10 อันดับของไหว้สารทจีนยอดนิยม



อันดับที่ 10 สาหร่ายทะเล


ชาวจีนแต้จิ๋วเรียกสาหร่ายว่า "ฮวกฉ่าย" ซึ่งออกเสียงคล้ายกับคำว่าร่ำรวยและโชคงอกงาม ยิ่งหากนำมาต้มทำเป็นแกงจืดที่คนจีนเรียกว่า เช็ง-ทึง เพื่อไหว้บรรพบุรุษ ก็จะยิ่งทำให้ชีวิตลูกหลานราบรื่นและร่ำรวยด้วย จึงทำให้มีผู้นิยมนำมาไหว้ 1.24%

อันดับที่ 9 เต้าหู้


ในภาษาจีนแต้จิ๋วจะออกเสียงว่า "เต้าฮก" ส่วนในภาษาจีนกลางจะเรียกว่า "โตฟู" ซึ่งให้ความหมายว่า บุญ โชค และความสุข คนทั่วไปมักจะนำเต้าหู้มาไหว้ทั้งก้อน หรืออาจจะนำเอาเต้าหู้มาผัดกับถั่วงอก ก็จะยิ่งเสริมความเป็นมงคลให้คนที่ไหว้ ให้มีโชคลาภ ความสุข และมีชีวิตเจริญงอกงามเหมือนถั่วงอกนั่นเอง จึงมีผู้นิยมนำเต้าหู้มาไหว้ 1.55%

อันดับที่ 8 ตับหมู


ในภาษาจีนเราจะเรียกตับว่า "กัว" ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า กัวที่แปลว่าขุนนาง ดังนั้นในอดีตหากครอบครัวไหนอยากให้ลูกรับราชการก็มักจะนำตับหมูมาไหว้ด้วยเสมอ และเชื่อกันว่าหากนำตับมาผัดกับกุ่ยช่ายก็จะยิ่งทำให้ลูกหลานบ้านนั้นได้เป็นขุนนางที่มีความร่ำรวยอีกด้วย จึงมีผู้นิยมนำตับหมูมาไหว้ 1.58%

อันดับที่ 7 ลูกชิ้นปลา


ในภาษาจีนแต้จิ๋วเรียกลูกชิ้นปลาลูกกลมๆ ว่า "ฮื้อ-อี๊" ซึ่งมีความหมายโดยรวมว่าเหลือกินเหลือใช้ และราบรื่นไม่ติดขัด ดังนั้นนอกจากจะให้ความหมายที่ดีแล้วยังเป็นอาหารราคาไม่แพง จึงมีผู้นิยมนำมาไหว้มากถึง 1.95%

อันดับที่ 6 กระเพาะปลา


กระเพาะปลานั้นนอกจากจะมีความหมายแฝงถึงการเหลือกินเหลือใช้แล้ว ความเหนียวข้นซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกระเพาะปลาก็หมายรวมไปถึงการปรับตัวเข้าหากันและแก้นิสัยไม่ดีให้เป็นนิสัยที่ดี ตลอดจนส่งผลเรื่องความรักให้รักกันยืนยาวอีกด้วย ปัจจุบันจึงมีผู้นำกระเพาะปลามาไหว้มากถึง 4.01% เลยทีเดียว



อันดับที่ 5 ปลาทอด-ปลานึ่ง


คนจีนแต้จิ๋วเรียกปลาว่า "ฮื้อ" ที่สำคัญยังมีวลีที่เป็นมงคลกับอาหารชนิดนี้ว่า "อู่-ฮื้อ-อู่-ซึ่ง" ที่แปลว่าให้มีเงินเหลือกินเหลือใช้มากๆ ปลาที่นำมาใช้ไหว้นั้นสามารถใช้ได้ทั้งปลานึ่งและปลาทอด ปัจจุบันมีผู้นิยมนำปลามาใช้ไหว้สูงถึง 7.61%

อันดับที่ 4 หมึกแห้ง


ในสมัยก่อน หมึกถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่บัณฑิตต้องใช้ในการเขียนหนังสือ ดังนั้นการนำหมึกมาไหว้ก็จะทำให้ลูกหลานมีวิชาความรู้ นอกจากนี้หนวดปลาหมึกที่มีมากถึง 8 เส้น เปรียบเสมือนการมีมือมากมายที่มาช่วยทำงานให้คล่องแคล่วยิ่งขึ้น ยิ่งนำมาทำเป็นหมึกแห้งก็เปรียบเหมือนกับการมีเก็บไว้เผื่อเหลือเผื่อขาด เพราะส่งผลดีมากมายขนาดนี้ จึงมีผู้นิยมนำหมึกแห้งมาไหว้สารทจีนสูงถึง 7.63% เลยทีเดียว

อันดับที่ 3 หมูต้ม


เพราะหมูเป็นสัตว์ที่มีความอ้วนเป็นเอกลักษณ์ ดังนั้นการนำหมูมาใช้ไหว้จึงเชื่อว่าจะส่งผลให้สมาชิกในครอบครัวกินดีอยู่ดี มั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์นั่นเอง ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่เพียงแต่นิยมนำหมูเป็นชิ้นๆ มาใช้ ยังมีการนำหมูสับมาไหว้ เพราะเคี้ยวง่ายเปรียบเสมือนกับการอวยพรให้ชีวิตให้ชีวิตไม่ต้องพบเจอเรื่องยากๆ หรือให้ผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้โดยง่าย ดังนั้นจึงมีประชาชนมากถึง 20.14% ที่นิยมนำหมูต้มมาไหว้ เพื่อให้ชีวิตพบเจอแต่เรื่องหมูๆ นั่นเอง

อันดับที่ 2 เป็ดพะโล้


เป็ดพะโล้เป็นอาหารมงคลที่เปรียบเหมือนก้อนทองที่สามารถหาซื้อได้ง่ายและมีราคาไม่แพงมาก ปัจจุบันจึงมีผู้นิยมนำมาไหว้มากถึง 20.31% เพราะเชื่อกันว่าเป็ดพะโล้จะส่งผลให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ให้มีมากมีเยอะ อีกทั้งเป็ดยังมีความสามารถรอบด้าน ทั้งรู้จักหากิน ว่ายน้ำ แถมยังบินได้อีกด้วย และยิ่งนำเป็ด 3 ตัวมาไหว้ 3 ที่ ก็จะยิ่งส่งผลดี 3 อย่างต่อลูกหลานและวงศ์ตระกูล เพราะนอกจากจะได้ไหว้เพื่อความเป็นศิริมงคลแล้ว ยังได้รับประทานร่วมกันในครอบครัว เป็นการเสริมความรักความผูกพัน และหากนำไปแจกจ่ายให้เพื่อนบ้านก็เสมือนหนึ่งการแบ่งปัน เสริมบุญ มีมงคลต่อร่างกายและจิตใจของคนในครอบครัว ให้เฮง เฮง เฮง ยิ่งขึ้นอีกด้วย

อันดับที่ 1 ไก่ต้ม


ในอดีตชาวจีนเชื่อว่าไก่เป็นอาหารที่มีมงคลสองอย่าง มงคลที่หนึ่งก็คือหงอนไก่ที่สื่อความหมายถึงหมวกของขุนนาง ช่วยให้เกิดความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน มงคลอีกอย่างก็คือไก่เป็นสัตว์ที่ขันตรงเวลาทุกเช้า สะท้อนให้เห็นถึงการรู้งานและการมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง ดังนั้นคนส่วนใหญ่ที่นำไก่มาไหว้จึงเป็นการหวังผลด้านหน้าที่การงานทั้งสิ้น และเคล็ดลับการไหว้เจ้าด้วยไก่นั้นจะต้องไหว้ทั้งตัวที่ยังมีหัว หาง และเท้าอยู่ครบ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของไก่นั่นเอง ไก่จึงนิยมนำมาไหว้เป็นอาหารมงคลสูงถึง 28.31% กันเลยทีเดียว



ยอดนักรบโคตรนักฆ่า 2,746 ศพยอดนักรบโคตรนักฆ่า 2,746 ศพ, สไนเปอร์, สุดยอดสไนเปอร์, พลซุ่มยิง

