google.com, pub-6663105814926378, DIRECT, f08c47fec0942fa0 ANYA PEDIA: June 2013 | จัดอันดับ | 10 อันดับ| เรื่องผี| เรื่องสยองขวัญ| ที่สุดในโลก| ดูดวง| ประวัติศาสตร์

สตีเฟ่น ฮอว์คิง (Stephen Hawking) กับคำถามสำคัญของเอกภพ

สตีเฟ่น ฮอว์คิง (Stephen Hawking) กับคำถามสำคัญของเอกภพ

สตีเฟ่น ฮอว์คิง (Stephen Hawking) กับคำถามสำคัญของเอกภพ


"ไม่มีอะไรจะใหญ่และอายุมากไปกว่าเอกภพ คำถามที่ผมจะพูดถึงในวันนี้คือ ข้อหนึ่ง เรามาจากไหน? เอกภพเกิดขึ้นได้อย่างไร เราโดดเดี่ยวในเอกภพหรือไม่ มีสิ่งมีชีวิตอื่นไหมในห้วงอวกาศ? อนาคตของมนุษยชาติจะเป็นอย่างไร? ก่อนช่วงทศวรรษ 1920 ทุกคนเชื่อว่าเอภพต้องคงที่และไม่เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา ภายหลังจึงพบว่าแท้จริงเอกภพกำลังขยายตัว แกแล็กซี่อื่นกำลังเคลื่อนตัวออกห่างเรา หากคิดย้อนกลับไป จะถึงจุดหนึ่งที่เราเคยอัดกันกว่าปลากระป๋องเมื่อ 15,000 ล้านปีที่แล้ว นั่นคือบิ๊กแบง จุดเริ่มต้นของเอกภพ ว่าแต่ มีอะไรก่อนบิ๊กแบงหรือไม่ หากไม่มี อะไรสร้างเอกภพขึ้นมา? ทำไมเอกภพจึงเกิดจากบิ๊กแบงในลักษณะนั้น? เราเคยคิดว่าทฤษำกำเนิดเอกภพ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ กฎฟิสิกส์ต่างๆ เช่น สมการแมกซ์เวลล์และสัมพันธภาพทั่วไปที่กำหนดวิวัฒนาการเอกภพกำหนดสภาวะให้ทุกอณูเอกภพชั่วขณะพร้อมกัน และส่วนที่สองที่เลี่ยงไม่ได้เลยก็คือสภาวะแรกเริ่มของเอกภพ



เราก้าวหน้าไปได้ดีในส่วนแรก เราเข้าใจกฎวิวัฒนาการในทุกสภาพการณ์เว้นก็แต่ที่สุดโต่งที่สุด แต่สำหรับสภาวะแรกเริ่มของเอกภพนั้น เราเคยเข้าใจมันน้อยมาก อย่างไรก็ตาม การแบ่งทฤษฎีออกเป็นสองส่วนคือ กฎวิวัมนาการ และ สภาวะตั้งต้นนั้นถือว่าเวลาและอวกาศเป็นคนละสิ่งที่แยกขาดกัน แต่ในสภาวะสุดโต่งนั้น อิทธิพลของสัมพันธภาพทั่วไปร่วมกับทฤษฎีควอนตัมส่งผลให้เวลาเสมือนเป็นมิติหนึ่งของอวกาศ แปลว่าวลาและอวกาศมิใช่สิ่งที่แยกขาดจากกันอีกต่อไป ทำให้กฎวิวัฒนาการสามารถระบุสภาวะแรกเริ่มของเอกภพได้ หมายความว่าเอกภพสามารถสร้างตัวขึ้นมาโดยไม่ต้องมีอะไรอยู่ก่อน เรายังคำนวณความน่าจะเป็นได้ว่าเมื่อแรกกำเนิดนั้นเอกภพมีสภาพต่างจากนี้ ซึ่งผลคำนวณนี้สอดคล้องเป็นอย่างดีกับผลสังเกตการณ์จากดาวเทียม WMAP ในการตรวจวัดรังสีไมโครเวฟพื้นหลังของจักรวาลซึ่งเป็นภาพประทับของเอกภพช่วงแรกกำเนิด เราเชื่อว่าเราไขปริศนากำเนิดสรรพสิ่งงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บางทีน่าจดสิทธิบัตรเอกภพไว้แล้วเก็บค่าธรรมเนียมทุกคนสำหรับการมีตัวตนนะครับ

ขอเข้าสู่คำถามสำคัญข้อที่สองนะครับ เราโดดเดี่ยว หรือมีสิ่งมีชีวิตอื่นอีกในเอกภพ? เราเชื่อว่าชีวิตกำเนิดขึ้นเองบนโลก ดังนั้นต้องเป็นไปได้ที่จะเกิดสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์อื่นที่อำนวยซึ่งมีอยู่ไม่น้อยในแกแล็กซี่นี้ แต่เราก็ไม่รู้ว่าชีวิตเริ่มปรากฎได้อย่างไร เราค้นพบหลักฐานอยู่สองชิ้นที่บ่งชี้ความน่าจะเป็นของการเกิดสิ่งมีชีวิต ชิ้นแรกคือฟอสซิลสาหร่ายอัลจี จากเมื่อ 3,500 ล้านปีที่แล้ว โลกถือกำเนิดเมื่อ 4,600 ล้านปีที่แล้ว ความร้อนน่าจะยังสูงไปในช่วง 500 ล้านปีแรก ซึ่งหมายความว่าชีวิตแรก ปรากฎขึ้นภายในช่วง 500 ล้านปีถัดมา ถือว่าเร็วเมื่อเทียบอายุไข 10,000 ล้านปี ของดาวเคราะห์อย่างโลก แสดงให้เห็นความน่าจะเป็นในการเกิดสิ่งมีชีวิตค่อนข้างสูง หากความน่าจะเป็นต่ำแล้ว คงกินเวลาจนเกือบครบอายุขัย 10,000 ล้านปีของโลก กว่าชีวิตจะถือกำเนิด แต่อีกมุมหนึ่ง ก็ยังไม่เห็นมนุษย์ต่างดาวที่ไหนแวะมาเยือนโลก ไม่นับรายงานการพบเห็น UFO นะครับ ทำไมผู้พบเห็น UFO มักสติเฟื่องไม่เต็มบาท หากรัฐบาลสมรู้ร่วมคิดที่จะปิดข่าวและปกปิดความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่มากับมนุษย์ต่างดาวจริง ก็เป็นนโยบายที่ไร้ประสิทธิภาพเกินไป นอกจานี้ แม้โครงการ SETI จะค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลกมายาวนาน เราก็ยังไม่เคยรับโทรทัศน์ช่องเกมโชว์ของมนุษย์ต่างดาวได้เลยสักครั้ง อาจเป็นเพราะยังไม่มีดาวดวงใด มีอารยธรรมใกล้เคียงกับเราในรอบรัศมีสองสามร้อยปีแสงนี้ ใครมีประกันให้พวกที่กลัวมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไป มั่นใจได้เลย ไม่มีขาดทุน

มาสู่คำถามสำคัญข้อสุดท้าย อนาคตของมนุษยชาติ หากเราเป็นสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเดียวในแกแล็กซี่นี้ เราต้องแน่ใจว่าเราจะอยู่รอดและดำรงชีวิตต่อได้ นี่เรากำลังก้าวสู่ยุคที่อันตรายขึ้นเรื่อยในประวัตืศาสตร์มนุษยชาติ ปริมาณประชากรและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติสูงขึ้นทวีคูณ ไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่สามารถส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นหรือเลวลงได้ทั้งนั้น แต่ในรหัสพันธุกรรม เรายังคงเห็นแก่ตัวและมีสัญชาตญาณความรุนแรงที่เคยเป็นประโยชน์ต่อการอยู่รอดในอดีต ยากพอควรที่จะหลีกเลี่ยงหายนะที่จะเกิดขึ้น ในอีกร้อยปีข้างหน้า ไม่ต้องกล่าวถึงอีกพันปีหรือล้านปี โอกาสเดียวที่เราจะอยู่รอดในระยะยาวคือเราต้องไม่ปิดกั้นตัวเองแค่บนโลก เราต้องเดินทางสู่ห้วงอวกาศ การที่เราสามารถตอบคำถามสำคัญเหล่านี้ได้ แสดงถึงความก้าวหน้าครั้งใหญ่ในช่วงร้อยปีที่ผ่านมา แต่หากเราต้องการดำรงเผ่าพันธุ์ให้พ้นร้อยปีข้างหน้า ทางรอดคือห้วงอวกาศครับ

ผมจึงสนับสนุนให้มนุษย์ออกเดินทางสู่อวกาศ หรือว่าต้องเรียกว่าประชากรอวกาศดีครับ ตลอดชีวิตผมแสวงหาที่จะเข้าใจเอกภพและพยายามที่จะตอบคำถามเหล่านี้ ผมโชคดีมากที่ความพิการของผมไม่รุนแรงมากนัก แท้จริงแล้ว อาจเป็นความพิการนี้เองที่ทำให้ผมมีเวลามากกว่าผู้อื่นในการแสวงหาความรู้ เป้าหมายที่สูงสุดคือทฤษฎีที่สมบูรณ์ของเอกภพ และเรากำลังก้าวหน้าไปได้ดี ขอบคุณที่ตั้งใจฟังครับ"

ศาสตราจารย์ครับ หากต้องลองทายดู ศาสตราจารย์เชื่อไหมครับว่า เราอยู่โดดเดี่ยวบนทางช้างเผือก พูดถึงอารยธรรมที่ภูมิปัญญาเทียบเท่าหรือสูงกว่าเรานะครับ คำตอบใช้เวลา 7 นาทีนะครับ ยิ่งทำให้ผมตระหนักถึงความกรุณาที่ท่านมีให้ในการบรรยายสำหรับ TED ในครั้งนี้

"ผมว่าค่อนข้างเป็นไปได้ที่เราจะเป็นอารยธรรมเดียวในรอบรัศมีหลายร้อยปีแสง ไม่อย่างนั้นเราคงได้รับคลื่นวิทยุอะไรบ้างแล้ว หรือเป็นไปได้อีทางก็คืออารยธรรมเหล่านั้นได้ล่มสลายไปเสียก่อน ด้วยน้ำมือตนเอง"

ศาสตราจารย์ฮอว์คกิ้งครับ ขอบคุณครับ เป็นคำเตือนที่จะเป็นประโยชน์มากเลยครับ สำหรับการสัมมนาที่เหลือของเราในสัปดาห์นี้ ศาสตราจารย์ครับ พวกเราขอบคุณจริงๆครับสำหรับความอุตสาหะเอื้อเฟื้อทีได้มาร่วมแบ่งปันคำถามให้พวกเราทุกคนในวันนี้ ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ



สตีเฟ่น ฮอว์คิง คือใคร
ประธานาธิบดี กษัตริย์ พระราชินี คนหนุ่มสาว และคนเฒ่าคนแก่ ต่างก็ชื่นชอบเขา นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ต่างก็ตื่นเต้นและท้าทายทฤษฏีของเขา ศาสตราจารย์ชาวอังกฤษ สตีเฟ่น ฮอว์คิง (Stephen Hawking) วัย 70 ปี ยังคงเป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่มีคนรู้จักและได้รับความชื่นชมมากที่สุด คนหนึ่งของโลก เขาได้ถอดรหัสปริศนาบางเรื่องของเอกภพ และเขาได้ทิ้งปริศนาเกี่ยวกับชีวิตของเขา นั่นก็คือ เขามีชีวิตยืนยาวนานขนาดนี้ได้อย่างไร จากการที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคที่เขาเป็นอยู่ สตีเฟ่น ฮอว์คิงเริ่มมีอาการของโรค amyotrophic lateral sclerosis (ALS) ซึ่งมีอาการผิดปกติของระบบประสาทโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยมีผลกับประสาทสั่งการ (motor neurons) ทำให้เส้นประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของ กล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อส่วนนั้นจะอ่อนแอลงจนเกือบเป็นอัมพาต เขามีอาการของโรคนี้ตั้งแต่สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ปัญหาเรื่องการเดินและการพูดทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ ทำให้เขาไม่สามารถปกปิดมันได้อีก ท้ายที่สุดหมอก็บอกเขาว่าเขามีเวลาอยู่บนโลกอีกเพียงแค่ 2 ปี แต่เขากลับอยู่มาได้อีกหลายสิบปี และสามารถทำงานทางวิชาการด้านจักรวาลหรือเอกภพได้อย่างดีเยี่ยม

