั้งๆที่ทั้งโลกลาวเป็นประเทศเดียวที่ฟังภาษาไทยออก

พิธีกร: ในตอนหน้าเราจะคุยกันว่าแล้วประเทศไทยจะต้องทำอย่างไร และทำไมประเทศไทยถึงล้าหลัง สำหรับวันนี้สวัสดีครับ

สัตว์มีพิษ ไวรัสอีโบลา เอเลี่ยนสปีชี่ส์
กำเนิดจักรวาล กำเนิดดวงอาทิตย์ ระบบสุริยะจักรวาล
ปริศนาของจักรวาล การเดินทางข้ามกาลเวลา สสารและปฏิสสาร
สิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร บิ๊กแบงคืออะไร สัตว์ใกล้สูญพันธุ์
สัตว์น้ำแปลก ปลาแองเกลอร์ สัตว์ดูดเลือด
อันดับงูสวยงาม อนาคอนด้า ตัวอ่อนปลาฉลาม
เห็ดมีพิษ ภัยของยาไอซ์ คลื่นยักษ์สึนามิ
กัญชาปลอดภัย ไวรัสอีโบลา ปรสิตที่น่ากลัว
สาเหตุสึนามิ ทำไมผมร่วง สงครามซีเรีย
ทำลายหลุมดำ โลกของเรา กระแสน้ำทะเล
วิธีทำลายเอกภพ กลไกวิวัฒนาการ ระบบภูมิคุ้มกัน
กษัตริย์เกาหลี จักรพรรดิกวางสี จักรพรรดิปูยี
ตำนานอโดนิส โจนออฟอาร์ค มู่กุ้ยอิง
จักรพรรดิเนโร พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 อับราฮัม ลินคอล์น
พระเจ้าซุกจง มาตาฮารี เจ้าฟ้าหญิงบุญรอด
ตำนานธอร์ นิกิต้า ครุสชอฟ สงครามเกาหลี
กำแพงเมืองจีน อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ พระนางเลือดขาว
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ สตีเฟน ฮอว์คิง ลีโอ ตอลสตอย
สตีฟ จ็อบส์ เจ้าพระยาวิชเยนทร์ พระนางมัสสุหรี

บทความแนะนำ

แนวข้อสอบใบขับขี่ ศพนิรนาม 25 เรื่องบ้าบอและน่าทึ่งที่โลกบันทึกไว้ 10 อันดับพระผงพิมพ์นิยมที่นักสะสมใฝ่ฝัน ประวัติหลวงปู่ทวดวัดช้างไห้ สรงน้ำพระธาตุตามปีเกิดด้วยหัวใจอิ่มบุญ กินอยู่แบบนาฬิกาชีวิต พิชิตไวรัสได้อย่างไร ฮาเร็มในเรือนไทย ตบตี

จำนำข้าว...หายนะเศรษฐกิจข้าวไทย

จำนำข้าว...หายนะเศรษฐกิจข้าวไทย

จำนำข้าว...หายนะเศรษฐกิจข้าวไทย

รายการตอบโจทย์ ตอน "จำนำข้าว...หายนะเศรษฐกิจข้าวไทย" กับแขกรับเชิญ ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ออกอากาศ 15 ตุลาคม 2555



ผู้ดำเนินรายการ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา

ผู้ดำเนินรายการ : สวัสดีครับท่านผู้ชมครับ รายการตอบโจทย์ทำเรื่องข้าวต่อเนื่องมาหลายวันเชิญขาใหญ่ในวงการมาทั้งสิ้นตั้งแต่อาจารย์อัมมาร์ สยามวาลา ที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่รู้เรื่องข้าวดีที่สุดคนหนึ่ง ทำมาตั้งแต่ตอนหนุ่มจนถึงปัจจุบันเป็นนักวิชาการอาวุโส ต่อเนื่องด้วยอาจารย์โอฬาร ชัยประวัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรีก็บอกว่าทำวิจัยเรื่องข้าวมากับอาจารย์อัมมาร์นั่นแหละครับ มาวันนี้จะเชิญขาใหญ่ในทางเศรษฐศาสตร์ที่เชี่ยวชาญเรื่องข้าวมาตลอดชีวิตอีกคน จะมาสนทนากับเราเรื่องปัญหาข้าว เรื่องการจำนำข้าวของรัฐบาลครับ เป็นทั้งอดีตประธาน TDRI เป็นอดีตคณะบดีคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจารย์นิพนธ์ พัวพงศกร ครับ อาจารย์สวัสดีครับ

อาจารย์นิพนธ์ : สวัสดีครับ

ผู้ดำเนินรายการ : อาจารย์ครับรัฐบาลบอกว่านโยบายรับจำนำข้าวชาวนาได้ประโยชน์ทั้งประเทศ แล้วก็ได้ประโยชน์จริงๆ นักวิชาการอย่างอาจารย์มาขวางทำไมครับ