25 สถิติมนุษย์น่าทึ่ง

10 อันดับสัตว์นักคิดค้น

ปลาแปลกๆ, สัตว์ใต้ทะเลลึก

โชคดีที่ตายก่อน, มนุษย์กินคนในตำนาน, ซอว์นี่ บีน, มนุษย์กินคน

จระเข้น้ำเค็ม, จระเข้ในทะเล, สัตว์นักล่าที่โจมตีคน

สัตว์ใกล้สูญพันธุ์, ปลามังกร, ปลาอะโรวาน่า, ปลาพิรารูคู

จอห์น เอฟ เคเนดี้, ตระกูลเคเนดี้, อาถรรพ์ตระกูลเคเนดี้

เรือสำราญ, ท่องเรือสำราญ, เรือสำราญราคาแพง


ฝันเห็นงู ฝันเห็นงูสีขาว ฝันเห็นงูเหลือม
ฝันเห็นงูเหลือมตัวใหญ่ ฝันเห็นงูเหลือมสีทอง ฝันเห็นงูใหญ่
ฝันเห็นงูตัวใหญ่ ฝันเห็นงูหลายตัว ฝันเห็นงูลาย
ฝันเห็นงูเขียว ฝันเห็นงูเห่า ฝันเห็นงูจงอาง
ฝันเห็นงูจงอางยักษ์ ฝันเห็นงูจงอางเข้าบ้าน ฝันเห็นงูจงอางหลายตัว
ฝันเห็นงูจงอางกัด ฝันเห็นงูจงอางเผือก ฝันเห็นงูจงอางชูคอ
ฝันเห็นงูจงอางตัวใหญ่มาก ฝันเห็นงูจงอางตัวใหญ่สีดำ ฝันเห็นงูแมวเซา
ฝันเห็นงูหลาม ฝันเห็นงูตัวสีฟ้า ฝันเห็นงูตัวสีดำ
ฝันเห็นงูตัวสีแดง ฝันเห็นงูสีทอง ฝันเห็นงูหลายตัว
ฝันเห็นงูสองตัว ฝันเห็นงูเผือก ฝันเห็นงูหลาม
ฝันเห็นงูตัวใหญ่มาก ฝันเห็นงูตัวใหญ่สีดำ ฝันเห็นงูตัวใหญ่หลายตัว
ฝันเห็นพญานาค ฝันเห็นพญานาคตัวใหญ่ ฝันเห็นพญานาคสีทอง
ฝันเห็นพญานาคสีเขียว ฝันเห็นพญานาคสีแดง ฝันเห็นพญานาคเล่นน้ำ
ฝันเห็นพญานาคไล่ตาม ฝันเห็นหงอนพญานาค ฝันเห็นพญานาคสีเงิน
ฝันเห็นพญานาคหลายตัว ฝันเห็นพญานาคพูดได้ ฝันเห็นพญานาคพ่นน้ำ
ฝันว่างูรัด ฝันว่างูกัด ฝันว่างูกัดขา
ฝันว่างูกัดเท้า ฝันว่าฆ่างู ฝันว่าตีงู
ฝันว่างูเลื้อยผ่าน ฝันว่างูกัดแขน ฝันว่างูกัดนิ้ว
ฝันว่างูไล่กัด ฝันว่างูฉก ฝันว่ากินงู

เรื่องราวน่ารู้เรียบเรียงจากสารคดีคุณภาพในรูปแบบบทความ
กดถูกใจแฟนเพจเพื่อติดตามและอัพเดตบทความใหม่ๆ คลิกเลย


กดถูกใจ ANYAPEDIA

30 อันดับขนมหวานเมืองคามาคูระประเทศญี่ปุ่น วิธีการผลิตชีส 20 อันดับเมนูเส้นแปลก ซุปทาโกะยากิพร้อมเส้น 5 สุดยอดร้านก๋วยเตี๋ยวราดหน้า 20 อันดับของอร่อยที่ต้องต่อแถวซื้อของญี่ปุ่น 30 อันดับอาหารจานยักษ์ทั่วประเทศญี่ปุ่น 50 เมนูอาหารญี่ปุ่นตามจุดแวะพักรถ อาหาร 100 อย่างตามทางรถไฟสายยามาโนเตะ

10 อันดับอาหารญี่ปุ่นยอดนิยมฮิตทั่วโลก

5 สุดยอดร้านข้าวต้มปลา

อาหารจีน

20 ไอติมแสนอร่อยในญี่ปุ่น

กระบวนการผลิตชีส ลักษณะของชีส

เคล็ดลับคู่คอกาแฟ

วิธีสั่งสเต็กจานอร่อยให้ถูกใจอย่างไรดี

25 เมนูอาหารสุขภาพคูณสอง

20 อันดับเมนูเส้นแปลก


5 สุดยอดร้านกุ้งอบวุ้นเส้น กุ้งตัวใหญ่ 5 สุดยอดร้านสุกี้ทั่วกรุง 5 สุดยอดร้านโจ๊กในกรุงเทพ 5 สุดยอดร้านเกาเหลาเลือดหมู 5 สุดยอดร้านกระเพาะปลาในกรุงเทพ อาหารประเทศอาเซียน 101เมนูอาหารญี่ปุ่น ขนมไทยากิ 30 อันดับเมนูจากหูฉลาม

5 สุดยอดร้านก๋วยเตี๋ยวราดหน้า

5 สุดยอดร้านข้าวขาหมู 

5 สุดยอดร้านบะหมี่เกี๊ยวกุ้ง ปู หมูแดง

5 สุดยอดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ

5 สุดยอดร้านสุกี้ทั่วกรุง

5 สุดยอดร้านโจ๊กในกรุงเทพ

5 สุดยอดร้านกระเพาะปลาในกรุงเทพ

5 สุดยอดร้านเกาเหลาเลือดหมู

5 สุดยอดร้านกุ้งอบวุ้นเส้น

30 อันดับเมนูจากหูฉลาม


อาหาร, เมนูอาหาร, เมนูขนมหวาน, อันดับอาหาร, รีวิวอาหาร, รีวิวขนม, ร้านอาหารอร่อย, 10 อันดับอาหาร, 5 อันดับอาหาร, อาหารญี่ปุ่น, รายการอาหารญี่ปุ่น, ซูชิ, อาหารไทย, อาหารจีน, อันดับร้านอาหาร, ร้านอาหารทั่วไทย, ร้านอาหารในกรุงเทพ, อาหารเกาหลี, อันดับอาหารเกาหลี, เมนูอาหารยอดนิยม, ร้านก๋วยเตี๋ยว, ร้านข้าวขาหมู, ร้านข้าวต้มปลา, ร้านต้มเลือดหมู, ร้านราดหน้า, ร้านโจ๊ก, ร้านกระเพาะปลา, ขนมหวาน, ขนมไทย, ขนมญี่ปุ่น, อาหารแปลก, อาหารจานเดียว, อาหารหม้อไฟ, อาหารเวียดนาม อาหาร, เมนูอาหาร, เมนูขนมหวาน, อันดับอาหาร, รีวิวอาหาร, รีวิวขนม, ร้านอาหารอร่อย, 10 อันดับอาหาร, 5 อันดับอาหาร, อาหารญี่ปุ่น, รายการอาหารญี่ปุ่น, ซูชิ, อาหารไทย, อาหารจีน, อันดับร้านอาหาร, ร้านอาหารทั่วไทย, ร้านอาหารในกรุงเทพ, อาหารเกาหลี, อันดับอาหารเกาหลี, เมนูอาหารยอดนิยม, ร้านก๋วยเตี๋ยว, ร้านข้าวขาหมู, ร้านข้าวต้มปลา, ร้านต้มเลือดหมู, ร้านราดหน้า, ร้านโจ๊ก, ร้านกระเพาะปลา, ขนมหวาน, ขนมไทย, ขนมญี่ปุ่น, อาหารแปลก, อาหารจานเดียว, อาหารหม้อไฟ, ติ่มซำ อาหาร, เมนูอาหาร, เมนูขนมหวาน, อันดับอาหาร, รีวิวอาหาร, รีวิวขนม, ร้านอาหารอร่อย, 10 อันดับอาหาร, 5 อันดับอาหาร, อาหารญี่ปุ่น, รายการอาหารญี่ปุ่น, ซูชิ, อาหารไทย, อาหารจีน, อันดับร้านอาหาร, ร้านอาหารทั่วไทย, ร้านอาหารในกรุงเทพ, อาหารเกาหลี, อันดับอาหารเกาหลี, เมนูอาหารยอดนิยม, ร้านก๋วยเตี๋ยว, ร้านข้าวขาหมู, ร้านข้าวต้มปลา, ร้านต้มเลือดหมู, ร้านราดหน้า, ร้านโจ๊ก, ร้านกระเพาะปลา, ขนมหวาน, ขนมไทย, ขนมญี่ปุ่น, อาหารแปลก, อาหารจานเดียว, อาหารหม้อไฟ, ขนมไทยโบราณที่น่าจดจำ และ ขนมไทยมงคล ๙ อย่าง อาหาร, เมนูอาหาร, เมนูขนมหวาน, อันดับอาหาร, รีวิวอาหาร, รีวิวขนม, ร้านอาหารอร่อย, 10 อันดับอาหาร, 5 อันดับอาหาร, อาหารญี่ปุ่น, รายการอาหารญี่ปุ่น, ซูชิ, อาหารไทย, อาหารจีน, อันดับร้านอาหาร, ร้านอาหารทั่วไทย, ร้านอาหารในกรุงเทพ, อาหารเกาหลี, อันดับอาหารเกาหลี, เมนูอาหารยอดนิยม, ร้านก๋วยเตี๋ยว, ร้านข้าวขาหมู, ร้านข้าวต้มปลา, ร้านต้มเลือดหมู, ร้านราดหน้า, ร้านโจ๊ก, ร้านกระเพาะปลา, ขนมหวาน, ขนมไทย, ขนมญี่ปุ่น, อาหารแปลก, อาหารจานเดียว, อาหารหม้อไฟ, 7 ขนมหวานยอดฮิตของเยอรมัน อาหาร, เมนูอาหาร, เมนูขนมหวาน, อันดับอาหาร, รีวิวอาหาร, รีวิวขนม, ร้านอาหารอร่อย, 10 อันดับอาหาร, 5 อันดับอาหาร, อาหารญี่ปุ่น, รายการอาหารญี่ปุ่น, ซูชิ, อาหารไทย, อาหารจีน, อันดับร้านอาหาร, ร้านอาหารทั่วไทย, ร้านอาหารในกรุงเทพ, อาหารเกาหลี, อันดับอาหารเกาหลี, เมนูอาหารยอดนิยม, ร้านก๋วยเตี๋ยว, ร้านข้าวขาหมู, ร้านข้าวต้มปลา, ร้านต้มเลือดหมู, ร้านราดหน้า, ร้านโจ๊ก, ร้านกระเพาะปลา, ขนมหวาน, ขนมไทย, ขนมญี่ปุ่น, อาหารแปลก, อาหารจานเดียว, อาหารหม้อไฟ, เนื้อวากิว อาหาร, เมนูอาหาร, เมนูขนมหวาน, อันดับอาหาร, รีวิวอาหาร, รีวิวขนม, ร้านอาหารอร่อย, 10 อันดับอาหาร, 5 อันดับอาหาร, อาหารญี่ปุ่น, รายการอาหารญี่ปุ่น, ซูชิ, อาหารไทย, อาหารจีน, อันดับร้านอาหาร, ร้านอาหารทั่วไทย, ร้านอาหารในกรุงเทพ, อาหารเกาหลี, อันดับอาหารเกาหลี, เมนูอาหารยอดนิยม, ร้านก๋วยเตี๋ยว, ร้านข้าวขาหมู, ร้านข้าวต้มปลา, ร้านต้มเลือดหมู, ร้านราดหน้า, ร้านโจ๊ก, ร้านกระเพาะปลา, ขนมหวาน, ขนมไทย, ขนมญี่ปุ่น, อาหารแปลก, อาหารจานเดียว, อาหารหม้อไฟ, ร้านอาหารปักษ์ใต้ฉวาง อาหาร, เมนูอาหาร, เมนูขนมหวาน, อันดับอาหาร, รีวิวอาหาร, รีวิวขนม, ร้านอาหารอร่อย, 10 อันดับอาหาร, 5 อันดับอาหาร, อาหารญี่ปุ่น, รายการอาหารญี่ปุ่น, ซูชิ, อาหารไทย, อาหารจีน, อันดับร้านอาหาร, ร้านอาหารทั่วไทย, ร้านอาหารในกรุงเทพ, อาหารเกาหลี, อันดับอาหารเกาหลี, เมนูอาหารยอดนิยม, ร้านก๋วยเตี๋ยว, ร้านข้าวขาหมู, ร้านข้าวต้มปลา, ร้านต้มเลือดหมู, ร้านราดหน้า, ร้านโจ๊ก, ร้านกระเพาะปลา, ขนมหวาน, ขนมไทย, ขนมญี่ปุ่น, อาหารแปลก, อาหารจานเดียว, อาหารหม้อไฟ, อาหารไทยห่อ-ม้วน อาหาร, เมนูอาหาร, เมนูขนมหวาน, อันดับอาหาร, รีวิวอาหาร, รีวิวขนม, ร้านอาหารอร่อย, 10 อันดับอาหาร, 5 อันดับอาหาร, อาหารญี่ปุ่น, รายการอาหารญี่ปุ่น, ซูชิ, อาหารไทย, อาหารจีน, อันดับร้านอาหาร, ร้านอาหารทั่วไทย, ร้านอาหารในกรุงเทพ, อาหารเกาหลี, อันดับอาหารเกาหลี, เมนูอาหารยอดนิยม, ร้านก๋วยเตี๋ยว, ร้านข้าวขาหมู, ร้านข้าวต้มปลา, ร้านต้มเลือดหมู, ร้านราดหน้า, ร้านโจ๊ก, ร้านกระเพาะปลา, ขนมหวาน, ขนมไทย, ขนมญี่ปุ่น, อาหารแปลก, อาหารจานเดียว, อาหารหม้อไฟ, ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ

