รวมตำนานผีนานาชาติและปิศาจทั่วโลก

ผีตระกูลเฮอิเคะ
โออิจิ เป็นชายตาบอดแต่มีฝีมือในการเล่นบิวา (พิณญี่บุ่น) สูงส่งมาก คืนหนึ่งเขาถูกเรียกตัวจากคฤหาสน์ใหญ่แห่งหนึ่งให้ไปดีดบิวาให้ฟัง โออิจิรู้แต่ว่านักรบหนุ่มผู้หนึ่งมีหน้าที่มารับตนไปยังคฤหาสน์แห่งนั้น
ทุกคืนโออิจิจะออกเดินทางจากบ้านซึ่งระหว่างทางต้องผ่านวัดแห่งหนึ่งสมภารวัดเกิดความสงสัย ดังนั้นในคืนหนึ่งจึงเดินตามโออิจิไปจนกระทั่งได้เห็นโออิจิดีดบิวาอย่างสุดฝีมือต่อหน้าหลุมศพซึ่งสว่างไสวด้วยไฟของปิศาจ เบื้องหลังเป็นป้ายบอกชื่อนักรบครอบครัวตระกูลเฮอิเคะซึ่งได้ล้มหายตายจากไปหมดแล้ว วันรุ่งขึ้นสมภารจึงชักชวนโฮอิจิเข้าสนทนาในวัดและเกลี้ยกล่อมจนโฮอิจิยอมให้เขียนพระพุทธมนต์ลงบนร่างของตนทั่วทั้งตัว
"ในตัวโฮอิจิ มีผีของตระกูลเฮอิเคะคอยติดตามอยู่ ถ้าทำเช่นนี้ผีก็จะมองไม่เห็นไม่เข้ามาใกล้"  แต่แล้วคืนนั้นนักรบที่เคยมารับโฮอิจิก็มาอีกเช่นเคย
"แปลกจริงทำไมวันนี้ไม่เห็นร่างของโฮอิจิเลยมีแค่หูอยู่สองข้างเท่านั้น ถ้างั้นเอาหูกลับไปด้วยดีกว่า"
ทันใดนั้นนักรบก็ตัดหูทั้งสองข้างของโฮอิจิ ทั้งนี้เป็นเพราะสมภารลืมลงพระพุทธมนต์ลงบนหูของโฮอิจินั่นเอง



นางโอคิก (นางเบญจมาศ)
นางโอคิกุเป็นสาวใช้ของบ้านอาโอยาม่า ซึ่งมีตำแหน่งเป็นนักรบนายกอง (ฮาตาโมโต้) ถูกหึงหวงโดยภรรยาหลวงเพราะความสวยงามของนาง และถูกแกล้งกล่าวหาว่านางทำจานอันเป็นสมบัติของบ้านแตกซึ่งไม่เป็นความจริง นางโอคอกุจึงฆ่าตัวตายโดยกระโดลงไปในบ่อน้ำเก่ากลายเป็นผีและกลับมาแก้แค้นภรรยาหลวง

นางโอซึยุ (นางน้ำค้าง)
นางโอซึยุผู้ซึ่งตายไปโดยที่ยังครุ่นคิดถึงแต่คนรัก จึงกลายเป็นผีแล้วมาเยี่ยมคนรักนางใส่เกต้า (เกี๊ยะญี่ปุ่น) ทำเสียงดังกึงกัง ผีของนางโอซึยุและผีของแม่นม กลายเป็นร่างโครงกระดูกที่น่ากลัวเมื่อไม่อยู่ต่อหน้าผู้คน

ผีเลี้ยงเด็ก
ทุก ๆ คืน จะมีผู้หญิงอุ้มเด็กทารกมาซื้อลูกกวาด คนขายลูกกวาดซึ่งรู้สึกประหลาดใจจึงติดตามไปและเห็นนางหายวับไปที่หลุมฝังศพ พอขุดหลุมฝังศพดูก็พบศพแม่อุ้มศพลูกซึ่งอมลูกกวาดอยู่

นางโออิวะ (นางภูผา)
พ่อของนางถูกฆ่าโดยสามีของนางเองชื่อ อิเอม่อน ตัวนางโออิวะกูถูกวางยาพิษจนตายนางกลายเป็นผีกลับมาฆ่าเมียคนต่อมาของอิเอม่อน และญาติพี่น้องทุกคน นอกจากนี้นางยังทำให้อิเอม่อนถูกฝูงหนูหลายพันตัวรุมกัดกินเนื้อจนตาย

ซาเนะนางคา
ด้วยบาปกรรมที่ทำกับบิดามารดาจึงกลับมาเกิดเป็นหญิงหน้าตาขี้ริ้ว แต่แล้วกูถูกฆ่าตายโดยโยเอม่อนซึ่งยอมเป็นลูกบุญธรรม เพราะหวังได้ทรัพย์สมบัติของนาง
นางคาซาเนะกลายเป็นผีและมาสาปแช่งเมียคนหลัง ๆ ของโยเอม่อน ให้ตายติดต่อกันถึงหกคน

นางมิยากิ
หลังจากสัญญาไว้กับ มิยากิผู้เป็นภรรยาว่าจะกลับมาก่อนฤดูใบไม้ร่วง สามีของนางก็ออกเดินทาง แต่กลับไปป่วยระหว่างทาง และกว่าสามีจะกลับมาได้เวลาก็ผ่านไปถึง 7 ปี
เมื่อสามีภรรยาได้พบกันแล้วในวันรุ่งขึ้นต่อมา ร่างของภรรยาก็หายไปผู้เป็นสามีกลับพบว่า ข้าง ๆ บ้านั้น มีหลุมฝังศพของนางมิยากิตั้งอยู่

มาซะคาโด้ทาอิราดนะ
ขุนพลของสมัยเฮอิอัน ทาอิราโนะมาซาคาโด้ ถูกลงโทษประหารชีวิตในข้อหาว่าเป็นกบฎ และศรีษะก็ถูกส่งไปยังเกียวโตไม่ช้าศรีษะนั้นก็บินกลับมายังบ้านเกิดเมืองนอนคือคันโต ผู้ใดได้เห็นศรีษะนั้นจะป่วยมีอาการประหลาดคล้ายร่างกายจะละลายไป

ชิเงโนบุฮิชิกาว่า
ฮิชิกาว่า ชิเงโนบุ นักเขียนภาพที่ถูกฆ่าโดยศิลย์ชื่ออิโซคาอิ เมื่อกลายเป็นผีกลับมาช่วยลูกของตนซึ่งถูกผลักตกน้ำตกและได้ให้พลังทางไสยศาสตร์กับลูกอายุห้าขวบให้กลับมาใช้ดาบฟันอิโซคาอิตายเป็นการล้างแค้นเสร็จสิ้นกันไป

จ้าวผีชิรามิเนะ (ยอดเขาขาว)
ในสมัยฌออิอัน มีไซเงียวโอชิซึ่งเป็นนักแต่งโคลอนที่มีชื่อเสียง ได้เดินทางไปเยี่ยมซาบุกิ (ปัจจุบันเรียกชื่อว่าเป็นมณฑลคางาว่า) และชิรามิเนะโงะเรียว ที่นั่นมีหลุมฝังศพของซุโตกุอินผู้ถูกขับไล่ออกจากตำแหน่งจักรพรรดิและถูกเนรเทศเพราะมีความผิดให้ไปอยู่ที่ชิโกกุ
เมื่อไซเงียวประสานมือเคารพหน้าหลุมฝังศพ มีเสียงฟ้าร้องดังลั่น พร้อมกับฟ้าแลบแปล๊บปล๊าบจนทำให้ตาพร่ามัวและแล้วก็ปรากฏร่างจ้าวแห่งผีที่น่ากลัวยิ่ง ใบหน้าฉายแสงสีน้ำเงินน่าขนลุก เล็บของสองมือยาวและคมเหมือนเล็บมังกรรอบ ๆ ตัวมีนกประหลาด ส่งเสียงประหลาดบินอยู่
"ไซเงียวเอ๋ย จงฟัง เราคือซุโตกุอินผู้ซึ่งถูกขับไล่ออกจากตำแหน่งจักรพรรดิ เพื่อที่จะทำความแค้นนั้นให้กระจ่างเราจึงแปลงร่างมาเป็นเจ้าแห่งผีเช่นนี้"
เนื่องจากท่านพ่อของซุโตุกอินคือจักรพรรดิ ต่อมาได้ยกตำแหน่งจักรพรรดิให้แก่น้องชาย ด้วยความไม่พอใจจึงก่อการจลาจลในรัชกาลโฮเกน แต่ผลสุดท้ายเมื่อแพ้ในสงครามจึงถูกลงโทษให้เนรเทศมายังชิโกกุ และก็ตายลงที่นั่น  "ซุโตกุอินเอ๋ย จงอย่าหลงผิดจงขึ้นสวรรค์ไปเถิด"  เมื่อไซเงียวเริ่มสวดมนต์จ้าวแห่งผีกหายไปพร้อมกับนกประหลาดอีกหลายร้อยตัว
ทั้งหมดนี้มีเขียนอยู่ในนิยายเรื่อง  "ตำนานเกี่ยวกับพระจันทร์และสายฝน"  ของอุเอดะอาคินาริ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีชื่อเสียงอีกเรื่องหนึ่ง
ที่เรียกว่าผีนั้นก็คือวิญญาณของคนที่ตายแล้วได้กลับมาสู่โลกนี้ด้วยร่างที่ใช้ในตอนที่มีชีวิต แต่ทว่าไม่ใช่ว่าทุกคนที่ตายแล้วจะมาปรากฏตัวเป็นผี คนที่ตายไปแล้วและยังหลงเหลือความแค้นความอาลัยในโลกนี้ จึงจะมาปรากฏตัวเป็นผีภาพผีของญี่ปุ่นมักจะไม่มีขาในตอนกลางของสมัยเอโดะมารุยาม่าโอเคียวผู้เป็นักเขียนภาพจะเขียนภาพผีที่ไม่มีขาซึ่งเป็นภาพที่มีชื่อเสียง เรื่องนี้จึงเป็นที่ยอมรับตั้งแต่นั้นมาว่าผีจะไม่มีขา
ทางตะวันตกตั้งแต่โบราณต่างก็พากันเชื่อว่าผีมีจริงในสมัยโรมันโบราณ ต่างคิดกันว่าผีจะอยู่ใต้ดิน และได้สร้างบ้านของ ผีไว้ใต้ดินในเมืองทางเข้าจะปิดกั้นด้วยหินผี เมื่อถึงวันงานพิธีเท่านั้นที่จะเอาก้อนหินออก แล้วปล่อยให้ผีออกมา

สามตาแปดหน้า
ก่อนหน้านี้นานมาแล้ว ตัวสามตาแปดหน้าที่ปรากฏให้เห็นในแถบชิโคกุ เป็นผีที่น่ากลัวที่มีคอถึง 8 คอ
ทันใดนั้นจากฟ้าเบื้องบนก็มีเสียงดังมาว่า  "เอาตาของเจ้ามาให้ข้า" เมื่อตกใจเงยหน้าขึ้นไปดูก็เห็นก้อนอะไรบางอย่างก้อนหนึ่งมีคอสด ๆ ถึงแปดคอ แต่มีตาอยู่เพียง 3 ตาเท่านั้น ก้อนเนื้อสด ๆ นั้นจะหมุนไปรอบ ๆ และใหญ่ขึ้น ที่หมุนนั้นก็เพื่อให้ตาหมุนดูไปได้ทุกทิศ ถ้าพบผีที่ตัวใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ นี้จะไม่สามารถผ่านระหว่างต้นไม้หนาทึบได้


หัวที่ลอยละล่อง
บนผิวทะเลในกลางคืนเดือนมืด จะมีหัวสด ๆ สามหัวพ่อไฟออกมาโดยรวมกันเป็นก้อน ๆ เดียว และหมุนไปรอบ ๆ ผีนี้จะเรียกว่า  “หัวที่ลอยละล่อง”
สมัยโบราณกาลมีคนเลวสามคน ทะเลาะเบาะแว้งและทำร้ายกัน สุดท้ายต่างตัดศีรษะของกันและกันแล้วตายลงพร้อมกัน เมื่อตายแล้วจึงกลายเป็นผีที่มีหัวติดกันและต่อสู้กันต่อไป
แต่ถ้ามีใครไปล้อเลียนกลุ่มศีรษะนี้ เข้าผี 3 ตัว นี้จะรวมหัวกันเข้าเล่นงานผู้ล้อเลียนทันที

แม่มดแห่งทุ่งอาดาจิงาฮาร่า
เมื่อประมาณพันปีก่อนนี้ในทุ่งอาดาจิงาฮาร่า (เดี๋ยวนี้เป็นมณฑลฟุกุ) ตรงเชิงภูเขาอาดาตาระยาม่าแห่งโอชู มีแม่มดอาศัยอยู่ตนหนึ่ง ถ้ามีคนเดินทางพลัดหลงมาก็จะตีหน้าใจบุญให้พัก แต่พอถึงตอนกลางคืนจะใช้มีดโต้ปลายแหลมแทงตัดขั้วหัวใจ ฆ่าเสีย ชอบตับสด ๆ ของเด็กอ่อน ถึงกับเคยแหวะท้องหญิงที่ตั้งครรภ์ซึ่งเป็นการกระทำที่เหี้ยมโหดมาก
แม่มดผู้นี้วันหนึ่งถูกนักพรตผู้หนึ่งได้ยิงธนูปลิดชีพ

เถรวันอากาศแจ่มใส
เมื่อสมัยก่อนมีผีที่ปรากฏตัวที่ภูเขาแถบคันโต (ตะวันออก) ชื่อว่า  “เถรวันอากาศแจ่มใส”  เพราะชอบปรากฏตัวในวันที่อากาศแจ่มใส และมีร่างเป็นเถรตัวใหญ่
วันไหนฝนตกผู้คนก็จะสวดวิงวอนขอให้  “เถรวันอากาศแจ่มใสปรากฏตัว”  พอสวดวิงวอน เถรวันอากาศแจ่มใสก็จะปรากฏตัวออกมาอากาศก็แจ่มใสทันที
จากวันใดไม่ปรากฏผู้คนได้ทำตุ๊กตาเถรวันอากาศแจ่มใสขึ้นและวิงวอนขอให้อากาศดีและนี่ก็คือการเริ่มต้นของ  “ตุ๊กตาทำให้อากาศแจ่มใส”  (เทรุ เทรุ โบซึ)

ผีภูเขา
เป็นผีที่อาศัยอยู่ในป่าใหม่ลึกเข้าไปในภูเขา มีรูปร่างเป็นคนแก่ผอมควบคุมบรรดาสัตว์จำนวนมากอยู่ในภูเขาจับปูในบึง และผลไม้กินเป็นอาหาร
บางครั้งก็แอบเข้าไปในกระท่อมของนายพรานและคนตัดไม้เพื่อขโมยเกลือและข้าวปั้น แต่จะไม่ทำร้ายมนุษย์ แต่ถ้ามนุษย์ไล่กวดผีภูเขา หรือบางทียิงปืนเข้าใส่ผีภูเขาจะส่งเสียงร้องด้วยเสียงอันดัง เรียกระดมหมีและหมาป่าออกมาฆ่าคนผู้นั้นเสีย

นางหิมะ
วันไหนที่มีหิมะตกรุนแรงพวกคุณย่าคุณยายของหมู่บ้านจะเตือนเด็ก ๆ ลูกหลานว่า  “อย่าออกไปข้างนอกคนเดียว และถ้าออกไปก็อย่าไปไกล”  ทั้งนี้เป็นเพราะในวันที่หิมะตกหนักจะมีนางหิมะแต่งตัวในชุดโปร่งแสงปรากฏตัวออกมาพร้อมกับเด็กทารกที่อุ้มอยู่ และถ้าพบผู้คนก็จะทำเสียงน่าสงสารว่า  “โปรดอุ้มเด็กคนนี้ให้หน่อยค่ะ”  แต่ทว่าเมื่ออุ้มแล้วเด็กคนนั้นก็จะตัวเย็นขึ้น ๆ ยิ่งกว่าหิมะ ไม่ช้าคนที่อุ้มนั้นก็จะแข็งตาย

ตาแก่ร้องไห้เหมือนเด็ก
ตาแก่ร้องไห้เหมือนเด็กจะมีร่างกายเล็กเหมือนเด็กทารก แต่มีใบหน้าเหมือนคนแก่ที่มีอายุมาก จะนอนอยู่ใกล้ทางในภูเขาและส่งเสียงร้องอุแว้อุแว้เหมือนเด็กทารก เพื่อเรียกให้ผู้คนเข้าไปหา ถ้าใครไปอุ้มเข้าก็ตกใจเมื่อเห็นใบหน้าที่เหมือนคนแก่ แล้วก็จะปล่อยมือโดยไม่ตั้งใจแต่เด็กก็จะเกาะแน่นไม่ปล่อย ต่อจากนั้นตัวเด็กจะหนักขึ้น ๆ สุดท้ายก็จะเล่นงานคนอุ้มนั้น

เฒ่าจอมตื้อ
เมื่อถึงตอนกลางคืนของวันสิ้นปีเก่า ถ้ามีคนแก่ที่ไม่เคยรู้จักมาเรียกที่หน้าบ้านก็ขอให้โปรดระวังเพราะแกแต่งตัวดีจึงอาจจะเผลอใจยอมให้เข้ามาในบ้าน ซึ่งจะเกิดเรื่องลำบากขึ้น คือแกจะนั่งก้นหน้กอยู่ที่ห้องรับแขกและจะไม่ขยับเขยื้อนตัวไปไหน
นี่คือผีที่เรียกว่าเฒ่าจอมตื้อ แม้จะพยายามอย่างไรให้แกกลับไปก็จะนั่งตื้ออยู่อย่างนั้นไม่ยอมกลับไปง่าย ๆ จึงเรียกว่าเฒ่าจอมตื้อ

โครงกระดูกบ้าคลั่ง
โครงกระดูกบ้าคลั่งเป็นผีโครงกระดูกที่น่ากลัวและอาศัยอยู่ในบ่อเก่า ๆ ในเวลากลางคืนตอนดึก ๆ ที่เงียบสงัด ถ้าใครเดินผ่านไปข้าง ๆ บ่อเก่า ๆ ที่ถูกทิ้งร้างจะได้ยินเสียงกุกกักที่ไม่น่าพึงใจดังมาจากในบ่อ แล้วโครงกระดูกบ้าคลั่งซึ่งล้อมรอบด้วยวิญญาณมนุษย์จะปรากฏตัวหุ้มห่อตัวเองด้วยผ้าเปียกโดยจะลอยละล่องอยู่ในอากาศ แล้วจะกระซิบกับคนที่เดินผ่านไปมาว่า  “จงดื่มน้ำ”
ถ้าดื่มน้ำเข้าไปโครงกระดูกบ้าคลั่งก็จะหายตัวไป แต่ถ้าปฏิเสธมันจะทำเสียงกระดูกดังกรุบกรับแล้วกระโดดโลดเต้นอยู่อย่างนั้น ถ้าใครได้เห็นการเต้นของมันก็จะเกิดอารมณ์บ้าคลั่งและกระโดดลงไปในบ่อ

ผีผู้หญิงร่างสูง
ผีผู้หญิงร่างสูง ก่อนปรากฏตัวจะมีความสูงประมาณไม่ถึงหนึ่งเมตร ร่างเตี้ย ๆ ของนางจะอยู่ในชุดเสื้อผ้าสีขาวและยืนอย่างเดียวดาย ถ้าคนที่เดินผ่านไปใกล้พูดว่า  “ผู้หญิง อะไรเตี้ยอย่างนี้”  คนนั้นก็จะหัวเราะเสียงสูงฟังแล้วเสียดแทงโสดประสาทและขณะเดียวกันนั้นร่างก็จะขึ้นไปถึงสิบเมตร ถ้าใครใช้ดาบฟันเท้าผีตัวนี้ มันก็จะหายวับไป

สูงและเก้งก้าง
เจ้าสูงและเก้งก้างตัวนี้ เป็นผีที่ไม่มีหน้า ไม่มีตาไม่มีจมูกคอก็ไม่มี แต่มีมือและเท้า ร่างกายทั้งหมดเหมือนกับแป้งข้าวเหนียวนึ่งที่ถูกทุบจนน่วม บางทีมันก็จะแปลงร่างเป็นคนเดินตามมาข้างหลัง ใครหันไปเห็นเข้าจะตกใจร้องว่า  “เจ้าผีสูงจอมเก้งก้าง”  แต่ทว่ามันจะไม่ทำอันตรายอะไรผู้คน

เถรวัดป่า
ที่วัดเก่า ๆ ยากจนในชนบทแม้สมภารจะถึงแก่มรณภาพแต่ก็มักจะไม่มีพระรับช่วงสืบตำแหน่งต่อไป และจะกลายเป็นวัดร้างไม่มีคนอยู่ซึ่งวัดอย่างนี้มีเป็นจำนวนมากในญี่ปุ่น
ในวัดเก่า ๆ เช่นนี้จะมีผีที่เคืองแค้นเพราะไม่มีใครมากราบไหว้หรือไว้ทุกข์ให้กับสมภารที่ถึงแก่มรณภาพไป ผีพวกนี้จะกลายเป็นเถรวัดป่าเข้ามาสิงสู่ในวัดนั้น ถ้าผู้ใดพบผีเช่นนี้ให้สวดพระพุทธมนต์ ผีนี้จะหายตัวไปทันทีแต่ถ้าไม่สวดมนต์อาจจะถูกโกนหัวและถูกควักนัยน์ตาทิ้งก็เป็นได้

นางไร้เดียงสา
ผีซึ่งเป็นนางไร้เดียงสา เป็นผีของแม่ที่ตายทั้งกลมเพราะไม่สามารถคลอดลูกได้ มักจะปรากฏตัวในกลางคืนตอนดึกเวลาฝนตก
นางไร้เดียงสาจะเดินท่อม ๆ โดยอุ้มเด็กแดง ๆ ซึ่งตายและตัวแข็งไปแล้ว คนที่ผ่านไปมาจะรู้สึกสงสารแล้วพอถามว่า  “เป็นอะไรไปหรือ?”  นางก็จะขอร้องซ้ำแล้วซ้ำอีกโดยพูดว่า  “อุ้มเด็กให้ที อุ้มเด็กให้ที”
ถ้าผู้นั้นปฏิเสธไม่ยอมอุ้มให้ก็จะรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาทันที และไม่ช้าก็จะตาย

ผีคอยาว
ผีคอยาวเป็นผีผู้หญิงที่สวยงาม คอจะยึดยาวเรียวเหมือนกับทำด้วยยาง ในตอนกลางคืนมันจะแอบเข้าไปในบ้านคน จะใช้คอยาวของมันพันคอคนที่นอนหลับและใช้ลิ้นยาวเฟื้อยเลียคนนั้นแล้วจึงรัดคอจนคนนั้นตาย

ผีหัวโต
เมื่อครั้งโบราณ สมัยเมื่อยังไม่มีโคมไฟตามถนน จะมีก้อนสีดำพุ่งผ่านท้องฟ้าเวลาใกล้จะสนธยา ถ้าดูให้ดีจะเห็นว่าคือหัวคนที่ใหญ่โตซึ่งก็คือผีที่เรียกกันว่า  “ผีหัวโต”
การที่ผีหัวโตปรากฏตัวขึ้นนี้ กล่าวกันว่าเป็นลางบอกเหตุว่าจะมีไฟไหม้แผ่นดินไหวหรือทุพภิกขภัย ถ้าใครมองเห็นผีหัวโตนี้ก็จะหวาดกลัวจนจับไข้
กล่าวกันว่าตัวจริงของผีหัวโตนี้คือผีของเด็กที่ตายไปแล้วไม่มีใครทำบุญไว้ทุกข์ให้ ทั้ง ๆ ที่เด็กเหล่านี้ตายเพราะเหตุทุพภิกขภัยและบ้างก็ว่าเป็นผีซึ่งแก่เฒ่าและแปลงร่างมา

นางสองหน้า
นางสองหน้าจะมีหน้าหนึ่งสวยงาม จิตใจสูงส่งดั่งนางฟ้าแต่เบื้องหลังนั้นมีอีกหน้าหนึ่งซึ่งน่ากลัวซ่อนอยู่ หน้านั้นจะมีจมูกซึ่งมีลักษณะเหมือนมือที่ห้อยยาวออกมา
ผู้ใดก็ตามเมื่อเห็นหน้าที่ซ่อนไว้ของนางสองหน้าแล้วจะตื่นตกใจและวิ่งหนีไป แต่ทว่าในความเป็นจริงนางสองหน้าเป็นผีที่อ่อนโยนและคอยคุ้มครองรักษาคนไม่ให้ผีร้านทำอันตราย

ผีฝีดาด
ผีฝีดาษเป็นผีที่เล่นงานเด็กคือจะมีเขางอกออกจากหัวสองเขามีตา 6 ตา และมีหน้าตาที่น่ากลัวกลางคืนมันจะซ่อนเร้นตัวเข้าไปในห้องที่เด็กนอนและจะกระซิบบอกเด็กว่า  “กลัวมั้ย”  ถ้าเด็กตอบว่า  “ไม่กลัว”  ผีนี้ก็จะหายไปเฉย ๆ แต่ถ้าเด็กตอบว่า  “กลัว”  มันก็จะใช้ดาบฟันใส่ ซึ่งแผลที่ถูกผีฝีดาษเล่นงานจะเน่าเฟะทีเดียว