อาจารย์นิพนธ์ : ได้ประโยชน์จริงๆ ครับ ไม่ได้ปฏิเสธครับ แต่ประโยชน์ที่ได้เนี่ย ได้กับเกษตรกรที่มีฐานะร่ำรวยและก็มีฐานะปานกลาง ส่วนเกษตรกรที่ยากจนไม่ได้ประโยชน์ ต้องพูดอย่างนี้ว่า ชาวนาทุกคนไม่ใช่ว่ายากจน มีชาวนาที่ร่ำรวย ร่ำรวยนี่หมายความว่าเราจัดลำดับรายได้ของชาวนา มีชาวนาที่อยู่ในกลุ่มที่รายได้ร่ำรวยที่สุด 4 กลุ่มมีอยู่ประมาณ 1,000,000 ครัวเรือน ซึ่งเป็นคนที่เข้าโครงการรับจำนำข้าว ทีนี้ถ้าไปดูตัวเลขผลของการจำนำข้าว เอาตัวเลขนาปรังจะเห็นชัดที่สุด คนที่เป็นชาวนาเล็กๆ เอาคนที่ได้ประโยชน์ก่อน ชาวนาเล็กๆจำนำได้ไม่เกิน 100,000 บาท ก็ประมาณ 7-8 ตัน มีที่ดินน้อย คนพวกนี้มีจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของชาวนาที่เข้าโครงการ แต่จำนวนเงินที่ได้เพียง 8% ทีนี้พอมาดูชาวนาที่ร่ำรวยจำนำข้าวได้เงินเกิน 600,000 มีอยู่ 5% แต่ได้เงินไป 19 % ส่วนพวกชาวนาที่อยู่ระดับปานกลางคือ จำนำข้าววงเงิน 100,000 - 600,000 บาท มี 62% ได้เงินไปประมาณ 73% เห็นได้ชัดว่ากลุ่มที่ปานกลางกับกลุ่มที่ร่ำรวยได้ประโยชน์ นี่เป็นข้อมูลจากชาวนาที่เข้าโครงการหนึ่งล้านครัวเรือน แต่อย่าลืมว่ามีชาวนาทั้งหมดสี่ล้านครัวเรือน อีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้เข้าโครงการขายข้าวในตลาดมีข้าวเหลือขายก็จะได้ประโยชน์จากราคาสูงขึ้น อันนี้จริง แต่ยังมีอีกกลุ่มที่ผลิตข้าวไม่พอกินต้องซื้อข้าวหรือผลิตข้าวพอดีไม่ได้ขายข้าว พวกนี้ก็จะมีประมาณอีกหนึ่งล้านครัวเรือนที่ไม่ได้ประโยชน์เลย เพราะฉะนั้นที่บอกว่าชาวนาทั้งหมดไดประโยชน์นั้นไม่จริง

ผู้ดำเนินรายการ : ตกลงแล้วอาจารย์จะบอกว่า ที่รัฐบาลเอาเงินไปช่วยนั้นเป็นชาวนาปานกลางกับร่ำรวย ในขณะที่ชาวนาที่ยากจนที่ควรจะช่วยก็ไม่ได้ช่วย

อาจารย์นิพนธ์ : ใช่ครับมีอยู่หนึ่งล้านครัวเรือนที่ไม่ได้ประโยชน์เลย เพราะฉะนั้นโครงการนี้ก็เข้าใจได้ ชาวนาที่มีฐานะปานกลางเป็นคนส่วนใหญ่ ฐานเสียงอยู่ตรงนี้

ผู้ดำเนินรายการ : ถ้าฟังอย่างนี้แล้วต่อไปนักวิชาการจะเอาอะไรไปค้านในเมื่อฐานเสียงนี้เป็นชาวนาทั้งประเทศ อาจารย์จะไปสู้กับชาวนาทั้งประเทศไหวเหรอครับ

อาจารย์นิพนธ์ : เราไม่ได้ไปสู้กับชาวนา เพราะเราอยากให้ชาวนามีฐานะดีขึ้น นโยบายที่เราอยากจะเห็นคือนโยบายที่จะช่วยชาวนาโดยเฉพาะชาวนาที่ยากจนเป็นหลัก หรือชาวนาที่มีฐานะปานกลางระดับล่าง ไม่ใช่ไปช่วยชาวนาที่มีฐานะร่ำรวย ผมคิดว่านโยบายควรจะเป็นแบบนี้