10 อันดับของไหว้สารทจีนยอดนิยม

30 อันดับอาหารจานยักษ์ทั่วประเทศญี่ปุ่น

20 เมนูกับข้าวยอดนิยมของญี่ปุ่น

100 อาหารตามทางรถไฟสายยามาโนเตะ 

30 อันดับขนมหวานเมืองคามาคูระประเทศญี่ปุ่น

50 เมนูอาหารญี่ปุ่นตามจุดแวะพักรถ

10 อันดับอาหารหม้อไฟของญี่ปุ่น

50 อาหารแปลกแต่ขายดีของญี่ปุ่น

101 เมนูซูชิ part 1-->

101 เมนูซูชิ part 2-->

101 เมนูซูชิ part 3-->

101 เมนูซูชิ part 4-->

101 เมนู อาหารญี่ปุ่น

อาหารประเทศอาเซียน

ร้านอาหารปักษ์ใต้ฉวาง

7 ขนมหวานยอดฮิตของเยอรมัน

โกยซีหมี่แฮปปี้แลนด์

อาหารไทยห่อ-ม้วน

ติ่มซำ

หมึกโอชา

อาหารลาว

อาหารเวียดนาม

ขนมไทยโบราณที่น่าจดจำ และ ขนมไทยมงคล ๙ อย่าง

เนื้อวากิวราชาแห่งเนื้อจากแดนซามูไร

ความหลากหลายของเครื่องดื่มทั่วโลก

Marble Chocolate Cheesecake

ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ

เลิศรสอาหารไทยโบราณ

อบอวลความสุขหอมกรุ่นปิ้งย่าง


ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ



นิทาน เรื่อง เพราะเหตุใดหมากับแมวจึงไม่ชอบกัน

     

ในสมัยดึกดำบรรพ์ ยังมีตากับยายคู่หนึ่งอาศัยอยู่ในกระท่อมหลังน้อยที่โกโรโกโส

ตากับยายเป็นคนยากจน แต่ก็มีจิตใจเมตตาอารีนัก ตากับยายเลี้ยงหมากับแมวไว้อย่างละตัว แม้จะยกาจนแต่แกก็แบ่งข้าวปลาอาหารของตนให้หมาและแมวกินด้วยความสงสารเสมอ

ยามจะเข้าป่าไปหาผักหาฟืน ตากับยายก็จะเอาหมากับแมวไปด้วย ซึ่งหมากับแมวก็เป็นมิตรที่ดีต่อกันตลอดมา

วันหนึ่ง ตากับยายเหลือข้าวอยู่เพียงก้อนเดียว ขณะที่กำลังจะแบ่งกันกินก็เห็นว่ามีผู้เฒ่าคนหนึ่งเดินกระย่องกระแย่งมาหยุดอยู่ที่หน้ากระท่อม

"มีใครอยู่ไหม ช่วยด้วย...ได้โปรดช่วยข้าด้วยเถิด"

ผู้เฒ่าคนนั้นมีเส้นผมขาวโพลนไปทั้งศรีษะ มีผิวพรรณเหี่ยวย่นราวกับมีอายุเกิน 100 ปีแล้ว และถือไม้เท้าอันหนึ่ง

เมื่อตากับยายลุกไปถามไถ่ดูว่าจะให้ช่วยเหลืออะไร ผู้เฒ่าแปลกหน้าก็ตอบว่า

"ท่านผู้อารี ขออาหารให้ข้ากินหน่อยเถิด ข้าไม่ได้กินอะไรมา 3 วันแล้ว"

ตากับยายหันมามองหน้ากันอย่างหนักใจ เพราะต่างก็รู้ดีว่าในครัวไม่มีอาหารใดๆ เลยนอกจากข้าวเย็นก้อนหนึ่งเท่านั้น

แต่เมื่อเห็นท่าทางหิวโซของชายผู้เฒ่าแล้ว ตากับยายจึงไปเอาข้าวก้อนนั้นกับน้ำมาให้ชายผู้เฒ่ากินประทังหิว

เมื่อผู้เฒ่ากินข้าวเย็นหมดแล้ว ก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแล้วหยิบลูกแก้วเล็กๆ ลูกหนึ่งส่งให้ตากับยายพลางว่า

"นี่คือลูกแก้ววิเศษ ถ้าตากับยายต้องการสิ่งใด ก็ให้ขอเอาจากลูกแก้วนี้ได้ตามปรารถนา"

ตากับยายได้แต่รับลูกแก้วมาชมดูอย่างงุนงง แต่พอเงยหน้าขึ้นอีกครั้งก็พบว่าชายผู้เม่านั้นอันตรธานหายไปแล้ว

หลังจากได้ลูกแก้ววิเศษจากเทวดา ตากับยายก็มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อยากกินอะไรก็ขอจากลูกแก้ววิเศษ อยากได้เสื้อผ้าใหม่ก็ขอเอาจากลูกแก้ว หมากับแมวก็พลอยมีความสุขไปด้วย ได้มีอาหารดีๆ กินวันละ 2 มื้อ ไม่ต้องกินแต่เศษข้าวเย็นหรือเผือกเผามันเผาอีกต่อไป

เศรษฐีคนหนึ่งซึ่งต้องผ่านกระท่อมของตากับยายอยู่เป็นนิจได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นแล้วก็ให้นึกสงสัยว่า ทำไมตากับยายจึงมีเสื้อผ้าใหม่ๆ ใส่ และมีเงินไปซื้อของในตลาดทุกวัน

เศรษฐีจึงให้คนรับใช้ไปลอบแอบดูที่กระท่อม ในไม่ช้าก็รู้ความจริงว่าตากับยายมีลูกแก้วสารพัดนึกลูกหนึ่ง