ยายแก่โครงกระดูกงู
ยายแก่โครงกระดูกงูเป็นผีอยู่ในภูเขาลึกทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ มีรูปร่างผอมเหมือนโครงกระดูก ตรงตามีประกายสีแดงน่าเกลียดน่ากลัว
นอกจากนี้ยังมีงูหลายร้อยตัว มารวมกันเป็นฝูงอาศัยอยู่ในรู ซึ่งยายแก่คนนี้จะควบคุมสั่งการงูพวกนี้ได้เหมือนกับแขนขาของตนเอง
ในบรรดางูที่มาชุมนุมกันนี้จะมีงูสีน้ำเงินมาพันข้อมือขวาของยายแก่โครงกระดูกงูและงูตัวนี้ตัวใหญ่เป็นพิเศษกว่าตัวอื่น
งูใหญ่สีน้ำเงิน จะพ่นไออกมาซึ่งจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นน้ำแข็ง ส่วนงูใหญ่สีแดงจะพ่นเปลวไฟสีแดงซึ่งเผาไหม้ทุกสิ่งทุกอย่าง และจะคนทุกคนที่ผ่านเข้ามาใกล้

ผีกระสอบฟาง
กระสอบก็คือเมื่อสมัยโบราณเป็นกระสอบที่ทำด้วยฟางใช้ใส่เกลือและเมล็ดพืชต่าง ๆ ผีกระสอบฟางจะอาศัยอยู่ที่ภูเขาฮัคโคดะซันแห่งมณฑลอาโอโมริ มีความสูงประมาณ 5 เมตร น่ากลัวมาก พอถึงฤดูใบไม้ผลิเมื่อหิมะเริ่มละลาย ตอนกลางคืนดึก ๆ มันจะเดินเสียงดังโครม โครม ใช้เคียวยักษ์ฟันต้นไม้ล้ม ขณะเดินลงมาจากภูเขา และจะตะโกนด้วยเสียงอันดังว่า  “เด็กเลว ๆ ไม่มีเรอะ?”  ถ้ามีเด็กเลวที่ไหนก็จะจับใส่กระสอบางที่แบกอยู่ข้างหลังกลับไปด้วย

นางโสเภณีผมยาว
ตอนกลางคืนดึก ๆ บนถนนนอกเมือง ซึ่งไม่มีคนผ่าน บางครั้งจะมีผู้หญิงแต่งชุดกิโมโนสวยงามยืนอยู่
ถ้ามีคนเดินผ่านก็จะเข้ามาเจรจาว่า  “นี่แน่ะคุณคนนั้นน่ะไปทำอะไรมาถึงได้ดึกดื่นป่านนี้”
ใบหน้าของผู้หญิงนั้นถูกเส้นผมดำสนิทรุงรังปิดบังไว้ นั่นก็คือผีนางโสเภณีผมยาวซึ่งเป็นผีที่น่ากลัว พอตกใจจะเดินหนีผมของผีนางโสเภณีก็จะงอกยาวออกมาและพันคอคนผู้นั้น แล้วรัดคอจนตายไป

ยักษ์ผมแข็ง
ยักษ์ผมแข็งซึ่งเป็นผีที่ย่องเข้าใกล้หญิงสาวที่สวยงามที่หาพบ โดยปราศจากสุ้มเสียงมันจะลอกหนังหัวสด ๆ ของหญิงสาวกินและกินไปพร้อมกับผมของหญิงผู้เคราะห์ร้ายนั้น
ผมอันยาวของผีตนนี้ ถ้าใช้ดาบฟัน ดาบก็จะบิ่นทื่อเพราะผมมันแข็งมาก นอกจากนี้บนหัวจะมีผมตึงแข็งขึ้นเหมือนเขาที่งอกบนหัวยักษ์
คนจึงเรียกมันว่ายักษ์ผมแข็งและเป็นที่เกรงกลัวกันมากกล่าวกันว่ายักษ์ผมแข็งนี้เดินเป็นหญิงสาวขี้เหร่ซึ่งอิจฉาหญิงสาวที่สวยงามและเมื่ออิจฉามาก ๆ เข้า วิญญาณของผีร้ายเข้าสิงสู่ และกลายเป็นผีไป

ผีว้าก
ตกตอนโพล้เพล้ ถ้ามีใครเดินผ่านวัดเก่า ๆ หรือ ป่าช้าจะมีเสียงร้องดังลั่นว่า  “ว้าก”  นี่แหละคือเสียงของผีว้าก
ผีว้ากก็คือชายร่างใหญ่โตซึ่งมีใบหน้าน่ากลัวเหมือนยักษ์มีสมญานามว่า  “เจ้าแห่งป่าช้า”  ถ้ามีเสียงทักถามว่า  “ว้าก”  ก็ให้ตอบไปว่าว้ากเช่นกันถ้าไม่ตอบเช่นนั้นก็จะถูกมือยักษ์ตะครุบตัวจับยัดลงไปในโลงซึ่งฝังอยู่ในดินและถูดปิดตายอยู่ที่นั่น

ผีสองหัว
ผีที่มีสองหัวนั้น บนยอดหัวจะมีโครงกระดูกเล็ก ๆ ติดอยู่ดูน่ากลัว กล่าวว่าผีคนนี้มีรูปร่างเป็นชายร่างใหญ่ พอยืดคอก็จะกลายเป็นสองหัว และก็จะยืดออกไปได้เรื่อย ๆ เหมือนผีคอยาว
ถ้าพบผีชนิดนี้แล้ว ห้ามหนีโดยเด็ดขาด ผีสองหัวจะเข้าโจมตี ทำร้านคนที่วิ่งหนี แม้ส่าคนจะหนีไปทางไหน หัวสองหัวก็จะไล่กวดจนกระทั่งคนคลั่งตาย

ผีโครงกระดูกกรอบแกรบ
ตอนกลางคืนประมาณตีสอง แม้พืชประเภทหญ้าและต้นไม้จะหลับไปแล้ว จะมีเสียงคนเดินอยู่ข้างนอกดังกรอบแกรบ ถ้าออกไปดูจะเห็นโครงกระดูกสูงประมาณสิบเมตรเดินอยู่ คือผีโครงกระดูกกรอบแกรบ ถ้าตกใจวิ่งเข้าบ้าน ผีโครงกระดูกนี้จะจับตัวไว้และจะเคี้ยวกินด้วยฟันซี่ใหญ่
ผีโครงกระดูกกรอบแกรบนี้จะเป็นผีที่เกิดจากผู้คนที่ล้มตายอยู่ข้างถนน

คนเตี้ยวันฝนตก
ในวันฝนตก ถ้ามีเสียงดังกุกกักเข้าจังหวะกับเสียงของฝนก็หมายความว่า  “คนเตี้ยวันฝนตก”  กำลังเข้ามาใกล้
ผีตัวนี้เป็นลูกของเทพเจ้าแห่งฝน ร่างกายจะเปียกอยู่เสมอทั่วตัว ที่หน้าจะมีราสีน้ำเงินจับอยู่ ร่างกายจะมีขนาดเล็กเหมือนเด็ก ถ้าเผลอร้องเรียกให้หยุด มันจะโต้ตอบด้วยคำพูดว่า  “ในร่างกายของแกยังมีน้ำไม่พอ”  ด้วยเสียงอันน่ากลัวแล้วคนผู้นั้นจะตัวเปียกโชกมีราสีน้ำเงินขึ้นที่หน้าของตนด้วย

คนแก่ตาบอดหัวล้านในทะเล
“มองเห็นท่าเรือแล้ว”  พอเจ้าหน้าที่ประจำเรือตะโกนบอกบรรดาผู้โดยสารก็จะมารวมตัวกันที่ดาดฟ้า ทันใดนั้นจะเกิดหมอกสีขาวขึ้นท่ามกลางหมอกจะมีหมอนวดตาบอดและหัวล้านปรากฏตัวออกมา
“โอ ตาแก่ตาบอดหัวล้านแห่งท้องทะเล”  ตาแก่ตาบอดหัวล้านคนนี้จะกวักมือเรียกบรรดาคนที่อยู่ในเรือช้า ๆ บรรดาคนที่อยู่ในเรือจะรีบหนีกันสุดชีวิต แต่เรือก็เหมือนกับหมอกและไม่กลับมาอีกเลย

กะโหลกยักษ์
โครงกระดูกกับกะโหลกของยักษ์จะอยู่บนเรือร้างที่ลอยไปในทะเล มันจะคอยผู้คนที่จะโดยสารเรือผ่านมา ในทะเลถ้าเห็นเรือประหลาดผ่านเข้ามาใกล้ และเห็นหมอกอันน่ากลัวปรากฏขึ้น นั่นก็คือเรือผีซึ่งลอยลำเข้ามาใกล้อย่างปราศจากสุ่มเสียง จากนั้นปรากฏหัวกระโลกยักษ์ออกมาหลอกล่อ
บรรดาผู้โดยสารจะพากันตื่นตระหนกและเรือก็จะลอยวนอยู่อย่างนั้น ไม่ช้าทั้งน้ำและเสบียงอาหารก็จะหมด ผู้โดยสารก็จะผอมแห้งและตายไป ต่อจากนั้นเจ้ากะโหลกยักษ์ก็จะเปลี่ยนเรือและคอยเหยื่อรายต่อไป

ทารกน้ำมัน
ทารกน้ำมันเป็นผีที่ปรากฏตัวบ่อยในที่ ๆ ไม่มีไฟฟ้าและใช้ตะเกียงกระดาษ บางแห่งก็เรียกว่า  “ตัวเลียน้ำมัน”  มันจะไม่ทำอันตรายใด ๆ ตอนกลางคืนถ้าที่ไหนไฟดับก็จะมานั่งและเลียน้ำมันที่ยังเหลืออยู่ในตะเกียง
ทารกน้ำมันจะมีรูปร้างเหมือนลูกไฟเล็ก ๆ กระเด็นเข้ามา แม้จะมีรูเล็กเพียงใดก็เข้ามาได้ เมื่อเลียน้ำมันจะมีร่างเป็นทารก และเมื่อเลียเสร็จก็จะเปลี่ยนเป็นลูกไฟ กระโดดจากไป

นางหัวเราะ
ตอนกลางคืนดึก ๆ จะมีเสียงหัวเราะระรื่นดังขึ้นมา นั่นคือเสียงของผีนางหัวเราะนั่นเอง แม้เสียงหัวเราะนั้นน่าจะขบขันเพียงใด แต่ห้ามหัวเราะตามไป นางหัวเราะจะมีรูปร่างใหญ่โตขึ้นทุกครั้งที่หัวเราะ สุดท้ายจะกลายเป็นยักษ์สูงใหญ่ร่วม 30 เมตร
มีบางคนที่หัวเราะพร้อม ๆ กับผีนางหัวเราะ ทำให้บ้านที่อยู่อาศัยพังครืนไปทันที แต่ถ้านิ่งเสียไม่หัวเราะตาม ไม่ช้านางหัวเราะก็จะจากไป

นางฟันดำ
ข้างหน้าศาลเจ้าเก่า ๆ จะมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ในชุดของเจ้าสาว ถ้าพูดกับเธอ ผู้หญิงคนนี้จะหันกับมาเห็นฟันดำไปทั้งปาก การที่ฟันดำก็เป็นเพราะผู้หญิงที่เข้าพิธีแต่งงานในสมัยโบราณจะย้อมฟันให้ดำด้วยน้ำยาชนิดหนึ่ง
ผู้หญิงคนนี้เป็น  “ผีฟันดำ”  เดิมเป็นผู้หญิงที่ไม่มีใครมาขอแต่งงานเพราะตัวเองไม่สวยจึงฆ่าตัวตาย และกลายเป็นนางฟันดำ ดังนั้นถ้าพบกับนางฟันดำให้พูดว่า  “จะไปขอมาเป็นเมีย”  แล้วผีนั้นก็จะหายวับไป

ผียักษ์อดทน
ตอนกลางคืนเวลาไปห้องส้วมจะรู้สึกคล้ายกับว่ามีใครแอบมองจากภายนอก บางทีอาจเป็นผียักษ์อดทนก็ได้ และถ้ามีเสียงจิ๊บ ๆ ๆ เหมือนเสียงนกก็ใช่เขาแล้วละ
ผียักษ์อดทนเป็นผีที่คุ้มครองห้องส้วม จะไม่ซุกซนกับมนุษย์ ถ้าเราไม่สบายใจเพราะถูกแอบมองก็ให้ร้องไห้ออกไป  “เจ้านกโฮโตโตวิซุ”  ผียักษ์อดทนก็จะเลิกปรากฏตัว

พยาบาลภูเขา
เป็นผีที่อาศัยอยู่ในถ้ำลึกเข้าไปในภูเขา ปกติจะทำรองเท้าฟาง ทอผ้าซึ่งเป็นกิจของชีวิตประจำวัน บางทีก็เรียกว่า  “ยายภูเขา”  เป็นยายแก่ผมขาวที่หน้าตาคล้ายแม่มด แต่แท้ที่จริงเป็นผู้ที่มีใจอ่อนโยน และจะเลี้ยงดูเด็กทารกที่ถูกพ่อแม่ทิ้ง
คินตาโร่ แห่งอาชิงารายามะ (มณฑลคานางาว่า) อันมีชื่อเสียงเป็นผู้ที่ได้รับการเลี้ยงดูจากพยาบาลภูเขา และไม่ช้าก็ได้เป็นนักรบผู้กล้าหาญซึ่งมีชื่อว่า ซาคาต้า คินโตกิ เวลาที่พยาบาลภูเขาปรากฏตัวในหมู่บ้าน จะแปลงร่างเป็นหญิงหน้าตาสวยงาม

ผู้อวดท้อง
ผู้อวดท้องซึ่งเป็นผีที่มีใบหน้าอยู่ตรงกลางท้อง มีนิสัยรื่นเริง และจะไม่โจมตีทำร้ายมนุษย์ ยิ่งกว่านั้นกลับเป็นผู้ที่คอบปลอบโยนมนุษย์ซึ่งกำลังตกอยู่ในความเศร้าโศก
ตอนกลางคืน เมื่อผู้อวดท้องปรากฏตัวออกมา จงอย่ากลัวควรเอาเหล้าออกมาต้อนรับและเล่าถึงความทุกข์ของเราให้ฟัง เมื่อผู้อวดท้องเริ่มเต้นรำโชว์ท้องอันเป็นของถนัด ระหว่างที่ชมดูนั้นความทุกข์ของเราก็จะหายไปโดยสิ้นเชิง และมีความหวังใหม่เกิดขึ้น

ผีขย้ำหัว
ในเวลาที่ตอนกลางวันและกลางคืนยาวเท่ากันในฤดูใบไม้ร่วง (ประมาณสามวันก่อนและสามวันหลัง วันที่กลางวันและกลางคืนเท่ากันในฤดูใบไม้ร่วง) และในช่วงเวลาของอุชิมิซึโดกิ (ช่วงเลาตอนเช้าสั้น ๆ ระหว่างตีสองกับตีสองครึ่ง) ซึ่งหญ้าและต้นไม้ตกอยู่ในช่วงหลับสนิทในป่าช้าหลุมฝังศพซึ่งเงียบสงัดอย่างน่าสะพรึงกลัว ลมจะพัดกลิ่นคาวเลือดมาจากที่ใดที่หนึ่ง นั่นก็คือเจ้าผีขย้ำหัวที่น่ากลัวได้เริ่มขย้ำหัวของศพโดยมีเลือดไหลนองออกจากปาก
ที่เรียกกันว่าผีขย้ำหัว ก็คือผีของมนุษย์ตายแล้วและถูกฝังโดยไม่มีหัวมันจะร้องว่า  “น่าแค้นใจนักหัวของข้าอยู่ที่ไหน? ข้าจะอาละวาดจนกว่าจะเจอ”  ผีนี้จะอาละวาดในหลุมฝังศพของคนอื่นเพื่อหาหัวของตนและขย้ำหัวของศพคนอื่นไปเรื่อย ๆ

ผีเรือน
ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือจะเรียกเด็กว่า  “วาราชิ”  ผีเรือนประจำห้อง จะเป็นร่างของเด็กอายุประมาณห้า หกขวบ ซึ่งอยู่ในห้องเก็บของหรือไม่ก็อยู่ใต้เพดาน
เด็ก ๆ ที่ยังไร้เดียงสาจะมองเห็นผีเรือนนี้และสามารถเล่นด้วยกันได้ แต่ว่าคนเลวมองไม่เห็น ผีเรือนประจำห้องจะรักษาคุ้มครองบ้านไม่ให้ถูกไฟไหม้และจะช่วยรักษาสมาชิกในครอบครัวที่เจ็บป่วยให้หาย ถ้าผีเรือนประจำห้องไม่อยู่ในบ้านใด บ้านั้นก็มักจะได้รับเคราะห์ร้าย

คุณยายเครื่องแป้ง
คุณยายเครื่องแป้ง จะด้วยเหตุอันใดก็ตามปีหนึ่งจะปรากฏตัวเพียงในช่วงเดือนธันวาคมเท่านั้น และยิ่งกว่านั้นจะปรากฏตัวเฉพาะในคืนที่มีพระจันทร์สวยงาม
จะสวมหมวกกันฝนขาด ๆ ถือไม้เท้า และจะวนไปตามบ้านคนโน้นคนนี้เพื่อขอเหล้ากิน คุณยายเครื่องแป้งเป็นทูตของเทพเจ้าของการแต่งหน้า เราจะรู้ได้จากระยะไกล เพราะมีกลิ่นหอมฟุ้งลอยมา
จะไม่ทำเรื่องเลวร้ายต่อมนุษย์ แต่ไม่ทราบว่าทำไมเมื่อพบเด็กผู้ชายจะทาแป้งให้หน้าขาววอกทันที

นางสองปาก
ในสมัยโบรารที่อิซุโมะโนะคุนิ (เดี๋ยวนี้เรียกว่ามณฑลอิมาเนะ) มีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งตะกละมาก ถ้าเห็นของกินที่ไหนจะกินหมดไม่ว่าจะเป็นอะไร สุดท้ายก็ลอยเข้าไปในบ้านของคนอื่น และขโมยกินของคนอื่น
วันหนึ่งมีนักพรตซึ่งอาศัยอยู่ในภูเขาไดซันมาปรากฏตัวต่อหน้าหญิงสาวคนนี้และพูดว่า  “สาวเอย ถ้าเจ้าอยากได้ถึงขนาดนี้ ก็จะให้ปากสองปากต่อเจ้าไว้เพื่อใช้กิน”  ทันใดนั้นก็มีปากใหญ่เกิดขึ้นทางด้านหลังศีรษะของหญิงสาว นางจึงกลายเป็นนางสองปากไป

เฒ่าขนรุงรัง
เฒ่าขนรุงรังเป็นคนแก่ร่างผอมมีขนรุงรังเต็มตัวแต่แท้จริงแล้วยังไม่มีใครเคยเห็นร่างที่แท้จริงของเฒ่าคนนี้ ดังนั้นจึงต้องนึกภาพของผีเฒ่ารายนี้จากเรื่องราวที่เล่าต่อมากัน
ผีเฒ่าขนรุงรังนี้บางทีก็เรียกผิดไปตามท้องถิ่นว่าตัวขนรุงรังมักจะอาศัยอยู่ที่มืด ๆ และชื้นแฉะ ถ้ามนุษย์ผู้ใดถูกผีนี้เข้าสิงก็จะป่วยเป็นไข้หนัก

ผีพะทำมะรง
ผีพะทำมะรงมีหน้าตาน่ากลัวเหมือนแม่มด และเป็นสิ่งที่ชอบกินตอนกลางวันจะซ่อนตัวเงียบ ๆ ใต้หลังคาหรือตามมุมห้องเก็บของ พอตกกลางคืนจะแอบเงียบ ๆ เข้ามาขโมยขนมหรือผลไม้ที่ตั้งถวายพระพุทธรูป
แต่ที่น่ากลัวที่สุดก็คือการกินศพ เมื่อมีงานพิธีศพเกิดขึ้นก็ซ่อนตัวเข้าไปในโลงแล้วใช้เล็บขีดฉีกศพกินจนหมด

ผีล้างเมล็ดถั่ว
เมื่อมีบางคนผ่านไปใกล้ลำธารภูเขา ซึ่งอยู่กลางภูเขาอันเงียบวังเวงจะได้ยินเสียงคล้ายคนขัดสีข้าวสารอยู่ ถ้าแปลกใจและพยายามตั้งใจฟังจะได้ยินเสียงน่าสะพรึงกลัวว่า  “จะขัดเปลือกถั่วดีหรือว่าจะจับคนกินดี”
นั่นเป็นเสียงของผีที่มีรูปร่างเหมือนเฒ่าชรา ซึ่งเรียกว่า  “ผีล้างเมล็ดถั่ว”  ผู้ที่อยากจะดูรูปร่างของผีนี้ก็จะย่องเข้าไปใกล้แต่ถ้าถูกชักนำไปยังต้นน้ำของลำธารก็จะกลายเป็นเหยื่อของผีตนนี้ทันที

ยักษ์คืออะไร
ตั้งแต่สมัยโบราณมาพวกเราเชื่อกันว่า พายุและฝนหรือไม่ก็โรคระบาดและภัยพิบัติอื่น ๆ ล้วนแล้วแต่เป็นการกระทำของยักษ์ทั้งสิ้น จากภาพในหน้านี้จะเห็นว่า เทพเจ้าแห่งฟ้าผ่า ซึ่งมีรูปร่างเป็นยักษ์ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของคำเช่นนั้น
ในวันก่อนวันเริ่มฤดูใบไม้ผลิแม้ทุกวันนี้ การที่ทางญี่ปุ่นมีพิธีกรรม โปรยถั่ว โดยร้องว่า  “ยักษ์อยู่ข้างนอกบ้าน...”  ก็มีความหมายที่จะไล่ทุพภิกภัยทั้งหลายออกไปนอกบ้านนั่นเอง
และยังมีอีกว่า ยักษ์ของตนน่ารักจนเราเกลียดไม่ลงเช่นนิทานเรื่อง  “โมโมทาโร่ (เด็กลูกข้าว)”  “อิซซุงโบชิ (คนเล็กแค่หนึ่งนิ้ว)”  “โคบุโตริยิอิซัน (คุณปู่ร่างท้วม)”  และนิทานเรื่องอื่น ๆ ก็เป็นนิทานโบราณที่ได้รับการเล่าต่อกันมา นอกจากนี้ยังมีนิยายพื้นเมืองที่ว่ายักษ์มาช่วยงานทำไร่ ด้วยพลังมหัศจรรย์เหล่านี้เป็นนิยายพื้นบ้านที่ยังคงเหลืออยู่ในทุกภูมิภาคของญี่ปุ่น
และก็ยังมีทฤษฎีที่กล่าวกันว่ายักษ์ก็คือคนต่างประเทศที่ถูกคลื่นซัดมาติดฝั่งทะเลญี่ปุ่น สำหรับคนโบราณนั้น คนต่างประเทศที่มีร่างกายใหญ่โตผมสีทอง หน้าแดงและถูกมองเห็นยักษ์นั้นก็ไม่ใช่เรื่องประหลาดอันใด

ผีเทนงู (ผีป่าหน้าแดงจมูกยาว) แห่งคุราม่า
ขุนศึกมิยาโมโตโนะ โยชิซิเนะ เมื่อยังอ่อนวัยมีชื่อว่าอุชิวากามารุ เมื่อบิดาคือโยชิโตโมะพ่ายแพ้ต่อสงครามปราบตระกูลเฮอิเคะ หลังจากนั้นก็ถูกจับตัวโดยตระกูลเฮอิเคะ และถูกมอบตัวให้กับวัดคุรามายิแห่งเกียวโต
อุชิวากามารุมีใจคิดว่าวันหนึ่งจะต้องทำลายพวกตระกูลเฮอิเคะลงให้ได้ ทุกวันจึงเข้าไปในภูเขาและฝึกเพลงดาบ ในวันหนึ่งมีผีเทนงู (ผีป่าหน้งแดง จมูกยาว) ในร่างของนักพรตปรากฏตัวออกมาแล้วกล่าวว่า  “เราคือผีเทนงูใหญ่แห่งภูเขานี้ เราจะสอนยุทธวิธีท่านจะเอาชนะพวกตระกูลเฮอิเคะให้”
อุชิวากามารุจึงได้รับสอนวิชาการต่าง ๆ จากผีเทนงูใหญ่นี้และเติบใหญ่เป็นขุนศึกที่เก่งกาจผู้หนึ่ง กล่าวกันว่าการที่ได้กำราบนักรบเบนเคที่สะพานโกโย่และได้ปฏิบัติการอันใหญ่ยิ่งที่เรียกว่า  “กระโดดแปดขั้น”  ในการรบพุ่งที่ดันในอุระก็เพราะได้รับกรรสอนจากผีเทนงูนี้ทั้งสิ้น

ผีเทนงูใหญ่และผีเทนงูเล็ก
ในหนังสือเก่าของประเทศจีนชื่อเซนไงเกียวได้เขียนไว้ว่าผีเทนงูนั้นเป็นสัตว์เหมือนกับตัวทานุกิ ในญี่ปุ่นเรียกกันว่า อามะซึกิซึเนะ (หมาจิ้งจอกที่อยู่ในสวรรค์)
และในเวลาใดก็ไม่ชัดแจ้งได้เปลี่ยนร่างเป็นเหมือนนักพรตก็เพราะความเชื่อต่อนักพรต (ผู้บำเพ็ญตบะ) ได้ก่อเกิดปรากฏการณ์ประหลาดขึ้นหลาย ๆ อย่างจึงเกิดผสมผสานกับนิยายนี้เล่าสืบทอดกันมาเกี่ยวกับเรื่องผีเทนงู นี่เป็นอีกความเห็นหนึ่ง
ในบรรดาผีเทนงู ก็จะมีผีเทนงูใหญ่และบรรดาลูกสมุนที่เรียกว่าผีเทนงูเล็ก และเนื่องจากผีเทนงูเล็กมีจงอยปากเหมือนกับอีกา จึงเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า  “ผีเทนงูอีกา”