ผู้ที่ศึกษา DNA ของ ฮอว์คิง บอกว่ามีคนป่วยโรคนี้เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่โชคดีที่ความอ่อนแรงของกล้าม เนื้ออยู่ในระดับที่รุนแรงน้อย และในกรณีของฮอร์คิงถือว่าเป็นกรณีพิเศษเพราะเป็นโรคนี้มายาวนานถึง 50 ปี และไม่คิดว่าจะมีใครที่เป็นโรคนี้แล้วมีชีวิตยาวนานขนาดนี้ สตีเฟ่น ฮอว์คิงโด่งดังไปทั่วโลกจากหนังสือเรื่องประวัติย่อของกาลเวลาถูกตีพิมพ์ออก มาในปี พ.ศ.2531 และขายได้ 10 ล้านเล่ม หนังสือเล่มนี้พูดถึงเอกภพและการกำเนิดของมันในแบบง่ายๆ และนับตั้งแต่นั้นเขาก็สร้างทฤษฎีหลายๆเรื่องในการปรับความเข้าใจของคนทั่ว ไปเกี่ยวกับหลุมดำ และเพราะฮอว์คิงนี่เองที่ทำให้ทฤษฎีบิ๊กแบง (Big Bang) กลายเป็นเรื่องที่พูดถึงกันโดยทั่วไป ฮอว์คิงบอกว่าครอบครัวของเขาเป็นครอบตรัวประหลาด แม้แต่บนโต๊ะอาหารก็ไม่มีการพูดคุยกัน เพราะทุกคนมัวแต่ง้วนอยู่กับการอ่านหนังสือ

หลังจากที่เขาป่วยเขาก็เริ่มไม่สนใจเรียนแล้ว เพราะหมดอาลัยตายอยาก และไม่คิดว่าจะจบในระดับปริญญาเอกได้ แต่ช่วงนั้นเขาพบรักกับ เจน ผู้ซึ่งเป็นภรรยาคนแรกของเขา ทำให้เขาอยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปและเริ่มมองว่าการทุ่มเทให้กับการทำงาน เป็นทางออกของปัญหาความเจ็บป่วย ต่อมาทั้งสองก็แยกทางกันในปี 2538 ฮอว์คิงก็แต่งงานใหม่กับ เอเลน เมสัน อดีตพยาบาลของเขา แต่ชีวิตรักในครั้งที่สองก็ไม่ประสบความสำเร็จ ผู้ช่วยของฮอว์คิงได้บอกว่า ปัจจุบันฮอว์คิงก็ยังคงคิดค้นทฤษฎีต่างๆ และเขาก็ยังมีอารมณ์สนุกสนานอยู่เสมอ เขามีความฝันที่จะได้บินในอวกาศ และก็มีการนำเขาขึ้นเครื่องบินที่มีสภาพไร้น้ำหนัก ทำให้เขาอยู่ในสภาพไร้น้ำหนักอยู่นานราว 25 วินาที ซึ่งมันเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับฮอว์คิง เพราะเขาได้เป็นอิสระจากรถเข็น หลังจากที่ต้องนั่งอยู่กับมันอยู่นานราว 40 ปี ฮอว์คิงทำสิ่งนี้สำเร็จแม้ว่าจะเป็นอัมพาตเกือบทั้งตัว เขาสื่อสารกับบุคคลอื่นด้วยการกระพริบตาเท่านั้น และต้องพูดผ่านคอมพิวเตอร์สังเคราะห์เสียง

สัตว์มีพิษ ไวรัสอีโบลา เอเลี่ยนสปีชี่ส์
กำเนิดจักรวาล กำเนิดดวงอาทิตย์ ระบบสุริยะจักรวาล
ปริศนาของจักรวาล การเดินทางข้ามกาลเวลา สสารและปฏิสสาร
สิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร บิ๊กแบงคืออะไร สัตว์ใกล้สูญพันธุ์
สัตว์น้ำแปลก ปลาแองเกลอร์ สัตว์ดูดเลือด
อันดับงูสวยงาม อนาคอนด้า ตัวอ่อนปลาฉลาม
เห็ดมีพิษ ภัยของยาไอซ์ คลื่นยักษ์สึนามิ
กษัตริย์เกาหลี จักรพรรดิกวางสี จักรพรรดิปูยี
ตำนานอโดนิส โจนออฟอาร์ค มู่กุ้ยอิง
จักรพรรดิเนโร พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 อับราฮัม ลินคอล์น
พระเจ้าซุกจง มาตาฮารี เจ้าฟ้าหญิงบุญรอด
ตำนานธอร์ นิกิต้า ครุสชอฟ สงครามเกาหลี
กำแพงเมืองจีน อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ พระนางเลือดขาว
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ สตีเฟน ฮอว์คิง ลีโอ ตอลสตอย
สตีฟ จ็อบส์ เจ้าพระยาวิชเยนทร์ พระนางมัสสุหรี

บทความแนะนำ

ประวัติของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ การพบเห็นมนุษย์ต่างดาวในประวัติศาสตร์ ตัวอ่อนปลาฉลามสุดโหด เป็นนักฆ่าตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ 15 สัตว์โลกสวยงามที่ใกล้สูญพันธุ์ ความขัดแย้งในคาบสมุทรเกาหลี สุดยอดเฮลิคอปเตอร์ อาปาเช่ (Apache Helicopter) มฤตยูในสายน้ำ แมงกะพรุนกล่อง 25 แม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลก

คลื่นยักษ์สึนามิ สึนามิที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

คลื่นยักษ์สึนามิ สึนามิที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

คลื่นยักษ์สึนามิครั้งใหญ่กว่า 100 ลูกได้เข้าโจมตีเมื่อ 100 ปีก่อน คร่าชีวิตผู้คนไปหลายแสนคนและทรัพย์สินเสียหายหลายพันล้านเหรียญ แต่พวกมันยังไม่ใช่คลื่นยักษ์สึนามิที่ใหญ่ที่สุดที่เข้าโจมตีโลก นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานน่าตกใจว่าแม้แต่คลื่นยักษ์ขนาดใหญ่กว่าก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าสุดยอดสึนามิมีรอเราอยู่ในอนาคต เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับ พลัง ขนาดและแนวโน้มของมัน เราจึงทำการสำรวจคลื่นสึนามิ 5 ครั้งที่มีพลังการทำลายล้างสูงในรอบ 60 ปีที่ผ่านมา แต่ละลูกมีลักษณะเฉพาะตัว มีเรื่องราวของมันเอง

คลื่นยักษ์สึนามิ สึนามิที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

ฮาวาย มันคือสวรรค์เขตร้อนที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคน แต่เกาะแปซิฟิกแห่งนี้กุมความลับดำมืดเอาไว้ มันถูกคลื่นยักษ์สึนามิเล่นงานมากกว่าที่ใดๆ ในโลก วงแหวนไฟเป็นเขตรอยร้าวที่ปะทุง่าย ล้อมรอบด้วยมหาสมุทรแปซิฟิก ร้อยละ 90 ของแผ่นดินไหวในโลกเกิดขึ้นที่นี่ แผ่นดินไหวเป็นสาเหตุธรรมดาที่สุดของคลื่นยักษ์สึนามิ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมฮาวายจึงถูกเล่นงานจากสึนามิอยู่บ่อยครั้งและจากทุกทิศทาง สึนามิโจมตีฮาวายในปี 1837 1868 1877 1923 1946 1952 1957 1960 และ 1964 นี่ทำให้มันกลายเป็นเมืองหลวงแห่งคลื่นยักษ์สึนามิไปอย่างไม่เป็นทางการ 02:28 น.ของวันที่ 1 เมษายน 1946 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.6 ริกเตอร์ บนหมู่เกาะอาลูเชียน (Aleutian Islands) นอกชายฝั่งอลาสกา พื้นมหาสมุทรเป็นบริเวณกว้างถูกยกขึ้น โดยมีน้ำจำนวนมหาศาลเข้าไปแทนที่ การสั่นสะเทือนของพลังงานครั้งมโหฬารผลักดันให้เกิดกำแพงน้ำสึนามิตรงไปยังฮาวายด้วยความเร็วเกือบ 800 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Big Island, Hawaii
April 1, 1946
Source: Earthquake
Type: Ocean Wide Tsunami
Run Up: 9 meters
Key Factor: Ocean Floor

ไกลออกไป 3,800 กิโลเมตรที่หมู่บ้านริมทะเลขนาดเล็กชื่อเลาพาฮอยฮอย (Laupahoehoe) เด็กและครูรวมตัวกันเพื่อเตรียมเข้าเรียน มาซู แม็กเชน เป็นหนึ่งในครูที่นั่น เธอเล่าว่า "เราอยู่ในกระท่อมของเรา มีครอบครัวหนึ่งมาเคาะที่ประตูแล้วบอกว่า มาดูน้ำลงกันเร็ว เราก็เลยออกไปออกไปดูกัน น้ำมันลดลงแล้วมีคลื่นขึ้นมาไกลหน่อยแล้วมันก็ลดลงไปอีก เราก็คิดกันว่าน้ำลดลงสองครั้งแล้ว มันน่าสนใจนะ มันแปลกดี มันแปลกมากๆ" สิ่งที่มาซูไม่รู้ก็คือ สึนามิไม่ใช่คลื่นลูกเดียว พวกมันเคลื่อนที่ไปข้างหน้าและชื่อเรียกที่รู้จักกันดีว่ารถไฟสึนามิ คลื่นแต่ลูกจะมีขนาดแตกต่างกันมาก คลื่นลูกแรกแทบจะไม่ใหญ่เลย ดังนั้นมันจึงดูไม่สำคัญ แต่จริงๆแล้วมันคือลางบอกเหตุของสิ่งที่ใหญ่กว่ามากๆ ขณะที่น้ำลดลงไปถึง 152 เมตร มาซูและเพื่อนร่วมห้องก็ได้ถ่ายภาพไว้ มาซูและเพื่อนร่วมห้องประทับใจมาก ขณะที่ลูกคลื่นที่สามกำลังเข้ามา มาซูคิดว่าต่อไปนี่คงเป็นคลื่นลูกใหญ่นะ มันเริ่มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เธอเริ่มรู้สึกว่ามันเริ่มน่ากลัว เมื่อคลื่นยักษ์สึนามิเข้ามาใกล้ชายฝั่ง มันเหมือนกับซากรถไฟขนาดยักษ์ พลังของคลื่นถูกบีบอัดบังคับให้มันต้องตั้งและยกตัวสูงขึ้นจากทะเล มาซูและคนอื่นเห็นว่ามันใหญ่ขึ้นมากและเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เธอจึงทิ้งกล้องถ่ายรูปและวิ่งเข้าไปด้านใน เธอจำได้ว่าน้ำซัดเข้ามา กระจกก็แตก เพดานก็ถล่มลงมา มาซูเกาะซากปรักหักพังอยู่นานถึง 9 ชั่วโมงก่อนได้รับความช่วยเหลือ เธอเป็นคนเดียวที่รอดชีวิต ที่นั่นเด็ก 16 คนและครู 5 คนสูญหาย และที่ฮาวายคลื่นยักษ์สึนามิที่เกิดในครั้งนี้ยังไม่จบ