ผู้ดำเนินรายการ : อาจารย์ครับนอกจากชาวนาแล้วยังมีโรงสี มีโกดัง มีเซอร์เวเยอร์ที่เข้ามาในกระบวนการค้าข้าวอีก อาจารย์ยังต้องรบกับพวกนี้อีก

อาจารย์นิพนธ์ : อันนี้เป็นศึกหนักที่สุด

ผู้ดำเนินรายการ : เพราะว่าอะไรครับอาจารย์

อาจารย์นิพนธ์ : เพราะว่า โรงสีนี่ทำธุรกิจลำบากนะครับ เวลาทำธุรกิจนี่ต้องแข่งขันกันสูง มีโรงสีหลายพันโรงในประเทศไทย ไอ้การสีข้าวขายเนี่ยมันได้กำไรนิดเดียว ส่วนใหญ่โรงสีที่อยู่กันได้เนี่ยได้จากการเก็งกำไรราคา ต้องมีความสามารถในการติดตามภาวะราคาเก็งกำไร ดังนั้นพอมีโครงการนี้เข้ามา โรงสีที่เข้าโครงการนี้ได้กำไรเต็มเม็ดเต็มหน่วย จากตัวเลขข้าว 1 ตัน ที่รัฐบาลให้ 500 บาทต่อตัน แล้วรัฐบาลให้เป็นผลผลิต แล้วคิดอัตราการสีดีหน่อย ถ้าไม่โกงไม่ทำอะไรทั้งสิ้น เขาจะได้กำไรจากการทำธุรกิจปกติ 200-300 บาทแล้ว เพราะฉะนั้นเขาชอบมากโครงการนี้ เพราะว่าไม่ต้องไปกู้เงิน ไม่ต้องไปซื้อข้าวมาตุนเอาไว้เพราะเป็นข้าวรัฐบาล เสร็จแล้วเวลารัฐบาลขายข้าว คนพวกนี้ซื้อข้าวรัฐบาลได้อีกเพราะคนอื่นไม่กล้าประมูลเพราะข้าวมันอยู่ในคลังของเขา ไอ้คลังกลางของรัฐบาลเนี่ย รัฐบาลไม่ได้เป็นเจ้าของคลังเอง รัฐบาลไปเช่าคลังของโรงสีของใครต่อใคร เพราะฉะนั้นเขาจึงซื้อข้าวได้จากรัฐบาล คนอื่นไม่กล้าประมูลกัน เพราะคนอื่นไม่รู้ว่าข้าวในโกดังมันมีคุณภาพอย่างไร ไม่นับที่มีการสูญเสียที่มีข่าวว่าไปเอาข้าวมาจากต่างประเทศ ทั้งลาวทั้งเขมร แล้วถ้าสมมุติว่าส่งข้าวเข้าไปในโกดัง แล้วร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ กับเซอร์เวเยอร์ จ่ายเงินใต้โต๊ะให้เซอร์เวเยอร์กับเจ้าหน้าที่ ส่งข้าวขาดน้ำหนัก ก็ได้กำไรอีก ทั้งหมดนี่มันหอมหวลมาก ทำธุรกิจอะไรก็ไม่ดีเท่ากับธุรกิจที่มีเส้นมีสายกับรัฐบาล แล้วก็ได้กำไรเยอะแยะเป็นกอบเป็นกำ แต่กำไรนี่มาจากความสามารถมั้ย ไม่ใช่เลย เป็นกำไรที่เอาเงินมาจากภาษีประชาชนทั้งนั้นครับ

ผู้ดำเนินรายการ : แล้วถ้าทีนี้รัฐบาลบอกจะส่งรองนายกรัฐมนตรี อดีตนายตำรวจเก่า มือปราบเก่าเข้าไปปราบคอร์รัปชั่น จับไหวไหมครับอาจารย์

อาจารย์นิพนธ์ : คือไม่ไหวหรอกครับ จับยังไงก็ไม่ไหว ให้ขนข้าราชการมาทั้งประเทศก็จับไม่ไหว

ผู้ดำเนินรายการ : ทำไมมันจับไม่ได้ครับอาจารย์

อาจารย์นิพนธ์ : จับไม่ได้ครับเพราะธุรกิจอันนี้เนี่ยเราเรียกว่าเหมือนกับการสร้างบ้านหรือคอนโดที่เขา Build in เฟอร์นิเจอร์ไว้เรียบร้อยแล้ว มันออกแบบระบบการจำนำที่มันเอื้อต่อการทุจริตแบบ Build in

