ปิศาจหมาดำ

หมู่บ้านโคกเพ็กเป็นหมู่บ้านที่อยู่ริมป่าใหญ่มีบ้านไม่กี่หลังคาเรือน ส่วนมากชาวบ้านในหมู่บ้านนี้อพยพมาจากหมู่บ้านหนองปลาหมอ ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือหลายกิโลเมตร หมู่บ้านแห่งนี้เริ่มขึ้นมาจากกระท่อมนาเล็กๆของข้าพเจ้าเมื่อหลายสิบปีก่อนโน้น ข้าพเจ้าบุกเบิกที่ดินบริเวณแถบนี้อาศัยเป็นแหล่งทำมาหากินเรื่อยมาเป็นเวลาหลายปี ข้าพเจ้าเองก็เป็นคนบ้านหนองปลาหมอ ตื่นเช้าขึ้นข้าพเจ้าก็ออกไปแต่เช้า หว่านไถปลูกถั่วปลูกแตงไปตามเรื่อง พอตกตอนเย็นก็เดินทางกลับบ้าน ต่อมาก็มีเพื่อนบ้านของข้าพเจ้าไปบุกเบิกป่าแถบนี้กันหลายคน จึงสร้างกระท่อมพักนอนเฝ้านาถั่วแตงอยู่นั่น โดยไม่ต้องเดินทางกลับมาบ้านเทียวไปเทียวมาเหมือนเมื่อก่อน



การอพยพก็ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันนั้นจนกลายเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนเนินกว้างอันประกอบไปด้วยป่าเพ็กขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นงอกงามเป็นแนวยาวไปตามแนวป่าใหญ่ ดังนั้นภูมิประเทศของบริเวณนี้จึงกลายมาเป็นชื่อของหมู๋บ้านว่าบ้านโคกเพ็ก ชาวบ้านก็เรียกกันติดปากขึ้นใจกันเรื่อยมา พอตกมาในปีนั้นเป็นปี 8 2 8 เดือน 8 สองหน ตามคำบอกกล่าวของคนเฒ่าคนแก่ว่าเป็นปีแห่งโชคลาภ ฝนฟ้าพืชพันธุ์จะอุดมสมบูรณ์ แต่ว่าการคาดหมายเหตุการณ์กลับเป็นเรื่องตรงกันข้าม ในปีนั้นเกิดความแห้งแล้งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เป็นบทเพลงแห่งตำนานของหมู่บ้านตั้งแต่นั้นมาเป็นช่วงระยะเวลา 3 ปีซ้อน

เพื่อนบ้านต่างก็พากันหอบลูกหอบหหลานอพยพหนีความอดอยากในหมู่บ้านไปทำมาหากินอยู่ในที่อื่น แต่อีกหลายครอบครัวยังยึดอยู่บ้านอย่างนี้เป็นหลัก เพราะไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ส่วนข้าพเจ้านั้นนอกจากอาชีพการทำนาทำไร่ทำนา ข้าพเจ้าก็ยังเป็นช่างปลูกบ้านสร้างบ้าน ในระหว่างฟ้าฝนยังไม่ตกลงมา ข้าพเจ้าก็รับงานปลูกบ้านเอาไว้หลายที่ ต้องตะลอนไปทำงาน บางทีก็ 3 วันจึงได้กลับมาเยี่ยมบ้านลูกเมีย หรือบางทีก็ถึง 7 วันถึงได้กลับมาหนนึง สุดแล้วแต่งานที่ทำเร่งด่วนขนาดไหน ปล่อยให้เมียและลูกน้อยอยู่เฝ้าบ้านกับแม่ยาย

ในช่วงนั้นพ่อคำสิงห์เกิดป่วยกระทันหันเป็นไข้สูงนอนซมอยู่กับบ้านหลายวันจึงนำไปหาหมอที่อนามัย กลับมาอาการก็ไม่ดีขึ้นมีแต่ทรุดดหนักลง พ่อคำสิงห์ป่วยอยู่จนถึงวันแรม 15 ค่ำก็ขาดใจตายในคืนนั้นเอง คนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านได้ล้มหายตายจากหมู่บ้านก็เหมือนขาดหลักยืดจะให้ความอบอุ่น ต่อมาไม่นานเมียของไอ้ทิดหนองก็ออกลูกตายไปพร้อมกับทั้งแม่ทั้งลูก ไอ้ทิดหนองก็รื้อบ้านเก็บข้าวของอพยพกลับไปอยู่บ้านหนองยาง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของมัน การเจ็บป่วยล้มตายในหมู่บ้านนี้ได้ปรากฏบ่อยครั้งเรื่อยๆ ไอ้แสงลูกของอีแก้วก็เป็นไข้ตายไปอีกคน และในปีเดียวกันนั้นแม่ยายของข้าพเจ้าก็ป่วยเป็นไข้ตายไปอีก