ลงใต้จากเลาพาฮอยฮอยออกไป 37 กิโลเมตร เมืองการค้าที่อ่าวฮิโล (Hilo Bay) ซึ่งกำลังหลับใหล ก็ไม่ได้ตระหนักถึงภัยร้าย ที่นี่คลืนยักษ์สึนามิทำลายบ้านและธุรกิจการค้าไปกว่า 500 แห่ง มีผู้เสียชีวิต 96 คนและบาดเจ็บหลายร้อยคน คำอธิบายของคลื่นสึนามิในปี 1946 ก็คือมันข้ามเครื่องป้องกันคลื่นอย่างง่ายดายจากนั้นก็โถมเข้าใส่ทั่วทั้งเมือง มีคนบอกว่าเห็นหินก้อนใหญ่ที่มันลอยไปทั่วพร้อมกับน้ำที่ซัดเข้ามา วอลเตอร์ ดัดลี่ เป็นนักสมุทรศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาวาย ที่อ่าวฮิโล เขาศึกษาคลื่นยักษ์สึนามิมากว่า 20 ปี การค้นพบที่สำคัญของเขาก็คือ พลังทำลายที่ไม่ได้มาจากคลื่นเท่านั้นแต่ยังมาจากสิ่งที่อยู่ด้านล่างอีก หนึ่งในสิ่งที่พวกมันเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจก็คือพวกมันต่างกัน มีหลายรูปแบบ และขณะที่พวกมันเกิดขึ้นและเดินทางไปทั่วมหาสมุทร พวกมันส่งผลกระทบต่อก้นมหาสมุทรตามทางที่มันผ่านไป คลื่นจะถูกงออย่างต่อเนื่องหรือถูกทำให้หักเหจากนั้นก็ขึ้นฝั่ง ไม่มีแนวชายฝั่งใดที่เหมือนกัน แต่ละแห่งล้วนมีภูมิประเทศใต้ทะเลที่พิเศษไม่เหมือนใคร ซึ่งทำให้คลื่นแตกต่างกันไป ในฮิโล อ่าวมีรูปร่างกลมตามธรรมชาติ คลื่นสองลูกแรกที่ปะทะอ่าวฮิโลทำให้น้ำซัดกลับไปกลับมา เมื่อคลื่นลูกที่สามมาถึงมันจึงรวมกับน้ำที่ซัดกลับไปกลับมาเป็นคลื่นทำลายล้างที่มีขนาดใหญ่ คลื่นลูกที่สามยกตัวสูงขึ้นถึงเก้าเมตร มันทำลายพื้นที่ชายฝั่งของอ่าวฮิโล แต่ไม่ถึง 15 ปี หลังเกิดหายนะในปี 1946 ฮาวายก็ถูกคลื่นสึนามิที่มีอันตรายถึงชีวิตซัดกระหน่ำอีกครั้ง

วันที่ 22 พฤษภาคม 1960 แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ได้ทำให้เปลือกโลกมีรอยแยกที่นอกชายฝั่งชิลี ก้นมหาสมุทรลึก 1,000 กิโลเมตร ถูกทำให้เกิดเป็นคลื่นยักษ์สึนามิสูง 20 เมตร มันมีอานุภาพรุนแรงและทรงพลังจนสามารถข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกมาเล่นงานฮาวายได้เลยทีเดียว
Hilo Bay, Hawaii
May 22, 1960
Type: Ocean Wide Tsunami
Run Up: 10.5 meters
Key Factor: Wrap Around
ในครั้งนี้เทคโนโลยีถูกติดตั้ง ตั้งแต่การเกิดแผ่นดินไหวเมื่อปี 1946 ได้เตือนประชาชนในอ่าวฮิโลเมื่อ 5 ชั่วโมงก่อน แต่สัญญาณเตือนดูจะไร้ความหมาย ช่วง 12 ปีก่อนนั้น 3ใน4 ของสัญญาณเตือนภัยจะเป็นแค่คลื่นสึนามิขนาดเล็ก ดังนั้นแทนที่คนจะกลัวแล้วอยู่ให้จากหายนะ แต่มันกลับกระตุ้นความสนใจของผู้คน แม้ทางการจะประกาศให้อพยพผู้คน แต่มีผู้คนมากมายอยากรู้อยากเห็น ลงไปดูกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง หลายคนคาดว่าคลื่นนี้มาจากตะวันออกเฉียงใต้และอ่าวฮิโลก็อยู่ทางเหนือจนคิดว่าจะไม่โดนผลกระทบ แต่พวกเขาคิดผิด เพียงหลังเที่ยงคืนคลื่นลูกแรกก็เข้าโจมตี ผู้คนร้องตะโกนและกรีดร้องเต็มไปหมด พวกเขาติดอยู่ในคลื่น เมื่อถึงรุ่งเช้าของฝันร้ายมีผู้เสียชีวิต 61 คน บ้านเรือนกว่า 700 หลังคาเรือนพังราบ หรือไม่ก็เสียหายอย่างหนัก คลื่นยักษ์สึนามิในปี 1960 ทำให้ชาวบ้านและผู้เชี่ยวชาญต้องประหลาดใจ หลังศึกษามาอย่างดีวิทยาศาสตร์พบทิศทางอันน่าทึ่งของคลื่นยักษ์สึนามิ ขณะที่คลื่นเข้ามายังน้ำตื้นนอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะนั้นใจกลางคลื่นจะช้าขณะที่ด้านนอกคลื่นยังคงเคลื่อนที่ต่อไป ทำให้คลื่นห่อตัวรอบเกาะ จากนั้นก็เช่นเดียวกับในปี 1946 รูปร่างตามธรรมชาติของอ่าวได้เพิ่มพลังทำลายล้างของคลื่นยักษ์สึนามิ ในครั้งนี้คลื่นลูกใหญ่ที่สุดวัดความสูงได้ถึง 10.5 เมตร สูงกว่าในปี 1946 1.5 เมตร



และฮาวายไม่ได้เป็นเพียงที่เดียวที่ถูกสึนามิเล่นงาน มันแผดเสียงดังข้ามแปซิฟิกไปหลายพันกิโลเมตรเข้าเล่นงานชายฝั่งทุกแห่งรวมถึงญี่ปุ่น ซึ่งมีผู้เสียชีวิตถึง 122 คนเลยทีเดียว คลื่นยักษ์สึนามิมีพลังที่เหลือเชื่อขณะที่มันเดินทางข้ามมหาสมุทรมันใช้พลังไม่มากนัก แต่พอมาถึงฝั่งพลังงานทั้งหมดจะถูกปล่อยออกมา ปี 1946 และ ปี 1960 คลื่นยักษ์สึนามิทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้เข้าใจลึกซึ้งถึงพฤติกรรมซับซ้อนและหลักการข้ามมหาสมุทรของคลื่นยักษ์เหล่านี้ แต่เมื่อสึนามิเข้าเล่นงานญี่ปุ่น มันโจมตีอย่างหนักหน่วงและใหญ่กว่าสึนามิในฮาวาย ญี่ปุ่นถูกสึนามิเล่นงานมากที่สุดในแปซิฟิก จนบัญญัติศัพท์ขึ้นมาว่า สึนามิ ซึ่งหมายถึงคลื่นในอ่าว

Okushiri, Japan
July 12, 1993
Source: Earthquake
Type: Local Tsunami
Run Up: 31 meters
Key Factor: Proximity
22:17 น. วันที่ 12 กรกฏาคม 1993 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.6 ริกเตอร์ นอกชายฝั่งฮอกไกโด มันได้ทำให้ก้นมหาสมุทรแยกตัวออก ศูนย์กลางการสั่นสะเทือนห่างจากเกาะขนาดเล็กชื่อโอกุชิริเพียง 80 กิโลเมตร มันทำให้เกิดคลื่นสึนามิที่ใหญ่ที่สุดและรุนแรงที่สุดเท่าที่ญี่ปุ่นเคนประสบมา(ไม่นับที่เกิดในปี 2011) ชาวประมงชื่อชิโร่ อาดาชิ จากหมู่บ้านอาโอเนะ รู้จักคลื่นยักษ์สึนามิดี เขารอดชีวิตมาเมื่อสึนามิโจมตีโอกุชิริเมื่อ 20 ปีก่อน เมื่อชิโร่รู้ว่าเกิดแผ่นดินไหว เขารู้ว่าอาจเกิดสึนามิตามมาได้ เขารีบอพยพภรรยาและลูกๆออกจากบ้านริมทะเลเพื่อขึ้นไปยังที่สูง ขณะที่เขารีบไปปิดแก๊ส เขาทำอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่เร็วพอ เพียง 4 นาทีหลังแผ่นดินไหวคลื่นลูกแรกก็เข้าเล่นงาน ในช่วงเวลาไม่กี่นาทีอันน่ากลัวนั้น สึนามิได้ทำลายท่าเรือเละกระท่อมหาปลาไป 80 หลัง แต่อันตรายยังไม่สิ้นสุด ท่ามกลางความมืดคลื่นลูกที่สองก็เข้าโจมตี ชิโร่และผู้รอดชีวิตรายอื่นรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ พอรุ่งสางพลังอันน่ากลัวของสึนามิก็เผยโฉมให้เห็น อาโอเนะเกือบทั้งเมืองราบเป็นหน้ากลองบ้านเรือนทั่วเกาะ 437 หลังถูกทำลาย และพังเสียหายอย่างรุนแรงกว่า 800 หลัง มีผู้เสียชีวิต 198 คน

Indian Ocean
December 26,2004
Source: Earthquake
Type Ocean: Wide Tsunami
Run Up: 35 meters
Key Factor: Reflection
07:58 น. วันที่ 26 ธันวาคม ปี 2004 ลึกลงไปในมหาสมุทร นอกชายฝั่งสุมาตราอินโดนีเซีย เปลือกโลกเกิดรอยร้าวขึ้นเป็นทางยาว 1,200 กิโลเมตร จากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดอันดับสองของโลกเท่าที่เคยมีบันทึกมา แผ่นดินไหวขนาด 9.3 ทำให้บ้านเรือนถูกทำลายสิ้น แต่มันเป็นแค่ลางบอกเหตุของหายนะ เกิดคลื่นยักษ์สึนามิกระจายตัวไปทั่วมหาสมุทรอินเดียโจมตีไปกว่า 12 ประเทศ 16 นาทีต่อมาหลังเกิดแผ่นดินไหว ห่างศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหว 250 กิโลเมตร ทางเหนือของเกาะสุมาตราถูกคลื่นสูง 35 เมตรเข้าโจมตี เมืองบันดาร์อาเจะห์ มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ผู้คนกว่า 160,000 เสียชีวิต ร้อยละ 70 ของอาคารทั้งหมดในบันดาร์อาเจะห์พังราบเป็นหน้ากลอง มันเป็นระดับการทำลายล้างที่เกินกว่า 100 ไมล์ตลอดแนวชายฝั่ง หนึ่งชั่วโมงครึ่งหลังจากบันดาร์อาเจะห์พังราบ คลื่นสึนามิก็เข้าโจมตีประเทศไทย กำแพงน้ำได้ถาโถมเข้าใส่ กระท่อม โรงแรม และหมู่บ้านริมทะเล ผู้คนกว่า 8,000 คนเสียชีวิต ไปทางตะวันตก 2,000 กิโลเมตรที่ศรีลังกา คลื่นน้ำกว่า 1,000 ล้านตันได้ซัดเข้ามาในประเทศ คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 35,000 คน และไร้บ้านอีกกว่าครึ่งล้านคน รวมทั้งสิ้นมีผู้คนเสียชีวิตจากสึนามิที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 230,000 คน