นางยักษ์ผู้คลุ้มคลั่ง
นางยักษ์ผู้คลุ้มคลั่งคือวิญญาณของแม่ซึ่งลูกของนางถูกฆ่าจึงเป็นบ้าแล้วก็กลายเป็นผีตนนี้ พอเห็นแม่อุ้มลูกทารกที่ไหน ก็จะเปล่งเสียงหัวเราะอย่างน่าเกลียดน่ากลัวพร้อมกับเดินเข้าไปหา
จากนั้นจะแย่งทารกจากแม่ไปทันที แล้วจะกินจากส่วนหัวลงไปอย่างเอร็ดอร่อย ยักษ์ผู้คลุ้มคลั่งนี้ถ้าสังเกตจะพบว่ามีเขี้ยวงอกอยู่ด้านในของปาก ถ้าสวดมนต์สรรเสริญพระพุทธคุณ ซึ่งมีชื่อว่า  “มนตร์ของผู้ตรัสรู้”  ก็จะไล่นางยักษ์กระเจิดกระเจิงไปได้

หญิงผู้เปียกเสมอ
ที่ผิวแม่น้ำ ถ้าเห็นบางสิ่งบางอย่างเหมือนกับผมสีดำหมุนอยู่รอบ ๆ โดยไม่มีเสียง ไม่ช้าก็เห็นหน้าผู้หญิงโผล่ออกมาให้เห็น
ใบหน้าที่เปียกน้ำนั้นสวยงามเหลือเกิน จนผู้ที่เห็นหน้านั้นจะมองตะลึงอย่างลืมตัว แต่ทว่าร่างของหญิงนั้นกลับกลายเป็นภาพของงูใหญ่ซึ่งมีความยาวถึงสามร้อยเมตร
หญิงผู้เปียกเสมอจะใช้ร่างงูซึ่งมีประกายสีน้ำเงินพันรัดตัวคน ใช้เขี้ยวงับคอคนแล้วดูดเลือดของคนผู้นั้นจนหมด

นางหน้าม้า
ผีนางหน้าม้า มีส่วนบนจากคอขึ้นไปเป็นม้า และมีร่างกายเป็นผู้หญิง ในฤดูร้อนถ้าใครนอนกลางวันโดยเปิดประตูทิ้งไว้ จะย่องเข้ามาเงียบ ๆ และทำเรื่องซุกซน นางหน้าม้าถ้าพ่นลมหายใจใส่คนที่นอนหลับอยู่ คนที่ถูกลมพิษนั้นจะเป็นหวัดหรือไม่ก็ท้องร่วง
ดังนั้นตั้งแต่สมัยก่อนนานมาแล้ว แม่จะเตือนลูกซึ่งนอนหลับไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยในตอนกลางวันว่า  “ถ้านอนท่านั้นเดี๋ยวผีนางหน้าม้าก็จะมาหาหรอก”

เฒ่าภูเขา
กล่าวกันว่าเฒ่าภูเขาซึ่งเป็นผีตนหนึ่งนั้น ไม่มีเขา แต่จะมีหน้าเหมือนยักษ์ มีขนสีเทาขึ้นเต็มตัว จะสวมสิ่งที่ดูคล้ายเสื้อฟางกันฝน ความสูงประมาณสามเมตรทว่ามีขาข้างเดียวเท่านั้นและเดินได้ด้วยการกระโดดไปเหยง ๆ ที่ใบหน้ามีตาติดอยู่เพียงข้างเดียวแต่ถ้ามนุษย์ใดมองตามันตามนุษย์ก็จะแหลกไปทันที เฒ่าภูเขาชอบมันสมองมนุษย์ จะกินมันสมองเหมือนกับกินลูกแอ๊ปเปิ้ล

ตัวเลียเพดาน
ตัวเลียเพดานนั้นจะไม่ปรากฏตัวในบ้านที่ทำความสะอาดไว้เรียบร้อย แต่จะแอบเข้าไปในช่วงเวลาที่เจ้าของบ้านเผลอโดยเฉพาะในบ้านที่ชอบทำสกปรกเลอะเทอะ
ตัวเลียเพดาน ก็จะปฏิบัติการตามชื่อ กล่าวคือจะกระโดดสูงเหยง ๆ แล้วใช้ลิ้นยาวเลียเพดานรอบ ๆ หลังจากที่เลียแล้วจะมีรอยกระด่างกระดำที่สกปรกซึ่งตอนหลังจะทำความสะอาดถูให้ออกอย่างไรก็ไม่สามารถทำได้
ตัวเลียเพดานรี้ ถ้าลองเข้าไปในบ้านใด ก็มักจะเข้าไปอีกเรื่อย ๆ ดังนั้นเราควรทำความสะอาดเพดานของเราอยู่เสมอ เพื่อกันไม่ให้ตัวเลียเพดานนี้เข้าไป

นางงูขาว
นางงูขาวเป็นผีงูใหญ่อาศัยอยู่ในแควันคิอิโนคุนิ (เดี๋ยวนี้เรียกว่ามณฑลวากะยามา) นางงูขาวเป็นผีที่ได้มนตร์ลึกลับสะสมจากเวลาอันยาวนาน เมื่อมาแสดงตัวต่อหน้าคนก็จะแปลงตัวเป็นผู้หญิงสาวสวย
พอผู้ชายถูกล่อลวงให้เข้าไปใกล้ด้วยความสวยนั้น ก็จะถูกแปลงร่างเป็น  ม้า วัว กบ ค้างคาว และสัตว์อื่น ๆ ที่ไม่สามารถจะพูดได้ ที่ ๆ นางงูขาวอาศัยอยู่ในป่าใหญ่มีปลิงพิษนับเป็นหมื่น ๆ ตัวอาศัยอยู่ ผู้คนที่ถูกนางงูขาวจับได้จะไม่สามารถลงภูเขากลับไปได้

ยักษ์เขาเดียว
ยักษ์เขาเดียวเป็นผีที่มีเขาใหญ่อยู่กลางหัวเขาเดียวเหมือนกับชื่อ เขานี้ไม่ใช่อาวุธแต่เป็นเครื่องมือคล้ายเรดาร์ซึ่งสามารถรับทราบได้ไม่ว่าจะมีอะไรอยู่ไกลเพียงใด และมีปีกคล้ายค้างคาวพอกางปีกออกทั้งสองข้างก็สามารถบินขึ้นไปในอากาศได้อย่างสะดวกแม้จะมีรูปร่างน่ากลัวแต่ก็เป็นเพื่อนกับมนุษย์ พอมนุษย์จะถูกเล่นงานโดยผีชนิดอื่นก็จะเข้าช่วย

หัวล้านครึ่งหัว
แถบแคว้นอาคิตะ ในโบราณกาล มีผีตัวหนึ่งเรียกกันว่าผีหัวล้านครึ่งหัว กล่าวกันว่าผีหัวล้านครึ่งหัวนี้จะลักพาเด็กขี้แยร้องไห้อยู่เสมอและคนขี้เกียจที่เอาแต่นั่งผิงไฟจากโคตัทสุ (เตาผิงญี่ปุ่น) หรือคนที่คอยจะเล่นอย่างเดียว ไปต้มกินกับถั่วผีนี้หน้าแดงมีเขางอกสองเขาเหมือนยักษ์
มีพิธีการ  “หัวล้านครึ่งหัว”  ซึ่งสืบทอดกันมาในคาบสมุทรโอกาฮันโตมณฑลอาคิตะ พยายามจะลอกเลียนแบบผีตัวนี้ ทุก ๆ ปีศักราชเก่าประมาณวันที่ 15 ของเดือนมกราคม จะมีงานในตอนกลางคืนโดยมีคนหนุ่ม ๆ ของหมู่บ้านสวมหน้ากาก  “ผีหัวล้านครึ่งหัว”  ถือมีดโต้ปลายแหลม ตะโกนดัง ๆ ว่า  “เด็กขี้แยไม่มีหรือ?”  “คนขี้เกียจไม่มีหรือ?”  แล้วเดินไปรอบ ๆ ทุก ๆ บ้าน

ผีโออุนิ
ผีชนิดนี้จะซ่อนอยู่ในเหวของภูเขาลึก และเฝ้าคอยอย่างแน่นิ่งว่าจะมีคนเดินทางลงมาตักน้ำไหม ไม่มีเขาแต่ว่ามีหน้าตาเหมือนยักษ์ ปากฉีกไปจรดหูมีฟันแหลมเรียงราย มีขนสีดำยาวปกคลุมตัว ถ้ามองผาด ๆ ก็จะเหมือนกับลิงตัวใหญ่ แต่ไม่เคยมีคนได้เห็นผีตัวนี้อย่างเต็มตาสักคนเดียว
เมื่อคนเดินทางมาดื่มน้ำ ในห้วยที่หุบเขา จะเข้าจู่โจมทางด้านหลัง จะดึงเค้นเอาเส้นผมออก แล้วจะขย้ำกินตรงหัว

นางยักษ์ร้อยตา
ยักษิณีร้อยตา คือยักษ์ที่มีร่างเป็นหญิง ตานั้นไม่อยู่แต่เพียงหน้า แต่จะอยู่ทั่วตัวทีเดียว ตานี้จะมองทะลุไม่ว่าอะไร ถ้าถูกไล่โดยยักษ์ตัวนี้แม้จะซ่อนที่ไหนก็จะหาพบ
ไม่ค่อยได้ยินว่ายักษิณีร้อยตานี้ทำร้ายผู้คน แต่กลับมีเรื่องที่เล่ากันมาว่า คนที่เป็นเพื่อนกับยักษิณีร้อยตาจะได้รับการชี้บอกขุมทรัพย์จนกลายเป็นมหาเศรษฐี

ผีขี้อ้อน
ผีขี้อ้อนเป็นผีที่มีร่างเป็นเด็กมีเขาที่หัว นิสัยไม่ดี จ้องจะเล่นงานเด็ก ชอบทำเลียนแบบเด็กอ่อนแอ แต่ชอบพูดอวดเก่ง ยอมพินอบพิเทาเด็กที่แข็งแรง แต่รังแกเด็กอ่อนแอ เป็นเด็กอวดดีที่ชอบพูดค่อนแคะ
เด็กที่ถูกเล่นงานโดยผีขี้อ้อน จะถูกพาไปอยู่ในภูเขาและกลายเป็นพวกเดียวกับผีขี้อ้อน โดยมีเขางอกขึ้นบนหัวด้วย


ยักษ์หัวขวด
ยักษ์หัวขวดคือผีน่ากลัวที่อาศัยอยู่ในสระใหญ่มาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นผีที่เกิดจากคนที่ตายในสระหรือบึง และไม่มีใครทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ ความพยาบาททำให้ไม่ได้ไปผุดไปเกิด มักจะดึงคนที่ผ่านไปใกล้ให้ตกลงไปจมน้ำตาย
เหยื่อเหล่านี้ไม่เชิงจะถูกดึงจมน้ำ แต่คนที่พบยักษ์หัวขวดนี้จะมีอาการเหมือนถูกสะกดจิตและอยากตาย ดังนั้นมักจะเดินโซเซลงไปในน้ำเอง

ผีตุ๊กแก
ผีตุ๊กแกคือผีที่เกาะหน้าต่างแน่นเหมือนตัวตุ๊กแกคอยสอดส่องความเป็นไปในบ้าน เมื่อสมัยโบราณ ในคืนที่บูชาเทพเจ้าโคชิน มักจะมีงานรื่นเริงจนถึงเช้า คืนนี้ถ้ามีผู้ใดเข้านอนแต่หัวค่ำก็จะถูกผีตุ๊กแกเล่นงานเอา
ผีตุ๊กแกทั้งร่างมีเกล็ดแข็งเต็มไปหมด ทั้งมือและเท้ามีเล็บคมข้างละสามเล็บ โดยเล็บนั้นแหละ จะขูดหนังกำพร้าของมนุษย์ออกสด ๆ แล้วก็กิน ถ้าผีตุ๊กแกแอบมองอยู่ให้ร้องว่า  “รู้แล้วละว่าแอบมองอยู่”  ผีตุ๊กแกก็จะหนีไป

เณรเลี้ยวไปเลี้ยวมา
สระและแม่น้ำที่ใสสะอาดสวยงาม จะขุ่นและดำในทันที ทั้งนี้เป็นเพราะเณรเลี้ยวไปเลี้ยวมาเข้ามาอยู่ เณรเลี้ยวไปเลี้ยวมาจะทำน้ำที่ใสให้ขุ่นเพื่อไม่ให้ใครมองเห็นตน
เณรเลี้ยวไปเลี้ยวมามีขนาดโตเท่าลูกมนุษย์ แต่กินอาหารจุกินปลาในแม่น้ำและสระ และกินทุกอย่างรวมทั้งพืชน้ำเผลอนิดเดียวทุกชีวิตในแม่น้ำจะไม่มีเหลือเลย เณรเลี้ยวไปเลี้ยวมาเกลียดน้ำมัน ถ้าเอาน้ำมันเทลงไปบนผิวน้ำ มันก็จะหนีไป

เจ้าหญิงคิโย
อันจิเป็นพระที่ต้องธุดงค์เรื่อยไป และได้รักกับลูกสาวเจ้าของร้านตัดผมชื่อคิโย แต่เนื่องจากอันจิต้องรับใช้พระพุทธองค์จึงไม่ได้รับอนุญาตให้แต่งงานได้ แล้ววันหนึ่งอันจิก็ออกธุดงค์โดยไม่บอกให้คิโยรู้
ทางด้านคิโยซึ่งคิดว่าตนถูกหลอกลวงก็ออกไล่ตามอันจิด้วยพลังอันแรงน่ากลัว พอไล่มาถึงกลางทางที่แม่น้ำฮิดากางาว่าก็แปลงร่างเป็นงูใหญ่และว่ายน้ำไป อันจิได้หนีเข้าไปซ่อนในระฆังของวัดโดเซอิยิ คิโยซึ่งมีร่างเป็นงูได้พันรอบระฆังนั้นแล้วพ่นไฟเผาอันจิกับระฆังให้ไหม้ตายไปพร้อม ๆ กัน


ผีห้อยตัว
ผีห้อยตัว มักจะปรากฏบ่อย ๆ ที่บิเซนคุนิ (ปัจจุบัน มณฑลโอกายาม่า) ถ้าใครเดินทางผ่านป่าไม้ในเวลากลางคืน จะมองเห็นไฟลุกแดงสว่างขึ้นทางด้านหน้า ถ้าคิดว่า  “อะไรกันน่ะ”  แล้วเดินเข้าไปใกล้ จะพบสิ่งที่ห้อยตัวลงมาจากกิ่งไม้ใหญ่ทันที นี่คือผีห้อยตัวละ มันมีหน้าเหมือนหน้าม้าที่น่าเกลียดน่าชัง มีตาสามตาจากรูจมูกมีควันพ่นออกมาเป็นสีขาว ควันนี้จะทำให้คนหลับและในระหว่างนั้นจะสูบเลือดและวิญญาณไป

พระแมลง
พระแมลงจะมีรูปร่างเหมือนพระแต่ที่แท้จริงคือผีที่แปลงตัวมาจากสุนัขจิ้งจอกแก่ ๆ ชอบน้ำมัน แต่ว่าเกลียดไฟ ครั้งแรกจึงแปลงตัวเป็นยักษ์ใหญ่และไล่ผู้คนออกไผหมด ตอนหลังใช้หางดับตะเกียงกระดาษ หลังจากนั้นก็ใช้ลิ้นยาวของตนเลียน้ำมัน ตอนเช้าถ้าเห็นน้ำมันของตะเกียงกระดาษหมด และใกล้ ๆ นั้นมีขนของสุนัขจิ้งจอกตกอยู่ ก็จะเป็นว่าเมื่อคืนมีพระแมลงปรากฏตัวที่นั่น พระแมลงเกลียดสุนัข ดังนั้นถ้าเลี้ยงสุนัขไว้ จะไม่เข้ามาใกล้

พระหน้าโคลน
ผีพระหน้าโคลนชอบปรากฏตัวแถว ๆ หมู่บ้านชาวนาที่มีนาอยู่มากชอบอบรมคนขี้เกียจ นอกนั้นก็ไม่ทำเรื่องซุกซนอื่นใด
บ้านที่ขี้เกียจไม่ยอมชักน้ำเข้านาของตน จะถูกผีพระหน้าโคลนอาละวาดในบ้านนั้นโดยทำโคลนให้เลอะสกปรก และถ้าไม่ค่อยดูแลบำรุงรักษานา จะขุดหลุมในนาทำให้น้ำในนาแห้งเป็นผลทำให้นาแตกระแหง ผู้ที่ขี้เกียจเอาหญ้าออกจากนา พอบางครั้งมาที่นาผีนี้จะซ่อนในโคลนแอบดึงขา จนติดอยู่ในโคลนดึงออกไม่ได้

ยักษ์ร่างวัว
แถบใกล้ทะเลญี่ปุ่นแดงอิวามิโนะคุนิ (เดี๋ยวนี้คือมณฑลชิมาเนะ) มีผีอาศัยอยู่ตนหนึ่งเรียกว่า  ยักษ์ร่างวัว  พอเห็นเรือประมงมันจะไล่กวดถึงไหนถึงกันแล้วกินปลาที่ชาวประมงจับได้จนหมด พอปฏิเสธไม่ให้ก็จะใช้พลังผีคว่ำเรือเสีย พวกชาวประมงพอเห็นยักษ์ร่างวัวจะทิ้งปลาออกจากอวนแล้วรีบหนีไป ยักษ์ร่างวัวนี้กลัวยันต์พิทักษ์ (มาโมริฟุดา) ดังนั้นชาวประมงจึงพากันใช้ยันต์พิทักษ์ (มาโมริฟุดา) ปิดเรือเพื่อกันยักษ์ร่างวัว

ยักษ์ร่างม้า
ยักษ์ร่างม้าเป็นผีม้าที่มีเขาใหญ่สองเขาเหมือนวัว เนื่องจากมนุษย์ได้ใช้ม้าทำงานอย่างโหดร้ายเกินไป แม้ม้าที่เจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บก็ฆ่าได้อย่างหน้าตาเฉย ดังนั้นความแค้นของม้าจึงสะสมกันรวมตัวแน่นกลายเป็นผี ยักษ์ร่างม้า เป็นผู้มีพลังอัศจรรย์มาก พอพบบรรดาคนที่รังแกม้าก็จะเหลี่ยงรถม้าเข้าใส่ ทำให้คนเหล่านั้นต้องแบะแต๊ดแต๋ไปตามกัน และก็มักจะก่อให้เกิดแผ่นดินถล่ม โดยตัดทำลายเนินเขาหลังร้านที่ขายเนื้อม้า

มีดตัดกระดาษ
มีดตัดกระดาษจะเป็นผีที่มีจงอยปากคมกริบเหมือนใบมีดโกน เมื่อโบราณกาล บรรดาลูกสาวของบ้านที่ยากจน จะตัดผมของตนเอาไปขายร้านทำผมเป็นสมัยที่กล่าวกันว่าผมของผู้หญิงนั้นเป็นประดุจดังหนึ่งชีวิตของหญิงสาวทีเดียว ดังนั้นบรรดาลูกสาวจึงพากันร้องไห้ เมื่อถูกบังคับให้ตัดผมออกขาย ความเสียใจและความแค้นของบรรดาลูกสาวเหล่านี้ได้เกาะตัวกันแน่นกลายเป็นผีมีดตัดกระดาษ ลูกสาวสวยและเยาว์วัยของบ้านคนมีเงินจะถูกจับตาเล่นงาน พวกนี้จะถูกตัดผมจนแหว่งหรือกลายเป็นคนหัวล้านไปก็มี

เจ้าหญิงชายหาด
เจ้าหญิงชายหาดจะคล้ายกับนางเงือกตรงที่มีท่อนหางเป็นปลา แต่ใบหน้าจะไม่เหมือนกันเลย มีปากที่ฉีกออกไปถึงหู มีเคี้ยวที่แหลมคม และที่บนหัวมีเขางอกออกมาคล้ายเขากวางเป็นผีทะเลที่น่ากลัว จะซ่อนตัวอยู่แน่นิ่งบนชายหาดที่มีคลื่นลมแรง พอมนุษย์เข้าไปใกล้ก็จะเตะคลื่นขึ้นสูง แล้วเข้าโจมตีขย้ำกลืนมนุษย์ดังกร๊วบ ๆ จากหัวลงไป เป็นผีที่มีความยาวสี่สิบสามสิบเมตร แม้จะเป็นชายโหดทรหดสักเท่าใด ถ้าถูกจ้องปองตัวแล้วก็ไม่สามารถจะต้านทานได้ ชาวท้องถิ่นจะเรียกอีกว่า  ผู้หญิงชายหาด

ลิ้นแดง
ผีที่ชื่อว่าลิ้นแดงนั้น พอตกเย็นใกล้ค่ำมักจะปรากฏตัวเมื่อท้องฟ้าทางทิศตะวันตกกลายเป็นสีแดงของพระอาทิตย์ตกดิน
ผีนี้จะลอยลงมาโดยปราศจากเสียง และในทันใด จากฟ้าที่ย้อมเป็นสีแดงเหมือนกับไฟไหม้หน้าจะดุน่ากลัวคล้ายยักษ์แลบลิ้นสีแดงออกมาจากปากที่กว้างใหญ่ และฉีกออกไปจรดใบหูลิ้นนี่จะตวัดรัดตัวมนุษย์และกลืนลงไป แต่ทว่ามีเรื่องประหลาดคือ บ้านที่มีคนใดคนหนึ่งของครอบครัวตกเป็นเหยื่อของผีลิ้นแดงไปแล้วหลังจากนั้น งานของบ้านจะรุ่งเรือง กลายเป็นมหาเศรษฐีไปตาม ๆ กัน

กษัตริย์ใหญ่เขาเดียว
กษัตริย์ใหญ่เขาเดียวเป็นผีที่มีชื่อเสียงทางอาละวาดรุนแรง เมื่อเทียบกับบรรดาผีด้วยกัน เขาเดียวที่งอกบนหัวนั้น จะมีพลังยอดเยี่ยม สามารถแยกและฟังมนุษย์พูดกันได้ แม้ห่างออกไปถึงร้อยกิโลเมตร ถ้ามีใครพูดนินทากษัตริย์ใหญ่เขาเดียว ผีตนนี้จะกระโดดเข้ามาหาและอาละวาดทันที และเขาบนหัวก็ยังสามารถแทงทะลุประตูเหล็กหล้าหนา ๆ ได้ แต่พลังยอดเยี่ยมของกษัตริย์ใหญ่เขาเดียวนี้ จะมีเฉพาะตอนกลางคืน พอตอนแสงอาทิตย์มาต้องเขาบนหัวก็จะละลายไป

ผีอดอยาก (คล้ายเปรตของไทย)
ผีอดอยากคือผู้ที่ขโมยของกินผู้อื่น เมื่อตอนมีชีวิตหรือเมื่อตอนเกิดทุพภิกขภัย เป็นพ่อค่าเลว ๆ ที่ขาบของกินด้วยราคาแพง พวกนี้พอตกนรกก็จะได้รับการพิพากษาให้กลายเป็นผีอดอยาก
ผีอดอยากนี้ จะถูกลงโทษให้มีปากเท่ารูเข็ม แม้จะมีอาหารเข้าคอก็กลืนไม่ได้ มักจะเข้าสิงมนุษย์และกินอาหาร ผู้ใดถูกผีอดอยากเข้าสิงก็จะกินของเน่าเหม็นอย่างเอร็ดอร่อย เวลาไม่มีอาหารก็จะอาละวาดกินศพตามป่าช้า

ผีลูกน้ำเต้า
ผีลูกน้ำเต้าเป็นผีที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นที่เป็นส่วนหนึ่งของกิวชิวเป็นพวกตระกูลคัปปะ (ผีน้ำชนิดหนึ่ง) ตอนกลางวันจะอาศัยอยู่ในบึงหรือสระที่ไม่ค่อยมีผู้คนรู้จักและซ่อนตัวอยู่ในโพรงในน้ำ พอตกกลางคืนจะขึ้นมาบนฝั่งเก็บข้าวที่ร่วงหล่นอยู่ในท้องนา และสิ่งที่ได้จากพืชไร่เอามากิน พอมีผู้คนเห็นก็จะส่งเสียงหัวเราะดัง ฮิฮิฮิ ซึ่งฟังแล้วทำให้ไม่สบายเป็นไข้สูงและถึงแก่ความตายได้

