เล่าเริ่องสยองขวัญ มันลากขา

ในสมัยที่ผมเป็นหนุ่มน้อยเพิ่งเรียนจบมาหมาด ๆ และพัก ผ่อนอ่านหนังสืออยู่บ้านเพื่อตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือสอบ เพื่อ จะได้มีอนาคตอันสดใสเหมือนคนที่เก่งๆ บ้าง ผมก็พอมีเรื่อง เล่าอันน่าตื่นเต้นสะพรึงกลัวตามที่พบประสบมา ซึ่งเป็นเรื่องราว ของผีๆ สางๆ ที่คนปัจจุบันไม่ค่อยอยากจะเชื่อนักแต่ผมเชื่อ และคงต้องเชื่อตลอดไปเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันจริง ถ้าคนไม่เชื่อ ก็ควรใช้วิจารณญาณว่าเท็จจริงแค่ไหนตามที่เล่ามา



ในชนบทอันห่างไกลความเจริญซึ่งก็คือบ้านผมเอง ผมและเพื่อน ๆ มักไปอยู่วัดวาอารามตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยเรานับถือเพราะมันสงบ ร่มรื่นดี สมเป็นสถานที่จะปลีกวิเวกได้ชั้นยอดดังนั้นพวกเราจึงมักทําเกี่ยว กับไสยศาสตร์เสมอ และพวกเพื่อนๆ ก็มักท้าทายให้ไปนอนตามที่ป่าช้า บ้างหลุมศพบ้างหรือนอนโกดังเก็บผี ซึ่งผมคงไม่ทําแน่เพราะขี้ขลาดและ หวาดกลัวอันเกิดจากต่อมสั่งการที่ผมมีมาแต่กําเนิดให้กลัวต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เรียกว่าภูตผีวิญญาณ

อยู่มาวันหนึ่งพวกเราก็ไปงานบวชพี่ชายของไอ้แดนซึ่งเป็น เพื่อนสนิทของผมและเพื่อนๆ พวกเราไปก็หมายไปกินข้าวปลา อาหารและเหล้าพร้อมกับสาวๆ ที่เล็งเอาไว้หมายปองจีบพวก เธอให้ชื่นฉ่ําอุราอะไรทํานองนั้นจึงพากันไปแต่เช้าตรู่เพื่อช่วยทุก อย่างตามที่ตั้งเป้ากันเอาไว้แล้ว
“เฮ้ย...ไอ้โอม ไอ้หงส์ ไอ้นุมาเลยเข้ามานี้กําลังจัดอาหารของคาว หวานไว้รอพระมาสวดตอนเที่ยงเลย พวกแกช่วยให้เสร็จด้วยข้าจะไปเอาเนื้อมาเพิ่มแล้วเราค่อยกินกันตอนเย็น"

แหวนบอกเพื่อน ๆ พวกเราก็ลุยเข้าครัวซึ่งมีสาวๆ 4-5 คนทั้งแก่และสาวๆ วัยเดียวกัน
ผมเข้าหาก้อยกับกุ้งที่ชุลมุนกับหม้อแกงซึ่งตั้งอยู่บนเตา “มีอะไรให้ช่วยรึเปล่าก้อย กุ้ง”
ผมทักทายขึ้นสองสาวหันมายิ้มๆ ให้ก่อนจะใช้ผมโน้นนี่ รู้สึกเป็นต่อไอ้พวกเพื่อนๆ ขึ้นมาเยอะครับ แบบนี้ผมมีหวังได้ สัมพันธ์กับพวกเธอก่อนใคร ๆ แน่
เมื่อจัดการอาหารที่เตรียมถวายพระเสร็จเราก็ช่วยกันจัดผัก และ อาหารไว้รอพวกที่มาทําบุญเอาไว้อีกจนครบ”
“พักก่อนเถอะหาอะไรเย็นๆ ดื่มกันรอไอ้แหวนจะได้ครบสูตร"
หงส์พูดพร้อมหาที่ใต้ร่มไม้ใหญ่ข้างบ้านเพื่อนั่งคุยกันกับสาวๆ 34 คนซึ่งดูพวกเธอจะสนใจกลุ่มเราเป็นพิเศษ จนหนุ่มๆ แถวบ้านนั้นเหล่ เราเป็นมัน แต่ไม่มีอะไรเพราะสาวๆ ยังไม่เป็นของใครพวกเรามีสิทธิ์เสมอ มันขึ้นอยู่กับคารมและวุฒิฐานะอันสําคัญ
+ นะ
ตกเย็นพวเรามานั่งดูหนังที่จัดฉลองงานบวชมันเป็นสิ่งที่ทุกคนชอบ เพราะชนบทอันห่างไกลนี้จะได้ดูหนังจอยักษ์สักครั้งและเป็นหนังดีชนโรง อะไรประเภทนั้น จึงสนุกสนานผมและก้อยสาวสวยคู่กันส่วนหงส์ก็คู่กับกุ้ง ไอ้นคู่กับแอ๋ว นับว่าเป็นสิริมงคลทุกคู่ส่วนแหวนเมาอยู่กับเพื่อนๆ เพราะ ต้อนรับแขกจึงไม่มีเวลามาแอ่วสาวเหมือนกับพวกเรา