อันดับสัตว์มีพิษ ไวรัสอีโบลา เอเลี่ยนสปีชี่ส์
กำเนิดจักรวาล กำเนิดดวงอาทิตย์ ระบบสุริยะจักรวาล
ปริศนาของจักรวาล การเดินทางข้ามกาลเวลา สสารและปฏิสสาร
สิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร บิ๊กแบงคืออะไร สัตว์ใกล้สูญพันธุ์
สัตว์น้ำแปลก ปลาแองเกลอร์ สัตว์ดูดเลือด
อันดับงูสวยงาม อนาคอนด้า ตัวอ่อนปลาฉลาม
เห็ดมีพิษ ภัยของยาไอซ์ คลื่นยักษ์สึนามิ
เรื่องย่อเพื่อเธอ เรื่องย่อสาวน้อยร้อยล้าน เรื่องย่อรักเร่
เรื่องย่อตามรักคืนใจ เรื่องย่อพลับพลึงสีชมพู เรื่องย่อไฟล้างไฟ
เรื่องย่อรัตนาวดี เรื่องย่อคู่ปรับฉบับหัวใจ เรื่องย่อห้องหุ่น
เรื่องย่อรอยรักแรงแค้น ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ เรื่องย่อเพลิงตะวัน
เรื่องย่อนางร้ายที่รัก เพื่อนรักเพื่อนริษยา เรื่องย่อตะวันตัดบูรพา
เรื่องย่อเลื่อมสลับลาย นางสาวทองสร้อยคุณแจ๋ว เรื่องย่อใต้เงาจันทร์
เรื่องย่อละครเจ้านาง เรื่องย่อผู้กองยอดรัก เรื่องย่อสุดแค้นแสนรัก
เรื่องย่อเพลงรักเพลงลำ เรื่องย่อละครเพื่อนแพง เรื่องย่อเลือดมังกร
นิทานนางกากี นิทานนางพิกุลทอง นิทานยอพระกลิ่น
นิทานกระต่ายสามขา นิทานกระเช้าสีดา นิทานเคราะห์ของตาจัน
กล่องข้าวน้อยฆ่าแม่ ทำไมงูเหลือมไม่มีพิษ ทำไมเต่ามีกระดอง
ทำไมจระเข้จึงไม่มีลิ้น ทำไมหมากับแมวไม่ถูกกัน ทำไมนกกะปูดตาแดง
นิทานธรรมชาดก เรื่องย่อละคร ดูดวงทำนายฝัน

บทความแนะนำ

กำเนิดดวงอาทิตย์ กำเนิดเอกภพ ประวัติศาสตร์กำแพงเมืองจีน หายนะจากต่างแดน ภัยของยาไอซ์ เห็ดมีพิษ มฤตยูในสายน้ำ แมงกะพรุนกล่อง 10 อันดับฆาตกรเด็ก

ร้านอาหารปักษ์ใต้ฉวาง

ร้านอาหารปักษ์ใต้ฉวาง


ร้านอาหารปักษ์ใต้ ฉวาง

ถ้าจะหาร้านอาหารปักษ์ใต้ที่มีรสชาติจัดจ้านแบบปักษ์ใต้แท้ๆ สักร้านแล้วล่ะก็ เชื่อว่าจะต้องมีร้านฉวาง ย่านพรานนกติดโผมาแบบไม่ต้องสงสัย เพราะชื่อเสียงอันโด่งดังที่สะสมมายาวนานกว่า 40 ปี การันตีได้ว่าอาหารใต้ทุกอย่างของร้านนี้ หรอยอย่างแรงแน่นอน ร้านฉวางเปิดมานานเกือบ 50 ปี และเป็นช่วงรุ่นที่ 3 ชื่อฉวางนั้นมาจากเป็นชื่อแเภอหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช ร้านฉวางมีเมนูอาหารปักษ์ใต้กว่า 50 เมนูต่อวัน บางเมนูจะเป็นเมนูหลักมีให้ทานทั้งปี บางเมนูก็จะเป็นเมนูตามฤดูกาลและความเหมาะสม ซึ่งทุกเมนูจะทำสดใหม่ร้อนๆ วันต่อวัน มีพ่อครัวแม่ครัวแยกเป็นแผนก ผัด แกง ทอด ตามความถนัดและความชำนาญของแต่ละคนเลยทีเดียว




ที่ร้านจะเน้นเรื่องปลามาก จะมีปลาทอดหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นปลาทอดขมิ้น ปลาทอดเครื่องแกง ปลาที่ใช้ก็จะมี ปลาแดง ปลาทราย ปลาดุก ปลาทู ปลาอินทรย์ ปลาเก๋า ปลาจวด ปลาดาบ ปลากะพง ปลาตาเดียว ปลาหัวอ่อน เครื่องแกงของร้านฉวางจะทำเองทั้งหมด ซึ่งเครื่องแกงคั่วของร้านฉวางจะประกอบไปด้วย พริกแห้ง พริกไทย ตะไคร้ กระเทียม ข่า ขมิ้น เกลือ เอามาตำให้ละเอียดแล้วจึงใส่กะปิทีหลัง ก็จะได้พริกแกงคั่วที่เอาไปทำอาหารได้หลากหลายเมนู อย่างเมนูปลาดุกทอดพริกแกง ก็จะนำปลาดุกมาคลุกเคล้ากับพริกแกงคั่วเกือบชั่วโมง ก่อนนำไปทอดให้ด้านนอกกรอบ ด้านในนุ่ม ไม่แข็งจนเกินไป เครื่องแกงคั่วนี้ยังเอามาทำอาหารอีกหลากหลายชนิดรวมถึงคั่วกลิ้ง ซึ่งที่นี่มีทั้งคั่วกลิ้งหมูและเนื้อ วิธีการทำไม่ยาก แค่นำหมูหรือเนื้อไปรวนพริกแกงในกระทะให้แห้ง เคล็ดลับอยู่ที่การรวนหมูต้องรวนจนแห้งจริงๆ ปิดท้ายด้วยใบมะกรูดหั่นฝอยและข่าหั่นฝอยก็เป็นอันเสร็จ


นอกจากพริกแกงคั่วแล้วก็มีพริกแกงส้ม โดยเครื่องแกงส้มจะมี พริกแห้ง พริกสด กระเทียม ขมิ้น เกลือ ตำเข้าด้วยกันจนละเอียด เอามาทำแกงเหลืองผักรวมปลากะพง ใช้ปลากะพงชิ้นใหญ่ ผักที่ใส่ก็เป็นผักแปลกๆ หากินยาก วิธีทำแกงเหลือง เริ่มจากเติมน้ำแล้วละลายพริกแกงลงไปก่อนตั้งไฟให้เดือด เพื่อไม่ให้พริกแกงจับตัวเป็นก้อน แล้วต้องให้น้ำละลายพริกแกงนั้นเดือดจริงๆถึงจะเอาปลาใส่ ปลาจะได้ไม่เหม็นคาว จากนั้นก็ใส่ผักตามที่ต้องการ




ไม่เพียงแต่อาหารรสจัดเท่านั้น ที่ร้านยังมีเมนูไม่เผ็ดเช่น ต้มกะทิยอดเหลียง วิธีทำนำกะทำใส่หม้อตั้งไฟ ใส่กุ้งแห้ง เกลือ ตะไคร้ซอย ข่า ปรุงรสให้กลมกล่อม รอให้เดือด สุดท้ายก็ใส่ยอดมะพร้าวและยอดเหลียงลงไป แล้วปิดไฟทันที ให้ยอดเหลียงยังเป็นสีเขียวสดดูน่ารับประทาน อีกเมนูที่เด็กทานได้ผู้ใหญ่ทานดีคือ หมูผัดกะปิ ที่ร้านจะดัดแปลงใช้เนื้อหมูสันในไม่ติดมันหั่นเป็นชิ้นยาวแทนหมูสามชั้นตามสูตรปักษ์ใต้แท้ๆ เอามาผัดกับกะปิและน้ำตาลเล็กน้อยให้เข้าเนื้อ แม้จะดูไม่ซับซ้อน แต่ทำเองก็อร่อยยากมาก เพราะเมนูจะอร่อยหรือไม่นั้นวัดกันที่กะปิ


ถ้าใครอยากลองชิมอาหารปักษ์ใต้แท้ๆ ก็ลองแวะเวียนมาได้ที่ร้านฉวาง ถนนพรานนก
ที่มา รายการวีไอพี

อาหารญี่ปุ่น อาหารจีน อาหารไทย
อาหารเวียดนาม อาหารลาว อาหารอาเซียน
ขนมญี่ปุ่น อาหารจานยักษ์ เมนูราเม็ง
อาหารบนรถไฟ ไอติมญี่ปุ่น เมนูสุขภาพ
ราเม็งญี่ปุ่น การทำชีส อาหารบนทางด่วน
ร้านราดหน้า ร้านข้าวขาหมู ร้านบะหมี่เกี๊ยว
ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ร้านกระเพาะปลา ร้านสุกี้
ร้านโจ๊ก ร้านต้มเลือดหมู ร้านกุ้งอบวุ้นเส้น
ร้านข้าวต้มปลา เมนูติ่มซำ กับข้าวญี่ปุ่น
ของไหว้สารทจีน หม้อไฟญี่ปุ่น เมนูซูชิ
ซูชิยอดนิยม อาหารแปลกญี่ปุ่น อาหารแปลกทั่วโลก
ร้านฉวาง โกยซีหมี่ ขนมหวานเยอรมัน
เมนูเครื่องดื่ม ขนมไทยโบราณ ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ
ขนมไทยมงคล ช็อคโกแลตชีสเค้ก เนื้อวากิว

บทความแนะนำ

ดูฟ้าดูฟาย เพลินๆ ริมน้ำ และธรรมชาติ กระชายโสมเมืองไทย สวยใสด้วยใบบัวบก 5 สุดยอดร้านกุ้งอบวุ้นเส้น กุ้งตัวใหญ่ 5 สุดยอดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ 10 อันดับอาหารหม้อไฟของญี่ปุ่น 20 เมนูกับข้าวยอดนิยมของญี่ปุ่น 50 เมนูอาหารญี่ปุ่นตามจุดแวะพักรถ

10 อันดับสัตว์ผีดูดเลือด

10 อันดับสัตว์ผีดูดเลือด

เตรียมกระเทียมและไม้กางเขนเอาไว้เพราะโลกนี้เต็มไปด้วยผีดูดเลือดที่กำลังมองหาเลือดเป็นอาหาร เรากำลังจะนับถอยหลัง 10 อันดับ ผีดูดเลือดในอาณาจักรสัตว์และเปรียบเทียบพวกมันกับความสยองขวัญของมนุษย์มาดูกันว่าอะไรที่เป็นที่สุดของที่สุดในการดูดเลือด

อันดับ 10 นกแวมไพร์ฟินช์ (Vampire Finch)

อันดับ 10 นกแวมไพร์ฟินช์ (Vampire Finch), 10 อันดับสัตว์, จัดอันดับ, สัตว์กินเลือด, สัตว์ดูดเลือด, สิบอันดับสัตว์, อันดับสัตว์, สิบอันดับสัตว์, สารคดีสัตว์โลก, ชีวิตสัตว์โลก, 10 อันดับงู, จัดอันดับสัตว์,