ผีเถรทะเล
ทะเลเงียบและไร้คลื่นท้องฟ้าแจ่มใสเป็นสีน้ำเงินตลอด ถึงเส้นขอบฟ้า แต่ทว่าพริบตานั้น ทะเลก็จะกลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ซัดเข้าหาเรือที่กำลังลอยลำมา  “แย่แล้ว เถรทะเลออกมาแล้ว”  คนที่อยู่ในเรือต่างพากันหน้าซีดตะโกนก้อง และตอนนั้นพื้นทะเลก็จะแยกออกกว้าง สัตว์ประหลาดสีดำสูงกว่าสิบเมตรปรากฏออกมาในทันทีทันใด และปรากฏการณ์ต่อมาก็คือ ท้องฟ้ากลายเป็นสีดำเต็มมืดไปด้วยเมฆดำ ฝนหนักได้ระดมลงมาลมก็พัดคำราม เรือก็โคลงเหมือนใบไม้ คนที่นั่งมาในเรือทั้งหมดกระเด็นลงไปในทะเลเหมือนกับเมล็ดถั่ว ผีเถรทะเลจะกลืนทั้งคนและเรือแล้วก็มุดดำลงไปในทะเลตามเดิม

มังกร
ในศาสนาพุทธ จะเรียกเทพเจ้ายักษ์ที่มีรูปร่างเหมือนงู ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมเมฆฝนว่ามังกร ในเมืองจีนนับถือกันว่ามังกรเป็นเทพเจ้าผู้รักษากษัตริย์และก็มาปรากฏตัวในญี่ปุ่นเมื่อกว่าหนึ่งพันปีมาแล้ว มีเขาและมีหนวดยาว มีสิ่งที่เด่นเฉพาะตัวก็คือ เล็บอันแหลมคมจากขาที่ยื่นออกจากร่างที่เหมือนงู ตัวใหญ่ ๆ จะมีความยาวถึงสามสิบเมตร ปกติจะอาศัยอยู่ที่ ๆ ลึกเข้าไปในภูเขาในถ้ำหินหรือก้นเหว ซึ่งบรรดาผู้คนไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้ แต่ทว่าบางครั้งก็จะปรากฏตัวในเมือง โดยบินอยู่บนท้องฟ้า หรือไม่ก็ข้ามทะเลไปทำให้บรรดาผู้คนที่อยู่ในหมู่บ้านชายทะเลเกิดความหวาดกลัว เวลามังกรเคลื่อนตัวจะเกิดลมหมุนมังกรขึ้น ทำให้ฝนตกหนัก ในญี่ปุ่นคนจำนวนมากจะบูชากันว่า เป็นพระเจ้ามังกรที่ทำให้ฝนตก

Dragon (มังกรฝรั่ง) ที่คล้ายกับมังกรญี่ปุ่น
ผีที่คล้ายกับมังกรญี่ปุ่นก็มีปรากฏในตะวันตกเหมือนกัน โดยเรียกกันว่า  Dragon  เวลาแปลคำนี้จะแปลว่ามังกรฝรั่งหรือมังกรบิน มีรูปร่างแตกต่างกันเล็กน้อย
ก่อนอื่นมังกรฝรั่งจะไม่มีเขาสองเขาและหนวด ซึ่งเป็นจุดเด่นของมังกรญี่ปุ่นและเพื่อทดแทนจึงกลับมีปีกที่ใหญ่โต มังกรฝรั่งจะมีหลายชนิด แต่ชนิดที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือ มังกรฝรั่งที่รับใช้จักรพรรดิพลูโต แห่งนรกและเป็นสัตว์ที่ไม่มีวันตาย

ผีบีรอน
ผีบีรอนแต่เดิมมาซ่อนอยู่ในหิ้งบูชาพระเก่า ๆ เป็นผีที่ชอบแอบอ้างเป็นพระพุทธ วันหนึ่งได้ท่องสาธยายมนต์ว่า  “บิโรบิโรบิรอน”  โดยพยายามจะแปลงเป็นพระพุทธเจ้า จึงได้รับการลงโทษให้เป็นผีชั้นต่ำที่สุด ทั่วทั้งตัวหยุ่นเหมือนฟองน้ำและมีหางยาว ไม่โจมตีมนุษย์ แต่ว่าจะใช้หางยาวลูบไล้หน้าและคอของมนุษย์ทำให้ตกใจ ถ้าตอนนั้นเราพูดว่า  “จะฟ้องพระพุทธเจ้า”  ก็จะหนีไปทันที

แมวคราว
แมวคราวคือแมวตัวผู้ที่แก่ตัวและกลายเป็นผี มีร่างกายใหญ่เป็นสองเท่าของคน หางที่ยาวจะมีปลายแตกเป็นสองแฉก มีพลังลึกลับที่น่ากลัวหลายอย่างการพูดด้วยเสียงคนนั้น เป็นเรื่องง่ายมากและเมื่อกินใครเข้าไปแล้วก็จะทำตัวกลายเป็นคนนั้นคอยจ้องหาเหยื่อรายต่อไป แมวที่แปลงตัวปกติจะโจมตีคนที่มันพยาบาท แต่ผีแมวคราวที่กินคนนั้นจะโจมตีทันทีที่เห็นคนทุกคน

แมวผีคืออะไร
“ความยุ่งยากจากแมวของนาเบชิมา”  เมื่อครั้งที่ตระกูลริวโซ่จิถูกตระกูลนาเบชิมา ผู้เป็นลูกน้องทำลาย แมวของตระกูลริวโว่จิได้เลียชิมเลือดของเจ้าของกลายเป็นแมวผี แล้วเข้าเล่นงานคนพวกตระกูลนาเบชิมา กล่าวกันว่าแมวมีพลังวิญญาณที่ประหลาด ถ้ามันถูกรังแกหรือถูกฆ่ามันจะต้องพยาบาทและสาปแช่งนี่เป็นเรื่องที่เชื่อกันสืบมา
ในยุโรปถือกันว่าแมวเป็นสัตว์ที่แม่มดชอบเปลี่ยนเป็นร่างของมัน มีนิยายเล่าสืบทอดกันมาว่าแม่มด ซึ่งแปลงเป็นร่างของแมวถูกตัดเท้า วันรุ่งขึ้นปรากฏว่าแม่มดนั้นไม่มีแขนผู้คนจึงรู้ความลับนี้
ในญี่ปุ่นกล่าวกันว่าถ้าแมวมีน้ำหนักตัวมากกว่า หนึ่งคังเมะ (ประมาณ 3.75 กก.) แมวนั้นจะแปลงร่างได้ มีเรื่องเล่ากันมาว่า เรื่องแมวผีของตระกูล โอกาซ่าคิ มักจะกล่าวถึงแมวที่ได้รับการเลี้ยงดูมาได้เข้าไปเล่นงานศัตรู
แม้ในปัจจุบันนี้ก็ยังมีประเพณีที่วางของมีคมไว้บนศพผู้ตาย เพราะว่าถ้าแมวกระโดดข้ามศพใดศพนั้นจะเคลื่อนไหวได้และอีกด้านหนึ่งยังมีความคิดในเรื่อง  “นางแมวกวัก”  โดยถือว่าแมวเป็นสัญลักษณ์ของการนำความผาสุกมาให้

กตเวทีของหมาจิ้งจอก
มีเรื่องเล่ากันมาแต่โบราณว่าหมาจิ้งจอกมักจะหลอกมนุษย์แต่ก็มีเรื่องเล่าว่า หมาจิ้งจอกที่มนุษย์ช่วยเหลือไว้ได้ทำกตัญญูกตเวทีต่อมนุษย์เช่นกัน
เมื่อโบราณกาล บุคคลผู้หนึ่งชื่อ อาเบ โนยาซุนะ เคยช่วยหมาจิ้งจอกสีขาวตัวหนึ่งซึ่งถูกนายพรานตามล่า ที่ป่าชิโนคะโมริแห่งแคว้นอิซูมิโนะคุนิ (ปัจจุบันคือนครโอซาก้า)
หลังจากนั้นยาซุนะ ได้กลายเป็นบ้าเพราะความเสียใจที่คนรักถูกคนเลวฆ่าตายแต่ตอนหลังเขาได้พบกับน้องสาวของคนรักชื่อกุซุโนะฮะจิตใจของเขาจึงกลับเป็นปกติ
ต่อมายาซุนะ และกุซุโนะฮะ ก็แต่งงานกัน และมีลูกด้วยกัน แต่แท้ที่จริงแล้วกุซุโนะฮะคนนี้ก็คือ หมาจิ้งจอกที่ยาซุนะเคยช่วยเหลือไว้จึงแปลงตัวมารักษาจิตใจให้ยาซุนะนั่นเอง แต่วันหนึ่ง กุซุโนะฮะตัวจริงก็เดินทางมาเยือนยาซุนะหมาจิ้งจอกสีขาว ซึ่งถูกรู้ความลับเข้าก็ร้องด้วยความเสียใจแล้วทิ้งลูกน้อยไว้ตัวเองโดดเข้าป่าไป

หมาจิ้งจอกเก้าหาง
จากนี้ย้อนขึ้นไปประมาณแปดร้อยปีก่อน ผีสุนัขจิ้งจอกซึ่งเวียนวนอาละวาดในอินเดียและจีน ได้เข้ามาที่ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ผีนั้นได้แปลงเป็นหญิงงามเข้าไปในพระราชวังและพยายามจะทำการปลงพระชนม์จักรพรรดิโตบะ เพื่อปราบญี่ปุ่นให้ราบคาบ แต่ทว่าแผนการนี้ได้ถูกมองทะลุปรุโปร่งโดยบุคคลชื่อว่าอาเบโนยาซุนาริ ผีหมาจิ้งจอกจึงบินขึ้นฟ้าหนีไปทุ่งนาซุโนะ (เดี๋ยวนี้เป็นมณฑลโตชิริ) ในไม่ช้าก็ถูกฆ่าตายด้วยธนูกลายเป็นหินฆาตกร ซึ่งถ้าสัตว์หรือมนุษย์ไปถูกเข้าจะตายทันที แต่ต่อมาสมภารเกนโนได้สาธยายมนตร์และขับไล่ปีศาจออกไปจากก้อนหินนี้

หัวหน้าของผีน้ำคัปปะ “เถรเก้าพัน”
แต่โบราณกาลใกล้ ๆ กับบ่อน้ำพุร้อน  “อุนเซน”  แห่งเกาะกิวชิว มีผีน้ำคัปปะอาศัยอยู่ (ผีน้ำของญี่ปุ่น มีปากเป็นจงอยแหลม เล็บยาว ตรงกลางหัวมีจานน้ำอยู่เป็นแอ่ง) หัวหน้าพวกผีน้ำนี้ชื่อว่า  “เถรเก้าพัน”  เถรเก้าพันพาบริวารมาปรากฏตัวที่บ่อน้ำพุร้อน และแกล้งทำเรื่องซุกซนสารพัด เนื่องจากมีพลังขนาดดึงหางม้า ลากลงสู่แม่น้ำได้ ใครก้ไม่สามารถต่อต้านเถรเก้าพันได้ สมภารเซคิโฮแห่งวัดมันเงซึยิ ได้ยินเรื่องนี้ก็พยายามจะปราบ โดยใช้พลังมนต์พระพุทธแต่เถรเก้าพันมีพลังจากเทพ เมื่อต่อสู้กันถึงสามวันสามคืน ก็ไม่สามารถเอาชนะกันได้
ดังนั้นสมภารจึงแกล้งเป็นแพ้ และหนีไปทางเทวยิโงกุโนะตานิ (เทวนรก) ซึ่งมีแก๊สร้อนของภูเขาไฟพุ่งออกมา เมื่อเถรเก้าพันวิ่งไล่ตามสมภารไปน้ำในจานบนหัวก็แห้งเพราะความร้อน สุดท้ายก็ล้มลง ตอนนี้สมภารก็วกกลับมาตัดเอามือของผีคัปปะไปไว้ และเดี๋ยวนี้ก็ยังมีให้ดูที่วัด ชากาโดของอุนเซน

ผีคัปปะที่อยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่น
ผีคัปปะจะอาศัยอยู่ในสระและแม่น้ำทั่วประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเรื่องที่เล่าสืบทอดกันมาแต่โบราณ แต่ชื่อเสียงจะต่างกันส่วนใหญ่จะเรียกกันว่า คาวะรัมเบะ บ้าง คาวาโกะ บ้าง คาวาตาโร่ บ้าง แต่ชื่อใดก็ตามจะแปลว่า  “เด็กที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำ”
รูปร่างนั้นก็ต่างกันไปเล็กน้อยตามท้องถิ่น แต่ที่เหมือนกันก็คือบนหัวจะเป็นแอ่งคล้ายจานใส่น้ำไว้ ถ้าน้ำในจานแห้งก็จะหมดแรง นิ้วมือจะมีรูปคล้ายใบพายติดอยู่ และไม่ว่าที่ไหนผีคัปปะจะเหมือนกันคือ ชอบเล่นกีฬาซูโม่และชอบกินแตงกวา ผีคัปปะไม่ใช่แต่จะทำเรื่องไม่ดี บางตัวก็ช่วยทำนาและถ้าเล่นมวยปล้ำกับคนแล้วแพ้ ก็จะสอนให้ใช้ยารักษาแผลมีนิทานชาวบ้านเล่าขานกันอยู่ทั่วไปว่าถ้าใครช่วยชีวิตผีคัปปะไว้ เพื่อทดแทนบุญคุณผีคัปปะจะเอาปลามาให้

นางแมวแดง
ขณะที่เราเดินอยู่บนถนนจะมีบางโอกาสที่ลมหมุนจะม้วนตัวเราในทันทีเมื่อลมหยุด พอสังเกตดูจะมีรอยคล้ายถูกคมมีดบาดที่มือและเท้า แผลจะเปิดกว้าง
นี่คือผลงานของผีที่เรียกกันแต่โบราณว่า  “รอยข่วนของนางแมวแดง”  ผีที่ทำให้เกิดรอยข่วนของนางแมวแดงนี้ เมื่ออายุมากขึ้นก็ยังมีพลังทางไสยศาสตร์มากขึ้น มีเล็บที่คมกริบคล้ายเคียวที่ลับให้คม และวิ่งได้เร็วกว่าลมในอากาศ แต่ไม่มีใครเคยเห็นตัวจริงสักคน

นางแมงมุม
แมงมุมตัวโตซึ่งมีชีวิตติดต่อกันหลายปี เมื่อดูดเลือดคนก็จะมีพลังทางไสยศาสตร์เก่งกล้าขึ้นกลายเป็นผีนางแมงมุม
นางแมงมุมจะใช้พลังไสยศาสตร์แปลงเป็นมนุษย์ได้ ตอนกลางวันจะแปลงเป็นร่างผู้หญิงสวยเข้าไปใกล้ผู้ชายดูดเลือดกินและฆ่าเสีย
ตอนกลางคืนจะแอบเข้าไปในบ้านแล้วเล่นงานคน โดยพ่นควันสีน้ำเงินออกจากปากคละคลุ้งไปทั่วและกลายเป็นแมงมุมตัวเล็ก ๆ แมงมุมเล็ก ๆ จะเกาะร่างกายของมนุษย์และดูดเลือดจนหมด มนุษย์ที่ถูกเล่นงานจะตายโดยถูกดูดเลือดสด ๆ ออกไปในขณะที่ยังนอนหลับอยู่

คางคกผี
คางคกเมื่อมีอายุมาก จะมีพลังทางไสยศาสตร์และแปลงร่างได้ คางคกผีนี้จะมีร่างกายเต็มไปด้วยตะไคร้น้ำ ถ้ามองผาด ๆ จะเห็นเป็นก้อนหินก้อนใหญ่ บรรดากบคางคกจะอ่อนแอ เมื่อเจองูแต่ถ้ากลายเป็นคางคกผีละมันจะกินกลืนคางคกได้โดยขยอกแค่ครึ่งเดียว ปากจะพ่นควันสีม่วง ถ้าถูกต้องควันนี้ไม่ว่าคนหรือสัตว์ก็จะหมดสติและล้มลง บางทีก็จะแปลงร่างเป็นผู้หญิงเข้าไปใกล้ผู้ชาย แล้วพ่นควันพิษเข้าใส่ พอทำเช่นนี้ผู้ชายคนนั้นก็จะเหลือแค่หนังและกระดูกล้มและตายไป

แมงมุมดิน
มินาโมโต้ โนโยริมิทสุได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้กล้าหาญชื่อเสียงกระหึ่มไปทั่ว เมื่อทำการปราบเด็กร้านเหล้า (ชูเทนโดยิ) ของภูเขาโอเอยาม่าแต่ต่อมามาโยริมิทสุผู้นี้ได้ล้มป่วยลง
วันหนึ่งมีพระแปลกหน้ารูปหนึ่งมาเยี่ยมโยริมิทสุ และกล่าวว่าจะสวดมนต์วิงวอนเพื่อรักษาไข้ให้ พอได้รับการนำไปยังเตียงป่วยของโยริมิทสุ พระรูปนี้พ่นเส้นด้ายสีขาวนับพันออกมาจากปากทันที เพื่อโจมตีโยริมิทสุ แท้จริงพระรูปนี้คือปีศาจแมงมุมดินแปลงตัวมา โยริมิทสุ จับดาบแล้วไล่ฟันแมงมุมดินจนมันหนีออกไป เขาตามรอยเลือดไปจนพบโพรงซ่อนตัวของมัน สุดท้ายก็ปราบแมงมุมดินได้อย่างงดงาม

เต่าผี
เมื่อโบราณกาล ที่คูรอบปราสาทที่อยู่ในซุโอโนะคุนิ (เดี๋ยวนี้คือมณฑลยามางุจิ) มีเต่าใหญ่ซึ่งมีชีวิตอยู่ติดต่อกันมาหลายร้อยปีแล้ว เต่าใหญ่ตัวนี้ได้ดูดเลือดนักรบของปราสาทกลายเป็นเต่าที่มีพลังทางไสยศาสตร์และเป็นเต่าผี
เมื่อปราสาทนี้ ถูกกองทัพข้าศึกมาล้อมไว้ และกำลังจะถูกโจมตีให้แตก ตัวปราสาทก็เริ่มเคลื่อนไหวช้า ๆ เต่าผีได้แบกปราสาทไว้บนหลังเริ่มเดินไปทางทะเล พอมองเห็นภาพเช่นนี้บรรดาข้าศึกก็เกิดความกลัวสุดท้ายก็เลิกล้อมปราสาทถอยทัพกลับไป
นากผี
ในบรรดานากด้วยกันตัวที่มีอายุมากจะมีพลังทางไสยศาสตร์และสามารถแปลงร่างเป็นคนได้ ถึงแม้จะทำได้เช่นนี้แต่จะไม่ทำเรื่องเลวร้ายคอยฆ่าหรือทำร้ายผู้คน จะทำอย่างมากก็ฉุดขาคนที่เดินผ่านทำให้ตกใจหรือไม่ก็เพียงแต่แปลงร่างเป็นคนแล้วปรากฏตัวมาซื้อเหล้ากิน และก็เป็นเพราะนากมีมนต์ไสยศาสตร์อ่อน ทำให้บางทีก็ซ่อนหางไว้ได้ไม่มิดชิด พอถูกมองออก นากก็จะรีบหนีกลับไปลงแม่น้ำ

ตัวมามิ
มันคือสัตว์พันธุ์เดียวกับหมีรูชนิดหนึ่งเรียกว่าตัวมามิ (สัตว์ชนิดหนึ่งพันธุ์ทานูกิซึ่งมีรูปร่างขนาดหมาจิ้งจอก และมีเท้าคล้ายหมี) พออายุมากขึ้นก็กลายเป็นผี พอมนุษย์เดินผ่านเหวของภูเขาที่เงียบสงัด ตัวมามินี้จะพ่นสิ่งเล็ก ๆ คล้ายค้างคาวออกมาโจมตีมนุษย์ แล้วตัวมามิจะถือโอกาสแย่งชิงอาหารของมนุษย์ กว่าคนเดินทางจะรู้ตัว มันก็หายตัวไปเสียแล้ว

บ่างป่า
ที่เรียกว่าบ่างป่าคือตัวบ่างที่มีอายุหลายร้อยปีแล้วมีพลังไสยศาสตร์กลายเป็นผี รอบตัวมีขนปกคลุมคล้ายเข็ม ขาทั้งสี่ข้างมีเล็บแหลมคมคล้ายใบมีด พอตกค่ำคนเดินทางที่หลงทางเข้าลึกไปในป่า ตัวบ่างป่านี้จะตีลังกาคล้ายนกนางแอ่น แล้วบุกเข้าโจมตีมนุษย์ บรรดาผู้ที่นอนตายและมีบาดแผลคล้ายถูกใบมีดโกนคม ๆ บาดนั้นจะเป็นผู้คนที่ถูกบ่างป่าเล่นงาน

สัตว์ประหลาด
ประมาณสักแปดร้อยปีก่อนนี้มีผีที่น่ากลัวปรากฏตัวออกมาในเกียวโตสมัยเฮอิอันเรียกกันว่าสัตวืประหลาด คนที่ถูกโจมตีโดยสัตว์ประหลาดจะตายโดยถูกควักหัวใจออกกิน ผู้คนในโตเกียวพากันอกสั่นขวัญหายโดนสิ้นเชิง
วันหนึ่งมีนักรบชื่อเกนซันมิโยริมาซาได้รับหน้าที่ให้มาปราบผีตัวนี้ โยริมาซาผู้เป็นนักขมังธนู ได้เข้าไปในป่าส่งเสียงน่ากลัวว่า แก๊-ซ,แก๊-ซ และยิงตัวสัตว์ประหลาดที่กระโดดไปมาอยู่บนต้นไม้ตกลงมาตาย สัตว์ประหลาดนี้มีหัวเป็นลิง ตัวเป็นเสือ และหางเป็นงู จะจ้องกินหัวใจคนเพื่อกินวิญญาณคน



ผีมิซุจิ
ผีมิซุจิเป็นผีงูที่อาศัยอยู่ในบึงหรือทะเลสาบ ทั้งตัวจะมีเกล็ดสีเขียวปกคลุม และยังมีตะไคร่น้ำเกาะอยู่ทำให้น่ากลัวยิ่งขึ้น และมีเขาสองเขามีฟันแหลมคมคล้ายสัตว์ประหลาด มันจะใช้หางยาว ๆ รัดคนและพ่นน้ำพิษจากปากเข้าใส่ทำให้ร่างกายของคนละลายไป แต่ผีที่น่ากลัวนี้ ถ้าขาดน้ำก็จะตายภายในสามวัน

ผีไวรา
มีร่างกายคล้ายหมีแต่มีเล็บคมติดอยู่ที่เท้าคล้ายนกอินทรียิ่งกว่านั้นที่หลังยังมีปีกอีกด้วย ความยาวของร่างกายยาวถึงห้าเมตร ปกติจะทำรังอยู่ที่โพรงหินลึกเข้าไปในภูเขา กินนก และสัตว์อื่น ๆ เป็นอาหาร แต่พอตกฤดูหนาว อาหารในส่วนลึกของภูเขาก็หมดไปจะบินเกาะก้อนเมฆหิมะ และร่อนเข้ามาในหมู่บ้านเล่นงานมนุษย์แทน เมื่อผีไวราโจมตีมนุษย์และสัตว์เลี้ยงมันจะกินหมดโดยไม่เหลือกระดูกแม้แต่ชิ้นเดียว

ยักษ์โอมโมริ
ผ่านไปในป่าสงัด หรือผ่านถนนผ่านทุ่งหญ้าจะได้ยินเสียงนกร้องดังแก๊ดแก๊ด ซึ่งฟังแล้วขนลุกขนพองนี่คือนกผียักษ์โอมโมริ
ยักษ์โอมโมริคือผีของคนเดินทางที่ตายอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย โดยหลงทางไร้อาหารและกลายเป็นนกผีชนิดหนึ่งนี้ ดังนี้นกผีตัวนี้จะคอยจ้องหาคนเดินทางที่โดดเดี่ยวและจะทำให้ตกใจ โดยพ่นไฟใส่แล้วแย่งอาหารจากมือคน เมื่อมีโอกาสแล้วทำให้เหยื่อผู้นั้นอดตาย

ผีอายาคาชิ
ผีอายาคาชิ อาศัยอยู่ในทะเลลึก มีร่างเหมือนงูทะเล แต่ว่าใหญ่และยาวกว่า ความยาวหลานร้อยเมตรจนประมาณไม่ได้ พอผีตัวนี้ปรากฏตัว ทะเลจะกลายเป็นทะเลคลั่งเรือจะจมและผู้โดยสารก็จะตกเป็นเหยื่อของผีอายาคาชินี้
ผีอายาคาชิจะชอบผู้หญิงสาว ๆ เป็นพิเศษ นักเดินเรือแต่โบราณจะเอาผู้หญิงสาว ๆ เป็นเหยื่อและโยนลงไปในทะเลเพื่อเอาใจผีอายาคาชิ

เสือน้ำ
เสือน้ำเดิมอยู่ในประเทศจีนแล้วข้ามมาญี่ปุ่น เป็นผีที่อาศัยอยู่ในน้ำ เนื่องจากมีเล็บและเขี้ยวคมเหมือนเสือจึงถูกเรียกว่าเสือน้ำ มีส่วนที่เป็นกระดองบนหลังคล้ายกับตัวผีคัปปะ (ผีเด็กน้ำ) แต่มีนิสัยทารุณโหดร้ายกว่าฟันแข็งแรงแม้เหล็กก็สามารถกัดฉีกได้ จึงสามารถกินคนได้อย่างสบายคล้ายเคี้ยวลูกแอ็ปเปิล ทั้งตัวเป็นสีน้ำเงินดำ แต่มีครีบหลังคล้ายปลา ในที่ไม่มีน้ำก็สามารถมีชีวิตต่อไปได้