ผู้ดำเนินรายการ : มันเป็นยังไงครับ Build in คอร์รัปชั่นเนี่ยครับอาจารย์

อาจารย์นิพนธ์ : ราคาข้าวสูงมากทำให้มีพ่อค้าไปซื้อข้าวจากต่างประเทศ ที่นี้ซื้อเข้ามาแล้วมันไม่ถูกจับ เราเห็นโรงสีนี้ทำ โรงสีอื่นเห็นก็ทำตาม เกษตรกรบางคนที่รับจ้างปลูกข้าวญี่ปุ่น ไปจดทะเบียน แอบจดทะเบียน แล้วก็เอาใบทะเบียนไปขายให้โรงสี ได้สองต่อคือ ขายข้าวก็ขายข้าวญี่ปุ่นนอกโครงการแล้วยังเอาทะเบียนมาขายให้โรงสีได้อีก พอเกษตรกรเพื่อนบ้านเห็นไอ้คนนี้ทำแล้วไม่ถูกจับ เพราะเป็นอาชญากรรมไร้เจ้าทุกข์ ไม่มีใครฟ้องก็เริ่มทำบ้าง เพราะฉะนั้นระบบนี่มันเอื้อต่อการทุจริต เรียกว่าทุจริตแบบฝังใน แบบ Build in เรียบร้อย

ผู้ดำเนินรายการ : ทีนี้ถ้าระบบมันเป็นแบบนี้ รัฐบาลก็ต้องรู้อยู่ รัฐบาลรู้โครงสร้างอยู่แล้ว ถ้ารัฐบาลไปจับทีละจุด ทีละจุด เพื่อไม่ให้เกิดคอร์รัปชั่นได้ไหมครับ

อาจารย์นิพนธ์ : ยากครับ เพราะว่าอย่าลืมว่ามันเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก เกษตรกรหนึ่งล้านคน โรงสีอีกเป็นพันโรง อยู่กระจายทั่วประเทศไทย จะไปจับตอนไหนครับ ขนข้าวเข้าไปแล้วอยู่ในโกดัง น้ำหนักต่ำกว่าที่กำหนด คุณจะไปเอาข้าวในโกดังเป็นหมื่นๆ ตัน ออกมาชั่งใหม่ได้ไหม แล้วกี่โรงสีครับ กี่โกดังครับ ระบบทำให้คนมีแรงจูงใจที่จะทุจริต ไม่ทุจริตก็ได้กำไรแล้ว ยิ่งทุจริตยิ่งได้กำไรมาก ตรงนี้เนี่ยคุณเล่นกับแรงจูงใจของคน มันต้องปรับระบบใหม่ ระบบใหม่ที่ดีคือรัฐบาลต้องไม่เข้ามาค้าขาย ทันทีที่รัฐบาลเข้ามาค้าขาย มันเลยเป็นระบบที่เอื้ออำนวยให้มีการทุจริต

ผู้ดำเนินรายการ : รัฐบาลบอกไม่ทันแล้วครับ นี่เป็นการค้าขายแล้วก็สู้กับตลาดโลก นี่จะเป็นครั้งแรกที่ประเทศผู้ผลิตข้าวอย่างไทยถูกเขากดราคา วันนี้จะสร้างระบบใหม่ไปสู้กับตลาดโลกยังไงครับอาจารย์

อาจารย์นิพนธ์ : ที่รัฐบาลคุยเอาไว้ตอนต้น ตอนที่เข้ามาใหม่ๆ ว่าจะขายในราคาที่เรียกว่า cost plus คือเอาราคา 15,000 บวกต้นทุนอื่นๆ ซึ่งมันก็จะตกประมาณ 800 กว่าเหรียญ เวลานี้รัฐบาลไม่กล้าพูดแล้วเพราะว่ารัฐบาลก็รู้แล้วว่าไม่มีใครซื้อข้าวในราคาขนาดนั้น เพราะข้าวในคุณภาพเดียวกันซื้อจากประเทศอื่นได้ในราคา 400-500 เหรียญ ประเทศไทยเวลานี้ตั้งราคา 600 เหรียญ ยังไม่มีใครอยากจะซื้อเลย เพราะฉะนั้นเวลานี้รัฐบาลรู้แล้วว่าทำไม่ได้ ตลอดปีที่ผ่านมารัฐบาลขายได้แค่หนึ่งล้านกว่าตัน บวกกับที่ขายได้ภายในสิ้นปีนี้ที่ท่านรัฐมนตรีพูดว่าอีกประมาณหนึ่งล้านตัน ก็รวมเป็นสองล้านตันเท่านั้นเอง ในขณะที่ปีๆหนึ่ง อย่างปี 2554 ตลอดปีเราขายได้เกือบๆ 11 ล้านตัน เราขาย 160 ประเทศ เราอาศัยผู้ส่งออก กลไกของการส่งออก ร้อยกว่าคน