มนุษย์ที่แข็งแรงกินอาหารประมาณครึ่งตันต่อปี เรากินทั้งพืชและสัตว์หลากหลายเพื่อให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นที่ร่างกายต้องการ แต่ไม่มีมนุษย์คนไหนมีชีวิตรอดอยู่ได้หากกินแต่เลือด ขณะที่เลือดเต็มไปด้วยโปรตีนมีระดับน้ำตาลต่ำประกอบด้วยเกลือและธาตุเหล็ก มีสัตว์เพียงไม่กี่ชนิดที่ปรับตัวให้อยู่รอดด้วยการกินเลือดเพียงอย่างเดียว ผีดูดเลือดตัวแรกของเราบินได้เหมือนกับ Dracula ผีดูดเลือดตัวนี้ไม่ใช่ค้างคาวแต่มันคือนก เพื่อนของเราตัวนี้พบได้บนเกาะกาลาปากอส (Galapagos) ไม่มีนกทะเลตัวไหนที่ปลอดภัยจากนกฟินช์แวมไพร์ (Vampire Finch) ขณะที่นกแวมไพร์ฟินช์ สายพันธุ์อื่นกินเมล็ดพืชหรือแมลง แต่นกแวมไพร์ฟินช์จะจิกที่ฐานขนของนกบูบี้ (Blue-footed Boobies) เมื่อผิวหนังเปิดมันก็จะจิกกินเลือดที่ไหลออกมา สัตว์ดูดเลือดตัวอื่นเข้าคิวที่ด้านหลังธนาคารเลือดนกบูบี้ นกฟินช์ในเกาะกาลาปากอสมีชื่อเสียงก็เพราะชาร์ล ดาร์วินในฐานะหลักฐานในทฤษฎีวิวัฒนาการ คาดกันว่าบรรพบุรุษของผีดูดเลือดเหล่านี้ไม่ต้องการกินเลือด แต่มันจิกกินปรสิตบนขนนกบูบี้นั่นเอง อาจดูน่ากลัวแต่มันจะไม่สร้างความเสียหายในระยะยาวกับนกบูบี้ก็เพราะนกบูบี้ก็เหมือนกับมนุษย์ที่มีเลือดสำรองอยู่มาก เลือดเป็นของเหลวที่มีค่าที่สุดของเรามันนำเอาออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย ต้องขอบคุณเซลล์เม็ดเลือดแดง 25 ล้านล้านเซลล์ที่ไหลผ่านเส้นเลือดยาวกว่า 1000 ไมล์ ร่างกายมนุษย์มีเลือดประมาณ 10 ไพนต์ (Pints) ที่สูบฉีดไปทั่วร่างกายด้วยการทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยของหัวใจ ในวันปกติเลือดจะไหลเวียนประมาณ 3,475 แกลลอน นั่นหมายถึงใน 1 ปีหัวใจของคุณสูบฉีดเลือดมากพอที่จะเติมในถังน้ำมันของเครื่องบินจัมโบเจ๊ตได้ถึง 10 ลำ นกฟินช์ดูดเลือดใช้นกบูบี้เป็นเหมือนกับธนาคารเลือดเคลื่อนที่ มันใช้เลือดเป็นอาหารเสริมเพื่อช่วยให้มันอยู่รอดในช่วงที่แห้งแล้ง



อันดับที่ 9 ผีเสื้อ Madrilenial

อันดับที่ 9 ผีเสื้อ Madrilenial, 10 อันดับสัตว์, จัดอันดับ, สัตว์กินเลือด, สัตว์ดูดเลือด, สิบอันดับสัตว์, อันดับสัตว์, สิบอันดับสัตว์, สารคดีสัตว์โลก, ชีวิตสัตว์โลก, 10 อันดับงู, จัดอันดับสัตว์,

ผู้ท้าชิงรายต่อไปในการจัดอันดับสัตว์ผีดูดเลือดทำให้เกิดเรื่องราวของโฉมงามกับเจ้าชายอสูรฉบับใหม่ จะมีสัตว์ชนิดอื่นใดที่ดูสวยงามและดูไม่มีพิษมีภัยได้เมือนกับผีเสื้อบ้าง มีผีเสื้อมากกว่า 28,000 ชนิดและส่วนมากจะกินน้ำหวานจากดอกไม้เป็นอาหารโดยใช้งวงที่เป็นก้านยาวงอ แต่ในสเปนมีผีเสื้อชนิดหนึ่งที่มีความลับดำมืด ผีเสื้อ Madrilenial กระหายที่จะกินเลือด ผีเสื้อแวมไพร์ชนิดนี้ได้อันดับ 9 ในการนับถอยหลังของเรา นอกจากจะดูดน้ำหวานจากดอกไม้แล้วมันยังดูดเลือดจากซากสัตว์อีกด้วย พฤติกรรมเช่นนี้เพิ่งถูกค้นพบไม่นาน จึงยังไม่มีการวิจัยว่าผีเสื้อที่เคยดูดน้ำหวานเปลี่ยนมาดูดเลือดจากซากสัตว์ได้อย่างไร ผีดูดเลือดชนิดนี้นับว่าไม่ปกติเพราะเหยื่อของมันตายแล้ว ผีดูดเลือดส่วนมากชอบดูดเลือดจากเหยื่อที่ยังมีชีวิต ผีดูดเลือดที่โด่งดังที่สุดนั่นก็คือท่านเคาท์แดร็กคิวล่า การพบผีดูดเลือดเริ่มต้นที่ยุโรปตะวันออก ซึ่งครั้งหนึ่งสัตว์ที่ดูดเลือดถูกคิดว่าเป็นวิญญาณของคนตาย

ประเพณีของผีดูดเลือดยังคงสืบเนื่องมาในปัจจุบันมีชายคนหนึ่งที่เชื่อว่าตัวเขาเองนั้นเป็นแวมไพร์ ถนนมืดๆในนิวออร์ลีนเป็นบ้านของแวมไพร์ยุคใหม่ โทนี่ พาร์คเกอร์ เขาเล่าว่า"ผมเป็นแวมไพร์มาตลอดชีวิต เมื่ออายุหกขวบได้ ผมมักจะบอกว่า เราเป็นมาตั้งแต่เกิด มันเลือกคุณ คุณไม่ได้เลือกที่จะเป็น ผมกัดคนไปประมาณห้าคน คนที่เชื่อว่าเป็นแวมไพร์จะดูจากวิธีการแต่งตัว วิธีใช้ชีวิต ลักษณะภายนอก สิ่งที่ทำจะไม่มีอะไรที่ดูธรรมดา และนั่นเป็นวิธีการใช้ชีวิตของผมและนั่นไม่ใช่สิ่งที่คนเรียกกันว่าปกติ มันไม่ใช่เลยน่ะครับ" การเป็นแวมไพร์มีความหมายมากกว่าการใส่เสื้อคลุม มันเป็นเรื่องของจิตใจ แวมไพร์ยุคใหม่ดำเนินชีวิตตามท่านเคาท์แดร็กคิวล่าที่ไม่ยึดติดพวกเขามองความตายในฐานะความจริงของชีวิตและต่อต้านความกดดันจากสังคมที่บอกว่าสิ่งใดถึงเรียกว่าปกติ และแน่นอนว่าแวมไพร์จะออกหากินตอนกลางคืน มันทำให้โทนี่ต้องทำงานตอนกลางคืนเท่านั้นนั่นก็คืองานไกด์ส่วนตัวที่พานักท่องเที่ยวชมมรดกแวมไพร์ของเมือง ไฮไลท์ของการทัวร์จะเป็นตอนจบ ทันทีที่จบการทัวร์เราเล่าประวัติศาสตร์ให้นักท่องเที่ยวฟัง บางคนก็จะช็อค บางคนก็แปลกใจ บางคนรู้สึกกลัวและบางคนก็ทึ่งมากจนรู้ว่าพวกเขาต้องกลับมาอีก และบางคนจะเป็นเหมือนที่เราเป็นเพียงแต่เขายังไม่รู้ตัวเท่านั้น ยากที่จะรู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะเป็นแวมไพร์ เหนือสื่งอื่นใดใครจะเชื่อว่าสิ่งที่สวยงามอย่างผีเสื้อจะเป็นสิ่งมีชีวิตกระหายเลือดได้

อันดับที่ 8 ปลาแคนดิรู (Candiru Fish)

อันดับที่ 8 ปลาแคนดิรู (Candiru Fish), 10 อันดับสัตว์, จัดอันดับ, สัตว์กินเลือด, สัตว์ดูดเลือด, สิบอันดับสัตว์, อันดับสัตว์, สิบอันดับสัตว์, สารคดีสัตว์โลก, ชีวิตสัตว์โลก, 10 อันดับงู, จัดอันดับสัตว์,

ในผืนน้ำของอเมซอนมีสัตว์กินเลือดที่น่ากลัวมากจนเหมือนกับออกมาจากภาพยนต์สยองขวัญของฮอลลีวู้ด ไม่ต้องนึกถึงจระเข้ ปลาไหลไฟฟ้าหรือปลาปิรันย่า สิ่งที่เลวร้ายที่สุดในน้ำของอเมริกาใต้ตัวยาวไม่ถึง 1 นิ้ว ปลาตัวเล็กนี้มีชื่อว่าแคนดิรู (Candiru) มันได้อันดับ 8 จากการจัดอันดับของเราเพราะว่ามันดูดเลือด มันอาบเลือด มันจะหาเหยื่อด้วยการตามรอยสารประกอบไนโตรเจนที่ออกมาจากเหงือกของปลาที่ตัวใหญ่กว่า จากนั้นมันก็รอโอกาสไปอยู่ข้างเส้นเลือดใต้เปลือกที่ปิดเหงือกนั่นเอง ปลาแคนดิรูใช้หนามแหลมที่หัวขูดไปตามเหงือกของเหยื่อจนกระทั่งเลือดไหล มันใช้เวลาไม่กี่นาทีดูดเลือดจนอิ่มจนท้องป่องจากนั้นก็ออกมาจมลงไปใต้อม่น้ำเพื่อย่อยอาหาร และสิ่งที่ทำให้ปลาผีดูดเลือดนี้ดูน่ากลัวนั้นเพราะของเสียที่ขับออกมาทางเหงือกปลานั้นคล้ายกับสารที่พบในปัสสาวะคน สิ่งนี้อาจทำให้ปลาแคนดิรูสับสนจนเกิดความผิดพลาดได้ ปลาชนิดนี้เคยถูกผ่าออกมาจากท่อปัสสาวะของคน ต้องใช้วิธีการแพทย์ที่ซับซ้อนเอาปลาที่อยู่ในท่อปัสสาวะนั้นออกมา แต่ปลาแคนดิรูไม่ใช่สัตว์ชนิดเดียวที่ชอบอาบเลือด ชาวอียิปต์โบราณมีความเชื่อว่าเลือดนำแก่นของชีวิตไปทั่วร่าง ดังนั้นการอาบเลือดจึงน่าจะเป็นวิธีในอุดมคติ นักรบชาวโรมันเห็นว่าเลือดคือสุดยอดเครื่องดื่มให้พลังงาน พวกเขาได้พละกำลังมาจากการดื่มเลือดของคู่ต่อสู้

ปัจจุบันคนบางคนยังดื่มเลือดกันอยู่ ในแอฟริกาชาวเผ่ามาไซ (Maasai Tribe) ไม่ดื่มเลือดมนุษย์ แต่ได้รับธาตุอาหารจากเลือดของวัวที่เลี้ยงไว้ สัตว์เหล่านี้ถูกรีดเลือดออกมาอย่างระมัดระวังเพื่อให้วัวไม่เป็นอันตราย เลือดมักจะถูกนำไปผสมกับนม เป็นเครื่องดื่มที่ชาวมาไซเชื่อว่าทำให้มีเรี่ยวแรงกำลังวังชา มิลค์เชคเลือดนี้อาจไม่ใช่รสชาติสำหรับทุกคนแต่สำหรับชาวมาไซแล้วเลือดเป็นเพียงแหล่งอาหารและแหล่งโปรตีนที่สำคัญอีกชนิดเท่านั้น เลือดเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญต่อปลาแคนดิรู และนี่ก็คือเหตุผลที่ทุกคนซึ่งปัสสาวะขณะว่ายน้ำในอเมซอนจะต้องจดจำเอาไว้เสมอว่าอาจจะมีปลาดูดเลือดแคนดิรูแอบเข้าไปในบริเวณไม่พึงประสงค์ได้

อันดับ 7 ค้างคาวแวมไพร์

อันดับ 7 ค้างคาวแวมไพร์, 10 อันดับสัตว์, จัดอันดับ, สัตว์กินเลือด, สัตว์ดูดเลือด, สิบอันดับสัตว์, อันดับสัตว์, สิบอันดับสัตว์, สารคดีสัตว์โลก, ชีวิตสัตว์โลก, 10 อันดับงู, จัดอันดับสัตว์,