เศรษฐีใจชั่วคิดโลภอยากได้ลูกแก้ววิเศษ จึงให้ช่างทำลูกแก้วขึ้นลูกหนึ่งแล้วก็ไปที่กระท่อมของตากับยาย

"ฉันได้ยินว่าตากับยายมีลูกแก้วงดงามอยู่ลูกหนึ่ง ฉันใคร่จะขอชมเป็นบุญตาสักหน่อยได้ไหม"

ตากับยายพยายามจะปฏิเสธ แต่ด้วยความซื่อ เมื่อถูกเศรษฐีตื๊อมากๆ เข้า ตากับยายจึงยอมเอาลูกแก้ววิเศษนั้นมาให้เศรษฐีได้ชม

ครั้นพอตากับยายเผลอ เศรษฐีก็รีบสลับสับเปลี่ยนเอาลูกแก้ววิเศษใส่กระเป๋าตนแล้วเอาลูกแก้วปลอมคืนให้ตากับยาย

เมื่ออธิษฐานขอสิ่งต่างๆ จากลูกแก้วไม่ได้ดังเดิม ตากับยายก็คิดว่าลูกแก้วหมดความวิเศษแล้วหรืออาจมีใครมาขโมยเปลี่ยนเอาไป

ตากับยายไม่รู้จะทำประการใดจึงได้แต่เศร้าโศกกันตามลำพัง ไม่มาเล่นกับหมาแมวเช่นเคย

"สงสารตากับยายจังเลยนะ"

แมวนั่งมองสองตายายแล้วเอ่ยขึ้นอย่างเหงาๆ หมาก็ถอนใจพลางว่า

"ฉันว่าเราน่าจะออกไปสืบดูกันให้รู้แน่ดีกว่านะ"

เพียง 2-3 วันเท่านั้น หมากับแมวก็สืบเสาะดูจนรู้ว่าลูกแก้วนั้นอยู่ยนหลังตู้ในบ้านของเศรษฐีนั่นเอง

หมากับแมวจึงนัดแนะวางแผนไปชิงลูกแก้ววิเศษกลับคืนมา

คืนนั้นแมวให้หมาคอบเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ที่หน้าบ้าน ส่วนแมวก็ย่องเข้าไปในบ้านเศรษฐีเพราะแมวมีฝีเท้าเบากว่าหมา

เมื่อแมวย่องเข้าไปในบ้านเศรษฐีได้ก็ตะครุบจับตัวหัวหน้าของหนูไว้ได้

"ไปเอาลูกแก้วมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นข้าจะงับคอเจ้าให้ตายเดี๋ยวนี้เลย"

เมื่อถูกขู่เช่นนั้นหนูก็รีบกระโดดขึ้นไปบนตู้แล้วคาบเอาลูกแก้วมาให้แมวอย่างรวดเร็วทันใจ

ครั้นเมื่อได้ลูกแก้วแล้วแมวก็ให้หมาคาบลูกแก้วเอาไว้ในปาก

แต่ทว่าระหว่างที่ทั้งสองกำลังว่ายน้ำข้ามฝั่งกลับบ้านนั่นเอง หมาก็เห็นอุจจาระลอยน้ำผ่านมา

หมานึกอยากกินนักจึงเผลอเลียปาก ฉับพลันนั้นเองลูกแก้ววิเศษจึงร่วงจากปากตกลงไปในน้ำทันที

"เพราะความตะกละของแกแท้ๆ ทีเดียว เจ้าหมาเอ๋ย!" แมวบ่นอย่างไม่พอใจเมื่อถึงริมฝั่งแล้ว

แล้วแมวก็ชวนหมาให้เอาตัวจุ่มลงไปในน้ำแล้วก็สลัดขนให้น้ำแห้ง

"นี่ท่านทั้งสอง ถ้าทำเช่นนี้ต่อไปน้ำก็หมดคลองแน่ แล้วฉันจะอยู่อย่างไรกันล่ะ"

ปลาตัวหนึ่งเอ่ยทักขึ้นอย่างหวาดหวั่น แมวได้โอกาสจึงขอให้ปลาช่วยว่ายหาลูกแก้วให้ตนด้วย แต่แล้วปลาก็ว่ายมาบอกว่าพบแต่ปลาตัวหนึ่งจมน้ำอยู่ก้นคลอง ถามอะไรก็ไม่พูดไม่บอก

แมวจึงจับปลาตัวนั้นมาตบหน้า 2-3 ที ปลาตัวนั้นก็อ้าปากแล้วคายลูกแก้วออกมา (นี่เป็นเหตุที่มาของชื่อ "ปลาแก้มช้ำ" นั่นเอง)

เมื่อได้ลูกแก้วแล้วแมวจึงเป็นฝ่ายคาบไปให้ตากับยาย เพราะกลัวว่าหมาจะทำตกหายไปอีก

ตากับยายดีอกดีใจนักที่แมวนำเอาลูกแก้วกลับคืนมาได้ ตากับยายจึงเลี้ยงดูแมวเป็นอย่างดีและเอาอกเอาใจใกล้ชิดแมวเป็นพิเศษ

แมวได้นอนบนบ้าน ได้กินข้าวคลุกหัวปลาทูทุกวัน ขณะที่หมาได้อยู่ใต้ถุนบ้านและได้กินอาหารที่เหลือจากตา ยาย และแมว

นับจากนั้นเป็นต้นมา หมาจึงไม่ชอบหน้าแมวอย่างมาก หากแมวเดินผ่านมาให้เห็นเมื่อใด หมาเป็นต้องกระโจนเข้าไล่เห่าไล่กัดอย่างแค้นเคืองทุกครั้งไป

รัสเซียยังกุมความได้เปรียบ

     

นักวิเคราะห์มองว่าการเคลื่อนไหวของสหภาพยุโรป หรืออียู ในการลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีกับยูเครน, มอลโดวา และจอร์เจีย อดีต 3 ประเทศในสหภาพโซเวียต ถือเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย แต่เกมชักเย่อของรัสเซีย เหนือเขตอิทธิพลของอดีตสหภาพโซเวียต คงยังไม่จบในเร็ววันนี้ ข้อตกลงความร่วมมือทางการเมืองและเศรษฐกิจดังกล่าว ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ทางการค้าของรัสเซียและอียูได้รับผลกระทบ ในขณะเดียวกัน รัสเซียจะใช้ทุกโอกาสที่มีเพื่อขัดขวางการเข้าร่วมอียูของทั้ง 3 ประเทศ มาเรีย ลิปแมน ศูนย์คาร์เนกี มอสโก กล่าวว่า รัสเซียมีทางเลือกมากมายในการใช้ทั้งพระเดชและพระคุณกับ 3 ชาตินี้

รัสเซียแย้งว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นภัยคุกคามต่อบรรดาผู้ผลิตสินค้าภายในประเทศ เนื่องจาจะเปิดโอกาสให้ยูเครนนำเข้าสินค้าของยุโรปได้อีกครั้ง โดยผ่านช่องทางศุลกากรที่ไม่มีความเข้มงวดกวดขันของพวกเขา ทำเนียบเครมลินเสียเวลาทั้งวันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ไปกับการเตือนว่า รัสเซียอาจมีมาตรการทางกรค้าเพื่อตอบโต้

ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกของประธานาธิบดีปูติน แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์ว่า มีความเป็นไปได้ที่เราต้องใช้มาตรการต่างๆ เพื่อปกป้องเศรษฐกิจของเรา ขณะที่ วาซิลี เนเบนซ์ยา รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศของหมีขาวกล่าวว่า รัสเซียอาจเพิ่มอัตราการจัดเก็บภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าจากยูเครน นั่นจะส่งผลเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อยูเครนเอง ซึ่งส่งออกสินค้าประมาณ 1 ใน 4 ไปยังรัสเซีย ซึ่งรวมทั้งจากอุตสาหกรรมสำคัญในภาคตะวันออกของประเทศด้วย

ข้อตกลงการค้าเสรีกับอียูฉบับนี้นี่แหละที่เป็นหัวใจของวิกฤตในยูเครนตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งนายวิคเตอร์ ยานูโควิช ประธานาธิบดียูเครนในขณะนั้น ถอนตัวจากการลงนามในนาทีสุดท้าย และบินไปยังรัสเซียเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับเครมลินแทน ซึ่งแน่นอนว่ารัสเซียชื่นชมการตัดสินใจดังกล่าว ทำให้รัสเซียหว่านผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมให้ยูเครน และแสดงความยินดีที่ยูเครนเข้าร่วมสหภาพศุลกากร ซึ่งในที่สุดแล้วจะพัฒนาเป็นสหภาพยูเรเซียของสาธารณรัฐในอดีตสหภาพโซเวียต ที่ออกแบบมาเป็นคู่แข่งของสหภาพยุโรป

แต่ขั้นตอนเหล่านี้กลับจุดชนวนให้เกิดการปฏิวัติในยูเครน และรัฐบาลชุดใหม่ในกรุงเคียฟ ก็ทำลายความหวังสหภาพยูเรเซียของปูตินพังย่อยยับ เลยทำให้เขาใช้โอกาสดังกล่าวเข้าควบคุมคาบสมุทรไครเมีย ขณะที่คะแนนนิยมของเขาในรัสเซียก็พุ่งพรวดตามไปด้วย