ลิงบาบูน
ลิงบาบูนเป็นลิงขนาดใหญ่พันธุ์ลิงแขนยาวอาศัยอยู่ในอาฟริกา แต่ที่เรียกว่าลิงบาบูนในที่นี้จะหมายความถึงผีของลิงแก่ ๆ ที่อาศัยอยู่ในภูเขาลึกของญี่ปุ่น
กล่าวกันว่าจะสูงถึงห้าเมตรและเป็นผีที่เป็นเจ้าของพลังประหลาดอันใหญ่ยิ่ง ชอบผู้หญิงสาว ๆ เป็นพิเศษ จึงอาละวาดมากถ้าไม่ยอมเอาผู้หญิงมาเป็นเหยื่อสังเวยประมาณสี่ร้อยปีมาแล้วมีนักรบชื่ออิวามิ ยูตะโร่ได้แปลงร่างเป็นผู้หญิงสาวโดยใส่เสื้อกิโมโนสีแดง เข้าไปใกล้ลิงบาบูนและปราบมันจนสิ้นชื่อ นี่เป้นเรื่องที่เล่าต่อกันมา

ผีอุนไงเกียว
ผีอุนไงเกียวเป็นหัวหน้าของบรรดาผีตัวทานูกิ (สัตว์ขนาดหมาจิ้งจอกมีเล็บคล้ายหมี) ที่อาศัยอยู่ในส่วนลึกของภูเขา ทำไมจึงมีชื่อดังนี้ เพราะว่าผีอุนไงเกียวมียอดพลังประหลาด โดยมีกระจกอุนไงเกียวอยู่กับตัวเอง กระจกอุนไงเกียวนี้ สามารถดึงภาพที่ปรากฏอยู่ไกล ๆ ให้ปรากฏอยู่ในกระจกได้จึงมีคุณภาพคล้ายโทรทัศน์ในปัจจุบันนี้ ผีอุนไงเกียวนี้เมื่อเบ่งท้องให้โต ก็จะเหมือนกับกระจกโทรทัศน์ที่สามารถฉายเอาภาพไกล ไ มาได้อย่างอิสระ

ยักษ์หอยสังข์
ยักษ์หอยสังข์เป็นผีอาศัยอยู่ในทะเล ปกติหอยสังข์จะดูใหญ่กว่าผียักษ์หอยสังข์นี้มาก แต่ถ้ามีใครได้เห็นหอยนี้และจะพูดว่า  “หอยสังข์อะไรเล็กกะจิดริด”  ก็จะเกิดเรื่องใหญ่
หอยสังข์นี้จะใหญ่ขึ้นกว่าสามเมตรและหลังจากพ่นน้ำพิษใส่คนที่พูดแล้วจะทำให้ร่างกายอ่อนปวกเปียกชาแล้วละลายไปด้วยลิ้นยักษ์ของมัน ในทางตรงกันข้ามคนที่ชมผีหอยสังข์กลับจะนำโชคดีมาให้

ปลากระเบนสีแดง
ร่างกายจะเหมือนกับปลากระเบน แต่จะใหญ่ประมาณ 50 – 100 เมตร และมีสีแดงน่ากลัว จะซ่อนอยู่ตามชายหาดใต้ทราย ลืมตาอาละวาดประมาณสองครั้งต่อหนึ่งปี
เนื่องจากมันจะกินปลาในทะเลแทบจะไม่เหลือหรอ ดังนั้นบริเวณทะเลใกล้ ๆ จะมีสีแดงไปด้วยเลือดของปลา และปลากระเบนสีแดงนี้จะพังเรือประมงที่จับปลา มากจนเกินไปแล้วปล่อยปลาหนีไปหมด

ผีตะพาบน้ำ
ตะพาบน้ำซึ่งเป็นพันธุ์เดียวกับเต่าจะมีใจยึดมั่นทรหด แม้จะถูกตัดคอก็ไม่ยอมปล่อยถ้ากัดใครเข้า ด้วยเหตุเดียวกันนี้ตะพาบน้ำที่ถูกฆ่าจะคอยสาปแช่งมนุษย์ โดยกลายเป็นผีตะพาบน้ำยาวประมาณเก้าเมตร
กล่าวกันว่าคนที่ฆ่าตะพาบน้ำมาก ๆ จะถูกกัดฉีกที่คอและภรรยาของคน ๆ นั้น จะออกลูกมาหน้าตาเหมือนตะพาบน้ำ ดังนั้นผู้ที่มีอาชีพทางจับและฆ่าตะพาบน้ำจะต้องทำบุญแผ่ส่วนกุศลให้แก่ตะพาบน้ำปีละหนึ่งครั้ง

ตัวขี้เกียจ
ตัวขี้เกียจเป็นผีอาศัยอยู่ในทะเลสาบและบึงเก่า ๆ มีตัวยาวสิบเมตร รอบตัวกว้างห้าเมตร มีรูปคล้ายตัวดักแด้ที่มีหนามขึ้นอยู่ทั่วตัวมีเขาที่หัวคล้ายวัว ที่ปากที่มีหนวดจะมีเขี้ยวงอกแหลมคม บางครั้งก็จะขึ้นมาจากน้ำอาละวาดในไร่นา โดยกินผลผลิตไม่เหลือเลยแม้แต่ต้นเดียว และจะพ่นควันพิษจากปากเข้าใส่คน พอคนหมดสติล้มลงก็จะเข้ากินขย้ำจากหัวตลอดเท้า

ผีอิทสุมาเดะ
ผีอิทสุมาเดะเป็นผีนกที่กินแต่ซากศพของคนที่ตายในการเดินทางพเนจร เมื่อกินซากศพที่ล้มลงตายแล้วก็จะไปโผล่ตัวที่บ้านของคนที่ตายไปแล้วพูดด้วยเสียงคนว่า  “อิทสุมาเดะ อิมสุมาเดะ(จนถึงเมื่อไร”  และร้องติดต่อกันไป นี่มีความหมายว่า  “จะปล่อยซากศพให้เป็นอย่างนี้จนถึงเมื่อไร?”  ชื่อของผีนี้ก็มาจากคำพูดอันนี้ ถ้าผู้คนไม่เอาใจใส่ต่อการร้องของนกนี้ โดยไม่ทำบุญแผ่ส่วนกุศลให้คนตาย ก็จะเกิดการป่วยเจ็บในบ้านนั้นหรือไม่ก็จะเกิดไฟไหม้

สัตว์ฟ้าผ่า
ผู้คนในสมัยโบราณเคยเห็นว่าตรงที่ฟ้าผ่าลงมานั้นจะพบขนสัตว์ชนิดหนึ่งตกเรี่ยราดอยู่ หรือไม่ก็ตรงต้นไม้ที่ถูกฟ้าผ่าจะมีรอยคล้ายกับแผลที่ถูกข่วนจึงพากันเชื่อว่ามีสัตว์ที่เรียกว่า สัตว์ฟ้าผ่าซึ่งเป็นต้นเหตุของสิ่งเหล่านี้ เมื่อลองดูภาพที่คนโบราณเขียนบรรยายสัตว์ฟ้าผ่าเอาไว้ จะเห็นว่าเป็นสัตว์พันธุ์เดียวกับแมวชนิดหนึ่ง ซึ่งเรียกกันว่าชะมด และในสมัย เอโดะ (ประมาณ 200 ปี – 500 ปี มาแล้ว) ก็มีหลักฐานว่าผู้คนในสมัยนั้นเชื่อกันว่าชะมดคือ ตัวสัตว์ฟ้า แต่เพราะเหตุใดจึงถือว่าชะมด เป็นสัตว์ฟ้าผ่านั้นไม่มีใครทราบเหตุผลได้

ผีตัวสมเสร็จ
ผีตัวสมเสร็จเป็นผีที่ข้ามมาจากประเทศจีน มีจมูกเหมือนช้าง ตาเล็ก หางเหมือนวัว เท้าเป็นเสือ รูปร่างคล้ายหมี ผีสมเสร็จจะปรากฏตัวที่ข้างหมอนของคนที่นอนหลับและจะกินฝันร้ายที่คนผู้นั้นฝันเห็น
ดังนั้นจึงถือว่าการที่ผีตัวสมเสร็จมากินฝันร้ายก็ควรถือว่าสมเสร็จเป็นมิตรกับมนุษย์ เมื่อสมัยโบราณคนมักจะเอาภาพของสมเสร็จเก็บไว้ใต้ที่นอน เพื่อให้ตัวสมเสร็จมากินฝันร้ายเสียจะได้ไม่ฝันถึง

ตัวรอบรู้
ตัวรอบรู้จะมีขนสีดำปกคลุมอยู่เต็มตัว มีร่างกายเหมือนลิงกอริลล่า แต่กลับเป็นผีที่มีนิสัยสุภาพอ่อนโยนและยอมทำทุกอย่างเพื่อมนุษย์
มีพลังไสยศาสตร์ที่จะอ่านใจคนโดยประพฤติเรื่องที่มีเมตตาต่อมนุษย์หลายเรื่อง เป็นต้นว่า ถ้ามนุษย์เดินเข้าไปในป่าและเกิดหิวขึ้นมา ก็จะส่งผลไม้ให้ แต่ถ้ามีใครทำให้ตัวรอบรู้นี้โกรธก็จะเกิดเรื่องใหญ่ เคยมีคนพยายามจะจับตัวรอบรู้นี้เป็น ๆ ให้ได้ ก็กลับถูกมองทะลุปรุโปร่งถึงแผนการนี้เสียก่อนสุดท้ายคนนั้นก็ตกลงไปในกับดักที่ตัวเองวางไว้และตายไป

ผ้าฝ้ายขนาดหนึ่งตัน
ผ้าฝ้ายขนาดหนึ่งตันนี้เมื่อสมัยโบราณจะปรากฏอยู่มากในภูเขาของมณฑลคาโงซิม่า ผ้าของต้นฝ้ายขาวขนาดหนึ่งตัน (ใช้ตัดเสื้อผู้ใหญ่ได้หนึ่งคนขนาดประมาณ 2.5 ตารางเมตร) นั้น พอตกเวลากลางคืนจะบินกระพือลงมาจากภูเขา แต่ถ้าคนในหมู่บ้านดูถูกโดยพูดว่า  “อะไรกันนะนี่มันก็ผ้าผืนหนึ่งเท่านั้น”  ฝ้ายขนาดหนึ่งตันนั้นจะส่งเสียงดังฟูดบินขึ้นไปบนอากาศจะเข้าพันคนพูดจนขาดใจตาย

ผีโคมกระดาษ
ในบรรดาของใช้มนุษย์ที่ใช้ติดต่อกันมานานจะมี  “ผีสิ่งของ”  ซึ่งเป็นวิญญาณชนิดหนึ่งเข้าไปสิงอยู่ในสิ่งของและกลายเป็นผี
ผีโคมกระดาษเป็นผีประเภทนั้นโคมกระดาษที่มีรอยแตกแล้วถูกทอดทิ้งไว้นานพอมีคนเข้าไปใกล้ก็จะมีลิ้นแลบโผล่ออกมาจากรอยแตก
นอกจากนี้คนที่ตายไปโดยมีความแค้นหลงเหลืออยู่ในโลกนี้ วิญญาณจะไปอาศัยอยู่ในโคมกระดาษพอจุดไฟเข้าจะมีผีโผล่ออกมาจากโคมกระดาษ

รถล้อเดียว
เมื่อโบราณกาลมีผีที่คอยลักพาเด็กปรากฏตัวที่ โคกะ (ปัจจุบันคือจังหวัดโคกะแห่งมณฑลชิงะ) ในเวลาดึกขณะที่ผู้คนกำลังนอนหลับเงียบสนิทจะมีเสียงรถลากวิ่งมา ถ้าลองแอบมองดูจะเห็นรถล้อเดียวปกคลุมด้วยเปลวไฟวิ่งมา โดยมีผู้หญิงที่สวยงามประดุจนางฟ้านั่งอยู่นี่คือรถของผี รถล้อเดียวจะมองหาเด็กขี้อ้อนร้องไห้จนดึกและพาไปนรก
กำแพงฉาบปูน
กำแพงฉาบปูนแต่ก่อนกาลเป็นผีที่ปรากฏตัวที่มณฑลฟุกุโอกะของกิวชิว ตอนกลางคืนเมื่อคนเดินไปกลางป่าหรือทางในทุ่งกว้างจะมีวัตถุขนาดใหญ่โตโผล่ออกมาขวางทางต่อหน้าต่อตาในบัดดล นี่แหละคือผีกำแพงฉาบปูน
ถ้าหากเดินเรียบกำแพงไปเรื่อย ๆ จะโผล่ออกไปยังที่ที่ไม่เคยคาดหมาย และสุดท้ายจะตกลงไปก้นเหวตาย ดังนั้นเมื่อใครก็ตามพบผีกำแพงฉาบปูนให้ใช้ไม้พลองยาวฟาดกวาดไปทางด้านล่างของกำแพง กำแพงสีขาวจะหายไปในทันทีชั่วพริบตาเดียว

ผีเรือ
ในเวลากลางคืนตอนดึกที่มีหมอกลงจัด เคยปรากฏว่ามีลูกไฟสีน้ำเงินขาวเปล่งแสงประกายอยู่ในทะเลแห่งความมืด ถ้าเห็นอย่างนี้แล้วควรจะรีบพาเรือกลับเข้าท่า ถ้ายิ่งขืนดั้นด้นต่อไปก็จะได้ยินเสียงผู้คนร้องค่ำครวญอยู่ในความทุกข์และในบัดดลจะมีโครงกระดูกมหึมาลอยอยู่บนท้องฟ้า และข้างใต้โครงกระดูกนี้จะมีเรือผีปรากฏออกมา มันจะมาดูดเรือของเราเข้าไปหาและทำลายจนกลายเป็นชิ้น ๆ นี่คือฤทธิ์เดชของเรือผีที่น่ากลัว
บางทีเรือผีนี้ก็ปรากฏตัวออกมาโดยไม่เตือนล่วงหน้า เรือที่เดินหน้าอยู่นี้จะเกิดหางเสือหลุดและจะแล่นวนไปวนมา ไม่ช้าทั้งเรือและคนโดยสารก็จะจมหายลงไปในทะเล

พระเจ้าไม้กวาด
เรียกกันว่า  “ผีชั่ว”  กล่าวคือถ้าเราใช้เครื่องมือเครื่องใช้ไปนาน ๆ จะมีวิญญาณเข้ามาอาศัยอยู่ และกลายเป็นผีชนิดหนึ่ง ผีพระเจ้าไม้กวาดเป็น  “ผีชั่ว” ที่สิงสู่ในไม้กวาดที่ใช้มานาน เมื่อตกกลางคืน หลังจากที่มนุษย์ได้นอนหลับสนิทแล้วจะเคลื่อนไหวได้ด้วยตนเอง
แต่แท้จริงเป็นผีที่บรรดามนุษย์เราน่าจะขอบใจเพราะมันจะกวาดผงละอองที่กระจายไปโดยลมกลางคืนให้มารวมกัน แต่ถ้ามีใครใช้ไม้กวาดอย่างไม่ปราณีปราศรัยพอตกกลางคืนมันจะกลับมาแก้แค้น

เจ้าหญิงโอซาคาเบะ
เจ้าหญิงโอซาคาเบะเป็นผีที่อาศัยอยู่ในปราสาทเก่า ๆ ปรกติจะไม่ค่อยปรากฏตัวออกมาให้เห็น แต่ปีหนึ่งก็จะออกมาพบกับเจ้าผู้ครองปราสาท และจะบอกกล่าวถึงโชคชะตาของปราสาทว่าจะเป็นอย่างไรปีหนึ่งก็ครั้งเดียวที่จะออกมาพบและบอกเรื่องโชคชะตาของปีนั้น
ปราสาทที่เจ้าหญิงโอซาคาเบะไม่ปรากฏตัวและหายไปก็มักจะเล่ากันว่าปีนั้น ปราสาทจะล่มจม ผู้คนในปราสาทจะทำบวงสรวงเจ้าหญิงโอซาคาเบะต่อพระเจ้า และวิงวอนให้ช่วยรักษาปราสาท เจ้าหญิงโอซาคาเบะที่มีชื่อเสียงก็มีที่ปราสาทฮิเมยิ ในมณฑลเฮียวโงะ

รถเพลิง
รถเพลิงคือรถที่พ่นไฟออกมาและถูกลากด้วยยักษ์แห่งนรกยักษ์จะลอบเข้าไปในหลุมศพในตอนกลางคืน จะขุดหลุมฝังศพแล้วกินหัวใจของคนตายเสร็จแล้วก็เอาศพขึ้นรถเพลิงเอาไปทิ้งที่บ้านของคนชั่วร้าย และเนื่องจากจะต้องมีคนตายเกิดขึ้นในบ้านของซากศพที่ถูกนำไปทิ้ง บรรดาคนชั่วร้ายทั้งหลายพอได้ยินเสียงลากรถดังมาก็จะกุลีกุจอปิดประตู แต่ทว่าแม้จะปิดประตูให้แน่นสักเพียงใด ในเวลาที่ไม่รู้ตัวก็ปรากฏว่ามีศพถูกนำมาทิ้งในบ้านเสียแล้ว

ยักษ์ล้อรถ
แต่โบราณกาลผีของรถที่ปรากฏตัวในตำบลของเกียวโต เป็นผีของยักษ์ล้อรถ ตอนกลางคืนเมื่อตนนอนหลับสงบเงียบไปแล้ว จากถนนข้างหน้าจะมีอะไรบางอย่างผ่านมาและมีเสียงดังโครมคราม นี่คือยักษ์ล้อรถ คนที่เปิดประตูดูจะถูกปลิดวิญญาณในทันทีและจะกลายเป็นคนบ้า
ดังนั้นคนจึงพากันติดกระดาษ เขียนคาถาเวทมนต์ว่า  “ที่นี่เป็นบ้านของแม่ผู้ชนะ”  พอทำเช่นนี้ยักษ์ล้อรถก็จะเข้ามาใกล้

รถในหมอก
จากภายในลมหมุนจะปรากฏรูปร่างของรถที่ไม่ชัดเลือนรางเหมือนกับมีหมอกปกคลุมอยู่แล้วก็มีศีรษะของยักษ์ขนาดมหึมาโผล่ออกมาในทันทีทันใด
ยักษ์จะกลืนกินคนที่อยู่ใกล้และละลายไปคล้ายกับควันนี่คือผีรถในหมอก แม้จะฟันด้วยมีดหรือยิงธนูก็ไม่เป็นผล ไม่มีอะไรต่อต้านแต่จะผ่านทะลุมันไป อย่างง่ายดายและเมื่อถูกแสงก็กลายเป็นเงา เมื่อเอาน้ำสาดก็จะกลายเป็นกระจก และถ้าจุดไฟก็จะเปลี่ยนรูปร่างเป็นรถที่มีเพลิงลุกท่วม

กลุ่มของตา
นี่ก็เป็น  “ผีชั่ว”  เช่นเดียวกับผีไม้กวาด มันคือประตูโชยิ (ประตูเลื่อนกระดาษในบ้านญี่ปุ่น) มี  “ผีชั่ว”  สิงอยู่และกลายเป็นผี ตามปกติจะเป็นประตูโชยิธรรมดา แต่พอตกกลางคืนดึก ๆ หรือตอนที่ไม่มีคนอยู่ ที่ประตูโชยินั้นจะมีตาหลายสิบหลายร้อยตาปรากฏขึ้น
บ้านที่ใช้ประตูโชยิอย่างระมัดระวังก็จะไม่มีภัยอันตรายใด ๆ แต่ถ้าใช้ให้ขาดหรือทำลายมันปล่อยประตูโชยิทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ไม่ดูแล ตกกลางคืนดึก ๆ จะปรากฏกลุ่มของตาขึ้น ตานั้นจะจ้องมาที่คนในบ้านทำให้คนผู้นั้นเป็นบ้าได้

หินร้องไห้ตอนกลางคืน
หินร้องไห้ตอนกลางคืนมีอยู่สองชนิด ชนิดหนึ่งเป็นวิญญาณของบรรดาบิดามารดาผู้ถูกโจรป่าฆ่าตายได้เข้าอาศัยในหิน พอตกกลางคืนก็จะร้องไห้คิดถึงลูกหลาน มีตัวอย่างเช่นหินร้องไห้ตอนกลางคืนที่นาคายาม่า (ภูเขาในจังหวัดคาเคงาว่ามณฑลชืซุโอกะ)
อีกชนิดหนึ่งเป็นผีในหินเก่า ๆ ร้องไห้เอง กล่าวกันว่าเมื่อหินถูกทำลายโดยการสร้างทางและอื่น ๆ หรือถูกดันให้เคลื่อนตัวจากที่อยู่เดิมก็มักจะร้องไห้มีตัวอย่างในหลายจังหวัดทั่วประเทศญี่ปุ่น ที่ป่าโอฮาราโมริของจังหวัดชิซุโอกะ จังหวัดมิทสุงุนแห่งมณฑลโอกายาม่า จังหวัดคาเมะโอกะของนครเกียวโต จะมีนิยายเล่าสืบกันมาเกี่ยวกับหินร้องไห้ตอนกลางคืนนี้

ผีโฮโค
ในป่าลึกจะมีต้นไม้เก่าแก่ยืนต้นติดต่อกัน หลายร้อยปีที่รากจะมีตะไคร่น้ำเกาะอยู่และต้นไม้นี้ก็สูงใหญ่ขึ้นจนกระทั่งดูเหมือนจะขึ้นไปจรดฟากฟ้าเบื้องบน
บนต้นไม้ชนิดนี้มีผีสิงอยู่และไม่ใช่วิญญาณนางไม้ธรรมดา แต่มีมนต์ไสยศาสตร์อันประหลาดเกิดเป็นตัวโฮโคที่เป็นผีสิงสถิตอยู่ ใครก็ตามที่คิดจะโค่นต้นไม้นี้ ต้นไม้แก่ก็สั่นตัวดังลั่นทันทีและจากยอดไม้จะมีผีสัตว์ป่าโจมตีลงมา คนผู้คิดโค่นต้นไม้จะถูกเล็บอันแหลมคมควักลูกนัยน์ตา ขาก็จะถูกกัดแทะและละลายไปด้วยควันสีม่วงที่ผีสัตว์ป่านี้พ่นออกมา

ตัวทานูกิในลม
การที่มีชื่อว่าตัวทานูกิลมนี้ ก็เพราะบินมาในอากาศคล้ายลมและแปลงตัวเป็นผีชนิดต่าง ๆ ร่างของมันจะโปร่งแสงคล้ายลมไม่สามารถมองเห็นได้โดยมนุษย์ธรรมดา
เมื่อมาปรากฏต่อหน้ามนุษย์ก็แปลงร่างกลายเป็นยักษ์ใหญ่ตาเดียว บ้างยักษ์บ้างเป็นลิงบาบูน บ้างซึ่งล้วนแต่เป็นผีทั้งนั้น แต่ก็เพียงทำให้ผู้คนตกใจเท่านั้นหาได้ทำร้ายคนหรือฆ่าคนไม่
กล่าวกันว่าถ้ามองให้เห็นร่างอันแท้จริงของตัวทานุกิลมให้ทะลุปรุโปร่ง ก็ให้จุดไฟไต้ให้ลุกแล้วนำเข้าไปใกล้สิ่งที่เราพบเป็นรูปร่างยักษ์ใหญ่และยักษ์ที่เราคิดว่าตัวทานูกิลมแปลงมา ตัวทานูกิลมจะกลายเป็นเงาดำให้เห็นได้ แต่ก็เห็นเป็นเพียงเงาดำเท่านั้นไม่สามารถจะเห็นได้มากกว่านั้น


ผีกล้วย (บะโช่)
ดังได้กล่าวมาแล้วว่าในพืชที่มีอายุเก่าแก่ จะมีผีที่เรียกว่าผีต้นไม้สิงอยู่ นอกไปจากที่กล่าวแล้วยังมีผีน่ากลัวที่จะสาปแช่งมนุษย์ที่เข้าไปใกล้ เช่น ผีในต้นแต้ฮวยหรือต้นกล้วยที่เก่าแก่
ต้นกล้วยเป็นพืชที่มีต้นกำเนิดดั้งเดิมในประเทศจีน ใบและราก ถ้าคั้นเอาน้ำออกมาจะแก้หวัดและแก้เจ็บปวดเป็นยาชนิดหนึ่ง การที่เป็นพืชเช่นนี้ต้นกล้วยที่มีอายุเก่าแก่หลายร้อยปีก็จะมีผีที่น่าอัศจรรย์สิงอยู่ ดังนั้นเมื่อมีใครคิดจะทำอันตรายต้นกล้วย พอมนุษย์เข้าไปใกล้มันก็จะพ่นคายสิ่งที่คล้ายกับหมอกออกมา และกล่าวกันว่าจะทำให้คนที่เข้าไปใกล้หลับไปทันที

ผีภูเขา
ถ้าเราลองตะโกน  “เฮ้...”  เวลาอยู่กลางหุบเขา จะมีเสียง  “เฮ้...”  ตอบกลับมาคนปัจจุบันบอกว่าเป็นเสียงสะท้อนกลับจากภูเขา ไม่มีอะไรน่าสงสัย แต่คนโบราณเชื่อกันว่าเป็นเสียงของผีภูเขา...บรื๋อ
ผีพยาบาทเฝ้าไร่
ในสมัยโบราณวิญญาณของผู้ตายเพราะความอดยาก เนื่องจากพืชผลในไร่ถูกขโมยไปจนเกลี้ยง จนกลายเป็นผีพยาบาทคอยเฝ้าดูแลไร่ ปกติจะฝังตัวอยู่ในดินถ้ามีใครมาขโมยพืชผลจะกัดติดเท้าของหัวขโมยและดูดเลือดสด ๆ ออกจนเกลี้ยงให้กลายเป็นผีเฝ้าอยู่ตรงนั้นอีก