ผู้ดำเนินรายการ : รัฐบาลบอกขายไม่ได้ไม่เป็นไร อาจารย์ใจเย็นๆ เดี๋ยวเอาไปเก็บไว้ตามค่ายทหารตามดอนเมือง เดี๋ยวรอราคาขึ้นแล้วค่อยขาย เก็บไว้ก่อนได้มั้ยครับอาจารย์

อาจารย์นิพนธ์ : เก็บไว้ให้เสียเหรอครับ เก็บมีต้นทุนนะครับ หนึ่งคือค่าดอกเบี้ยที่จะต้องจ่ายให้เงินกู้ก่อน ปีนึงที่คำนวณคร่าวๆก็ 5,000 กว่าล้าน สองมีค่าข้าวเสื่อม ข้าวเน่า มีการวิจัยบอกว่าข้าวเก็บไว้มันมีการเสื่อมคุณภาพ สองอย่างนี้ปีนึงเนี่ยคาใช้จ่ายที่สูญเสียไปปีนึงก็หมื่นล้านแล้ว แล้วถามว่าถ้ารอให้ราคาเพิ่มขึ้น มันคุ้มกับความเสียหายที่เกิดมั้ย แล้วรัฐบาลไม่ได้เป็นพ่อค้า ไม่ได้ตามภาวะราคา คุณรู้ได้ไงว่าวันไหนราคาขึ้น วันไหนราคาลง มันเป็นเรื่องการเก็งกำไรทั้งสิ้น รัฐบาลไม่ควรเข้ามาทำธุรกิจเก็งกำไร แล้วถ้าธุรกิจแบบนี้มันเอาเงินภาษีของเราไปเก็งกำไร เหมือนเล่นการพนัน เอาเงินภาษีไปเล่นการพนัน ถ้าชนะก็โชคดีไป แพ้ก็คือเงินภาษีประชาชน ไม่ใช่เงินของรัฐบาล นี่คือปัญหา ถ้านักธุรกิจเขาเก็งกำไรแล้วขาดทุนมันก็เงินของเขา ทำไมเราต้องสนับสนุนรัฐบาลให้มาเก็งกำไร นี่คือคำถามของผม

ผู้ดำเนินรายการ : รัฐบาลก็บอกว่าเก็งกำไรเพื่อมีโอกาสชนะ ไม่งั้นก็ต้องอยู่แบบนี้ทั้งปีทั้งชาติ ชาวนาไม่มีโอกาศลืมตาอ้าปาก

อาจารย์นิพนธ์ : เรื่องช่วยเหลือมันต้องช่วยเหลืออยู่แล้ว แต่ถามว่ารัฐบาลมีปัญญาจะขายมั้ย และก็มีการพยายามจะผูกขาด มีการกล่าวหาว่าพ่อค้าต้องการผูกขาด ต้องเข้าใจว่าไม่ได้มีประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการขายข้าวเพียงประเทศเดียว มีประเทศผู้ขายคนอื่นๆที่แข่งกับเรา แล้วก็มีประเทศผู้ซื้อ แล้วถามว่าใครกดราคา ถ้าปีไหนมีข้าวเยอะราคาจะต่ำ พอผู้ซื้อเขารู้ว่าเขาจะซื้อที่ไหนก็ได้ เขาก็จะซื้อในราคาต่ำ ไม่มีใครอยากซื้อของแพง คนขายก็อยากขายของแพง อย่างปีไหนที่ไม่มีของ เช่นปี 2551 ของมันน้อย โหราคาพุ่งทะลุฟ้าเลย ปีนั้นเนี่ยผู้ส่งออกโก่งราคา เพราะฉะนั้นที่บอกว่าผู้ส่งออกกดราคานั้น ไม่มีพ่อค้าคนไหนอยากขายของถูกหรอก ไม่มีประเทศไหนในโลกที่รัฐบาลค้าขายเก่งกว่าพ่อค้า ระบบสังคมนิยมที่พยายามมาทำธุรกิจการเกษตรเนี่ยมันพังพินาศไปหมด

ผู้ดำเนินรายการ : รัฐบาลก็บอกว่าเอาแบบOPECไงครับอาจารย์ รวมประเทศผู้ผลิตข้าวเอาเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดี๋ยวจะเป็น AEC ด้วย จับมือกันไปปั่นราคาข้าวในตลาดกัน