คอนสแตนติน โคซาเชฟ จากสถาบันวิชาการ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญทางการเมือง คาดการณ์ว่า การเปลี่ยนแปลงกรณีการลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีนั้น ปฏิกิริยาในรัสเซีย จะไม่มีทางเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์แน่ แต่รัสเซียยังคงรักษาอิทธิพลที่มากล้นในมอลโดวา, จอร์เจีย และยูเครนได้อยู่ เนื่องจากทั้ง 3 ประเทศยังต้องพึ่งพาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับรัสเซีย และยังมีหลายภูมิภาคที่สนับสนุนรัสเซียใน 3 ประเทศนี้ ต้องการแยกตัวออกจากประเทศของพวกเขา

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ปูตินสั่งให้สภาตรายางของเขา ยกเลิกมติให้อำนาจเขาแทรกแซงทางทหารในยูเครน แต่ก็อาจกลับมาขอคืนอำนาจนี้อย่างรวดเร็วอีกครั้ง และเขาแสดงท่าทีชัดเจนว่า รัสเซียสงวนสิทธิในการป้องกันประชาชนที่พูดรัสเซียทั่วอดีตสหภาพโซเวียต

ยุทธศาสตร์ของรัสเซียขณะนี้จะเป็นการแสดงให้อียูเห็นว่า ยูเครนเป็นประเทศที่อ่อนแอประเทศหนึ่ง ซึ่งควบคุมดินแดนของตัวเองไม่ได้ เพื่อดิสเครดิตยูเครน ที่จะเป้นหุ้นส่วนของชาติตะวันตก นอกจากนี้รัสเซียจะยังคงมีแหล่งก๊าซสำรอง เพื่อรักษาอิทธิพลเหนือยุโรป ต่อรองไม่ให้ยูเครน จอร์เจีย หรือมอลโดวา เข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโต

และที่สำคัญ ทั้ง 3 ประเทศนี้ ต้องเข้าใจว่า ในกรณีที่เกิดความขัดแย้งขึ้น ชาติตะวันตกจะไม่สามารถปกป้องพวกเขาได้อย่างแท้จริง

ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ คอลัมน์ สังคมโลก 

นิทาน เรื่อง เพราะเหตุใดนกกะปูดจึงตาแดง

     

ในสมัยดึกดำบรรพ์ นกกะปูดยังมีนัยน์ตาใสแจ๋ว มิได้มีนัยน์ตาสีแดงเหมือนดังเช่นปัจจุบันนี้

ในสมัยก่อนนั้นนกกะปูดมีหน้าที่เป็นเสมือนนกผู้เตือนภัย ยามเมื่อน้ำขึ้น เจ้ายกกะปูดก็จะส่งเสียงร้องดัง "ปูด ปูด ปูด ปูด" เป็นสัญญาณเตือนให้นกและสัตว์เล็กๆ นานาชนิดได้รีบหนีน้ำขึ้นทันท่วงที มิต้องมีอันตรายใดๆ

บรรดานกตัวน้อยๆ และสัตว์ตัวเล็กๆ ต่างก็รอดจากการจมน้ำตายได้เพราะเสียงร้องเตือนจากเจ้านกกะปูดมาเป็นเวลาช้านาน

และด้วยความที่เจ้านกกะปูดได้ทำหน้าที่ของมันอย่างขยันขันแข็งมิเคยบกพร่องแม้สักครั้ง

บรรดาสัตว์ต่างๆ จึงพากันรักใคร่เจ้านกกะปูดตาใสผู้คอยเป่าแตรเตือนภัยให้พวกตนเป็นยิ่งนัก

เพื่อนเกลอทั้งหลายต่างก็มีน้ำจิตน้ำใจใคร่จะตอบแทนความดีของเจ้านกกะปูด จึงพากันหารือว่าควรจะมอบสิ่งใดให้เป็นของขวัญของรางวัลแก่มันดีหนอ
"เลี้ยงอาหารดีๆ ให้เจ้าปูดสักมื้อหนึ่งดีไหม" ตัวหนึ่งเอ่ยขึ้น
"เจ้าปูดมันไม่ใช่นกที่เห็นแก่กินนะ" นกผู้เฒ่ากล่าวอย่างสุขุม "อาหารดีๆ น่ะกินหมดแล้วก็หมดไป ควรจะหาของที่มีค่า และนำความสุขใจมาให้เจ้าปูดได้ด้วยถึงจะดี"

เมื่อปรึกษาหารือกันเนิ่นนานถึงครึ่งค่อนวัน ในที่สุดก็สรุปได้ว่าควรจะหาภรรยาให้นกกะปูดซึ่งยังเป็นโสดอยู่ในขณะนั้น

แต่การจะหาคู่ให้ผู้ใด สิ่งที่ต้องการก็คือการถามไถ่ถึงความสมัครใจของผู้รับด้วยว่าจะต้องการนกสาวชนิดใดมาเป็นคู่ เพราะถ้าจู่ๆ หานกสาวไปยกให้เป็นเมีย หากเจ้านกกะปูดเกิดไม่ถูกตาต้องใจขึ้นมาก็จะเป็นการคลุมถุงชนไปเสียได้

ดังนั้นนกหัวขวานผู้เฒ่าจึงรับหน้าที่ไปเจรจาถามไถ่นกกะปูดอย่างตรงไปตรงมาในเช้าวันหนึ่ง
"เจ้าปูดเอ๋ย เจ้าน่ะไปแอบรักใครชอบใครไว้บ้างหรือเปล่า ถ้ายังไม่มีที่หมายตาไว้ พวกเราก็จะได้หาเมียให้ แต่ถ้ามีเมียงมองไว้แล้ว พวกเราก็จะช่วยเป็นธุระไปสู่ขอให้"

นกกะปูดตาใสได้ฟังความแล้วก็ขวยเขินสะเทิ้นอายเป็นยิ่งนัก มันขยับปีกบินไปบินมารอบๆ ต้นไม้จนหายเขินแล้วจึงยอมสารภาพว่า
"คุณลุงหัวขวานครับ อันที่จริงผมก็มีที่เมียงๆ มองๆ หมายปองไว้ในใจแล้วเหมือนกันครับ
"ใครล่ะ เจ้าชอบนางนกขุนทองที่ทั้งพูดทั้งคุย หรือว่าชอบนางนกกางเขนไพรหางงาม"
นกกะปูดส่ายหน้าแล้วอ้อมแอ้มตอบว่า
"ผมหลงรักพระธิดาของพระอิศวรขอรับคุณลุง"

ได้ฟังคำตอบแล้ว นกผู้เฒ่าถึงกับตะลึง เพราะคาดไม่ถึงว่าเจ้านกกะปูดจะใฝ่สูงอยากได้ลูกสาวพระอิศวรมาเป็นเมีย

แต่ถึงอย่างไรนกผู้เฒ่าก็รับอาสาขึ้นไปเฝ้าพระอิศวร กราบทูลไปตามความจริงทุกประการ

ฝ่ายพระอิศวรนั้นทรงเป็นเทพผู้มีพระทัยกว้างขวางอยู่แล้วพระองค์จึงตรัสว่า
"ถึงเป็นนกกะปูดข้าก็ไม่รังเกียจหรอกนะ ขอเพียงแต่ถ้าทำตัวดีมีมารยาท รู้จักกาลเทศะ และขยันขันแข็ง ข้าก็ยอมรับให้มาเป็นลูกเขยได้ เอาล่ะนกหัวขวาน เจ้าจงไปพาเจ้านกกะปูดตัวนั้นมาให้ข้าดูหน้าดูตัวสักหน่อยเถิด

เมื่อพระอิศวรมีพระกระแสรับสั่งดังนั้น นกผู้เฒ่าก็รีบไปพาตัวเจ้านกกะปูดขึ้นไปเฝ้าพระอิศวรในวันต่อมา
"เจ้าปูดเอ๋ย ในเมื่อริอ่านจะเป็นเขยพระอิศวรก็ต้องรู้จักทำตัวให้ดีๆ นะ ต้องรู้จักรักษากิริยามารยาทให้สงบเสงี่ยมเรียบร้อยให้พระอิศวรท่านเมตตา ท่านจะได้ยกลูกสาวให้"

นกผู้เฒ่าอบรมสั่งสอนนกกะปูดอย่างเป็นห่วงเป็นใย นกกะปูดก็รับคำอย่างดี

ครั้นเมื่อได้เข้าเฝ้าพรอิศวรแล้ว เจ้านกกะปูดก็พยายามระวังกิริยามารยาทอย่างดี มิให้มีสิ่งใดผิดกาลเทศะเบื้องหน้ามหาเทพผู้เป็นใหญ่

เมื่อพระอิศวรมีรับสั่งถามไถ่ข้อใดก็กราบทูลตอบไปอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวนัก จนพระอิศวรทรงเมตตามิใช่น้อย

แต่แล้วในเวลานั้นเอง น้ำในแม่น้ำก็เริ่มขึ้นทีละนิดทีละน้อย นกกะปูดก็อยากจะส่งเสียงร้อง "ปูด ปูด ปูด ปูด" ตามสัญชาตญาณของมัน