ค้างคาวที่มีชื่อเสียงแต่คุณจะไม่เจอผีดูดเลือดชนิดนี้ที่ทรานซิลวาเนีย ค้างคาวดูดเลือดตัวจริงพบได้ในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ พวกมันชอบกินเลือดวัวและมีอันครายทางสุขภาพที่คาดไม่ถึง ค้างคาวแวมไพร์มีต่อมที่ไวต่อการรับความร้อนที่จมูกซึ่งหมายความว่ามันจะพบว่าตรงไหนที่เส้นเลือดอยู่ใกล้ผิวหนัง จากนั้นมันจะเลียผิวหนังนั้น กัด ดึงบริเวณที่มีขนออก ก่อนจะดึงเอาชิ้นเนื้อเล็กๆออกมาด้วยฟันหน้าที่แหลมคมของมัน ค้างคาวไม่ดูดเลือดแต่ใช้วิธีเลีย มันดูดเลือดประมาณ 5 ช้อนชา ซึ่งนับว่าเป็นของเหลวจำนวนมากเมื่อเทียบกับขนาดตัวของมัน ลองนึกภาพดูหากเราดูดเลือดได้เหมือนค้างคาวดูดเลือด เราคงดูดเลือดเป็นปริมาณเท่ากับน้ำหนักตัวของเราในแต่ละวัน สารประกอบสำคัญของเลือดคือพลาสมา ของเหลวใสที่กินพื้นที่ภายในกระเพาะของค้างคาวแต่กลับให้ธาตุอาหารเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นั่นคือเหตุผลที่เมื่อค้างคาวอิ่มแล้ว มันจะปล่อยปัสสาวะออกมา เป็นวิธีกำจัดน้ำหนักส่วนเกินที่เร็วที่สุดก่อนจะขึ้นบิน ค้างคาวแวมไพร์ได้อันดับ 7 ของเราเพราะการปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตของนักดูดเลือดอีกข้อ เมื่อเปรียบเทียบกับค้างคาวชนิดอื่น ผนังกระเพาะของมันบางและยืดหยุ่นได้ดีและยังมีเส้นเลือดฝอยรอบๆกระเพาะเพื่อเพิ่มอัตราการดูดซึมธาตุอาหาร แวมไพร์เหล่านี้เสี่ยงที่จะถูกกัดเพราะมันหิวอยู่เสมอ ค้างคาวอยู่เกินสองคืนไม่ได้ถ้าไม่มีอาหาร ไม่เช่นนั้นมันอาจจะตายได้

อันดับ 6 ยุง

อันดับ 6 ยุง, 10 อันดับสัตว์, จัดอันดับ, สัตว์กินเลือด, สัตว์ดูดเลือด, สิบอันดับสัตว์, อันดับสัตว์, สิบอันดับสัตว์, สารคดีสัตว์โลก, ชีวิตสัตว์โลก, 10 อันดับงู, จัดอันดับสัตว์,

ส่วนมากยุงตัวผู้และตัวเมียมักจะกินน้ำตาลจากพืช แต่ถ้ายุงตัวเมียต้องการแพร่พันธุ์ พวกมันต้องการเลือด ดังนั้นยุงทุกตัวที่เคยกัดคุณจะต้องเป็นยุงตัวเมีย นักวิทยาศาสตร์ค้นพบสารเคมี 340 ชนิดที่ร่างกายปล่อยออกมาซึ่งเป็นที่ชื่นชิบของยุง ถ้าคุณคิดว่ายุงกัดคุณมากกว่าคนอื่น อาจเป็นเพราะคุณมีกลิ่นที่แตกต่างกันเล็กน้อย เลือดของคุณที่ยุงดูดเข้าไปจะทำให้ตัวของมันพองเหมือนแมลงลูกโป่ง ต้องขอบคุณปากที่ซับซ้อนที่สุดในอันดับของเรานี้ ปากของยุงเหมือนกับส่วนผสมของมีดเอนกประสงค์ swiss army เข็มฉีดยาและเครื่องดูดฝุ่น ยุงอยู่ในอันดับที่หกเพราะมันสามารถดูดเลือดได้มากกว่าน้ำหนักของมันเองถึงหนึ่งเท่าครึ่ง ดูเหมือนไม่มากแต่ถ้าคูณด้วยจำนวนยุงพันล้านตัว คุณก็จะเห็นการนองเลือด ลองนึกภาพว่าถ้าคุณถูกล้อมด้วยยุงตัวเมียที่กระหายเลือด สถิติบันทึกว่าคนเรานั้นโดนยุงกัดได้ 9,000 ครั้งต่อนาที ด้วยอัตราเท่านี้จะทำให้คุณเสียเลือดไปในร่างกายครึ่งหนึ่งในเวลาเพียงสองชั่วโมงเท่านั้น ไม่น่าแปลกใจที่สัตว์บางชนิดหลีกเลี่ยงที่จะไม่ให้โดนยุงกัด ยุงนั้นน่ารำคาญมากจนทำให้เกิดการอพยพที่ยิ่งใหญ่บนโลก กวางแคริบู (Caribou, Reindeer) ที่เกิดในหน้าร้อนของเขตหนึ่งถูกฝูงยุงจำนวนมากรบกวน มันจะยืนอยู่รวมๆกัน เพราะแต่ละตัวจะทรมานน้อยลงเมื่ออยู่รวมกันเป็นฝูง ช่วงเวลาที่ฝูงแมลงอาละวาดรุนแรงฝูงกวางแคริบูจะเคลื่อนที่ตลอดเวลาและสามารถเดินทางได้ 40 ไมล์ต่อวัน เมื่อโดนฝูงยุงไล่ตามอาจจะน่ารำคาญ แต่อย่างน้อยคุณยังได้ยินเสียงมันเข้ามาใกล้ ไม่เหมือนกับสัตว์ดูดเลือดในอันดับต่อไป

อันดับ 5 ทากดูดเลือด

อันดับ 5 ทากดูดเลือด, 10 อันดับสัตว์, จัดอันดับ, สัตว์กินเลือด, สัตว์ดูดเลือด, สิบอันดับสัตว์, อันดับสัตว์, สิบอันดับสัตว์, สารคดีสัตว์โลก, ชีวิตสัตว์โลก, 10 อันดับงู, จัดอันดับสัตว์,

ที่วนอุทยานแห่งชาติ Kaziranga ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย งานปกป้องถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าที่นี่เป็นงานที่อันตรายของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน พวกเขามักโดนทากเข้าโจมตี ตัวดูดเลือดตัวเล็กๆนี้มีอาวุธเป็นเซ็นเซอร์ที่น่าทึ่ง ร่างกายของมันปกคลุมด้วยเซลล์ที่ไวต่อแสง ทำให้มันเชี่ยวชาญในการเคลื่อนที่ตามเงาและกระโดดลงใส่ทุกอย่างที่อยู่เบื้องล่าง ถ้ามันลงมาไม่ต้องมันก็จะตามคุณโดยตามกลิ่นที่ทิ้งเอาไว้นั่นเอง ความร้อนในร่างกายของเหยื่อนำไปสู่การเดินทางในช่วงสุดท้ายของทาก ทากมีเขี้ยวสามอัน และฟัน 300 ซี่ ที่จะพยายามเจาะผ่านผิวหนังของคุณ ทากอยู่ในอันดับ 5 เพราะมันกินเลือดได้มากกว่าน้ำหนักตัวของมันถึงห้าเท่า ความกระหายเลือดของทากเป็นที่นึกถึงของแพทย์ในยุคกลาง ช่วงที่รุ่งเรื่องในฝรั่งเศส คาดว่าในแต่ละปีทากดูดเลือดจากคนไข้มากกว่า 400,000 แกลลอน และส่วนมากจะมาจากส่วนของร่างกายที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ตามคำบอกเล่าของนักสะสมสิ่งของทางการแพทย์ยุคโบราณ ตามประวัติศาสตร์แล้วทากถูกใช้เพื่อดูดเอาความเลวร้ายออกมา เช่นเวลาที่มีไข้จะใช้ทากดูดเอาเลือดออกมา เพื่อให้เกิดการสมดุล ความเข้าใจในตอนนั้นเกี่ยวกับชีววิทยายังไม่ถึงที่สุด การรักษาแบบนั้นถูกละเลยไปเพราะเห็นได้ชัดว่ามันไม่เกิดผลอะไรขึ้นมา แต่ในวันนี้แพทย์ใช้ประโยชน์ในการดูดเลือดของทากเพื่อกำจัดเลือดส่วนเกินและลดอาการบวมที่เกิดขึ้นหลังการผ่าตัด เนื้อเยื่อตรงที่มีเลือดไหลมารวมกัน จะใช้ทากดูดเลือดบริเวณนั้นออกมาเพื่อไม่ให้มันเป็นพิษกับเนื้อเยื่อ ขณะที่ทุกคนจะไม่ชอบแนวคิดที่เอาทากมาดูดเลือดเพื่อรักษาแผลผ่าตัด แต่มันก็ได้ผลอย่างน่าทึ่ง และสัตว์ชนิดอื่นต้องสูญเสียมากกว่านี้เมื่อโดนทากจู่โจม ในหนองน้ำบางแห่ง ทากอาจจะดูดเลือดกบเป็นๆจนตายได้ และเป็นวิธีตายที่สุดทรมาน แต่ก็ยังมีมากกว่านี้อีกในการจัดอันดับของเรา

อันดับ 4 แมลงสังหาร

อันดับ 4 แมลงสังหาร, 10 อันดับสัตว์, จัดอันดับ, สัตว์กินเลือด, สัตว์ดูดเลือด, สิบอันดับสัตว์, อันดับสัตว์, สิบอันดับสัตว์, สารคดีสัตว์โลก, ชีวิตสัตว์โลก, 10 อันดับงู, จัดอันดับสัตว์,

เมื่อพระอาทิตย์ตกในอเมริกาใต้ แมลงสังหารนักล่าก็ออกหาเหยื่อของมัน แม้แต่ในความมืดสนิท แมลงรู้ตำแหน่งที่จะกัดได้อย่างแม่นยำเพราะมันมีประสาทสัมผัสรับความร้อน คุณจะไม่รู้สึกอะไรขณะที่มันทิ่มงวงลงไป เพราะมีสารที่เป็นเหมือนยาชาที่งวงของมัน มีนอยู่ในอันดับที่ 4 เพราะมันสามารถดูดเลือดได้ถึง 6 เท่าของน้ำหนักตัวของมัน แต่แมลงสังหารไม่ใช่ผีดูดเลือดลึกลับเพียงชนิดเดียวในละตินอเมริกา ช่วงปี 1950 มีรายงานว่ามีสัตว์ที่มีลักษณะพฤติกรรมเหมือนกับแวมไพร์ที่ฆ่าแพะและไก่ ไม่มีหลักฐานของการต่อสู้ มีเพียงรอบเจาะ 2-3 แห่งเท่านั่น เหยื่อโดนดูดเลือดจนหมดตัวและลำตัวไม่มีบาดแผล สิ่งมีชีวิตลึกลับนี้ถูกเรียกว่า ชูปาคาบรา (Chupacabras) ซึ่งแปลว่าตัวดูดเลือดแพะ ชูปาคาบรามีชื่อเสียงร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่นที่เหนือธรรมชาติ เช่นตัวบิ๊กฟุต และปิศาจล็อกเนส ผู้คนต่างพรั่นพรึงไปกับฆาตกรรมลึกลับนี้ จนกระทั่งในที่สุดได้มีการอธิบายถึงสาเหตุการตายของแพะ แต่ก็ยังมีบางคนเชื่อว่าชูปาคาบรามีอยู่จริง

อันดับ 3 เรือด

อันดับ 3 เรือด, 10 อันดับสัตว์, จัดอันดับ, สัตว์กินเลือด, สัตว์ดูดเลือด, สิบอันดับสัตว์, อันดับสัตว์, สิบอันดับสัตว์, สารคดีสัตว์โลก, ชีวิตสัตว์โลก, 10 อันดับงู, จัดอันดับสัตว์,

เวลานอนของคุณอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันคลานเจข้ามาสู่การนับถอยหลังในอัดับที่ 3 มันรอคอยอยู่ในซอกอย่างอดทนนานถึง 18 เดือน จนกระทั่งมันถูหลอกล่อออกมาด้วยกลิ่นคาร์บอนไดออกไซด์ที่สุดต้านทานจากลมหายใจของคุณ กิจกรรมของมันมักจะเดินไปตามลงจรการนอนหลับของมนุษย์ มันใช้เวลากว่าห้านาทีกว่าจะดูดเลือดจนอิ่ม เรือดได้อันดับสามในการจัดอันดับเพราะมันสามารถกินเลือดได้มากกว่าน้ำหนักของมันเองถึง 7 เท่า มนุษย์ผู้ชายโดยเฉลี่ยไม่มีทางดื่มของเหลวได้มากขนาดนั้น ถ้าคิดกันว่าเลือดมากขนาดนี้พอที่จะทำให้คุณเป็นลมล้มพับ คุณก็น่าจะชอบการถ่ายเลือดครั้งแรกสุดที่มีการบันทึกเอาไว้ที่กรุงปารีส ย้อนกลับไปในปี 1667 บรรดาแพทย์คิดกันว่าคนบ้าจะรักษาให้หายได้ถ้าถ่ายเลือดกับวัว วัวเป็นสัตว์ที่นุ่มนวลใจดีและมีทฤษฎีที่คิดกันในตอนนั้นว่าความนุ่มนวลจะถูกส่งผ่านทางเลือดได้ ก็เลยจับวัวและคนบ้ามามัดรวมกันไว้เชื่อมเส้นเลือดเข้าด้วยกัน คนไช้จะเริ่มปัสสาวะออกมาเป็นสีดำและชัก แต่นอกจากนี้แล้วเขาก็ปลอดภัยดี การทดลองแบบเดียวกันนี้ทำกันโดยทั่วไปในยุโรปและทดลองด้วยนมและไวน์

อันดับ 2 หมัด

อันดับ 2 หมัด, 10 อันดับสัตว์, จัดอันดับ, สัตว์กินเลือด, สัตว์ดูดเลือด, สิบอันดับสัตว์, อันดับสัตว์, สิบอันดับสัตว์, สารคดีสัตว์โลก, ชีวิตสัตว์โลก, 10 อันดับงู, จัดอันดับสัตว์,

บ้านของคุณมีแขกไม่ได้รับเชิญหรือไม่ มองลงไปที่เส้นใยของพรมคุณอาจเจอตัวอ่อนของอันดับ 2 ของเรา พวกมันไม่ดูดเลือด มันมีความสุขดีกับการกินเส้นใย เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว และของเสียแห้งๆที่พ่อแม่ของมันปล่อยเอาไว้ และเมื่อเข้าวัยเป็นดักแด้มันจะใช้เส้นใยห่อหุ้มตัวมันเอาไว้ และเมื่อเป็นตัวเต็มวัยมันก็พร้อมที่จะดูดเลือดด้วยการจับแรงสั่นสะเทือนและคาร์บอนไดออกไซด์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เนื่องจากสายตาของมันไม่ค่อยจะดีนัก หมักเป็นนักกระโดดที่ดีที่สุดในโลก มันสามารถกระโดดได้ไกลกว่าความยาวของลำตัวของมันถึง 150 เท่า มันได้อันดับสองเพราะความสามารถในการดูดเลือดที่มากกว่าน้ำหนักตัวของมันถึง 15 เท่า



อันดับ 1 เห็บ

อันดับ 1 เห็บ, 10 อันดับสัตว์, จัดอันดับ, สัตว์กินเลือด, สัตว์ดูดเลือด, สิบอันดับสัตว์, อันดับสัตว์, สิบอันดับสัตว์, สารคดีสัตว์โลก, ชีวิตสัตว์โลก, 10 อันดับงู, จัดอันดับสัตว์,

สัตว์อันดับหนึ่งในการนับถอยหลังของสัตว์ดูดเลือดคือสัตว์ที่น่ารำคาญที่สุด มีแวมไพร์ที่เชี่ยวชาญชนิดนี้กว่า 850 สายพันธุ์ และหนึ่งในนั้นอาศัยอยู่ในทะเลทรายคาลาฮารี (Kalahari Desert) มันรอนานกว่า 4 ปี ฝังตัวอยู่ในทราย ใต้ร่มเงาต้นอัลเคเชีย ต้องรอคอยเวลากว่าที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจะเข้ามาใต้ร่มไม้และตอนนั้นเองที่มันจะเข้าจู่โจม สัตว์ที่คลานมาสู่อันดับ 1 ในการจัดอันดับของเราคือเห็บแทมปัน (Tampan Tick) เป็นสัตว์ 8 ขา ตระกูลเดียวกับแมงุม มาพร้อมความกระหายเลือด เห็บบางชนิดอาจจะตัวยาวเพียง เศษ1ส่วน4 นิ้ว เช่นเดียวกับเห็บชนิดอื่น เห็บแทมปันตามรอยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจากคาร์บอนไดออกไซด์ แอมโมเนีย และความร้อนในตัว เห็บเลือกที่ๆดีที่สุดในการกินอาหารโดยรับสัมผัสความร้อนจากเส้นเลือดที่ใกล้ผิวหนังที่สุด จากนั้นก็ดูดเลือด มันกินเลือดได้มากกว่าน้ำหนักตัวของมันเองถึง 600 เท่า

ที่มา สารคดี Animal Planet The most extreme

สัตว์มีพิษ ไวรัสอีโบลา เอเลี่ยนสปีชี่ส์
กำเนิดจักรวาล กำเนิดดวงอาทิตย์ ระบบสุริยะจักรวาล
ปริศนาของจักรวาล การเดินทางข้ามกาลเวลา สสารและปฏิสสาร
สิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร บิ๊กแบงคืออะไร สัตว์ใกล้สูญพันธุ์
สัตว์น้ำแปลก ปลาแองเกลอร์ สัตว์ดูดเลือด
อันดับงูสวยงาม อนาคอนด้า ตัวอ่อนปลาฉลาม
เห็ดมีพิษ ภัยของยาไอซ์ คลื่นยักษ์สึนามิ
กัญชาปลอดภัย ไวรัสอีโบลา ปรสิตที่น่ากลัว
สาเหตุสึนามิ ทำไมผมร่วง สงครามซีเรีย
ทำลายหลุมดำ โลกของเรา กระแสน้ำทะเล
วิธีทำลายเอกภพ กลไกวิวัฒนาการ ระบบภูมิคุ้มกัน

บทความแนะนำ

10 อันดับการคิดค้นของสัตว์ 10 สายพันธุ์งูที่น่าทึ่ง 10 อันดับสัตว์แปลกที่คนไทยนิยมเลี้ยงมากที่สุด แมงมุม 15 สัตว์โลกสวยงามที่ใกล้สูญพันธุ์ 10 อันดับสัตว์สถาปนิก 10 อันดับสัตว์สุดยอดคุณพ่อ 10 อันดับสัตว์ยอดแหยะ 10 อันดับสัตว์มีพิษ

ความขัดแย้งในคาบสมุทรเกาหลี

ความขัดแย้งในคาบสมุทรเกาหลี


เกาหลีมีประวัติยาวนานมากและก่อตั้งประเทศก่อนคนไทยเสียอีก คนไทยเริ่มต้นมาอยู่ในสุวรรณภูมิและตั้งอาณาจักรสุโขทัยเมื่อประมาณปี พ.ศ.1800 แต่เกาหลีเก่ากว่าคนไทยเราเสียอีก ซึ่งไม่ใช่ว่าคนเกาหลีมีมาก่อนคนไทย เพียงแต่คนไทยนั้นย้ายถิ่นฐานมาตลอดเป็นระยะเวลาเป็นพันปี คนไทยนั้นเริ่มต้นมาจากอาณาจักรน่านจ้าว อาณาจักรต้ามุงในประเทศจีน แล้วก็เคลื่อนย้ายลงมาและถูกคนจีนรุกราน ถ้าท่านที่ดูสามก๊กจะเข้าใจได้ว่าคนไทยอยู่ทางตอนใต้ของจีนและเมื่อ 2,000 ปีก่อนก็ถูกรุกรานโดยก๊กของเล่าปี่กับขงเบ้งนี่แหละ แล้วบรรพบุรุษของคนไทยก็ต้องเคลื่อนย้ายหนีมาเรื่อยๆ แต่สำหรับเกาหลีนั้นแตกต่างกัน เพราะอยู่ในพื้นที่นั้นมาตลอด และก็รบราฆ่าฟันกันมาเป็นเวลายาวนานทีเดียว

ถ้าหากนับประวัติศาสตร์เกาหลีจริงๆนี่ เกาหลีนั้นแยกเป็น 2 ประเทศมานานแล้วไม่ใช่เพิ่งมาแยก เราจะเริ่มต้นมองประวัติศาสตร์เกาหลีไปเมื่อ 4,000 ปี ก่อน ตั้งแต่เริ่มมีชนเผ่าต่างๆในคาบสมุทรเกาหลี และเริ่มรวมกลุ่มกันได้จริงๆ เมื่อ 2,300 ปีก่อนคริสตศักราช มีกษัตริย์องค์แรกที่รวบรวมเอาเผ่าต่างๆก็คือ พระเจ้าโจซุน มีอำนาจมากสร้างความเป็นปึกแผ่นในเกาหลีได้ แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะคนเกาหลีนั้นจะคล้ายๆกันคนอาหรับ หรือคนในตะวันออกกลางคือมักจะสู้รบกัน แม้จะเป็นเชื้อชาติเกาหลีด้วยกันก็ตาม และต่อมาก็มีการแยกออกเป็นสามอาณาจักร ในยุคสามอาณาจักรนี้มีระยะเวลาหลายร้อยปีเลยทีเดียว แบ่งเป็นตอนเหนือสุดเป็นอาณาจักรโคกุเรียว (Koguryo) ซึ่งอยู่ติดกับประเทศจีน ส่วนทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้นี่ก็คืออาณาจักรเป็กเช (Paekche) และลงมาทางตอนใต้ที่ใหญ่มากก็คืออาณาจักรชิลลา (Shilla) ใครที่ดูละครเกาหลีก็จะได้ยินชื่อทั้ง 3 อาณาจักรนี้บ่อยๆ



และในช่วงที่แบ่งเป็น 3 อาณาจักรนี้เองเป็นช่วงที่ประเทศมีความขัดแย้งรุนแรงมาก และต่างคนก็สู้รบกัน และอย่างไรก็ดีทั้ง 3 อาณาจักรนี้ก็รับวัฒนธรรมมาจากจีนโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นลัทธิขงจื๊อ อารยธรรมการเมืองการปกครองนั้นก็นำมาจากจีน อาณาจักรโคกุเรียวนั้นอยู่ติดกับประเทศจีนซึ่งไม่ค่อยจะถูกกันนักและมีปัญหาการรุกรานกัน ส่วนอาณาจักรชิลล่าไม่ได้อยู่ติดหรือเกี่ยวข้องอะไรกับจีนมากนัก แต่ก็พยายามที่จะสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับจีน ส่วนเป็กเชนั้นค่อนข้างจะเล็กที่สุด หลังจากที่แยกเป็น 3 อาณาจักรมาประมาณ 300 ปี ก็รวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้โดยที่มีอาณาจักรชิลลาเป็นผู้ยึดครอง และเกิดอาณาจักรใหม่ขึ้นมาคืออาณาจักรโครยอ แต่ก็มีความสุขอยู่ได้ไม่นานเพราะอยู่ท่ามกลาง 3 ประเทศก็คือ จีน ญี่ปุ่น และรัสเซีย และยิ่งกับจีนก็มีประวัติศาสตร์ว่ารบราฆ่าฟันกันมานาน และเป็นที่สังเกตว่าประเทศที่มีการสู้รยบ่อยๆ บุคลิกของคน วัฒนธรรมจะออกมาเป็นในรูปที่สอดคล้องกับการสู้รบ ดูอย่างอาหารจะเห็นว่าอาหารเกาหลีเป็นอาหารที่หยาบๆ ง่ายๆ (ต้องขออภัยผู้ที่ชื่นชอบอาหารเกาหลี) เช่น กิมจิที่ทำมาจากผักดองคลุกพริกหมักเกลือ ซึ่งอาหารเหล่านี้เป็นเสบียงในการรบอยู่ได้นานหลายเดือน อีกประการหนึ่งก็คือภูมิอากาศที่หนาวจัดไม่มีสัตว์และพืชที่หามากินได้ ช่วงที่พอจะหาอาหารได้ก็จะถนอมอาหารไว้ ส่วนเนื้อสัตว์ก็จะกินแบบง่ายๆคือ แล่เนื้อปิ้งจิ้มน้ำจิ้มกินเลย ไม่มีมาประดิษฐ์ประดอยทำเป็นแกงอย่างคนไทย