อาจารย์นิพนธ์ : เรียกว่า OREC ก็แล้วกันเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ แต่ข้าวไม่เหมือนกับน้ำมัน น้ำมันเก็บไว้ในดินไม่เสียอะไร ดอกเบี้ยมันเพิ่มขึ้นด้วยเพราะน้ำมันมันขาดแคลน ราคาก็มีแต่วันที่จะขึ้น ส่วนข้าวเอาเก็บไว้ในโกดัง ปีๆนึงต้นทุนมันขึ้นไป 10% แล้วราคาจะขึ้นไป 10% ด้วยหรือเปล่า เพราะข้าวเน่ามีดอกเบี้ยอันนี้ประการที่หนึ่ง ประการที่สองสมมุติทำสำเร็จรวมตัวกันได้ ทำให้ราคาข้าวสูงขึ้นได้ พ่อค้าบางคนเริ่มเบี้ยว แอบไปขายในราคาต่ำ และบางทีเกษตรกรประเทศผู้ซื้อปลูกข้าวมากขึ้นเพราะข้าวมันแพง มันคุ้มที่จะอัดปุ๋ย อัดยา พอที่อื่นปลูกข้าวมากขึ้นปีต่อไปราคาตก มันไม่เหมือนน้ำมัน น้ำมันปลูกไม่ได้ เพราะสถานการณ์อย่างนี้อย่าไปฝันเลยว่าเราจะตั้งองค์กรเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่แล้วประสบความสำเร็จ คุมพ่อค้าก็ไม่ได้ คุมเกษตรกรก็ไม่ได้ เกษตรกรทั่วโลกมีเป็นร้อยล้านคน ไหนจะพ่อค้าทั่วโลกมีกี่คน แล้วจริงๆก็เคยทำมาแล้วในทศวรรษ 1970 เนี่ย ประเทศกำลังพัฒนามีแร่มีอะไรต่างๆอยากจะคุมแล้วไม่สำเร็จ ยกเว้นอย่างเดียวคือน้ำมัน

ผู้ดำเนินรายการ : ตกลงเกมนี้เนี่ยรัฐบาลมีโอกาสชนะมั้ยครับ

อาจารย์นิพนธ์ : แพ้ครับ แต่ในทางการเมืองรัฐบาลชนะครับ ในทางเศรษฐกิจไม่มีทางชนะแล้วก็จะสร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมข้าวไทย

ผู้ดำเนินรายการ : ถ้าในทางการเมืองรัฐบาลชนะแล้วชนะเห็นชัดมาก แต่ในทางเสรษฐกิจมันไปไม่ได้ ทีนี้มันจะอยู่กันยังไงครับอาจารย์ แล้วประเทศจะเป็นยังไง

อาจารย์นิพนธ์ : รัฐบาลก็จะเดินนโยบายนี้ไป รัฐบาลก็จะได้รับการเลือกตั้ง เพราะมีคนที่สนับสนุนนโยบายนี้เป็นจำนวนมาก ถึงแม้จะมีเกษตรกรจำนวนมากไม่ได้ประโยชน์ก็ตาม รัฐบาลก็จะหามาตรการอื่นๆไปรองรับเพื่อดึงคะแนนเสียง ในทางการเมืองนั้นชนะแน่ แต่ในทางเศรษฐกิจนั้นอย่าลืมว่าเวลาที่อุตสาหกรรมข้าวไทยก็จะพังแล้ว เราไม่มีทางนำเอาอุตสาหกรรมข้าวไทยกลับคืนมา พ่อค้าข้าวไทยที่มีคุณภาพ ระบบการค้าที่อาศัยข้าวที่มีคุณภาพนี้จะหมดไป แล้วพ่อค้าก็ไปทำธุรกิจต่างประเทศ ไปช่วยต่างประเทศหรือไม่ก็เลิกอาชีพไป วันใดวันหนึ่งถ้ามันพังไปแล้ว เราจะเอาคนพวกนี้กลับมาทำไม่ได้ ยกตัวอย่างระยะสั้นง่ายๆ เวลานี้ที่บอกเรื่องคุณภาพข้าวนี่เห็นชัดเจนเลย คุณเอาข้าวหอมมาเก็บไว้ในคลัง ความหอมในข้าวนี่มันเป็นสารระเหย 4-5 เดือน นี่ความหอมมันไปเกือบหมด แล้วมันก็แข็งขึ้น ราคาตก เวลาที่เขาขายข้าวหอมเขาจะขายกันต้นปีนะครับ เกี่ยวมาเสร็จแล้วเนี่ย ฮ่องกงจะรีบซื้อ แล้วฮ่องกงจะมีห้องเย็นพิเศษของเขา เราไม่ต้องสต็อก ก็รีบขายไปให้เขา ส่วนข้าวนึ่งเป็นข้าวธรรมดา แล้วเราขายได้ให้อาหรับ ให้แอฟริกา แล้วมันต้องเอาข้าวเปลือกมานึ่ง แล้วพอรัฐบาลรับจำนำข้าว 7 วันนี่เอาข้าวเปลือกมาสีหมด ไม่มีข้าวนึ่งขาย เวลานี้ก็เปิดโอกาสให้ประเทศเพื่อนบ้าน ให้เวียดนาม ให้อินเดียเขาส่งข้าวนึ่ง ทั้งๆที่เป็นข้าวราคาสูง รัฐบาลบอกอยากขายข้าวราคาแพง เรากำลังทำสิ่งที่มันตรงกันข้าม ผลที่ออกมามันไม่ได้เป็นอย่างที่เราต้องการอยากให้เป็น