แต่ทว่าในเวลาเช่นนี้มันรู้ดีว่ามิอาจส่งเสียงดังให้ผิดกาลเทศะได้ เจ้านกกะปูดจึงต้องฝืนธรรมชาติ พยายามอดกลั้นไว้มิให้ปากอ้าแล้วส่งเสียงร้องดังออกมา ยิ่งพยายามฝืนกลั้นไว้ นัยน์ตาก็ยิ่งแดงขึ้นเรื่อยๆ

ขณะนั้นพระอิศวรทรงตรัสถามเป็นเชิงชวนสนทนาปราศรัย แต่ทว่าเจ้านกกะปูดก็ต้องอดกลั้นไว้จนตาแดงก่ำ พื่อมิให้ตนเองส่งเสียงออกมาในเวลานั้น

แล้วในที่สุดเจ้านกกะปูดก็มิอาจทนฝืนธรรมชาติของตนได้อีกต่อไป มันอ้าปากส่งเสียงร้อง "ปูด ปูด ปูด ปูด" อย่างยากที่จะหยุดยั้งได้ เสียงร้องของมันก้องกังวานไปทั่วบริเวณนั้น

นกหัวขวานผู้เฒ่าถึงกับหน้าเสียที่เจ้านกกะปูดไม่รู้จักสำรวมเบื้องหน้าพระพักตร์จนเสียพิธีเช่นนั้น

ฝ่ายพระอิศวรนั้นมิทรงถือสาหาโทษแก่เจ้านกกะปูด พระองค์ทรงพระสรวลอย่างขบขันที่เห็นเจ้านกกะปูดอดกลั้นจนตาแดงก่ำ จึงทรงโบกพระหัตถ์ให้นกทั้งสองกลับไปได้

นับจากบัดนั้นเป็นต้นมา นกกะปูดจึงมีนัยน์ตาแดงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาจนทุกวันนี้

ช็อกไอ้หื่นเปิดปากรับโยนเหยื่อตกรถไฟยังไม่สิ้นลม!

     

พี่สาวน้องแก้มหักหน้าตำรวจยับ คสช.รับไม้บี้ประภัสร์พ้นรฟท.
กระแสโซเชียลมีเดียระอุ! จี้ คสช. ไล่ "ประภัสร์" พ้น รฟท. รับผิดชอบเหตุสะเทือนขวัญฆ่าข่มขืน "น้องแก้ม" บนรถไฟ พร้อมเรียกร้องให้สั่งประหารชีวิต "ไอ้เกม" ขณะที่เจ้าตัวยืนยันไม่ลาออก แต่หากบอร์ดมีมติปลดก็พร้อมยอมรับ เผยเตรียมเอาผิดผู้บริหารที่ช่วย "วันชัย" เข้าทำงาน และสั่งสืบเหตุข่มขืนบนรถไฟ 2 รายเมื่อปี 44 เปิดจดหมายสาวปริญญาโท เหยื่อข่มขืน 13 ปีก่อน ระบุเจ็บช้ำทั้งกายใจอย่างแสนสาหัส แถมถูกบีบออกจากงานและไม่ได้เงินเยียวยา ด้านตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาทำแผนฯ อำมหิตโยนร่าง "น้องแก้ม" ออกจากรถไฟทั้งที่ยังมีลมหายใจ ด้านเรือนจำประจวบฯ ล้างคุกรอรับน้องใหม่ หวั่นถูกเพื่อนนักโทษจัดหนัก "บุ๋ม ปนัดดา" ผุดนครศรีธรรมราชโมเดล รณรงค์ข่มขืนเท่ากับประหาร

จากเหตุสะเทือนขวัญกรณีน้องแก้ม วัย 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนสตรีนนทบุรี หายตัวลึกลับขณะโดยสารมากับรถไฟตู้นอนขบวนรถเร็วที่ 174 นครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ(ขาขึ้น) เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา หลังกลับจากไปเยี่ยมญาติที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมพี่สาว น้องสาวคนเล็ก และเพื่อนพี่สาว เบื้องต้นตำรวจพุ่งเป้าไปที่พนักงานประจำรถ 4 นาย ว่าอาจเกี่ยวข้องในการหายตัวไปของน้องแก้ม จึงนำตัวมาสอบปากคำ กระทั่งนายวันชัย แสงขาว อายุ 22 ปี พนักงานปูเตียงรถนอน การรถไฟแห่งประเทศไทย รับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าข่มขืนน้องแก้ม แล้วโยนร่างเหยื่อลงข้างทางในพื้นที่ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังค้นหาศพน้องแก้มจนเจอตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ตำรวจคุมตัว"ไอ้เกม" ทำแผนฯ
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 06:30 น. วันที่ 9 ก.ค. ที่สถานีรถไฟวังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์  พ.ต.อ.วันชัย ธารธรรม ผกก.สภ.ปราณบุรี และ พ.ต.ท.เจริญ ชลประเสริฐ พนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี ได้นำตัว นายวันชัย หรือเกม แสงขาว ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางกำลังตำรวจหลายสิบนายคุ้มกันอย่างหนาแน่น หลังจากก่อนหน้านี้ตำรวจไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพได้ เนื่องจากมีญาติผู้ตายและประชาชนจำนวนมากจะเข้ารุมประชาทัณฑ์

วางแผนปิดไฟในตู้นอน
โดยวันนี้ตำรวจได้นำโบกี้รถไฟตู้นอนที่ 2 เลขข้างตู้ บนท.1026 ที่น้องแก้มโดยสารมาในคืนวันเกิดเหตุ มาจอดพักไว้ที่ชานชาลา จากนั้นนำตัวนายวันชัยที่อยู่ในสภาพอิดโรยขึ้นมาทำแผนฯ โดยนายวันชัยให้การอย่างไม่สะทกสะท้านว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้เสพยาบ้ารวม  3 เม็ด พร้อมนั่งดื่มเบียร์กับเพื่อนพนักงานด้วยกันจนเมา และเกิดอารมณ์ทางเพศขึ้น และก่อนหน้านั้นเห็นน้องแก้มที่มากับญาติตั๋วนอนขึ้นรถไฟจาก จ.สุราษฎร์ธานี  จึงวางแผนปิดไฟในตู้นอน

บีบคอ-ต่อยสลบแล้วข่มขืน
เมื่อรถไฟเข้าเขต จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผู้โดยสารหลับสนิททั้งตู้นอน จึงย่องมาที่เตียงนอนหมายเลข 28 ที่น้องแก้มนอนหลับสนิทอยู่คนเดียว ก่อนมุดผ้าห่มขึ้นไปคร่อมร่าง เอามือข้างหนึ่งบีบคอแน่น แล้วใช้กำปั้นต่อยท้องจนน้องแก้มสลบ จากนั้นก็เปิดหน้าต่างรถไฟออกเพื่อกลบเสียงดังแล้วถอดเสื้อผ้าเหยื่อลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง ก่อนจะหันไปรื้อค้นสิ่งของที่อยู่ภายในกระเป๋าสะพายสีชมพูของน้องแก้มที่วางอยู่ที่ปลายเท้า เพื่อหยิบเอาไอแพดและโทรศัพท์มือถือไอโฟน 5 เอสติดมือไป

โยนรถไฟทั้งยังมีลมหายใจ
แต่จังหวะเดียวกันนั้นน้องแก้มเริ่มรู้สึกตัว ตนกลัวเหยื่อส่งเสียงร้องให้คนอื่นได้ยิน จึงเอามือสองข้างบีบคอจนแน่นิ่งไปอีกครั้ง และเกิดอารมณ์ทางเพศขึ้นมาอีก จึงลงมือข่มขืนซ้ำรอบสอง หลังเสร็จเกิดกลัวความผิดขึ้นมา จึงจับน้องแก้มเอาศรีษะพาดกับขอบหน้าต่างรถไฟ แล้วผลักร่างกระเด็นตกออกไป ทั้งๆ ที่น้องแก้มยังมีลมหายใจอยู่ แล้วจึงโยนสิ่งของ ทั้งเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอนที่เปื้อนเลือด ทิ้งออกนอกหน้าต่างตามไปด้วยเพื่ออำพรางคดี แต่ตอนนั้นตนจำไม่ได้ว่าถึงบริเวณไหน เพราะมันมืดมากแล้วจึงแต่งตัวทำทีเป็นไม่รู้เรื่อง กลับไปนั่งที่ตู้ตนเองจนรถไฟถึงกรุงเทพ แล้วนำโทรศัพท์ของน้องแก้มไปขายที่ห้างเอดิสัน กระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว

อยากขอขมาแต่กลัวถูกตื้บ
นายวันชัย แสงขาวยังรับสารภาพอีกว่า ถึงนาทีนี้แล้วรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่ตนทำไป อยากขอขมาแม่และญาติของน้องแก้ม แต่ก็กลัวจะถูกทำร้าย จึงอยากฝากเตือนทุกคนว่า อย่าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะจะทำให้ขาดสติ ทำผิดพลาดอย่างตนเอง
ภายหลังเจ้าหน้าที่ใช้เวลาทำแผนราว 45 นาที จึงเสร็จสิ้นด้วยเหตุการณ์ปกติ ไร้เงาญาติของผู้ตายและชาวบ้านแต่อย่างใด ก่อนนำตัวผู้ต้องหาไปสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อส่งฟ้องศาลตัดสินคดี