ตกดึกพวกเราก็เริ่มเข้ากลุ่มกินเหล้ากันเพราะสาวๆ กลับบ้านกันหมด แล้วพวกเราจึงเล่าเรื่องสยองต่างๆ หลอกกันไปมา
“ข้าว่าเอาอย่างนี้เราไปดูที่ศาลาพักศพท้ายหมู่บ้านกันดีกว่าเผื่อเจอ จะได้เลิกถกเถียงกันเสียที"
หงส์พูดขึ้นด้วยความเซ็งเพราะเรื่องมันไม่จบลงง่ายๆ "งั้นก็ได้เลยเพราะข้าชอบพิสูจน์อยู่แล้ว”
ผมพูดอย่างเต็มใจเพราะพระที่แขวนคอคือสมเด็จเก่าแก่ที่ปู่ให้มาคุ้ม ครองเฉพาะตัว
"ได้ๆ แบบนี้ต้องลองดูว่าใครเจ๋งไม่เจ๋งดื่ม
นุยกแก้วขึ้นดื่มส่วนไอ้แหวนเมาพับหลับไปแล้วเพราะมันดวลหนักไป ในค่ําคืนนั้น
พวกเราเดินโซเซกลิ่นเหล้ากุ้งมาที่ศาลาพักศพซึ่งโล่งเตียน หาได้มี อะไรอยู่ที่แห่งนั้นไม่จึงเดินขึ้นไปนั่งพร้อมขวดเหล้าอีก 2 ขวดวางลงก่อน จะเทลงแก้วและชนกันฉลองในความกล้าพวกเราด้วย
"เฮ..ดูจะมีความสุขที่สุดเลยเพื่อนเงียบดีแถมไม่มีสิ่งใดทําให้เรา หวาดหวั่นหวาดกลัวด้วย เอ็ก”
หงส์พูดก่อนเพื่อนและเดินสํารวจพื้นที่แห่งนั้นเพื่อความแน่ใจ “ข้าว่าไม่มีอะไรหรอกทุกอย่างในโลกก็มีคําอธิบายแบบนี้เสมอ”
ผมบอกเพื่อนๆ เอนตัวลงนอนราบกับพื้นไม้นั้นเองดูคานไม้ที่ซ้อน กันไปมาตาชักลายเต็มทนก่อนจะหลับตาลงพักผ่อนสักหน่อย
"เฮ้ยไอ้โอมตื่นสิวะแกจะนอนที่นี่ ไอ้นเขย่าร่างของผมก่อนที่มันจะลงนอนเช่นกัน “อา...ทุกคนนอนเถอะเดินไปไหนไม่ไหวแล้วเพื่อน"
หงส์บอกก่อนนอนลงข้างๆ เพื่อนแล้วทุกอย่างก็หลับลงตรงนั้นด้วย ความเมาในรสแอลกลอฮอล์ที่เข้าสู่สายเลือดและเส้นประสาท
“โบร์น...โบร์นนน”
เสียงหมาเห่าหอนขึ้นมาอย่างเยือกเย็นบรรยากาศเปลี่ยนแปลงไปจน หมด ความมืดทําให้ไม่เห็นอะไรมากนอกจากเงาของต้นไม้ใหญ่ที่แกว่ง ไหวอยู่รอบๆ บริเวณศาลาแห่งนั้น
“หือ...."
ผมลืมตาขึ้นมองไปทั่วศาลาและมันเกิดอะไรบางอย่างที่ผมไม่รู้เลย ว่าเป็นสิ่งที่ไม่น่าสัมผัสกับมันเลย
“ใครกัน”