ผู้ดำเนินรายการ : อาจารย์ครับพูดคุยเรื่องข้าวมาหลายวันก็มีคนใจดีครับ ส่งเอกสารมา เป็นเอกสารจากกระทรวงการคลังส่งไปถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงว่าด่วนที่สุด ดูหน้าสุดท้ายลงชื่อว่ามาจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ทีนี้จะจับประเด็นว่าคุณกิตติรัตน์เป็นคนของรัฐบาลแล้วส่งอะไรมาถึงรัฐบาลมีหลายต่อหลายประเด็น อ่านแล้วไม่เข้าใจต้องขอถามนักเศรษฐศาสตร์หน่อย ในประเด็นที่ห้า เขาบอกว่าพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กรอบวงเงินการค้ำประกันและการให้กู้ต่อเป็นบาท ตามมาตร 25 และ 28 นี้นะครับ กำหนดให้ในปีงบประมาณที่กระทรวงการคลังจะค้ำประกันและการให้กู้ต่อเป็นบาทได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่บังคับใช้อยู่ในขณะนั้นและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ซึ่งในปี 2556 มีกรอบวงเงินดังกล่าวอยู่ที่ 480,000 ล้านบาท และเนื่องจากกรอบวงเงินกู้และวงเงินค้ำประกันดังกล่าวมีอยู่อย่างจำกัด คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะได้พิจารณาเห็นชอบและรับทราบแผนนี้แล้ว และกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างนำเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติแผนการยริหารหนี้สาธารณะประจำปี 2556 ซึ่งภายใต้แผนการดังกล่าวมีกรอบเงินกู้เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานที่มีวัตถุประสงค์ในการแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตสินค้าเกษตรอยู่ 150,000 ล้านบาท คุยไปคุยมาทั้งหมดนี้เขาสรุปว่า กรอบเงินที่ไปกู้มาทั้งหมดนี้ที่เอามาใช้กับเรื่องข้าว คิดเป็นร้อยละ 55 ของกรอบวงเงินค้ำประกันตาม พรบ. บริหารหนี้สาธารณะ ที่อ้างถึงทั้งหมด อาจารย์ครับนี่มันภาษาเศรษฐศาสตร์ล้วนๆ เขาบอกว่า มีอยู่ 480,000 ล้านใช้ไปแล้วร้อยละ 55 หมายความว่าไงครับ

อาจารย์นิพนธ์ : ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ท่านเห็นปัญหา ทุกวันนี้รัฐบาลมีรายการใช้จ่ายเยอะ ถ้าเอาเงินไปใช้จ่ายเรื่องข้าวไป 55% ก็เหลือเงินที่เอาไปพัฒนาประเทศ ไปทำถนน ไฟฟ้า ประปา 45% แล้วถ้าสมมุติมีข้าวเพิ่มขึ้นมาอีก ภาระหนี้สาธารณะนี้มันก็เพิ่มขึ้น รัฐบาลต้องกู้เงินมาถมรายการนี้มากขึ้น ก็หมายความว่ารัฐบาลจะเหลือเงินที่ใช้ในการลงทุนพัฒนาประเทศน้อยลง ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีการคลังที่ท่านเป็นห่วงเรื่องนี้

ผู้ดำเนินรายการ : อาจารย์ครับแล้วนักเศรษฐศาสตร์ ท่านรัฐมนตรีคลัง ทำหนังสือนี้ออกมาแสดงถึงความกังวลอะไรครับ

อาจารย์นิพนธ์ : ผมคิดว่าเรากังวลว่าจะไม่มีเงินไปพัฒนาเพื่อสร้างความเจริญเติบโตให้กับประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญ ถึงแม้รัฐบาลจะบอกว่าโครงการนี้เป็นการกระตุ้นรายได้ เพราะว่าไปทำให้ชาวนามีรายได้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันการกระตุ้นรายได้มันต้องมีการกู้เงินมาใช้ เสร็จแล้วมันก็ทำให้ไปเบียดเม็ดเงินที่จะไปใช้ในการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ



ผู้ดำเนินรายการ : แล้วอะไรคือที่สุดของความน่ากลัวของโครงการรับจำนำข้าวนี้ครับ

อาจารย์นิพนธ์ : ที่สุดแล้วนี่เราก็รู้ว่ารัฐบาลไม่มีปัญญาขายข้าวหรอก แล้วเราก็ดูสถิติในการขายข้าวก็รู้ว่ามันขายไม่ได้จริง จนสุดท้ายเราก็จะขาดทุนสะสมไปเรื่อยๆ ปีนึงแสนกว่าล้าน มันยังไม่พังหรอก แต่ถ้าทำติดต่อกันสามสี่ปี กลายเป็นเงินสี่ห้าแสนล้าน ถึงวันใดวันหนึ่งที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกมากระทบกระเทือนประเทศไทย ถึงวันนั้นรัฐบาลจะไม่มีเงินที่จะนำมาใช้ในการพยุงภาวะเศรษฐกิจให้มันกลับดีขึ้นมา แล้วถ้ารัฐบาลตัดสินใจลุย ใช้เงินเพิ่มขึ้นมาอีก ตอนนั้นจะเกิดเรื่องใหญ่เกิดวิกฤตเหมือนประเทศกรีกเวลานี้ แล้วเมื่อเกิดวิกฤต เงินไหลออก ต่างประเทศเลิกเชื่อมั่น ก็ต้องรัดเข็มขัด คนที่เดือดร้อนที่สุดก็จะเป็นประชากรที่ยากจน เพราะเวลาที่รัฐบาลต้องรัดเข็มขัดก็จะต้องตัดรายจ่ายทางสังคมที่จะกระทบกระเทือนกับคนจน คนชั้นล่าง แล้วคนพวกนี้หนีไปไหนไม่ได้ แต่คนชั้นบนขนเงินออกนอกประเทศได้ คนที่มีฐานะหนีออกไปอยู่นอกประเทศได้ คนที่มีความรู้หนีออกไปอยู่นอกประเทศได้ คนที่ฐานะไม่ดีต้องอยู่ในประเทศก็เกิดภาวะฝืดเคือง อดอยาก ลำบาก นี่คือวิกฤตที่เคยเกิดขึ้นในหลายๆประเทศ โดยเฉพาะละตินอเมริกา

ผู้ดำเนินรายการ : ทั้งหมดนี้คือตอบโจทย์ในค่ำคืนนี้ สำหรับวันนี้สวัสดีครับ

ที่มา รายการตอบโจทย์ ตอน "จำนำข้าว...หายนะเศรษฐกิจข้าวไทย" กับแขกรับเชิญ ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ออกอากาศ 15 ตุลาคม 2555
ผู้ดำเนินรายการ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา

สัตว์มีพิษ ไวรัสอีโบลา เอเลี่ยนสปีชี่ส์
กำเนิดจักรวาล กำเนิดดวงอาทิตย์ ระบบสุริยะจักรวาล
ปริศนาของจักรวาล การเดินทางข้ามกาลเวลา สสารและปฏิสสาร
สิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร บิ๊กแบงคืออะไร สัตว์ใกล้สูญพันธุ์
สัตว์น้ำแปลก ปลาแองเกลอร์ สัตว์ดูดเลือด
อันดับงูสวยงาม อนาคอนด้า ตัวอ่อนปลาฉลาม
เห็ดมีพิษ ภัยของยาไอซ์ คลื่นยักษ์สึนามิ
กัญชาปลอดภัย ไวรัสอีโบลา ปรสิตที่น่ากลัว
สาเหตุสึนามิ ทำไมผมร่วง สงครามซีเรีย
ทำลายหลุมดำ โลกของเรา กระแสน้ำทะเล
วิธีทำลายเอกภพ กลไกวิวัฒนาการ ระบบภูมิคุ้มกัน
กษัตริย์เกาหลี จักรพรรดิกวางสี จักรพรรดิปูยี
ตำนานอโดนิส โจนออฟอาร์ค มู่กุ้ยอิง
จักรพรรดิเนโร พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 อับราฮัม ลินคอล์น
พระเจ้าซุกจง มาตาฮารี เจ้าฟ้าหญิงบุญรอด
ตำนานธอร์ นิกิต้า ครุสชอฟ สงครามเกาหลี
กำแพงเมืองจีน อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ พระนางเลือดขาว
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ สตีเฟน ฮอว์คิง ลีโอ ตอลสตอย
สตีฟ จ็อบส์ เจ้าพระยาวิชเยนทร์ พระนางมัสสุหรี

บทความแนะนำ

เรื่องย่อละคร สุดแค้นแสนรัก เรื่องย่อละคร เจ้านาง เรื่องย่อละครเพลงรักเพลงลำ เรื่องย่อละครเพื่อนแพง เรื่องย่อละคร นางสาวทองสร้อย คุณแจ๋วหมายเลข 1 เรื่องย่อละครเลือดมังกรตอนแรด บ้านหลอนแดนนรก สัมภาษณ์คุณฌอห์ณ จินดาโชติ

Popular Posts