เร่งสรุปสำนวนส่งฟ้องใน 7 วัน
ด้าน พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์   กล่าวว่า คดีนี้ผู้ต้องหายอมรับสารภาพแล้วและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.เอก อังสะนานันท์ รอง ผบ.ตร. ให้เร่งสรุปสำนวนคดีและส่งฟ้องศาลภายใน 7 วัน โดยจะนำตัวผู้ต้องหาฝากขังที่ศาลจังหวัดหัวหินในวันพรุ่งนี้ (10 ก.ค.) เนื่องจากควบคุมตัวครบ 48 ชั่วโมงแล้ว เพื่อให้สาลตัดสินว่าผู้ที่กระทำผิดควรจะต้องรับโทษอย่างไร ซึ่งโทษสูงสุดของคดีนี้คือประหารชีวิต สำหรับความกังวลใจของครอบครัวน้องแก้มที่เชื่อว่าผู้ที่ก่อเหตุไม่ใช่นายวันชัยเพียงลำพัง แต่อาจจะมีผู้ต้องก่อเหตุอีก 3 รายนั้น ในขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่ชี้ไปยังบุคคลอื่น

มอบแท็บเล็ตน้องแก้มให้ตำรวจ
ต่อมาเมื่อเวลา 15:00 น. พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. ในฐานะหัวหน้าชุดทีมสืบสอบคลี่คลายคดีการหายตัวไปของเด็กหญิงกชกร หรือน้องแก้ม ได้เดินทางมาที่ บก.รฟ. เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี โดยกล่าวว่า ในชั้นนี้อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อมัดตัวคนผิด ต่อให้ผู้ต้องหาปฏิเสธในชั้นศาล ศาลก็ต้องเเชื่อมั่น 100% ว่าจากหลักฐานที่ตำรวจมีจะระบุได้ว่าเขาเป็นผู้กระทำความผิด โดยมีการดึว พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.กก.ดส. มาร่วมทำงาน เนื่องจากเป็นหน้างานที่รับผิดชอบอยู่แล้ว รวมถึงพ.ต.อ.คึกฤทธิ์ พิทักษ์จำนงค์ ผกก.กองอุทธรณ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของผู้ตาย ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนนายร้อยตำรวจของ พ.ต.อ.นภันต์วุฒิอีกด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ทางเพื่อนของนายวันชัยได้เดินทางมาพบ ร.ต.ท.ยุทธภัณฑ์ คำแก้ว พนักงานสอบสวน สน.นพวงศ์ เพื่อนำแท็บเล็ตมามอบให้ โดยแท็บเล็ตดังกล่าวเป็นของน้องแก้มที่หายไปในวันเกิดเหตุ และเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ทางพนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี ได้เดินทางมารับแท็บเล็ตเพื่อส่งพิสูจน์หาความเชื่อมโยงของคดีต่อไป

เผยสืบจับจากมือถือเหยื่อ
ส่วนที่กองกำลังตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. เปิดเผยถึงแนวทางการติดตามจับกุมนายวันชัย แสงขาว ผู้ต้องหาฆ่าข่มขืนน้องแก้มว่า หลังจากญาติมาแจ้งความก็เริ่มซักถามถึงรายละเอียดในการเดินทาง รวมทั้งทรัพย์สินของน้องว่ามีอะไรบ้าง เมื่อทราบว่าโทรศัพท์ไอโฟน 5 เอสของผู้ตายหายไป จึงทำการตรวจสอบทางเทคนิคจนพบว่าไปอยู่ที่ร้านโทรศัพท์แห่งหนึ่งย่านศรีย่าน จึงเชิญตัวเจ้าของร้านมาสอบสวน ทราบว่านายวันชัยเป็นผู้นำโทรศัพท์มือถือของน้องแก้มมาขายให้ในราคา 1,800 บาท จึงให้ พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ นำตัวผู้ต้องหามาสอบสวน โดยเบื้องต้นนายวันชัยอ้างว่าเก็บโทรศัพท์ได้บนรถไฟ จึงนำไปขายและไม่รู้เรื่องที่น้องแก้มหายตัวไปบนรถไฟ ต้องใช้เวลาในการสอบเค้นระยะหนึ่ง พร้อมนำหลักฐานมาเปิดเผย นายวันชัยจึงยอมสารภาพ

ดส.ตรวจค้นบ้านผู้ต้องหา
เมื่อเวลา 11:00 น. พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.กก.ดส. พร้อมด้วย พ.ต.ท.สาโรจน์ จอกโคกสูง สว.งานสืบสวนตรวจตรา กก.ดส. พ.ต.ต.ยศนันท์ ฤกษนันทน์ สว.งานกิจกรรมเด็กเยาวชน กก.ดส. และเจ้าหน้าที่กองกำกับการเด็กและสตรี สนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักนายวันชัย แสงขาว ภายในซอยสามเสน 28 แยกองครักษ์ 15 เลขที่ 491 แขวงนครชัยศรี เขตดุสิต กทม. ซึ่งเป็นบ้านพักคนงานมีจำนวน 4 ห้องพัก เนื้อที่ประมาณ 100 ตารางวา ผลปรากฏพบของกลางเป็นอุปกรณ์เสพยาบ้า ไอซ์ กัญชา โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง โทรศัพท์ไอโฟน รุ่น 4 เอส 1 เครื่อง สายชาร์จโทรศัพท์ยี่ห้อไอโฟน 2 อันและเสื้อผ้ารองเท้าของนายเกม เจ้าหน้าที่จึงเก็บไปตรวจสอบ

น้องไม่เชื่อพี่ลงมือคนเดียว
สอบสวนนายเอก (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี น้องชายนายเกมให้การว่า นายเกมเป็นคนเก็บกด มีโลกส่วนตัวสูง ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว เนื่องจากมักจะถูกพ่อแม่ต่อว่าเป็นประจำเพราะนายเกมไม่ค่อยทำงาน เวลาทะเลาะกับแฟนสาวก็จะลงมือทำร้ายร่างกายอยู่บ่อยครั้ง จนเบื่อที่จะเข้าไปห้ามปราม ทั้งนี้คาดว่าสาเหตุที่พี่ชายก่อคดีนี้ขึ้น น่าจะเกิดจากอารมณ์เก็บกดเรื่องราวต่างๆ มาเยอะ อย่างไรก็ตามตนไม่เชื่อว่าพี่ชายเป็นคนลงมือทำเพียงคนเดียว

หวั่นถูกเพื่อนนักโทษจัดหนัก
นายสุทิน ชิตชอบ ผู้บัญชาการเรือนจำ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง ให้เตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยนายวันชัย หลังจากพนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี นำตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดเพื่อพิจารณาในการฝากขัง ซึ่งคาดว่าจะนำตัวมาคุมขังที่เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในวันที่ 10 ก.ค.นี้ ล่าสุดได้ประชุมเพื่อวางแผนในการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยมีการกั้นแนวเขตเพื่อให้นายวันชัยขังรวมกับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นผู้สูงอายุและผู้ต้องขังที่มีอัตราโทษน้อย พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้มีการรุมทำร้ายอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ยอมรับว่าหนักใจกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากในเรือนจำมีนักโทษ 2,200 คน แต่มีกำลังเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอในการปฏิบัติงาน

"ขณะนี้กระแสภายในเรือนจำผู้ต้องขังจำนวนมากให้ความสนใจและรอผู้ต้องหาคดีนี้เข้ามาคุมขังเพื่อรับน้องใหม่ เนื่องจากถูกตั้งข้อหาข่มขืนและฆ่าเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ ซึ่งอาจจะทำให้ระบบการรักษาความปลอดภัยมีปัญหาเกิดขึ้นได้ หากมีการลุกฮือของผู้ต้องขังจำนวนมากเพื่อรุมทำร้าย" นายสุทิน กล่าว

ไร้เงาญาติเยี่ยม"ไอ้โหด
ส่วน พ.ต.อ.ปรีชา กลัดสวัสดิ์ รอง ผบก.ภว.จว.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีนี้ โดยมีคำสั่งแต่งตั้งพนักงานสอบสวน จำนวน 13 นาย เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในคดีฆ่าข่มขืนกระทำชำเรา อำพรางซ่อนเร้นศพ และคดียาเสพติด ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสำนวนได้ เนื่องจากต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์จากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน สำหรับการสอบสวนและการนำตัวไปทำแผนได้ มีทนายอาสาของผู้ต้องหาเข้าร่วม เนื่องจากเป็นคดีใหญ่ที่มีอัตราโทษสูงถึงประหารชีวิต สำหรับผู้ต้องหารายนี้ยังไม่มีญาติเดินทางมาเยี่ยม หลังจากนำตัวมาคุมขังที่ สภ.ปราณบุรี โดยจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลอย่างใกล้ชิด และผู้ต้องหาไม่มีอาการเครียด

