อาหารจีนต้นตำรับ หมูพะโล้ตระกูลสือ

การกิน สำหรับชาวจีนแล้วเป็นศาสตร์ชนิดหนึ่ง เพราะความเป็นศาสตร์จึงทำให้เกิดความแตกต่างในแต่ละท้องถิ่น เพราะความเป็นศาสตร์จึงทำให้เกิดประเภทของอาหารนับไม่ถ้วน เพราะความเป็นศาสตร์จึงทำให้เกิดวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อกันมา เพราะความเป็นศาสตร์จึงทำให้เกิดอาหารอร่อยที่เผยแพร่ไปทั่วโลก อาหารอร่อยอยู่แวดล้อมตัวเรา เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา



อาหารจีนต้นตำรับ หมูพะโล้ตระกูลสือ
อำเภอมู่ตู้ เมืองซูโจว ร้านอาหารตระกูลสือ ร้านนี้มีประวัติไม่ธรรมดา จากภาพวาดความรุ่งเรืองของซูโจว สมัยจักรพรรดิเฉียนหลงปีที่ 24 แสดงให้เห็นความรุ่งเรืองดุจเมืองสวรรค์ของซูโจวในยุคนั้น 36 ปีต่อมา ปีเฉียนหลงที่ 55 ในภาพวาดเก่าแก่ก็ปรากฏร้านของสือฮั่น ตั้งอยู่ใกล้สะพานจอหงวน ตั้งชื่อว่าร้านสือซี่ซุ่น สือซี่ซุ่นเดิมเป็นร้านขายขนมของสามีภรรยาคู่หนึ่ง ดำเนินกิจการมาถึงสี่ชั่วอายุคน ถึงมือของสือเหลินที่เป็นเหลนของสือฮั่น สือซี่ซุ่นก็กลายมาเป็นร้านอาหารไท่หู่ที่เลื่องชื่อ อาหารในร้าน ถูกขนานนามจากผู้คนที่ชื่นชอบว่า อาหารตระกูลสือ ปี 1929 หลีเกิ่นหยวน ขุนนางปลดเกษียนได้กลับบ้าน และได้ช่วยตั้งชื่อให้ว่า ร้านอาหารตระกูลสือ

ปัจจุบัน ภัตตาคารตระกูลสือเปิดสาขามากมายในซูโจว แต่ร้านดั้งเดิมก็ยังคงดำเนินกิจการอยู่ เพราะว่าเตาถ่านหินของที่นี่ ใช้ทำอาหารพิเศษชนิดหนึ่ง อาหารที่มีชื่อควบคู่มากับร้านเก่าแก่หลายร้อยปีนี้ชื่อว่า หมูพะโล้ตระกูลสือ วัตถุดิบหลักก็คือหมูสามชั้น ซึ่งมีแหล่งมาจากริมทะเลสาบไท่หู่ข้างร้านนั่นเอง หมูสามชั้นหลังจากชำแหละมาแล้ว 1 วัน นำมาตัดเป็นสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ใส่ลงไปในหม้อทรงกลมที่เต็มไปด้วยน้ำดื่ม ต้มด้วยไฟแรง ขั้นตอนนี้ใช้เวลาเพียงเล็กน้อย หลังจากน้ำเดือดพล่านก็ตักเนื้อหมูขึ้นมา ใส่น้ำซอสเฉพาะของตระกูลสือลงในหม้อทรงกลมอีกใบ ใส่เนื้อหมูลงไป ขอบหม้อวางผ้าที่ทำขึ้นเฉพาะ จากนั้นจึงใส่เกลือ ใบกระวาน โป๊ยกั๊ก อบเชย เปลือกส้มและน้ำตาลทราย จากนั้นจึงนำซึ้งมาวางลงบนผ้า เพื่อกดเนื้อหมูให้จมอยู่ในน้ำ จากนั้นจึงใส่เหล้า ซีอิ๊ว ต้มด้วยไฟอ่อน ใช้เวลาต้มประมาณ 3 ชั่วโมง หลังจากนั้นจึงนำเนื้อหมูขึ้นมาใส่ลงชาม แล้วนำไปนึ่งต่อใช้เวลานึ่งสิบห้านาที เป็นการป้องกันไม่ให้เนื้อหมูที่เพิ่งขึ้นจากเตา สัมผัสอากาศจนเปลี่ยนสี ทั้งยังทำให้เนื้อหมูคงรูปร่างสวยงาม สุดท้ายราดด้วยน้ำซอสเฉพาะของตระกูลสือ หมูพะโล้ตระกูลสือก็พร้อมรับประทาน เนื่องจากการต้มเป็นเวลานาน ไขมันในเนื้อหมูสามชั้นจึงละลาย ทำให้หนังนุ่มเนียนไม่เลี่ยนมัน กลิ่นหอมขึ้นจมูก ทั้งหมดนี้ได้มาเพราะไฟ

ในอาหารจานนี้ ไฟเหวินอู่ล้วนมีความสำคัญเท่าเทียมกัน อาหารต้องใช้แรงไฟในการเข้าถึงซึ่งรสชาติ ถึงจะทำให้อาหารชนิดนั้นเลิศรส ไฟแรงทำให้เนื้อหมูสุกอย่างรวดเร็ว เพื่อไล่เลือดและสิ่งสกปรกในเนื้อ ทั้งยังไม่ทำให้เนื้อเหนียวขึ้น ในขณะเดียวกันก็ทำให้เนื้ออยู่ตัว การใช้ซึ้งกดให้เนื้อจมลงในน้ำ ซึ่งเป็นการเพิ่มพื้นที่ว่าง ทั้งยังทำให้ไอของรสชาติต่างๆที่ผสมผสานกัน หมุนเวียนกลับไปมา และไฟอ่อนจะทำให้เนื้อนุ่ม ไม่ทำให้เสียรูปทรง ทั้งยังทำให้เนื้อหมูหอมนุ่มละมุนอีกด้วย การใช้ไฟเป็นเคล็ดลับที่มีมายาวนานของอาหารจีน เพราะเหตุนี้นักปราชญ์จีนจึงให้ความสนใจกันมาก ขงจื้อกล่าวว่าของไม่อร่อยไม่กิน สำหรับท่านแล้วอาหารที่ใช้ไฟไม่ถูกไม่ควรรับประทาน

บทความแนะนำ

10 อันดับอาหารหม้อไฟของญี่ปุ่น 101เมนูอาหารญี่ปุ่น หมูต้มพะโล้ 5 สุดยอดร้านกระเพาะปลาในกรุงเทพ 30 อันดับขนมหวานเมืองคามาคูระประเทศญี่ปุ่น 50 เมนูอาหารญี่ปุ่นตามจุดแวะพักรถ ขนมไทยโบราณที่น่าจดจำ และ ขนมไทยมงคล ๙ อย่าง 20 พืชผักพันธุ์แปลกเก่าแก่ อาหารประเทศอาเซียน

เมนูอาหาร ภัยอันตราย บทความสุขภาพ บทความวิทยาศาสตร์ เรื่องเล่าสยองขวัญ บทความชีวิตสัตว์ บทความประวัติศาสตร์ จัดอันดับ, สิบอันดับ, 10 อันดับ, ที่สุดในโลก จัดอันดับ, 10 อันดับ, เรื่องสยองขวัญ, เรื่องเล่าสยองขวัญ, ดูดวง, นิทาน, ภัยอันตราย, สมุนไพร, สุขภาพ


No comments:

Post a Comment

Popular Posts