ผมพยายามเพ่งเข้าหาตัวนั้นที่ค่อยๆ ลุกขึ้นมายืนหันหน้ามาทาง พวกเรานอนอยู่มันเดินที่อเข้ามาหาพวกเราให้ตายเถอะคุณพระคุณเจ้าช่วย ผมด้วยเพราะน่าตามันช่างน่าเกลียดน่ากลัวมาก
“สาธุ สาธุ สาธุ"
ผมภาวนาอย่าให้มันจับพิรุธได้เลยเพราะไม่เป็นผลดีที่จะ ถูกผีร้ายเล่นงาน
“แกเป็นใครเข้ามาได้ไง”
ผมถามออกไปก่อนมันจะหยุดและทําตาวาวประกายผมวิ่งออกจาก ศาลาแห่งนั้นทันทีแต่ทว่ามันยืดแขนตามผมอย่างรวดเร็ว
“เหวอ...อ้ากก
ผมร้องลั่นทําให้เพื่อนผมตื่นตามองเห็นชายลึกลับชุดดํานั้นหัวเราะ ขึ้นก้องศาลา
“เหอะ เหอๆๆๆ”
เสียงมันเยือกเย็นนมากผสมผสานกับหมาบ้าสามสี่ตัวที่เห่าหอนบน คู่ใหญ่ที่กักน้ําเอาไว้ใช้ในยามน้ําแล้งแห้ง
“ช่วยด้วย ผีหลอก"
พวกเราวิ่งหนีอีกครั้งมันยืดแขนออกมากระชากพวกเรากลับและลาก ไปรอบๆ บริเวณศาลาอย่างสนุกสนานตามอารมณ์ของมัน
"โอ้ย..เจ็บโว้ย ช่วยด้วย ช่วยด้วย”
พวกเราร้องลั่นจนแทบจะหูแตกดูจะไม่มีอะไรโผล่มาช่วยเอาเลยนอก จากเสียงหมาและกลิ่นธูปที่ร้ายแรงครุกรุ่นที่แห่งนั้น
"ช่วยด้วย ผีผีผี"
ผมร้องสุดเสียงก่อนจะผวาขึ้นมาพร้อมๆ กับทุกคนที่ดูจะตาสว่าง พร้อมกัน
“อา...พวกเราฝันรีว่าจริงวะไอ้โอม" นุถามเร็วปาดเหงื่อที่ออกเต็มหน้าไปหมด
 “กูว่าเหมือนจริงมากกว่าว่ะ"
หงส์บอกทุกคนต่างมองหน้ากันไปมาก่อนสายตาจะพบประสบกับสิ่ง ลึกลับในศาลาแห่งนั้น
“พรึบ ฟูๆๆ”
ควันสีขาวพุ่งขึ้นมาโดยไม่ได้นัดหมายก่อนจะเป็นรูปร่างและชัดเจน ขึ้นเรื่อยๆ
“จ้ากกก ผะผะผะผีหลอก ไม่คิดชีวิต
“เหอ ๆ ๆ ๆ กลับมาก่อน ฮะฮะ"
เสียงนั้นพวกเราจําติดใจมาจนทุกวันนี้ ผมเองไม่อยากเชื่อจริงๆ ว่าวิญญาณที่สิงสถิตย์อยู่ที่แห่งนั้นจะร้ายกาจมากมายอะไรปานนั้นมันเป็นประสบการณ์ที่ผม่ไม่อาจลืมเลือนตลอดไป ช่างน่ากลัวเหลือเกินครับ



No comments:

Post a Comment

Popular Posts