ก่อนเกิดการตายของชาวบ้านนั้น มีสิ่งที่ข้าพเจ้าสังเกตอยู่อย่างหนึ่งคือเสียงลมที่พัดปะทะกับต้นไม้ดังมาจากป่าใหญ่ โดยที่ไม่ได้มีเค้าเมฆฝนแต่อย่างใด บางครั้งก็ได้ยินในวันพระข้างแรม บางวันก็เกิดลมพัดทั้งวันเลย สายลมแห้งผากเคล้ากับแสงแดดร้อนระอุหดหู่อย่างยิ่ง เหตุการณ์เช่นนี้เป็นสาเหตุให้หมู่บ้านที่เคยครึกครื้นอบอุ่นกลายเป็นหมู่บ้านที่มีแต่ความเงียบเหงาวังเวงยะเยือกเต็มไปด้วยบรรยากาศเหมือนกับถูกสะกดไปด้วยมนตร์ร้ายของภูตผี

ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเป็นเช่นนี้จนเกิดการพูดเล่าลือไปต่างๆนานา บางคนก็ว่างูจงอางมันวางไข่ พิษร้ายของมันทำให้เกิดความแห้งแล้งเกิดอันเป็นไปบ้าง บางคนก็ว่าเจ้าที่เจ้าทางเขาทักท้วงและไม่พอใจที่ชาวบ้านทำอะไรไม่บอกไม่เล่าเก้าสิบ ไม่เลี้ยงดูปูเสื่อให้ดีจึงทำให้เกิดความแห้งแล้ง เกิดเภทภัยป่วยไข้ตายลงอย่างน่าแปลกประหลาด ดูเหมือนประการหลังที่ว่าผิดเจ้าที่เจ้าทางจนทำให้ท่านโกรธไม่พอใจนั้นจะเป็นเรื่องเชื่อถือของชาวบ้านดังนั้นเมื่อถึงวันขึ้น 8 ค่ำเดือน 10 ผู้ใหญ่จึงนำลูกบ้านตั้งศาลขึ้นใต้ต้นประดู่ใหญ่ ที่ยืนตระหง่านครึ้มทะมึน อยู่ค่อนไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่บ้าน แล้วนิมนต์พระคุณเจ้าวัดหนองปลาหมอมาทำพิธีสวดทำบุญตักบาตรกรวดน้ำเพื่อการกำจัดเพศภัยของหมู่บ้านให้ชาวบ้านอยู่ร่มเย็นเป็นสุขตามความเชื่อของคนเฒ่าคนแก่ที่เคยปฏิบัติมา

หลังจากการทำพิธีผ่านพ้นไปแล้วเป็นเวลาขวบปีพอดี ลูกสาวของผู้ใหญ่มีเกิดอาการชักขณะเดินไปตักน้ำ ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางท้ายหมู่บ้าน พอกลับมาถึงบ้านก็ขาดใจตาย ข้าพเจ้าจำได้ติดตาตอนที่ลูกสาวผู้ใหญ่มีขาดใจตายนิ่งตาเหลือก สะอึกอยู่ 4-5 ครั้งก็หมดลมหายใจ ตาเหลือก ปากบิดไปทางด้านข้าง เหตุการณ์ครั้งนี้ได้นำเอาความโศกเศร้ากลับมาเยือนบ้านโคกเพ็ก ในขณะที่ทุกคนเชื่อว่าเหตุการณ์อย่างเมื่อก่อนจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว ลมพัดแรงมา 3 คืน 3 วัน ศพของลูกสาวผู้ใหญ่มียังอยู่บนบ้าน ประกอบพิธีสวดอยู่จะเอาลงไปฝังเลยไม่ได้ วิญญาณของศพจะยังไม่ได้จุติ เพียงแค่หลับแล้วฝันไปอย่างมีความสุขเท่านั้น เหมือนกับว่าตัวเองยังไม่ได้ตายแต่อย่างใด

บทเพลงสัญลักษณ์แห่งการตาย บรรเลงอย่างโหยหวนเศร้าสร้อยไปตามสายลมแรง ดังขาดเป็นห้วงๆ ผู้คนในหมู่บ้านทยอยกันมาช่วยงานศพที่บ้านผู้ใหญ่มี ความเศร้าโศกเสียใจแผ่ไปถึงทุกคน แม้กระทั่งบรรยากาศของหมู่บ้านก็ซึมเศร้าลงอย่างถนัด ขนาด 3 วันแล้วให้เพลงบทธรณีกรรแสงได้คร่ำครวญถึงการจากไปของลูกสาวผู้ใหญ่มี รอการนำไปสู่หลุมฝังศพในตอนบ่ายของวันที่ 4