การประชันดวงตา
ที่มืดสนิทในเวลากลางคืนของซากแดนประหารชีวิตจะมีนัยน์ตาสีน้ำเงินขาวเป็นจำนวนมาก การที่มีประกายสีน้ำเงินขาวนั่น ก็คือการประชันดวงตาก่อนที่นักโทษกำลังจะถูกตัดหัวดวงตาที่เป็นประกายเบิกโพลงขึ้นนั้นก็จะกลายเป็นผีลูกตา และมักจะปรากฏตัวในคืนที่มีฝนตก

นอนกลับหมอน
การนอนกลับหมอนนั้นก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องร้ายอะไร แต่บางครั้งมันก็จะดึงมนุษย์เข้าไปในความฝัน คนที่เกลียดตัวสมเสร็จ ถ้าเอารูปภาพเขียนตัวสมเสร็จเข้าไปไว้ใต้หมอน ก็จะไม่มีการฝันเห็นเลย

ผีตัวสั่น
กลางป่าอันว้าเหว่และใกล้ ๆ กับหลุมฝังศพนั้น ถ้าเราเดินผ่านไปจะรู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูกเนื้อตัวจะสั่นดิก ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ
อาการเช่นนี้เป็นเพราะมีผีที่เรามองไม่เห็น ซึ่งมีชื่อว่าผีตัวสั่นมาวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ มันจะพ่นลมขี้ขลาดที่มีกลิ่นคาวเข้าใส่ ทำให้คนที่ผ่านไปมาเกิดความกลัวจับขั้วหัวใจ ถึงแม้จะมีตาเดียวแต่ก็ไม่เคยทำอันตรายใครนอกจากคนขวัญอ่อน ซึ่งจะจับไข้หัวโกร๋นไปเท่านั้น

ตัวเปียก
ตัวเปียกเป็นผีประหลาดที่ชอบปรากฏตัวในท้องที่อิคิของมณฑลนางาซากิ เมื่อตอนปีนขึ้นเขาสูงไปถึงกลางภูเขาแล้วหย่อนก้นลงบนก้อนหิน เพื่อพักผ่อนชั่วครู่ที่รอบ ๆ ยอดเขาจะมีสิ่งหนึ่งสีดำและปวกเปียกโผล่ออกมาขณะที่มองอยู่จะใหญ่ขึ้น ๆ และสุดท้ายจะแผ่เต็มไปทั่วท้องฟ้า นี่คือตัวเปียกซึ่งเป็นผี ถ้าใครที่ได้เห็นมีจิตใจสกปรกหรือคิดเรื่องเลวร้ายก็จะเข้าคลุมตัว คนนั้นแล้วกินเครื่องในของคน ๆ นั้น

ไฟโดยบังเอิญ
ตอนกลางคืนดึก ๆ เมื่อเดินบนทางเดินภูเขาระหว่างยอดของต้นไม้ที่ขึ้นทึบหนาแน่นเป็นสีดำมืดอยู่นั้นจะมีไฟประหลาดสั่นไหวอยู่ปรากฏตัวออกมาเป็นรูปร่างของนก ทำให้เราขวัญหนีดีฝ่อ
นี่คือผีที่เรียกว่าไฟโดยบังเอิญ กล่าวกันว่าเกิดจากวิญญาณของนกเป็นจำนวนมากที่ตายในป่ามารวมกันเกิดเป็นผีขึ้น ผีไฟโดยบังเอิญจะปรากฏตัวออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้ผู้คนพากันตกใจกลัว ถ้าประสานมือให้แน่นและมองตรง ๆ ไปผีนี้ก็จะหายวับไป

ผีดูดเลือดแดร๊คคิวล่า
แดร๊คคิวล่าเป็นผีดูดเลือดที่อาศัยอยู่ทางดินแดนทรานซิลวาเนีย (ตะวันตกเฉียงเหนือของรูมาเนีย) แห่งยุโรปตะวันออกปกติจะแสดงตนเป็นท่านเคานท์ อาศัยอยู่ในปราสาทใหญ่โต พอตกกลางคืนจะมาดูดเลือดคนในหมู่บ้าน ใครก็ตามที่ถูกสูบเลือดคนนั้นก็จะกลายเป็นผีดูดเลือดไปด้วย ตัวเองก็จะร่อนเร่ไปเพื่อหาดูดเลือดคนอื่นต่อไป
ผีดูดเลือดจะแปลงร่างเป็นค้างคาวหรือหมอกควันจะเข้าไปใกล้คนจะป้องกันได้ยาก แต่เนื่องจากผีนี้เกลียดกระเทียม และไม้กางเขน ถ้าแขวนกระเทียมและไม้กางเขนไว้หน้าประตูจะไม่เข้ามาใกล้

แฟรงเกนสไตน์
เป็นมนุษย์ที่ถูกสร้างขึ้นเกิดจากนวนิยายของนักประพันธ์ชาวอังกฤษ นักวิทยาศาสตร์ชาวสวิสศาสตราจารย์แฟรงเกนสไตน์ได้รุดหน้าในการค้นคว้าสร้างชีวิตขึ้น สุดท้ายได้รวบรวมศพคนตายจากหลุมฝังศพมาสร้างเป็นมนุษย์ตัวยาวแปดฟุต (ประมาณ 2.4 เมตร)
อสุรกายตัวนี้โกรธแค้นที่ศาสตราจารย์สร้างตัวมันขึ้นมาน่าเกลียดจึงได้ฆ่าน้องชายกับสะใภ้ศาสตราจารย์เสีย ศาสตราจารย์ผู้จะทำการล้างแค้นได้ไล่ตามอสุรกายไปจนมุมที่ขั้วโลกเหนือ แต่กลับพ่ายแพ้และตาย อสุรกายตนนี้ก็หายตัวไปในความมืดของขั้วโลกเหนือ

ศพอาบยาผู้ชาย (มัมมี่)
หลุมศพของฟาโรห์ (กษัตริย์) ผู้นอนหลับติดต่อกันในทะเลทรายอียิปต์ เมื่อสามพันปีมาแล้วได้ถูกรื้อเปิดออก ทรัพย์สมบัติทั้งหลายเป็นจำนวนมากที่ถูกฝังอยู่ด้วยกันได้ถูกนำไปยังต่างประเทศ ปรากฏว่าคืนหนึ่งมีพายุหนักที่บ้านของผู้ขุดหลุมฝังศพนั้นปรากฏคนร่างยักษ์ร่างกายพันไว้ด้วยผ้าพันแผลได้ออกมาฆ่าครอบครัวนั้นจนหมดแล้วแย่งชิงทรัพย์สมบัติกลับไป
ชายร่างยักษ์นั้นก็คือมัมมี่ของทหารที่เฝ้าหลุมฝังศพของฟาโรห์ มันได้ไปเยี่ยมครอบครัวของผู้ขุดศพทีละครอบครัวและก่อโศกนาฏกรรม เพื่อเป็นการแก้แค้นจนหมดสิ้น

นาซุ นางแมลงวัน
นาซุผู้เป็นนางพญาของวิญญาณร้ายมีร่างเป็นมนุษย์และมีหน้าตาสะสวยแต่แขนและ ขาเหมือนแมลวันติดอยู่บนหลังอีกด้วย นาซุเมื่อเข้าประชิดคนจะทำเรื่องเลวร้ายถ้าผู้ใดขัดขวางก็จะใช้น้ำพิษละลายคนให้เหมือนวุ้นไป
นาซุมีมนต์ทางไสยศาสตร์เป็นผู้ไม่รู้จักตาย ไม่มีอาวุธอะไรที่จะห่านาซุได้ แม้ไม้กางเขนซึ่งบรรดาผีร้ายต่างก็กลัวเกรง นาซุก็ไม่สะทกสะท้าน แต่ทว่าอ่อนแอต่อแสงอาทิตย์ ดังนั้นถ้าถูกนาซุไล่ตามก็ให้หนีไปยังที่ ๆ สว่างเข้าไว้

ผีคนเล็กนักเปลี่ยนร่าง
นักเปลี่ยนร่างเป็นผีที่มีรูปร่างเล็กอาศัยอยู่ในไอร์แลนด์ ความสูงเพียงสามสิบเซนติเมตรแต่ใบหน้าและร่างกายเต็มไปด้วยรอยย่นคล้ายคนชรา
ตอนดึกในคืนที่มีหมอกลงจัดจะออกนั่งรถที่ทำเป็นรูปตั๊กแตนแต่จะไม่ออกมาให้ผู้ใหญ่เห็น มันจะมองหาห้องของเด็กและแอบเข้าไปอย่างเงียบ ๆ แล้วก็เปลี่ยนร่างเด็กเป็นร่างชายชรา การที่มีชื่อเรียกเป็นนักเปลี่ยนร่างก็มาจากต้นเหตุนี้

สกูเร่ ผีปลาหมึกยักษ์
สกูเร่เป็นผีคล้ายปลาหมึกยักษ์อาศัยอยู่ในทะเลลึกในมหาสมุทรแอนตาร์คติก มีหัวหกหัว มีขาสิบสองขารูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวนิสัยก็โหดร้ายมาก มีปากอยู่หกปาก ถ้าพบสิ่งที่มีชีวิตในทุกทะเลทุกอย่างก็จะกินอาละวาดเรียบอย่างไรก็ตาม อาหารที่โปรดที่สุดก็คือการเคี้ยวกินมนุษย์ พอเรือวิ่งผ่านเข้าไปใกล้จะใช้ขาทั้งสิบสองเกาะม้วนเรือไว้และอ้าปากรอกินผู้โดยสารที่จมน้ำ

ลันซเตอร์ผีสองร่าง
ลันสเตอร์เป็นผีออสเตรเลียมีหัวเดียวเหมือนหมู ร่างมีสองร่าง บนหลังมีขาอยู่สองขาเป็นสัตว์ที่มีรูปร่างแปลกมาก ของโปรดของลันซเตอร์ก็คือ ศพมนุษย์ในหลุมฝังศพจากที่ ๆ ไกลเพียงใดก็ตามมันก็สามารถหาได้โดยการดมกลิ่นศพมันจะขุดศพขึ้นมา โดยใช้เท้าอันแข็งแรงแล้วกินจนเหลือแต่กระดูก ถ้าที่ไหนที่กำลังจะมีคนตายลันซเตอร์จะเดินวนรอบ ๆ บ้านนั้น ดังนั้นจึงถูกเกลียดชังมาแต่โบราณว่าเป็นผีนำโชคร้ายมาสู่มนุษย์

มนุษย์หมาป่า
“บรู๊ว...ว”  จากมุมถนนที่สว่างเป็นสีน้ำเงินขาวของแสงจันทร์ จะได้ยินเสียงหมาป่าหอนฟังดูน่ากลัวและมีส่วนคล้ายแสดงความเศร้า นี่คือเสียงตะโกนของมนุษย์หมาป่าที่แปลงร่างเป็นหมาป่าในคืนพระจันทร์เต็มดวง
มนุษย์หมาป่าเป็นคนที่ถูกหมาป่าสีเงินอันมีพลังไสยศาสตร์และอาศัยอยู่ในภูเขาลึกกัดเอาและกลายเป็นมนุษย์หมาป่า ปกติก็จะเป็นคนธรรมดาไม่มีอะไรแปลกเปลี่ยนไป แต่ว่าพอถึงคืนพระจันทร์เพ็ญจะเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์หมาป่าที่กินคนและโจมตีมนุษย์ด้วยกัน มนุษย์หมาป่านั้นจะถูกเล่นงานด้วยอาวุธใดก็ไม่เป็นอันตราย แต่ถ้าใช้กระสุนปืนที่ทำจากกางเขนเงินหลอมละลาย จึงจะสามารถฆ่ามนุษย์หมาป่าได้

ผีพายุลมหมุน เอคิม
เอคิมเป็นผีซึ่งอาศัยอยู่ในทะเลทรายในตรุกี กล่าวกันว่าผีเอคิมนี้เกิดจากวิญญาณของคนหลงลึกเข้าไปในทะเลทราย ขาดอาหารและน้ำแล้วก็ตายไปวิญญาณเหล่านี้ได้รวมตัวกันมากขึ้นจนกลายเป็นผี
ถ้ามีใครเดินเข้าไปในทะเลทราย ข้างหน้าจะมีเมฆสีเทาผุดขึ้นและในนั้นจะมีผีเอคิมที่น่ากลัวมีเขา 4 เขาโผล่ออกมา ตอนนั้นจะมีเสียงดังสนั่นและเกิดพายุลมหมุนขึ้นจะพัดม้วนคนหรืออูฐที่อยู่ในบริเวณนั้นเข้าปากเอคิมไป

นกผี วาดิริกส์
วาดิริกส์เป็นนกผีที่อาศัยอยู่ในอาฟริกา เมื่อสมัยโบราณมีหัวเป็นไก่ มีหางเป็นงู ซึ่งนับว่าเป็นผีที่มีรูปร่างประหลาด แต่ก่อนนี้ก็เป็นพวกเดียวกับสัตว์เลื้อยคลานเช่นกิ้งก่า แต่ก็ถูกผีร้ายแปลงร่างให้เป็นไป ดังนี้และถูกทำให้กลายเป็นลูกน้องของผีร้ายไป
วาดิริกส์มีพลังไสยศาสตร์ที่แข็งกล้าเพียงแค่สบตากันเท่านั้น ก็สามารถสาปแช่งฆ่าศัตรูได้ และเพียงแค่นกตัวนี้จับบนหลังคาเท่านั้น บ้านนั้นก็จะมีสิ่งอัปมงคลที่ไม่ให้ความสุขมาเยี่ยมกรายเลยทีเดียว

ภูตผมขาว
ภูตผมขาวเป็นผีอยู่ในประเทศจีน เป็นผีที่ถูกเก็บตัวไว้ใต้ดินถึงสี่ร้อยปี มันใช้เวลานานในการขุดอุโมงค์แล้วจึงโผล่มาบนดินได้ แต่เวลาปกติจะซ่อนตัวอยู่ในร่มเงามืด
เมื่อแสงจันทร์ถูกขับส่องมายังโลกแม้แต่เล็กน้อยมันจะออกเดินรอบ ๆ โดยมือข้างหนึ่งถือกล้องยาสูบยาว และเมื่อใดที่พบผู้คนก็จะพูดว่า  “ไม่สูบกล้องหรือ?”  แล้วยื่นกล้องยาสูบให้ ถ้าคนที่ถูกเชิญให้สูบสูบโดยเงียบ ๆ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าปฏิเสธมัน ก็จะพ่นควันพิษและฆ่าคนผู้นั้นเสีย

ภูตแปดหน้า
ภูตแปดหน้าเป็นภูตที่อยู่ในประเทศจีนมาตั้งแต่โบราณและจะมีหน้าอยู่แปดหน้าติดอยู่ตามตัว กล่าวกันว่าตาที่ติดอยู่กับหน้าทั้งแปดหน้านั้น สามารถมองเห็นได้ไกลยังมีอีกคือ หูสามารถฟังแยกเสียงที่ห่างออกไปถึงพันเมตรได้ ยิ่งกว่านั้นยังใช้เขาสามเขาที่งอกขึ้นจากศีรษะด้านกลางต่างสายอากาศ โดยสามารถอ่านใจของมนุษย์ได้ ดังนั้นถ้ามนุษย์ผู้ใดกล่าวเท็จก็จะถูกฆ่าทันที

นางงูโกงอง
โกงองเป็นผีที่อยู่ในปราสาทเก่าของกรีก ธรรมดาจะเป็นผู้หญิงที่สวยมากถ้าคนถูกดึงดูดมาด้วยความงามนั้นแล้วเข้าไปใกล้ผมของโกงองก็จะกลายเป็นงูปากจะฉีกออกจนจรดหูและเปลี่ยนเป็นรูปร่างที่น่ากลัวในทันที ใครก็ตามถ้าได้เห็นร่างอันน่าเกลียดนี้เพียงแวบเดียวร่างกายทั้งร่างจะแข็งกลายเป็นหินแล้วตาย มีอัศวินในกาลก่อน ชื่อเพลเซอุส ใช้ผ้าผูกตาและถือโล่ทำด้วยกระจกใส่หมวกรบออกไปปราบโกงอง
พอเพลเซอุสยกโล่กระจกขึ้นโกงองเห็นภาพน่าเกลียดของตนฉายอยู่ในกระจกก็หันหน้าหนีโดยไม่ทันคิด ในช่วงเวลานั้นดาบของเพลเซอุสก็ตัดหัวของโกงองกระเด็นร่วงไป แต่กลับกลายไปว่าศีรษะที่ถูกตัดนั้นเป็นของเมดูซ่า ซึ่งเป็นน้องสาว ดังนั้นโกงองผู้ไม่มีวันตายยังมีชีวิตสืบมาแต่ไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน

ซาตานผู้เป็นจักรพรรดิของผีร้าย
ผีร้ายทั้งหลายจะสร้างกองพันขึ้นมีอยู่เจ็ดเหล่าทัพทุกเหล่าทัพจะแบ่งไปมีเหล่าทัพละหกพันหกร้อยหน่วยรวมจำนวนผีร้ายได้เจ็ดสิบสี่ล้านห้าพันเก้าร้อยยี่สิบตัว
จักรพรรดิคือซาตานมีภรรยาชื่อลิลิซปกครองโลกของผีร้าย ซาตานนั้นเดิมเป็นหัวหน้าเทวดาอยู่บนสวรรค์ แต่ได้ก่อการกบฏขึ้นจึงถูกไล่มาอยู่พื้นโลกและจากนั้นซาตานก็สร้างพวกผีร้ายต่าง ๆ ขึ้นขยายความเลวร้ายไปทั่วโลก

พระเจ้าแห่งความตาย (เทวฑุต) เบเฮมอส
เบเฮมอสเป็นเทวทูตนำมนุษย์ไปยังนรก มักปรากฏตัวในยุโรปโดยการขี่มาบนสัตว์ผีโดดอนโงะ ซึ่งมีหูดขึ้นเต็มตัว แต่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นตัวได้ ถ้ามีเสียงดังครืนครืน ในเวลากลางคืนดังจากใต้แผ่นดินก็ควรระวังให้มากเพราะเป็นเสียงหอนของโดดอนโงะ ถ้ามีเสียงดังเช่นนี้ให้รีบไปอยู่ในโบสถ์ หรือพกไม้กางเขนติดตัวไว้ก็อาจจะหลีกเลี่ยงจากเบเฮมอสได้

บุยอิกษัตริย์ผีจากก้นโลก
บุยอิเป็นหัวหน้าพวกผีซึ่งอายุติดต่อกันถึงสามพันปี ปกติจะนอนหลับอยู่ใต้โลก แต่มีพลังเหลือล้นสามารถเข้าใจเรื่องบนโลกเหมือนจับมาอยู่ในมือของตนเอง
ตอนไหนที่พวกแม่มดและพวกผีสูญเสียพลังและกำลังถูกเล่นงานโดยมนุษย์บุยอิจะผุดขึ้นมาบนโลกมนุษย์และให้พลังไสยศาสตร์ใหม่ ๆ แก่พวกลูกน้อง มีรูปร่างเตี้ยล่ำเนื่องจากนอนอยู่ใต้โลกเป็นเวลานาน ทั้งเนื้อทั้งตัวจะน่าดูเกลียดเพราะมีตะไคร่น้ำเกาะเต็มตัวไปหมด

ผีหน้ามนุษย์มันติโงร่า
มันติโงร่าเป็นผีที่อาศัยอยู่ในเปอร์เซียตั้งแต่สองพันปีก่อนหน้าตาจะเหมือนมนุษย์แต่ทว่าในปากจะมีฟันแหลมคมอยู่สามแถวทั้งข้างล่าง ข้างบน เหมือนของปลาฉลาม ลำตัวจะเป็นสิงโต หางจะเป็นแมลงป่องที่มีพิษร้าย
มันติโง่ร่าจะปรากฏตัวในคืนที่มีพายุจัดจะใช้เล็บอันแหลมคมฉีกขูดประตูหน้าต่างของทุกบ้าน ใช้เหล็กในพิษของแมลงป่องฆ่าผู้คนที่อกสั้นขวัญหายอยู่ในนั้นแล้วใช้ฟันอันแหลมคมเคี้ยวฉีกเนื้อมนุษย์ออกเป็นชิ้น ๆ

อาลีมานยอดผีร้าย
อาลีมานเป็นผีร้ายรวมตัวระหว่างปูกับงูอยู่ในเปอร์เซียเป็นทูตของผีร้ายที่มาจากนรก เพื่อทำเรื่องร้ายให้แก่มนุษย์ มันจะบังคับให้มนุษย์ทำเรื่องที่เลวร้าย ถ้าหากปฏิเสธก็จะใช้ก้ามอันคมตัดมนุษย์ออกเป็นชิ้น ๆ และป้อนให้เป็นเหยื่อของงูที่ติดอยู่บนหัวคล้ายหนวด
ในทางตรงกันข้ามถ้ามีคนที่ยอมเป็นลูกน้องของอาลีมานแล้วสัญญาจะทำเรื่องให้ก็จะให้ทองเป็นรางวัล พวกลุกน้องใหม่จะมีแมลงป่องพิษคอยติดตามดูอยู่คนละตัวผู้ใดทรยศจะถูกฆ่ากินเสีย ดังนั้นในเปอร์เซียจึงเต็มไปด้วยคนเลว แต่แล้วพระเจ้าแห่งแสงสว่างมัทสุดาได้ปรากฏตัวและปราบอาลีมานจนราบคาบไปในที่สุด

โกโมรามีกลิ่นเหม็น
โกโมราเป็นผีที่อยู่ในอาฟริกา มีกลิ่นเหม็นอยู่ทั่วตัว ที่กล่าวเช่นนี้เป็นเพราะโกโมรากินแมลงวันและหนอนเป็นอาหารหลัก เพื่อที่จะรวบรวมสิ่งเหล่านั้นให้เข้ามาใกล้จึงโปรยกลิ่นเหม็นไว้รอบตัว
โกโมราพอเห็นมนุษย์ก็จะแปลงร่างเป็นงู หมูหรือวัวดังนั้นโกโมราจึงเป็นผีที่น่ากลัว สำหรับผู้คนที่อยู่ในป่าพอเห็นมีกลิ่นเหม็นมาต่างก็พากันหนีไปไกลลิบ

ภาลี พระเจ้าครึ่งสัตว์
ภาลีเป็นเวทีที่ได้รับการบูชามาตั้งแต่โบราณกาลในอินเดีย ครั้งแรกเป็นเทพีผู้ดีเด่นในการสอนความงดงามและความรักต่อมนุษย์และยังบอกคนยากจนให้รู้ว่าขุมทรัพย์อยู่ที่ไหน แต่เนื่องจากมนุษย์พากันโกหกจนเกินไป และทรยศต่อเทพีภาลีผู้พิโรธจึงกลายเป็นเทวีผี ซึ่งมีสภาพครึ่งคนครึ่งสัตว์ และเมื่อมนุษย์มาขอร้องก็สั่งให้นำแพะและหมูมาเป็นเครื่องสังเวย ถ้าผิดสัญญา ก็จะชิงตัวทารกไปฆ่าเสีย

สไปเดอร์นางแมงมุม
คืนหนึ่งเคาน์เตสโลนซึ่งอาศัยอยู่ในปราสาทเก่าในเยอรมันได้ยินเสียง  “ถ้าคุณอยากมีร่างสวยงามและเป็นสาวตลอดไป ก็จงฟังคำพูดของฉัน”  นี่คือเสียงของแมงมุมลาย ซึ่งเป็นผีที่น่ากลัว เคาน์เตสรับข้อเสนอของแมงมุมลายตัวนั้น จนกลายเป็นสไปเดอร์ (นางแมงมุม) และอยู่ต่อมาอีกสามร้อยปีในระหว่างนั้นเคาน์เตสได้ยั่วอัศวินหนุ่มหลายรายมามัดด้วยใยทั้งตัวแล้วดูดเลือดรักษาความสาวของตนไว้

ภูตไม้ ผีพืช
ภูตไม้เป็นผีอยู่ในลัตเวีย (ตะวันตกของรัสเซีย) มีร่างเป็นคนแต่ว่าร่างครึ่งตัวปกคลุมด้วยเปลือกไม้ทั้งแขนขาและนิ้วมือข้างหนึ่งเป็นรากต้นไม้
ภูตไม้เป็นวิญญาณของต้นไม้ที่ถูกมนุษย์โค่นลงมา ร่วมกันเกิดเป็นผีภูตไม้ขึ้น พอเห็นมนุษย์เข้ามาในป่า ก็จะตะโกนว่า  “ชอบตัดไม้ดีนัก”  แล้วก็ไล่ตามมนุษย์ยืดมือข้างหนึ่งที่เป็นรากไม้ออกมาพันคอที่หนีไว้ หลังจากนั้นจะมียางไม้เหนียว ๆ ถูกปล่อยมาละลายคนแล้วดูกินเข้าไปโดยราก

เทพโครงกระดูก
เทพโครงกระดูกจะมีร่างเป็นโครงกระดูกใส่เสื้อคลุมสีเงินดูน่ากลัว แต่เป็นพวกเดียวกับมนุษย์ เทพโครงกระดูกจะปรากฏตัว 50 ปีครั้ง จะเปล่งแสงสีเงิน แล้วเดินไปรอบ ๆ บรรดาผีร้ายทั้งหลายก็จะหมดฤทธิ์ไสยศาสตร์ทันที การที่โลกมนุษย์ไม่ได้ถูกยึดครองโดยบรรดาผีร้ายเป็นเพราะเทพโครงกระดูกนี้