สังเกตได้ว่านิสัยของคนเกาหลีปัจจุบันส่วนใหญ่นั้นจะเร่งรีบ ไม่ปล่อยเวลาไปปล่าวประโยชน์ และถือคติว่าต้องได้เปรียบอยู่เสมอเป็นผลมาจากประวัติศาสตร์ที่ต้องสู้รบอยู่บ่อยๆ ถ้าไม่สู้รบกันเองก็ต้องสู้รบกับจีน หรือญี่ปุ่นแถมยังต้องระวังรัสเซียเล็กๆ อีกทั้งพื้นที่ของคาบสมุทรเกาหลีนั้นอยู่ล้อมรอบด้วย 3 ประเทศมหาอำนาจ เวลาใครจะรบกับใครก็ต้องผ่านเกาหลี คล้ายกับประเทศเบลเยี่ยมที่อยู่ระหว่างฝรั่งเศสกับเยอรมัน และต่อมาในยุคล่าอาณานิคม การขยายดินแดนเพื่อระบายประชากรและต้องการทรัพยากรทำให้เกิดสงครามในหลายๆประเทศ และระหว่างรัสเซียกับญี่ปุ่น รัสเซียไม่สามารถส่งเรือรบออกไปได้เพราะติดน้ำแข็งต้องส่งอ้อมออกมาแต่ก็ถูกญี่ปุ่นซุ่มโจมตีได้หมด จีนช่วงนั้นตกต่ำเพราะถูกล่าอาณานิคมจากประเทศทางตะวันตก ทำให้ญี่ปุ่นผงาดอำนาจขึ้นมา เกาหลีก็เป็นเหมือนอาณานิคมกลายๆของญี่ปุ่น และต่อมาอีกสิบปีเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งจะเห็นได้ว่าเกาหลีอยู่ภายใต้เขาควายของประเทศมหาอำนาจในช่วงสงครามโลกและต้องประคองตัวให้อยู่รอดและค่อนข้างจะอ่อนแอในยุคนั้น แต่จริงๆแล้วเกาหลีแบ่งประเทศในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เกาหลีเหนือถูกปกครองในพรรคแรงงานที่ยึดมั่นในแนวทางของคอมมิวนิสต์ นายคิมอิลซุนซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคแรงงานนั้นใกล้ชิดกับประธานเหมาเจ๋อตุงผู้นำคอมมิวนิสต์ในจีน ในช่วงนั้นประธานเหมานั้นยังยึดจีนไม่ได้ เมื่อทางสหประชาชาติต้องการมาจัดการการเลือกตั้งในเกาหลี พรรคแรงงานที่นำโดยนายคิมอิลซุนนั้นไม่ยอมเลือกตั้งด้วย ก็เลยตัดพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นเขตปกครองของพรรคแรงงาน ส่วนเกาหลีใต้นั้นก็ให้สหประชาชาติเป็นคนดูแล สหประชาชาติก็สถาปนาการเลือกตั้งในเกาหลีใต้ในแบบอเมริกันขึ้นในช่วงนั้น ด้วยความที่อเมริกันต้องการเข้าไปยึดครองตรงนี้ มีผลประโยชน์ต่อเนื่องเพราะเป็นจุดยุทธศ่สตร์สำคัญ คือไม่อยู่ไกลจากปักกิ่ง ไม่ไกลจากเซี่ยงไฮ้ ไม่ไกลจากวลาดิวอสต๊อก ทำให้อเมริกาต้องการเข้าไปตรงนั้น เมื่ออเมริกาเข้าไป รัสเซียก็เข้ามา ประกอบกับในช่วงนั้นเจียงไคเช็กแพ้พอดี และมีการสถาปนาคอมมิวนิสต์ขึ้นในจีน และเมื่อมีแนวทางที่ต่างกันทำให้เกิดเป็นสงครามในคาบสมุทรเกาหลี และไทยเองก็ได้ส่งทหารเข้าไปเพื่อช่วยเกาหลีใต้

ในช่วงของสงครามเกาหลีมีคนตายเป็นล้านเกือบสองล้านคน ต่อมาสงครามดำเนินมาโดยที่ไม่ใครเป็นฝ่ายชนะเด็ดขาด และภายใต้การนำของนายพลแม็คอาเธอร์ของกองกำลังสหประชาชาติที่มาช่วยเกาหลีใต้เกือบจะเอาชนะเกาหลีเหนือ ได้และเตรียมที่จะบุกประเทศจีน และเสนอให้มีการใช้ระเบิดปรมาณู แต่ประธานาธิบดีทรูแมน ไม่เห็นด้วยและกลัวจะบานปลาย จึงได้มีการเจรจายุติสงครามของสหประชาชาติกับพรรคคอมมิวนิสต์และแบ่งประเทศเป็นเกาหลีใต้กับเกาหลีเหนือ โดยใช้เส้นขนานที่ 38 เป็นเส้นแบ่ง แต่เมื่อแบ่งแล้วเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้เองก็ยังประกาศภาวะสงครามกันมาจนถึงทุกวันนี้



สาเหตุที่ว่าทำไมถึงต้องแบ่งเป็นสองประเทศนั้น สาเหตุหลักนั้นมาจากเรื่องสงครามเย็น หลังจากเยอรมันพ่ายสงคราม สหรัฐและโซเวียตต่างแย่งเข้าไปเอาเทคโนโลยี และบุคลาการมาจากเยอรมันที่ชื่อได้ว่าไฮเทคที่สุดแล้วในยุคนั้น ต่างฝ่ายก็ต่างแข่งขันกันเป็นผู้นำในด้านการบุกเบิกอวกาศและเทคโนโลยีต่างๆ และหลังจากเยอรมันและญี่ปุ่นหมดอำนาจไป ก็ต้องมาปลดอาวุธทหารญี่ปุ่นที่อยู่ตามประเทศต่างๆ และโซเวียตซึ่งอยู่ใกล้กับเกาหลีได้มาทำการปลดอาวุธทหารญี่ปุ่นในเกาหลี ฝ่ายอเมริกาที่ไปไม่ทันก็บอกกับโซเวียตว่าที่เหนือเส้นขนานที่ 38 ให้โซเวียตปลดอาวุธส่วนใต้เส้นขนาน อเมริกาจะทำการปลดอาวุธทหารญี่ปุ่นที่อยู่ในเกาหลีส่วนนี้เอง จึงเหมือนเป็นจุดเริ่มให้แบ่งเป็นเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ตั้งแต่นั้นมา ฝ่ายเกาหลีเหนือก็กลายเป็นคอมมิวนิสต์ตามโซเวียต ส่วนเกาหลีใต้ก็มีฝ่ายสัมพันธมิตรมาจัดการการเลือกตั้งให้

หลังจากนั้นทางฝ่ายเกาหลีเหนือส่งกำลังเข้ามาใต้เส้นขนานที่ 38 และสามารถที่จะยึดกรุงโซลได้ ดังนั้นองค์การสหประชาชาติก็เลยส่งกำลังเข้าไปช่วยเกาหลีใต้ รวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งตรงนี้คนเกาหลีใต้ให้ความชื่นชมมาก

กษัตริย์เกาหลี จักรพรรดิกวางสี จักรพรรดิปูยี
ตำนานอโดนิส โจนออฟอาร์ค มู่กุ้ยอิง
จักรพรรดิเนโร พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 อับราฮัม ลินคอล์น
พระเจ้าซุกจง มาตาฮารี เจ้าฟ้าหญิงบุญรอด
ตำนานธอร์ นิกิต้า ครุสชอฟ สงครามเกาหลี
กำแพงเมืองจีน อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ พระนางเลือดขาว
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ สตีเฟน ฮอว์คิง ลีโอ ตอลสตอย
สตีฟ จ็อบส์ เจ้าพระยาวิชเยนทร์ พระนางมัสสุหรี
สัตว์มีพิษ ไวรัสอีโบลา เอเลี่ยนสปีชี่ส์
กำเนิดจักรวาล กำเนิดดวงอาทิตย์ ระบบสุริยะจักรวาล
ปริศนาของจักรวาล การเดินทางข้ามกาลเวลา สสารและปฏิสสาร
สิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร บิ๊กแบงคืออะไร สัตว์ใกล้สูญพันธุ์
สัตว์น้ำแปลก ปลาแองเกลอร์ สัตว์ดูดเลือด
อันดับงูสวยงาม อนาคอนด้า ตัวอ่อนปลาฉลาม
เห็ดมีพิษ ภัยของยาไอซ์ คลื่นยักษ์สึนามิ
กัญชาปลอดภัย ไวรัสอีโบลา ปรสิตที่น่ากลัว
สาเหตุสึนามิ ทำไมผมร่วง สงครามซีเรีย
ทำลายหลุมดำ โลกของเรา กระแสน้ำทะเล
วิธีทำลายเอกภพ กลไกวิวัฒนาการ ระบบภูมิคุ้มกัน
เรื่องย่อเพื่อเธอ เรื่องย่อสาวน้อยร้อยล้าน เรื่องย่อรักเร่
เรื่องย่อตามรักคืนใจ เรื่องย่อพลับพลึงสีชมพู เรื่องย่อไฟล้างไฟ
เรื่องย่อรัตนาวดี เรื่องย่อคู่ปรับฉบับหัวใจ เรื่องย่อห้องหุ่น
เรื่องย่อรอยรักแรงแค้น ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ เรื่องย่อเพลิงตะวัน
เรื่องย่อนางร้ายที่รัก เพื่อนรักเพื่อนริษยา เรื่องย่อตะวันตัดบูรพา
เรื่องย่อเลื่อมสลับลาย นางสาวทองสร้อยคุณแจ๋ว เรื่องย่อใต้เงาจันทร์
เรื่องย่อละครเจ้านาง เรื่องย่อผู้กองยอดรัก เรื่องย่อสุดแค้นแสนรัก
เรื่องย่อเพลงรักเพลงลำ เรื่องย่อละครเพื่อนแพง เรื่องย่อเลือดมังกร
นิทานนางกากี นิทานนางพิกุลทอง นิทานยอพระกลิ่น
นิทานกระต่ายสามขา นิทานกระเช้าสีดา นิทานเคราะห์ของตาจัน
กล่องข้าวน้อยฆ่าแม่ ทำไมงูเหลือมไม่มีพิษ ทำไมเต่ามีกระดอง
ทำไมจระเข้จึงไม่มีลิ้น ทำไมหมากับแมวไม่ถูกกัน ทำไมนกกะปูดตาแดง
นิทานธรรมชาดก เรื่องย่อละคร ดูดวงทำนายฝัน

บทความแนะนำ

สุดยอด สไนเปอร์ ในสมรภูมิรบ ประวัติศาสตร์กำแพงเมืองจีน ขุนศึกหญิงแดนมังกร มู่กุ้ยอิง หวางชิงเอ๋อ และฮัวมู่หลาน สารคดีสงครามเย็น บทบาทของผู้นำโซเวียต นิกิต้า ครุสชอฟ (Nikita Khrushchev) รักต่างวัยของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 และ แคทเธอรีน โฮเวิร์ด สุดยอดเฮลิคอปเตอร์ อาปาเช่ (Apache Helicopter) โจน ออฟ อาร์ค วีรสตรีที่โลกไม่เคยลืม จักรพรรดิเนโร ที่โหดก็เพราะรัก

Popular Posts