ข้าพเจ้ามองอยู่หน้าเมียและลูกอย่างพิจารณาไตร่ตรองอยู่นานจึงได้ปรึกษาการจัดการกลับไปอยู่ที่บ้านหนองปลาหมอซึ่งเป็นบ้านเดิมของข้าพเจ้า แต่ในที่สุดข้าพเจ้าก็ตัดสินใจมาอยู่บ้านเมียโดยส่งลูกและเมียกลับไปก่อนส่วนข้าพเจ้ายังอยู่ดูแลข้าวของอยู่ทางนี้ ปรากฏว่าอีกไม่กี่เดือนต่อมาเกิดโรคห่าไก่ตายกันหมด เพื่อนบ้านข้าพเจ้าหลายคนก็พยายามอพยพออกไปหากินในถิ่นอื่น จะเหลืออยู่แต่ครอบครัวของพ่อคำหมาน ลุงศรี ทิดผอมเพราะมีฝูงวัวควายอยู่เยอะ และตัวข้าพเจ้าคนหนึ่ง

การเป็นอยู่ในช่วงนี้ดูเหมือนว่าสบายดีแต่วันนั้นทุกคนต่างสับสนอลหม่านเมื่อพ่อคำหมานเกิดอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง ในที่สุดพ่อคำหมานได้สิ้นบุญตายไป เมื่อก่อนหน้านี้สัก 5-6 วันเห็นจะได้ ตอนเย็นตะวันโพล้เพล้แล้วข้าพเจ้ากลับจากไร่แตง สวนข้าวโพดที่ปลูกอยู่ริมชายป่าด้านทิศตะวันตกของหมู่บ้าน บนทางเท้าที่ไม่ค่อยจะมีคนเดิน หญ้าต้นเพ็กปกคลุมสูงเกือบถึงหน้าอก ข้าพเจ้าใช้มีดฟันเถาวัลย์ที่มันปกคลุมอยู่บนทางเดิน บังเอิญว่ามีดในมือของข้าพเจ้าหลุดร่วงลงพื้นดิน ข้าพเจ้าจึงก้มลงเก็บ พอเงยหัวขึ้นก็เห็นเงาสีดำขนาดใหญ่ห่างออกไประยะ 50 เมตรเห็นจะได้ เป็นหมาสีดำขนาดใหญ่มาก ข้าพเจ้าเกิดความรู้สึกขนลุกชูชันไปทั้งตัว ข้าพเจ้าจุดยืนตรงนั้น ยืนเหมือนคนถูกสะกด

หมาดำตัวนั้นเดินผ่านไปท่ามกลางแสงโพล้เพล้ยามค่ำ ผ่านที่ลุ่มทุ่งนาไปทางหมู่บ้านโคกเพ็ก เรื่องนี้ข้าพเจ้าไม่ได้บอกให้ใครรู้ เกรงเขาจะว่าเป็นเรื่องราวโกหกกัน จนเมื่อพ่อคำหมานตาย ข้าพเจ้าจึงเล่าเรื่องนี้ให้ทิดหอมฟัง ทิดหอมตกใจแล้วบอกว่า ตอนลูกสาวผู้ใหญ่มีตายก็พบหมาดำขนาดใหญ่เดินจากป่าทิศตะวันตกมาทางหมู่บ้านเหมือนกัน จากการถามไถ่หลายคก็นบอกว่าเคยพบเห็นหมาดำใหญ่เช่นเดียวกัน หมู่บ้านโคกเพ็กจึงกลับกลายเป็นหมู่บ้านร้างตั้งแต่ลุงคำหมานตายลงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงที่ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่ มันจะเป็นเรื่องของภูตพราย หรือผีสางเทวดาอาถรรพ์อันใดก็สุดจะคาดเดา แต่ข้าพเจ้าลงความเห็นว่ามันเป็นเรื่องของปีศาจอมนุษย์ที่คอยเบียดเบียนและที่ปรากฏให้ข้าพเจ้าเห็นนั้น มันเป็นหมาดำตัวขนาดใหญ่เหมือนกับเป็นสื่อนำเอาความตายไปสู่หมู่บ้าน ข้าพเจ้าจึงมีความเชื่อว่ามันคือปีศาจหมาดำ

โดย เดี่ยว สันโดษ



No comments:

Post a Comment

Popular Posts