ผีร้ายสิงโตเนเมียนไลอ้อน
ในเทพนิยายของกรีกผีที่เฮอร์คิวลิสปราบในครั้งแรกนั้นก็คือเจ้าเนเมียนไลอ้อน ผีร้ายตัวนี้ใหญ่โตกว่าสิงโตธรรมดา ถึงสามเท่าตัว ร่างปกคลุมด้วยหนังและขนแข็งจึงไม่สามารถจะล้มได้ด้วยอาวุธธรรมดาของมนุษย์
ลูกธนูของเฮอร์คิวลิสกระดอนออกมาถึงสองครั้งเขาทิ้งลูกธนูและคันศร และใช้ไม้พลองที่ทำด้วยไม้มะกอก ตีคอและล้มเนเมียนไลอ้อนได้ จากนั้นจึงตัดเล็บและลอกหนังของเนเมียนไลอ้อนออกนำกลับไปถวายเทพเจ้าเซอุส

ผีร้ายหัววัวมินาโตลอส
นี่ก็เป็นเรื่องมาจากเทพนิยายกรีกเช่นกัน ที่เขาวงกตอันเป็นราชวังของกษัตริย์มินอส ซึ่งอยู่ที่เกาะเครต้าในทะเลเมดิเตอเรเนียน ผีครึ่งคนครึ่งวัวชื่อมินาโตลอสถูกจับขังอยู่ ผีร้ายนี้ทุก ๆ เก้าปีจะได้รับเหยื่อเด็กผู้ชายเจ็ดคน เด็กผู้หญิงเจ็ดคนเป็นเครื่องสังเวย
จนสุดท้ายวีระบุรุษของเอเธนส์ ได้รับดาบไสยศาสตร์และลูกแก้วเส้นด้ายจากราชธิดาของกษัตริย์มินอส จึงเข้าไปในเขาวงกตแล้วปราบผีร้ายได้ ตอนที่เข้าไปในเขาวงกตได้ทอดเส้นด้าย เป็นทางไว้จึงกลับออกมาได้ตามทางเส้นดายแล้วได้แต่งงานกับเจ้าหญิง

ลูกน้องของผีร้ายกริฟฟิน
เป็นสัตว์ปีศาจสร้างขึ้นโดยซาตานจักรพรรดิของผีร้ายท่อนบนของร่างกายเป็นนกอินทรีและท่อนล่างเป็นสิงโต แข็งแรงที่สุดในบรรดาสัตว์ดุร้ายทั้งหมด มักจะโจมตีมนุษย์และสัตว์เป็นอาหาร จะใช้อาวุธอย่างไรก็ไม่สามารถโค่นมันได้ มีบุรุษผู้หนึ่งคิดจะวางยาพิษฆ่า แต่เล็บของกริฟฟินเมื่อใกล้ยาพิษก็จะเปลี่ยนสีมันจึงสามารถอ่านแผนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง แม้กริฟฟินจะแข็งแรงที่สุดในโลกแต่ก็สามารถชนะมังกรและฟีนิกซ์ (นกอมตะ) ได้


เคลเบรอสสุนัขเฝ้านรก
เคลเบรอสเป็นหมาเฝ้าบ้านของจักรพรรดิพลูโตแห่งนรกหมาปีศาจตัวนี้มีหัวเป็นหมาสามหัว ซึ่งจากปากจะมีฟองน้ำลายพิษหยดออกมาเสมอ มีหางเป็นงูใหญ่ห้อยอยู่จากลำตัว ขนหัวและหลังเป็นงูพิษ เวลาหอนดังก้องเหมือนฟ้าร้อง ตรงที่น้ำลายหยดลงนั้นจะมีต้นไม้พิษงอกขึ้นมา แม้จะเป็นสัตว์ปีศาจที่หาที่เปรียบไม่ได้ แต่ก็ยังพ่ายแพ้เฮราเคลซวีรบุรุษของกรีก

ผีน้ำแข็งวินติโก
วินติโกเป็นผีที่อาศัยอยู่กลางป่าของแคนาดา มีความสูงถึงห้าเมตร ร่างกายมีแต่โครงกระดูก ไม่มีเนื้อติดอยู่เลยหัวใจทำด้วยน้ำแข็งใครก็ตามที่เข้าไปใกล้จะเย็นเป็นน้ำแข็งแล้วถูกมันขบเคี้ยวกินจากหัวลงไป
กล่าวกันว่าแม้จะอยู่ไกลลิบก็อาจเข้าสิงมนุษย์ทำให้มนุษย์คนนั้นต้องแรงไสยศาสตร์กลายเป็น๓ตฆ่าคนได้อย่างน่ากลัว การที่จะฆ่าวินติโกได้นั้นต้องชิงหัวใจน้ำแข็ง แล้วเอาเผาในไฟถึงสองครั้ง จึงจะทำลายได้

ลามีภูติหญิงดูดเลือด
ลามีนั้นปกติจะแปลงร่างเป็นผู้หญิงร่างสวยงาม แต่แท้จริงเป็นภูตฆ่าคนที่น่ากลัว โดยมีเกล็ดสีแดงหุ้มอยู่รอบตัว กล่าวกันว่าเกล็ดนี้จะเพิ่มขึ้นหนึ่งเกล็ดทุกครั้งที่ฆ่าคนแล้วดูดเลือดกินเป็นอาหาร
ลามี สามารถสร้างทรัพย์สมบัติราชวังได้ด้วยพลังไสยศาสตร์และสร้างทุกอย่างได้ตามใจชอบแล้วเอาสิ่งนี้เป็นเหยื่อล่อมนุษย์เข้าใกล้เพื่อดูดเลือดแล้วฆ่า แต่ทรัพย์สมบัติที่ลามีสร้างขึ้นนั้นจะไม่มีน้ำหนัก ดังนั้นเราก็อาจสังเกตได้

แม่มด
แม่มดสามารถสร้างสิ่งพิสดารได้ด้วยเวทมนตร์และทำให้พืชไร่นาต้องแห้งแล้งไปด้วยการสาปแช่ง แม่มดจะได้รับพลังไสยศาสตร์จากปิศาจร้ายและเพื่อตอบแทนจะสัญญายอมเป็นลูกน้องเครื่องมือของปิศาจร้ายตามปกติจะทำรูปร่างตนเองให้สวยงาม ถ้ามองจากภายนอกจะไม่รู้ว่าเป็นแม่มด แต่ถ้าตรวจร่างกายดูจะมีรอบเล็บของปิศาจติดอยู่ แม่มดจะบินไปในอากาศเข้าประชุม ชุมนุมแม่มดและรับคำสั่งจากปิศาจร้าย ที่ประชุมที่แม่มดมาชุมนุมกันนั้น ที่ ๆ มีชื่อเสียงก็คือภูเขารอดเก้น ของเยอรมัน

ผีปลาใหญ่ซาลามันเดอร์
วามันเดอร์เป็นผีปลายักษ์อาศัยอยู่ในทะเลสาบใหญ่ตุรกีและอาหรับ ปากใหญ่โตร่างกายอ่อนเปียกเหมือนปลาอันโค แต่ว่าใหญ่กว่านั้นมาก สามารถกลืนคนพร้อมกับรถม้าได้อย่างสบาย
ภายในปากมีไฟลุกโชนเหมือนภูเขาไฟ ใช้ลูกน้องปิศาจร้ายลากดึงผู้คนลงไปในทะเลสาบแล้วก็กลืนกินหมด กล่าวกันว่าทุกชีวิตจะถูกไฟในปากเผาจนไม่มีอะไรเหลือ

สฟิงซ์ผีเจ้าปัญหา
สฟิงซ์เป็นผีที่อาศัยอยู่ในอียิปต์หลายพันปีมาแล้ว หัวเป็นมนุษย์แต่ตัวเป็นสิงโต และนอกจากนั้นยังมีปีกมหึมา ผู้ใดผ่านไปในทะเลทรายก็จะตั้งปัญหาถามว่า  “ตอนเช้ามีสี่ขา กลางวันมีสองขาและตอนเย็นมีสามขาคืออะไร”  และจะกินผู้ที่ตอบไม่ได้แต่มีผู้ชายหนุ่มชื่อโอดิปุส  “คำตอบคือมนุษย์ซึ่งเมื่อตอนเด็กอยู่คลานสี่ขา โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่เดินสองขาและชราแล้วใช้ไม้เท้าเป็นสามขา”  ตอบไปดังนี้สฟิงซ์จึงกระโดดลงทะเลตาย

วิปรี ผีค้างคาว
วิปรีเป็นผีดูดเลือดอาศัยอยู่ในรัสเซีย มีใบหน้าเหมือนคนแต่ร่างกายเป็นค้างคาว มีขนยาวรอบ ๆ คอ ปลายปีกมีเล็บคมเหมือนปู
วิปรีได้บำเพ็ญทุกข์กริยานาน เอจะได้วิชาไสยศาสตร์ แต่ก็กลับเป็นผีที่มีความแค้นเพราะไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้สำเร็จ พอตกเย็นจะบินมาจากที่ไหนไม่ปรากฏ คอยดูดเลือดคนและที่ชอบที่สุดก็คือเลือดของเด็ก

ซัชชี ผีขาเดียว
ซัชชีเป็นผีที่อาศัยอยู่ในป่าใหญ่ในบราซิล เป็นคนร่างยักษ์สูงถึงแปดเมตร แต่มีขาเดียวต้องกระโดดไปเรื่อย ๆ มือทั้งสองข้างมีพลังแข็งแรงมากในป่าใหญ่ ถ้าพบมนุษย์จะบีบขยี้ด้วยมือทั้งสองข้างแล้วฟาดกับพื้นดินให้แหลกละเอียด กล่าวกันว่า ซัชชีจะหายร่างไปเหมือนกับควัน ดังนั้นแม้จะใช้อาวุธอะไรก็ไม่สามารถจะปราบซัชชีได้

อัศวินไร้หัว
อัศวินไร้หัวเป็นผีอังกฤษที่ถูกตัดหัว โดยไม่มีความผิดประจักษ์ ทุก ๆ คืนหลังจากสามเดือนผ่านไปจะแต่งเสื้อเกราะอุ้มศีรษะของตนเอง ซึ่งยังสดและมีเลือดไหลเปรอะปรากฏตัวให้เห็น โดยไม่ทราบว่ามาจากที่ใด ถ้าพบผู้ใดก็จะถามว่า  “เคยทรยศต่อใครไหม?”  “เคย”  ถ้าคนนั้นตอบดังนี้ก็จะถูกประหารทันที และถ้าผู้ใดเคยทรยศต่อคนอื่นแล้วมาโกหกว่า  “ไม่เคย”  คนผู้นั้นก็จะอาเจียนออกมาเป็นเลือด บ้าคลั่ง และตายไปเช่นกัน

ภูตกินคน
  ในปอร์ตุเกสมีภูตกินคนที่น่ากลัวอยู่ตนหนึ่ง โดยกินจากหัวลงไป กล่าวกันว่ามีความสูงถึงห้าเมตร ดุจยักษ์แต่ไม่เคยปรากฏตัวว่ามีใครเคยเห็นร่างของภูตนี้มันจะปรากฏตัวออกมาคล้ายกับควัน พอกินคนหมดแล้วก็จะหายวับไปคล้ายกับควัน
ภูตกินคนจะจ้องเล่นงานพวกมีเงิน เพราะว่าเป็นคนอ้วนที่กินแต่ของอร่อย ๆ ตอนกลางคืนจะทุบหน้าต่างเข้าไปในบ้านแล้วเริ่มกินคนในบ้านที่อ้วนมากที่สุดเป็นลำดับ

ผีทำลายป่าช้า
ในอิตาลีมีผีที่คอยทำลายหลุมฝังศพออกมากิน มันมีสี่ตาเป็นประกายสีทองคล้ายแมว ผมตั้งชันหลังงอน่าเกลียด ในตอนกลางคืน กลางดึกมันจะรวมตัวกัน กลุ่มละหลาย ๆ ตนแล้วปรากฏตัวที่ป่าช้า ลงมือขุดหลุมศพด้วยเล็บมืออันแหลมคมจากนั้นก็เอาศพที่อยู่ในโลงออกมากินกร้วม ๆ จนเกลี้ยงแม้กระดูก ถ้าคนมาพบก็จะพ่นควันพิษออกมาให้ตายแล้วฝังลงหลุม

บุรุษกลับมือกลับเท้า คนประหลาดแห่งป่าทึบ
ในป่าทึบของอเมริกามีผีตนหนึ่งอาศัยอยู่ ผีนี้จะกลับมือ กลับเท้าเป็นอาการอันประหลาด โดยมือกับเท้าสลับที่กัน ถ้ามีคนเข้าไปในป่าทึบ จะใช้มนต์ไสยศาสตร์ทำให้คนนั้นกระดิกตัวไม่ได้ แล้วถามคำถามสามข้อ แต่ถ้าตอบคำถามนั้นตรงไปตรงมาก็จะเกิดเรื่องใหญ่ ถ้าไม่ตอบให้กลับกันเสียก็จะถูกทำให้เป็นพวกเดียวกับมัน โดยถูกทำให้มือเท้าสลับกัน

ผีช้างคเณศ (พระพิฆเนศ)
ในอินเดียมีผีช้างชื่อ คเณศ อาศัยอยู่ กล่าวคือเป็นคนมีสี่มือ แต่มีหัวเป็นช้างและเป็นเทพ ปกติจะนั่งอยู่บนหนูตัวใหญ่ หนูตัวนี้สามารถบินในอากาศโดยให้คเณศขี่ไปรอบ ๆ เป็นผีประหลาดที่ไม่เล่นงานคน แต่ชอบของหวาน ดังนั้นจึงนั่งบนหลังหนูเที่ยวหาของหวานไปทั่ว

นางเงือก
นางเงือกมีร่างท่อนล่างเป็นปลา แต่ท่อนบนเป็นร่างมนุษย์ผู้หญิงสวย และมีเสียงอันไพเราะ พอได้ยินเสียงของนางเงือก แม้คลื่นก็จะสงบ กล่าวกันว่าแม้กระแสน้ำในแม่น้ำก็หยุดไหล
มีเรื่องเล่าสืบทอดกันมาเกี่ยวกับเงือกอยู่แทบทั่วโลก แต่ที่มีชื่อเสียงก็คือที่แม่น้ำไรน์ของเยอรมัน พวกคนเดินทางเรือที่ได้ยินเสียงร้องเพลงของนางเงือกอันไพเราะ ก็จะถูกดึงดูดตกลงไปในกระแสน้ำ กลืนกินพร้อมทั้งเรือ

ปลาพะยูน
กล่าวกันว่านางเงือกก็คือ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อาศัยอยู่ในทะเลคือ ปลาพะยูน

นางเงือกของญี่ปุ่น
ในหนังสือของญี่ปุ่นเก่า ๆ มีเรื่องของนางเงือกเขียนอยู่ จากหนังสือนี้จะเขียนว่านางเงือกจะร้องได้เหมือนเสียงนกหรือเหมือนกวาง และมีเกล็ดสีทอง และมีเรื่องเล่าต่อกันมาว่าถ้าใครกินเนื้อเงือกจะไม่แก่

ยักษ์เขาเดียว
ยักษ์เขาเดียวอาศัยอยู่ในเยอรมัน บนหัวจะมีเขาใหญ่เขาเดียวตามชื่อ เป็นชายใหญ่สูงถึงหกเมตรกว่า ปกติจะอาศัยอยู่ในถ้ำ แต่ถ้าหิวก็จะลงมาที่หมู่บ้านเชิงเขา
พอได้ยินเสียงสะเทือนจากการเดินของยักษ์ คนในหมู่บ้านก็จะตาลีตาลานเอาวัวและม้าผูกไว้ที่ต้นไม้ตรงทางเข้าของหมู่บ้าน ถ้าไม่ทำเช่นนี้ยักษ์จะเข้ามาอาละวาดถึงหมู่บ้านและฆ่ากินกระทั่งพวกชาวบ้านด้วย

ผีทะเลซีเซอร์เพ้นท์
ซีเซอร์เพ้นท์เป็นผียักษ์ใหญ่อาศัยอยู่ในทะเล เคยได้พบกันมาหลายร้อยปีก่อนแล้ว แต่รูปร่างจะแตกต่างกันไปในระหว่างผู้ที่เคยพบ แต่จากเรื่องที่เล่ากันนั้นมันจะยาว 10 – 30 เมตร เส้นรอบตัวประมาณหนึ่งเมตร คอยโจมตีเรือเดินทะเลอยู่เสมอ ในญี่ปุ่นมีเรือประมงลำหนึ่งจับซากซีเซอร์เพ้นท์ที่ตายแล้วได้ และเพราะว่ามันมีกลิ่นเหม็นมากจึงทิ้งกลับลงไปในทะเล

โมซุม่า
โมซุม่าเป็นผีดูดเลือดที่อาศัยอยู่ในอังกฤษ ตอนกลางวันจะนอนหลับอยู่ในโลงใต้หลุมฝังศพหรือไม่ก็จะออกมาในเมืองบ่อย ๆ แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าเป็นผีดูดเลือด ก็เพราะตอนกลางวันจะดูไม่แตกต่างจากคนธรรมดา แต่ทว่าพอตกกลางคืนร่างกายก็จะเปลี่ยนเป็นน่าดู จะเอากระเพาะ ลำไส้และเครื่องในอื่น ๆ ออกมา ร่างกายทั้งร่างจะกลับด้านในออกมาเป็นด้านนอกแล้วจะย่องเข้าไปใกล้เหยื่อรัดคอให้ตายแล้วดูดมันสมองจากหัว

กิราดผีร้ายที่มีเข็มไนเป็นพิษ
กิราดเป็นผีอยู่ในทวีปอเมริกาตั้งแต่สมัยโบราณ มีเขาใหญ่และมีปีก หางจะแข็งเหมือนโซ่เหล็ก ตอนกลางคืนจะใช้หางพันรอบตัววัวปล่อยเหล็กในพิษเข้าไปแล้วใช้เขาที่คอตัดหนังวัวออกเป็นชิ้น ๆ กินแต่เครื่องในอย่างตะกละ
กิราดจะโตขึ้นทุกครั้งที่ได้กินวัว และทุกครั้งที่กินมันสมองคนจะเพิ่มความรู้ในทางที่เลวร้ายมากขึ้น แต่มันจะอ่อนแอต่อต้นกระบองเพชร เมื่อเอายางของกระบองเพชรราดมันจะลายหายไป

โดร่าผีงูน้ำ
ฮิโดร่าเป็นผีของงูน้ำที่อาศัยอยู่ในสมัยกรีก จะเล่นงานคนและสัตว์เลี้ยงเอามาฉีกเนื้อกิน หัวแปดหัวนั้นอาจจะฆ่าได้ แต่มีหัวเดียวที่เป็นหัวอมตะ จึงไม่มีใครจะปราบฮิโดร่าได้
คืนหนึ่งเฮราเกรซ ซึ่งเป็นผู้กล้าหาญได้ออกเดินทางไปปราบฮิโดร่า ครั้งแรกเฮราเกรซยิงธนูไฟไล่ฮิโดร่าให้ออกมาจากถ้ำ แล้วใช้ไม้พลองตีหัวฮิโดร่าแต่ก็ไม่ได้ผล เพราะว่าเมื่อตีหัวฮิโดร่าแตกไปหัวหนึ่งก็จะมีหัวใหม่ปรากฏมาสองหัว ดังนั้นเฮราเกรซจึงใช้ไฟถูลงไฟบนหัวของฮิโดร่า ป้องกันมิให้เกิดหัวสองหัวขึ้นมาอีก สุดท้ายก็สามารถฟันหัวที่เป็นอมตะของฮิโดร่าให้ขาดลงและปราบฮิโดร่าได้สำเร็จ

ลางองผีครึ่งคนครึ่งปลา
มีผีชื่อลางอง อาศัยอยู่ในแม่น้ำอเมซอนทวีปอเมริกาใต้ สามารถหายใจได้ในน้ำด้วยเหงือกเหมือนปลา และเมื่ออยู่บนบกก็สามารถมีชีวิตได้เช่นคนจึงเป็นผีครึ่งคนครึ่งปลา และลางองสามารถคิดได้เช่นมนุษย์มีความรู้สึกจิตใจเหมือนมนุษย์ ปกติจะอยู่อย่างซ่อนตัวและไม่โจมตีทำร้ายคน ถ้าหากคนพยายามจะจับตัวลางองมันจึงจะต่อสู้จับคนฉีกออกเป็นชิ้น ๆ

อัลรอเนะผีดอกไม้
อัลรอเนะอยู่ในเยอรมันมาตั้งแต่โบราณเป็นผีผู้หญิงสวย เมื่อก่อนนักโทษประหารจะขึ้นเอาคอทาบกิโยตินและถูกตัดคอที่ฐานตัดคอ เนื่องจากดอกไม้ที่ขึ้นในบริเวณนี้เติบโตขึ้นด้วยเลือดมาหลายร้อยปี ความแค้นพยาบาทของนักโทษจึงสะสมทับถมกันมากขึ้น ผีที่เกิดจากดอกไม้เหล่านี้ก็คือ อัลรอเนะ มีนิสัยตรงกันข้ามกับความสวยงามของมัน คนที่หลงในความงามของหล่อนจะต้องถูกฆ่าตายภายในสามวัน

ฟีนิกซ์นกที่ไม่มีวันตาย
ฟีนิกซ์เมื่อสมัยโบราณเป็นวิญญาณของนกที่ไม่รู้จักตายและอาศัยอยู่ในอียิปต์มาตั้งแต่สมัยโบราณ ตัวใหญ่โตประมาณนกอินทรี มีปีกสีทองและแดงจัดเป็นประกาย ร้องเสียงเพราะเหมือนดังเอาลูกแก้วมากลิ้ง
นกฟีนิกซ์จะมีอายุประมาณห้าร้อยปี พออายุใกล้จะหมดขัยจะนำกิ่งไม้มีกลิ่นหอมมาทำเป็นรัง แล้วเผาไหม้ตัวเองให้ตายและ ณ ที่นั่นเองก้จะมีนกฟีนิกซ์ตัวใหม่บังเกิดขึ้น โดยจะเอาขี้เถ้าของศพพ่อแม่ที่ตายไปนั้นใส่ในลูกแก้วกลมแล้วนำไปฝังที่ราชวังของโอโปริสเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์

กิเลน
กิเลนนั้นเป็นสัตว์ที่กล่าวกันว่าอยู่ในประเทศจีน เมื่อสมัยโบราณ ปัจจุบันแตกต่างกับตัวยีราฟ (ญี่ปุ่นเรียกกิริน) ที่อยู่ในสวนสัตว์มาก มีเขาใหญ่งอกอยู่ที่หัว หางเหมือนกับวัว มีกลีบเท้าคล้ายม้า โดยที่เชื่อว่าการที่ตัวกิเลนปรากฏตัวนั้นเป็นลางพยากรณ์ว่าจะมีศาสดามาเกิด เพื่อช่วยโลก จีนถือว่าเป็นเรื่องมงคลที่ตัวกิเลนปรากฏ เพราะว่าเป็นสัตว์วิญญาณจึงต้องคารวะเป็นพิเศษ