จี้คสช.ไล่"ประภัสร์"พ้นรฟท.
ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่จะมีการรวมตัวของกลุ่มโซเชียลมีเดีย เพื่อเรียกร้องให้มีการประหารชีวิตคนร้ายที่ทำร้ายน้องแก้มจนเสียชีวิตว่า ต้องดูลักษณะการรวมตัว เพราะการรวมตัวในระยะนี้อยู่ในช่วงการประกาศกฎอัยการศึก ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมทางการเมือง หรือการรวมตัวใดๆ ก็ตามอาจขัดต่อกฎอัยการศึก แต่ทั้งนี้จะพิจารณาความเหมาะสม ตนอยากเสนอให้กลุ่มดังกล่าวส่งตัวแทนมายื่นหนังสือให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. ซึ่งถือว่าเป็นช่องทางที่เหมาะสมที่สุดในขณะนี้ ส่วนกรณีที่มีการเรียกร้องให้ นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ลาออกจากตำแหน่งนั้น คสช.ทราบว่าคดีดังกล่าวอยู่ในความสนใจของประชาชน และส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง แต่ทั้งนี้ต้องไปพิจารณากันในรายละเอียดกันอีกครั้ง

สภาทนายฯช่วยฟ้องแพ่ง
นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ในทางแพ่งถือว่าเป็นคดีคุ้มครองผู้บริโภค  เพราะผู้เสียหายได้รับความเสีบหายอันเนื่องมาจากการให้บริการขนส่งสาธารณะ เมื่อเกิดเหตุภยันตรายขึ้นบนรถไฟ ดังนั้นการรถไฟฯต้องรับผิด โดยทางสภาทนายความจะรับเป็นทนายความช่วยเหลือทางคดีความให้ไม่มีค่าใช้จ่าย จะฟ้องศาลแพ่งเรียกค่าเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ค่าปลงสพ ค่าขาดไร้อุปการะ และค่าเสียหายทางจิตใจพร้อมดอกเบี้ยตั้งแต่วันเกิดเหตุจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ

แนะนำทำประชามติแก้กม.
นอกจากนี้นายกสภาทนายความ เปิดเผยถึงกรณีกระแสทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก เรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายความผิดข่มขืนเท่ากับประหารชีวิตว่า การแก้กฎหมายให้ผู้กระทำความผิดข่มชืนได้รับโทษประหารชีวิตอย่างเดียว ก็ต้องพิจารณาว่าสังคมต้องการแบบนี้จริงหรือไม่ หากเห็นว่าบทลงโทษผู้กระทำความผิดข้อหาช่มชืนปัจจุบันมีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปียังไม่เพียงพอ ก็ต้องจัดทำประชามติขอความเห็นสังคม ทั้งนี้ ตนเห็นว่าการลงโทษต้องให้เหมาะสมกับพฤติการณ์ความผิด กรณีถูกข่มขืนเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงมาก แต่ต้องถามว่าสมควรเอาชีวิตผู้กระทำความผิดหรือไม่ ถ้าต้องการเอาชีวิตก็สามารถแก้กฎหมายได้ แต่สังคมจะเอาด้วยหรือไม่ ตนเห็นว่าเราควรจะมีสติและพยายามทำคดีให้ดีที่สุด เมื่อจำเลยจำนนต่อหลักฐานศาลก็จะลงโทษเต็มที่ ซึ่งกฎหมายของเราก็เหมาะสมและได้มาตรฐานโลก แต่กระบวนการรับโทษต้องรวดเร็ว โปร่งใส และรัดกุม

ชี้แก้โทษปัญหาอาจรุนแรงขึ้น
นายเดชอุดม กล่าวอีกว่า หากมองอีกมุมหนึ่งการแก้โทษให้มีเพียงประหารชีวิตอย่างเดียว อาจเป็นการเพิ่มความรุนแรงขึ้นก็ได้ คนร้ายที่ข่มขืนอาจตัดสินใจฆ่าเหยื่อและทำลายหลักฐาน ทำให้ไม่มีพยานหลักฐานสำคัญในคดี เหมือนกับการเพิ่มโทษประหารชีวิตแก่ผู้ค้ายา เพื่อป้องกันและลดการจำหน่ายยาเสพติด จะเห็นว่าจากเดิมจับผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาเสพติดที่จำหน่ายได้เพียง 100 เม็ด แต่ปัจจุบันผู้ค้ายามียาเสพติดไว้จำหน่ายเป็นล้านเม็ด เพราะมีโทษประหารเท่ากัน ดังนั้นการเพิ่มโทษต้องคิดถึงผลย้อนกลับด้วย

กม.เดิมฆ่าข่มขืน-ประหาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวกับความผิดทางเพศ มาตรา 276 ระบุว่า ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้นั้นไม่สามารถขัดขืนได้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 8,000-40,000 บาท โดยที่มาตรา 277 ระบุว่า ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งไม่ใช่ภรรยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 8,000-40,000 บาท และถ้าเป็นการกระทำความผิดต่อเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 7-20 ปี และปรับตั้งแต่ 14,000-40,000 บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต ขณะที่มาตรา 277 ทวิ บัญญัติไว้ด้วยว่า ถ้าการกระทำผิด ตามมาตรา 276 หรือมาตรา 277 เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิตด้วย

กรมคุ้มครองสิทธิมอบเงินช่วย
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มารดาพร้อมครอบครัวของน้องแก้ม ได้เดินทางเข้าไปมอบดอกไม้ขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจรถไฟ ตำรวจภูธรภาค 7 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้เร่งรัดจับกุมผู้ต้องหาคดีดังกล่าว โดยมีพล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.(ปป.) เป็นตัวแทนรับมอบ จากนั้นพ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม มอบเงินสดจำนวน 1 แสนบาท ให้กับมารดาของน้องแก้ม ซึ่งการมอบในครั้งนี้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 (ประเด็นนี้ได้มีการตั้งกระทู้ใน pantip.com แฉว่าเป็นการจัดฉากของตำรวจ)

จ่อแก้รับแจ้งความคนหาย
พล.ต.อ.เอก กล่าวว่าตนยืนยันว่าหลังเกิดเหตุดังกล่าวตำรวจได้รับแจ้ง และดำเนินการช่วยเหลือการค้นหาร่างน้องแก้มอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งเตรียมปรับแก้ข้อกำหนดในการรับแจ้งความคนหาย ที่จากเดิมจะต้องรอให้ครบ 24 ชั่วโมงนั้นถึงจะสามารถแจ้งความได้ โดยจะเร่งปรับเปลี่ยนให้แจ้งความได้ทันที และกำชับพนักงานสอบสวนที่รับแจ้งให้รับดำเนินการอย่างเร่งด่วน ส่วนการปรับแก้การพิจารณาอัตราโทษในคดีข่มขืนกระทำชำเรา จำเป็นต้องให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม เข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งตำรวจเป็นเพียงผู้บังคับใช้กฎหมาย และรวบรวมพยานหลักฐานในการส่งสำนวนต่อพนักงานอัยการเท่านั้น

เคือง ตร.ไม่ช่วยค้นหา
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ขณะที่ญาติผู้ใหญ่ของน้องแก้มมอบดอกไม้พร้อมกล่าวแสดงความขอบคุณตำรวจนั้น บรรดาญาติอีกส่วนหนึ่งได้แสดงความไม่พอใจพร้อมเดินออกจากห้องรับรองทันที ต่อมาเมื่อมีการถ่ายภาพมอบดอกไม้และรับเงินช่วยเหลือ พี่สาวน้องแก้มได้แสดงอาการเบือนหน้าหนี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีกระแสข่าวจากกลุ่มญาติของน้องแก้ม แสดงความรู้สึกไม่พอใจผ่านโซเชียลมีเดียถึงการทำงานของตำรวจที่ไม่ช่วยดำเนินการในการค้นหาร่างของน้องแก้มอย่างเต็มที่แต่แรก ซึ่งคืนวันที่พบร่างของน้องแก้มเป็นเพียงญาติและเจ้าหน้าที่มูลนิธิที่เป็นผู้ช่วยกันค้นหาเท่านั้น

บี้ผู้บริหารรถไฟลาออก
นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ถึงกรณีน้องแก้มถูกข่มขืนและฆ่าบนรถไฟ ว่าปัจจุบันอยู่ระหว่างการประกาศใช้กฎอัยการศึก ทหารมีอำนาจเต็ม ในการบริหารปกครองประเทศให้สงบเรียบร้อย สามารถกำหนดและใช้กระบวนการพิจารณาคดีรวดเร็วได้ ปล้วให้กระบวนการศาลพิจารณาและตัดสินคดีโดยเร็ว คดีข่มขืนแล้วฆ่าแม้ผู้ถูกกล่าวหาจะรับสารภาพ แต่หากกระทำความผิดจริงและจำนนต่อหลักฐานก็มีโทษสถานเดียวคือประหารชีวิต เรื่องที่เกิดขึ้นผู้บริหารรถไฟควรลาออก เพื่อรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นความรับผิดชอบที่ไม่ควรต้องให้มีใครบอก

ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

สั่งซื้อ ผียุโรป เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหลังห้อง เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเอเชีย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีอังกฤษ เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหอพัก เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีไทย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีจีน เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีรัสเซียเรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีอเมริกัน ผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีญี่ปุ่น เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเพื่อนเฮี้ยน
สั่งซื้อ ผีข้างบ้าน
สั่งซื้อ ผีโรงพยาบาล
สั่งซื้อ ผีโรงเรียน รอบโลก
สั่งซื้อวิธีหลอนเรียกผี
สั่งซื้อ เรื่องเฮี้ยนเขย่าขวัญ


รีวิวหนังสือชุด เรื่องผีๆ รอบโลก



Popular Posts