วิญญาณผีหมาป่าฤดูหนาวที่แสนยาวนาน
ในทิวเขา ฮัลซ์ ซึ่งเสียดยอดอยู่ในเยอรมันตอนกลาง มีเรื่องเล่าสืบทอดมาว่ามักจะมีผีร้าย หรือแม่มดอาศัยอยู่ ในกระท่อมภูเขากลางป่าลึก ดินแดนที่น่ากลัวนั้น ครอบครัวของผมพ่อกับลูกสี่คน อาศัยกันอยู่และผมก้มีอายุเจ็ดขวบผมชื่อฟรังซ์
ตอนนั้นพี่ชายซีซ่าร์อายุเก้าขวบ น้องสาวมาเซร่า อายุห้าขวบ แม่ของพวกเราได้ตายไปหลายปีแล้ว และการที่พวกเราพ่อลูก 4 คน ได้เดินทางจากฮังการี และมาอยู่กลางภูเขาห่างจากหมู่บ้านคนนั้นก็เป็นเพราะมีเหตุผลสำคัญคือ พ่อเป็นหัวหน้าคนใช้ของบ้านผู้ดีชั้นสูงของฮังการีและโดยบังเอิญได้มีเรื่องกับหัวหน้าปราสาทถึงกับท้าดวลกัน พ่อแทงหัวหน้าปราสาทตาย
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมได้ทราบในภายหลัง แม้จะชนะในการดวลแต่พ่อซึ่งเป็นแค่คนใช้ได้ฆ่าหัวหน้าปราสาทไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม พ่อจะต้องเข้าสู่ตะแลงแกงประหารชีวิตอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้พ่อจึงพาพวกเด็ก ๆ อีกสามคนหนีออกจากฮังการีออกนอกประเทศลับ ๆ จนในที่สุดก็เข้ามาอยู่กลางทิวเขาลึกนี้
ดังนี้พวกเราพ่อลูก 4 คน จึงทำไร่เล็ก ๆ อยู่ข้างกระท่อม พ่อจะออกไปในป่าและภูเขาลึก เพื่อล่าสัตว์แม้จะยากจนข่นแค้นแต่ก็เป็นชีวิตที่สนุกสำราญของเรา แต่เมื่อถึงฤดูหนาวความสนุกรื่นเริงก็เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง ทุกเช้าก่อนออกเดินทางไปล่าสัตว์ พ่อก็จะกำชับให้เราอยู่แต่ในกระท่อมทั้งสามคน  “เข้าใจไหม อย่าออกไปข้างนอกเด็ดขาดใกล้ ๆ กับป่านี้มีหมาป่ากินคนที่น่ากลัววนเวียนอยู่”  พูดเช่นนี้แล้วพ่อก็ใส่กุญแจจากนอกกระท่อมขังเราไว้ ถ้าเกิดไฟไหม้จะเลวร้ายมากเราจึงถูกห้ามก่อไฟในระหว่างที่พ่อไม่อยู่ และด้วยวิธีนี้พวกเราสามคนก็มุดเข้าไปใต้หนังหมีเพื่อทนทานต่อความหนาวและคอยจนกว่าพ่อจะกลับมา ภายในกระท่อมที่ไม่มีกลิ่นไอของไฟ พวกเราจะเกลียดฤดูหนาวที่แสนยาวนานนี้ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
เจ้าสาวแสนสวย เข้ามาอยู่ในภูเขาลึกจนเวลาผ่านไปได้สองปี ในวันหนึ่งของฤดูหนาวพ่อได้พาผู้หญิงสาวคนหนึ่งและผู้ชายผิวดำท่าทางเหมือนพรานล่าสัตว์กลับมาที่กระท่อม พวกเราพากันแปลกใจมากและที่ตกใจมากก็คือผู้หญิงสาวคนนั้น เธอคนนั้นยังสาวอายุประมาณยี่สิบปี ใส่หมวกและเสื้อคลุมสีขาว แม้พวกผมก็ยังตะลึงด้วยความงามของเธอ ดูเหมือนว่าปากจะใหญ่ไปสักหน่อย แต่ผมสีทองและฟันขาวทำให้ดูสวยน่ารัก ตาสีน้ำเงินใส แต่ตาที่สวยนั้นบางครั้งก็มีประกายเยือกเย็นจนผมรู้สึกแปลกใจมาก เธอพูดกับผมและพี่ชายผมด้วยคำพูดอ่อนหวาน ลูบหัวและกอดพวกเรา แต่ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุไร น้องสาวมาเซร่าไม่ยอมเข้าใกล้เธอเลย แอบไปอยู่ที่มุมกระท่อมคนเดียวเงียบ ๆ หรือไม่ก็มุดไปนอนในเตียง แต่แล้วในวันที่ผู้หญิงสาวมาปรากฏตัวอยู่หน้าพวกผม พ่อเล่าว่าได้พบกับหมาป่าขาวและไล่ตามเข้าไปในหุบเขาลึก
สุดท้ายก็ไล่มันไปจนมุมยกปืนขึ้นส่องยิง แต่แล้วร่างของหมาป่าก็หายไปในทันใด จากนั้นจึงได้ยินเสียงเป่าเขาและก็ได้พบผู้หญิงสาวและพรานนั้นขี่ม้าออกมา จากเรื่องที่พรานผิวดำคนนั้นเล่า บอกว่ามีเรื่องจำเป็นบางอย่างจึงเดินทางมาจากทรานซิลวาเนีย อาหารก็หมดไปแล้วจึงมาพบพ่อ ผู้ชายมีชื่อว่า วิลเฟรด หญิงสาวชื่อ คริสติน่า พ่อกับวิลเฟรดออกไปล่าสัตว์ทุกวัน คริสติน่าจะจัดบ้านทำอาหารและซักเสื้อผ้า ทำงานอย่างขยันขันแข็ง เธออ่อนหวานต่อพวกเรา ครั้งแรกที่น้องสาวมาเซร่าไม่ชอบเธอก็กลับคุ้นกับเธอและเมื่อผ่านไปสามอาทิตย์พ่อก็ขอคริสติน่าแต่งงาน ดังนี้พ่อจึงแต่งงานกับคริสติน่าอย่างเงียบ ๆ พอวันรุ่งขึ้นวิลเฟรดก็ขี่ม้าออกจากกระท่อมไป
ความประพฤติอันประหลาดของแม่คนใหม่ แม่ใหม่คริสติน่าครั้งแรกก็อ่อนหวานดีต่อมาไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด พอพ่อออกไปเธอก็เริ่มรังแกพวกเรา เรื่องเกิดในคืนหนึ่งจู่ ๆ น้องสาวมาเซร่าก็เขย่าตัวปลุกผมกับพี่ขึ้นและค่อย ๆ กระซิบ  “ดึกดื่นนี้ผู้หญิงคนนั้นยังใส่ชุดนอนออกไปข้างนอกอีก”  เธอว่า  “หนาวยังงี้ออกไปทำไมก็ไม่รู้”  ข้างนอกกระท่อมมีเสียงหมาป่าหอนถี่ ๆ ติดกัน และในไม่ช้าแม่ใหม่ก็กลับมา แต่ไม่ทราบเพราะเหตุใดเธอก็รีบล้างมือล้างหน้าแล้วมุดเข้าเตียงนอน
ในคืนต่อมาและคืนต่อ ๆ มาเธอก็ใส่ชุดนอนออกไปข้างนอกเงียบ ๆ อีก ดังนั้นคืนหนึ่งพี่ซีซ่าร์ผู้กล้าหาญได้ถือปืนตามเธอออกไป ผมกับน้องสาวมาเซร่ากลั้นหายใจคอย ในไม่ช้าที่ชายป่าก็มีเสียงปืนลั่นดังปัง ไม่ช้าเธอก็กลับมาแต่ที่ชายเสื้อชุดนอนมีเลือดเปื้อนอยู่ซึ่งพวกเราก็เห็นได้อย่างชัดเจน แม้จะคอยสักเท่าใดพี่ก็ไม่กลับมา พอฟ้าสว่างพ่อก็เรียกชื่อพี่ด้วยเสียงอันดังและกระโดดออกไปข้างนอก ไม่ช้าก็กลับมาแต่ในสองแขนของพ่อนั้นมีศพของพี่ชายซึ่งพูดอะไรไม่ได้อีกแล้ว พวกเราทำหลุมฝังศพของพี่ชายข้างนอกกระท่อม น้องสาวมาเซร่าร้องไห้สะอื้นซบหลุมฝังศพของพี่
หลังจากนั้นอีกไม่กี่วันตอนเช้า  “คริสติน่าแย่แล้วพวกหมาป่ามาขุดหลุมฝังศพแล้วกินศพของลูกชายเราหมดแล้ว”  พ่อหน้าซีดกลับมา แม่ร้องว่า  “แหม”  แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก แต่ไม่ได้เห็นน้ำตาแม้แต้น้อย พอเห็นนัยน์ตาของแม่ซึ่งเยือกเย็นแล้วผมก็อดคิดไม่ได้ว่าแม่ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรสักอย่างกับการตายของพี่ชายซีซ่าร์แน่ ๆ
วาระสุดท้ายที่น่ากลัว เมื่อฤดูใบไม้ผลิของปีต่อมาเข้ามาเยือน ผมมีเรื่องวุ่นวายสับสนอยู่ในอก โดยไม่ทราบเหตุผลและไม่ปล่อยให้น้องมาเซร่าห่างออกไปจากตัว แต่วันหนึ่งขณะที่พ่อกับผมกำลังพรวนดินอยู่ในไร่ก็ได้ยินเสียงคำรามเจ็บปวดมาจากกระท่อม  “เสียงมาเซร่านี่นา”  พ่อกับผมวิ่งตรงไปทางกระท่อมทันใดนั้นจากกระท่อมก็มีหมาป่าสีขาวตัวใหญ่กระโจนออกมาและกำลังหนีไป  “มาเซร่า! เป็นอะไรหรือเปล่า?” พอเข้าไปในกระท่อมก็พบว่ามาเซร่ามีรอยแผลเหวอะหวะไปทั้งร่างเลือดท่วมตัว และสิ้นใจไปแล้ว
จากนั้นอีกหลายวันพระจันทร์สว่างกลางคืนสว่างไสว ผมก็ได้เห็นร่างอันน่ากลัวที่แท้จริงของแม่ ตอนเที่ยงคืนแม่ออกไปจากกระท่อมอย่างเงียบ ๆ เหมือนเช่นเคย ผมกราดตามองไปรอบ ๆ จากรูในกระท่อม ทันใดนั้นผมก็หายใจสะดุดเลือดทั้งร่างเย็นวูบ เธอตรงไปที่หน้าหลุมศพของมาเซร่าในชุดนอนคุกคลานสี่เท้าเอาหินที่หนักออกแล้วกินซากร่างของมาเซร่าอย่างเอร็ดอร่อย ผมเหมือนตกอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน ไปปลุกพ่อ  “อะไรรึ? หมาป่ามาอีกแล้วรึ”  พ่อฉวยปืนและวิ่งออกไปนอกกระท่อมทันใดนั้นพ่อก็ยืนนิ่งและในวินาทีต่อไปพ่อก็ยิงคริสติน่าล้มคว่ำตีลังกาและในพริบตาร่างขิงเธอก็เปลี่ยนเป็นหมาป่าตัวเมียตัวใหญ่สีขาวกระโจนหายไป

ผีน้ำ
ผีที่สาปแช่งของปราสาทเจ้า ซึ่งสืบช่วงกันมาแต่ละคนจนตายตกไปตามกัน เจ้าของปราสาทหนุ่มคนใหม่จะมีวิธีใดปราบผี?
อาคารที่ถูกสาปแช่ง ฮาโลวีซึ่งเป็นปราสาทใหญ่อยู่นอกกรุงลอนดอนเมืองหลวงของอังกฤษเป็นปราสาทที่สร้างมาแล้วกว่าสองร้อยปี เมื่อก่อนนี้มีผู้ดีและคนชั้นสูงอยู่รวมกันอย่างคับคั่ง มีปาร์ตี้หลายต่อหลายครั้งเป็นที่ครึกครื้นอยู่เสมอ แต่ทว่าเดี๋ยวนี้กลับกลายเป็นปราสาทที่มีผีสิงจนไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้และทรุดโทรมลงโดยสิ้นเชิง
แต่แล้วเจ้าของหนุ่มคนใหม่ของปราสาทฮาโลวีนี้ซึ่งมีชื่อว่า เฮนรี่ เอช โอกุล โซป ได้ตัดสินใจที่จะปราบผีที่ปรากฏตัวในปราสาทนี้ เพราะเหตุที่เขาไม่ลืมคำพูดที่บิดาได้พูดไว้ก่อนเสียชีวิตว่า  “ผีน้ำที่น่ากลัวนี้มันจะดับไฟได้ทุกชนิด ผีน้ำที่อยู่ในปราสาทนี้ทำให้เจ้าของต้องเสียชีวิตไปตาม ๆ กัน ฉันก็แพ้มันไปแล้วเฮนรี่แกจะต้องไม่แพ้มันอีก”
ผีน้ำฮาโลวีคงจะน่ากลัวมากแท้จริงแล้วเจ้าของปราสาทฮาโลวีนี้คือ พ่อปู่ พ่อของปู่ ตั้งแต่สองร้อยปีก่อนก็พากันพ่ายแพ้ต่อผีน้ำและถูกสาปแช่งให้ตายไปหมดทั้งโคตร  “ผีน้ำคืออะไรกันแน่ จะอย่างไรก็ตามในการปราบผีนี้จะต้องสืบรายละเอียดของมันให้ได้คงจะต้องมีจุดอ่อนอะไรสักอย่างเป็นแน่”
เมื่อคิดเช่นนี้เฮนรี่จึงคิดจะลองถามรายละเอียดจากคนรับใช้เก่าแก่ของปราสาทนี้ เท่าที่ทราบก็คือผีน้ำของปราสาทฮาโลวีนี้ต่างกับผีธรรมดาอื่น ๆ จะปรากฏตัวก็เฉพาะในคืนวันคริสต์มาสและจะปรากฏตัวตอนเที่ยงคืนตรง นาฬิกาชี้เลข 12 พอผ่านไปสักหนึ่งชั่วโมงก็จะหายไป
ผีของสาวน้อยเมื่อสองปีก่อน  เฮนรี่ได้สังเกตพบเรื่องราวที่แปลกประหลาดอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับปราสาทฮาโลวีนี้ นั่นคือรูปสลักที่ประดับอยู่ในห้องโถง เป็นรูปหญิงสาวสวยเหมือนกับรูปผีที่เล่ามายังกับแกะ พวกผู้รับใช้กล่าวกันว่าเมื่อสองร้อยกว่าปีมาแล้ว ผู้คนในปราสาทต่างถูกรังแกสุดท้ายหญิงสาวผู้นี้ก็ฆ่าตัวตายโดยกระโดดลงทะเล
ผีน้ำได้เข้าไปสิงสู่ในศพของหญิงสาวนี้อย่างประหลาดกลายเป็นผีน้ำที่น่ากลัวและสาปแช่งผู้คนในปราสาทนี้ทุกคน บรรดาผู้รับใช้ต่างพากันเล่าด้วยใบหน้าซีดขาว  “พอถึงคืนวันคริสต์มาสผีน้ำจะต้องปรากฏตัวในห้องของเจ้านายที่อยู่ชั้นสามทุกปี”
ผีน้ำของปราสาทฮาโลวีจะใส่เสื้อผ้าสีน้ำทะเลอ่อน ผมยาวและปล่อยให้สยายอย่างน่ากลัวและปรากฏตัวโดยไม่มีเสียง เป็นสาวน้อยอายุประมาณสิบเจ็ด – สิบแปด ใบหน้าสวยงามตรึงใจ และปลายนิ้วที่เรียวงามนั้น มีสาหร่ายทะเลที่มีน้ำเปียกแฉะหยดเป็นทาง  “อ๊ะ...ผี...ผีน้ำ”  เจ้าของปราสาทจะร้องด้วยความตกใจ  “ฮะฮะฮะฮะ ฉันคือผีน้ำจะเอาน้ำแข็งราดตัวแกให้ชุ่มฉ่ำแกจะเป็นหวัดและตายเพราะนิวโมเนียในไม่ช้า”
ผีน้ำจะหัวเราะด้วยน้ำเสียงน่ากลัว เหมือนผู้ชนะ พอคนรับใช้พากันวิ่งมาเพราะได้ยินเสียงก็จะเห็นเจ้าของปราสาทและภายในห้องเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ บรรดาเจ้าของปราสาทก็พากันต่อสู้กับผีน้ำด้วยวิธีต่าง ๆ เจ้าของคนแรกให้หยุดนาฬิกาทุกเรือนในปราสาทเพราะคิดว่าเมื่อถึงเที่ยงคืนแล้วผีน้ำก็คงไม่ปรากฏตัว แต่ทว่าผีน้ำก็คงปรากฏตัวตอนเที่ยงคืนและทำให้ห้องของเจ้าของปราสาทเปียกไปด้วยน้ำนั่นก็คือตัวเจ้าของจะถูกราดด้วยน้ำเย็นโชกจากศีรษะ วันรุ่งขึ้นก็เป็นไข้และตายภายในหนึ่งสัปดาห์ เจ้าของคนต่อมาบุผ้ากันน้ำไว้ทั่วรอยรั่วในปราสาท และใส่กุญแจประตูไว้ทุกบานแต่ผีน้ำก็ยังเล็ดลอดเข้ามาได้
เจ้าของคนที่สามกินวิสกี้ให้ตัวอุ่นเพื่อที่ว่าแม้ถูกราดด้วยน้ำแข็งก็ไม่เป็นไร แต่ผีน้ำก็ปรากฏตัวและเติมน้ำในวิสกี้ให้เจือจาง พอถึงพ่อของเฮนรี่ ให้จุดเตาผิงให้อุ่นไว้แต่ไฟก็ดับด้วยน้ำมือของผีน้ำ เจ้าของปราสาทฮาโลวีจะถูกโจมตีทุกครั้งในวันคริสต์มาสตัวจะเปียกน้ำจนโชกและเป็นนิวโมเนีย เป็นไข้อย่างแรงหรือไม่ก็เสียสติ พบจุดจบที่น่าสงสาร
ชัยชนะของเฮนรี่ ในที่สุดก็ถึงคืนคริสต์มาสเป็นคืนที่หนาวจัด ตกถึงวาระของเฮนรี่แต่เขาก็คิดวิธีใหม่ได้แล้ว เฮนรี่สวมชุดผ้ายางทับลงไปในชุดสักหลาด ชั้นในสวมสเว็ตเตอร์และสวมชุดผ้ายางทับลงไปอีกที แล้วสวมหมวกสำหรับประดาน้ำคอยผีน้ำอยู่  “ถ้าทำแบบนี้ แม้ถูกผีน้ำสาดน้ำใส่ก็คงไม่เป็นไร”
  เฮนรี่มีความเชื่อมั่นดังนี้ ไม่ช้านาฬิกาก็ถึงเที่ยงคืนและพร้อมกันนั้นประตูก็เปิดดังปัง ผีน้ำปรากฏตัวพร้อมกับเสียงน้ำแตกซ่าเป็นผีหญิงสาวสวย  “คุณผีน้ำ ผมรอคุณอยู่ขอเชิญไปยังทะเลสาบที่คุณชอบนะครับ”  พอเฮนรี่เชิญผีน้ำก็หัวเราะคล้ายกับผู้ชนะแล้วออกไปนอกปราสาท  “ฉันจะสาดน้ำใส่แกแล้วทำให้จมน้ำตายไปซะเลย”  ผีสาวว่า แต่ข้างนอกก็หนาวมากแม้แต่น้ำยังกลายเป็นน้ำแข็งดังนั้นเมื่อ ผีน้ำเดินไปได้แค่สิบเมตรก็กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งและคงรูปเช่นนั้นตลอดมา ด้วยเหตุนี้เฮนรี่จึงทำให้ผีน้ำกลายเป็นน้ำแข็งและพิชิตมันได้ในที่สุด



ศพที่เคลื่อนที่ได้
ศพของเพื่อนที่ฝังไปแล้วกลับปรากฏตัวต่อหน้าต่อตา นี่คือคดีลึกลับที่เกิดขึ้นที่กระท่อมภูเขาในคืนที่หิมะลงหนัก
ฆ่าตัวตายหรือฆาตกรรม? เมื่อช่างวิทยุสื่อสารของสถานี นอซควีกได้รับเสียงสัญญาณจาก  “กระท่อมภูเขาที่ไม่มีคนอยู่”  ก็รีบกระโดดไปที่เครื่องวิทยุทันที สัญญาณ ติด ๆ ขาด ๆ ถอดความออกมาได้ว่า  “ขณะที่กำลังปีนเขาอาดีลอนดักเราถูกปิดตายอยู่ในกระท่อมเพื่อนคนหนึ่งตายไปแล้วเพราะนิวโมเนีย...”  แล้วการสื่อสารนี้ก็ขาดตอนไป หน่วยกู้ภัยมีคนนำทางสองคน เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพ หมอและคล้ากพนักงานโทรเลขที่ได้รับวิทยุรวมเป็นสี่คน ได้ออกเดินทางไปให้ความช่วยเหลือโดยรีบด่วน แต่ภูเขาอันดีลอนดักกำลังมีพายุหิมะพัดหนักกว่าจะเดินทางไปถึงจุดหมายได้ก็กินเวลาหลายวันให้หลัง เมื่อหน่วยกู้ภัยถึงกระท่อม ก็ไม่มีเสียงอะไรจากข้างในเลย มีแต่ศพคนสองคนนั่งหันหน้าเข้าหากัน มีโต๊ะคั่นกลาง แต่ที่ประหลาดคือศีรษะของเขาทั้งสองมีรอยกระสุนปืน คนหนุ่มกว่ามีเลือดอาบหน้าเต็มไปหมดและฟุบอยู่ คนวัยกลางคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวแข็งทื่อปืนร่วงลงอยู่ที่พื้น  “ฆ่าเพื่อนแล้วยิงตัวตายหรือ?”  พนักงานวิทยุออกความเห็นตอนที่หมอทำหน้าที่ตรวจศพอย่างพินิจพิจารณา  “ไม่ได้ฆ่า ไม่มีเลือดออกจากหัวของคนนี้ ตอนที่ถูกยิงนั้น เขาตายไปก่อนแล้วตัวแข็งทื่อแล้วด้วยซ้ำ”  พอพูดเช่นนี้หมอก็ทำหน้าตกใจมองหน้าคนโน้นทีคนนี้ทีด้วยความประหลาดใจ คนนำทางคนหนึ่งพบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งจึงส่งให้หมอซึ่งพออ่านสมุดบันทึกแล้วก็ตกใจถอนหายใจเฮือกใหญ่  “อือม์เป็นเรื่องน่ากลัวทีเดียว”
ฝังแล้วก็...  เมื่อเดือนตุลาคมปีนั้นมีพายุหิมะพัดหนักที่ภูเขาอันดีลอนดัก เอสเตโร่กับคานี่สองนักไต่เขาก็ถูกพายุหิมะเล่นงานจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้นต่างคลุกคลาน หลงทางวนเวียนอยู่ท่ามกลางหิมะ  “ดูซิ สายโทรเลข”  คานี่ร้องขึ้นเมื่อเห็นสายโทรเลขพาดอยู่บนหิมะที่ขาวโพลน  “สายโทรเลข...ถ้าเดินตามมันไปคงจะรอด”  เอสเตโร่ผู้หนุ่มกว่าพาคานี่ ซึ่งกำลังสะบักสบอมเดินต่อไปในหิมะ เขาเดินตามสายโทรเลขจนไปถึงกระท่อมหลังนั้น มีเตาเชื้อเพลิงและอาหารอยู่เล็กน้อย ซึ่งนับว่าเป็นโชคดีของคนทั้งสอง แต่ขณะนี้ คานี่ป่วยเป็นนิวมอเนียอยู่แล้วมีไข้ขึ้นจนหน้าหมองคล้ำหอบหายใจอย่างยากลำบาก แต่ก็พยายามปล้ำกับเครื่องส่งโทรเลขแล้วส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ แต่ไฟในเตาผิงก็มอดลงเพราะหมดเชื้อเพลิงหยดสุดท้าย คานี่จึงรอความตายในสภาพนั้น ขณะที่เอสเตโร่ออกไปหาเชื้อเพลิงข้างนอก พอตะวันตกดินเอสเตโร่ก็กลับมา คานี่พูดด้วยเสียงใกล้สิ้นใจ  “เอสเตโร่ ฉันไปไม่ไหวแล้ว แต่อย่าฝังฉันในหิมะจนกว่าจะแน่ใจว่าฉันตายแล้ว”  “หยุดนะ คานี่เราเป็นเพื่อนกันมานานแล้วตั้งแต่เด็กไม่ใช่รึ?”  เอสเตโร่ร้องครวญครางแต่คานี่ก็ยังพูดย้ำอีก  “อย่า ฝังฉันทั้งเป็นสัญญานะเอสเตโร่”  “เข้าใจแล้วละ ฉันสัญญาคานี่!”
ในที่สุดคานี่ก็สิ้นใจในคืนนั้น เอสเตโร่จึงตรวจชีพจรและลมหายใจแล้วรอคอยจนรุ่งเช้าคานีก็หากลับฟื้นขึ้นมาไม่ เมื่อลองสัมผัสดูชีพจรและร่างกายอีกครั้งก็พบว่าความหนาวเย็นทำให้รางกายแข็งทื่อไปแล้ว เอสเตโร่แบกศพออกไปข้างนอกที่ป่า
คานี่ผู้ตายไปแล้ว  หลังจากนั้นเอสเตโร่ก็นอนแล้วตื่นแล้วก็หลับต่อไปใหม่ฝันร้ายซ้ำแล้วซ้ำอีก เช้าวันรุ่งขึ้นพอลืมตามองไปที่โต๊ะก็ร้องลั่น คานี่...คานี่ผู้ตายไปแล้วนั่งอยู่ที่นั่น เอสเตโร่คิดว่าตนเองคงจะหัวใจหยุดเต้นเพราะความตกใจ เขาถึงกับแน่นิ่งแล้วก็เปลี่ยนเป็นตัวสั่นเทา ก่อนจะรวบรวมความกล้าขนศพคานี่กลับไปฝังที่เดิม แต่แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นเอสเตโร่เห็นศพของคานี่กลับมานั่งอยู่ตรงนั้นอีก  “นี่คงเป็นความฝัน หรือไม่เราก็คงเสียสติไปแล้ว”  เอสเตโร่ตะโกนลั่น พอเช้าวันที่สามศพของคานี่ก็ออกจากที่ฝั่งมานั่งที่เดิม  “โอ พระเจ้าช่วยลูกด้วย”
สุดท้ายเอสเตโร่จึงตัดสินใจยิงศพคานี่แล้วยิงหน้าผากตนเองฆ่าตัวตาย หมอที่เป็นเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพ หลังจากอ่านบันทึกของเอสเตโร่จบก็กล่าวว่า  “เข้าใจว่าเอสเตโร่คงจะละเมอฝันร้ายมากกว่า”  เป็นไปได้ว่าเอสเตโร่นั่นเองที่นอนหลับแล้วละเมอมาขุดศพเพื่อนของเขาที่ฝั่งไปแล้วให้มานั่งที่โต๊ะ ซึ่งความเครียดและสภาพกดดันต่าง ๆ ทำให้เขาทำเรื่องนี้ลงไปโดยไม่รู้ตัว

No comments:

Post a Comment

Popular Posts