เจ้าพระยาวิชเยนทร์ หรือจะเป็นรักร่วมเพศในราชสำนักสยาม



ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นยุคที่ฝรั่งตะวันตกหลั่งไหลมาแสวงโชคในสยามกันหนาตา แต่คนที่ก้าวขึ้นไปถึงจุดสูงสุดจนกลายเป็นไอดอลของนักแสวงโชคทั้งมวล มีเพียง "คอนสแตนติน ฟอลคอน" (Constantine Phaulkon) หรือ "เจ้าพระยาวิชเยนทร์" ขุนนางคนโปรดของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเท่านั้น

ประวัติของเจ้าพระยาท่านนี้ถูกบันทึกไว้ในหนังสือสยามและคณะมิชชั่นนารีฝรั่งเศสว่า "กงสตองส์ หรือคอนสแตนติน ฟอลคอน มีชื่อเสียงมากในหมู่นักผจญภัย ในอดีตฟอลคอนเคยใช้ชีวิตเร่ร่อน และบัดนี้กลายเป็นเจ้าพระยาพระคลัง เสนาบดีชั้นสูงสุดของสยาม ฟอลคอนเป็นคนฉลาดและทะเยอทะยาน บ้างกล่าวว่า เขาเป็นบุตรคนขายเหล้าชาวกรีก"

เจ้าพระยาวิชเยนทร์,ประวัติศาสตร์, บทความประวัติศาสตร์, เรื่องราวในประวัติศาสตร์,

คุณสมบัติความเป็นลูกพ่อค้า น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สอนให้ฟอลคอนมีคารมดี รู้จักหว่านล้อม จับช่องเอาอกเอาใจคนฟังได้อยู่หมัด เมื่อบวกกับหน้าตาที่หล่อเหลาคมเข้มแบบชาวกรีกเข้าไปอีก เขาจึงเป็นที่รักของบรรดานายเรือทุกคน และพร้อมกันนั้นแววสีม่วงในตัวฟอลคอนก็เริ่มจะฉายชัดออกมา เนื่องจากสังคมกรีกมีค่านิยมที่ออกจะแปลกๆ สำหรับคนไทยเราอยู่สักหน่อย คือเมื่อผู้ชายย่างเข้าสู่วัยกลางคน จากที่เคยชอบผู้หญิงก็จะเปลี่ยนมานิยมหลับนอนกับเด็กหนุ่มรุ่นๆ แทน เป็นเรื่องที่คนชาตินี้เขาถือว่าไม่เสียหายอะไรและไม่จำเป็นต้องปิดบัง ตัวฟอลคอนเองก็ถูกพ่อแม่ยกให้กับกัปตันเรือคนหนึ่งตั้งแต่เพิ่งรุ่นหนุ่ม เพื่อไปเป็นคนสนิทให้รับใช้ใกล้ชิดทั้งในบ้านและบนเตียง นักเขียนบันทึกพงศาวดารบางเล่มจึงเดาเอาว่า ชะรอยฟอลคอนคงจะได้รับรสนิยมแบบไบเซ็กช่วลมาตั้งแต่ตอนนั้น

เมื่อฟอลคอนมาถึงราชสำนักสยาม ก็เป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระนารายณ์ ตั้งแต่ได้เข้าเฝ้าครั้งแรก เพราะฟอลคอนนั้นมีความสามารถอันไร้เทียมทานที่ฝรั่งคนอื่นไม่มี นั่นคือ สามารถพูดไทยได้ชัดเจน แถมยังเดาะคำราชาศัพท์ได้คล่องลิ้น ชนิดที่ตาสีตาสาที่เกิดในเมืองไทยแท้ๆยังต้องอาย อีกทั้งฟัลคอนเคยเดินทางไปทั่วยุโรป จึงมีเรื่องของเจ้านายในทวีปต่างๆ ลักษณะการเมืองการปกครอง และอาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัย มาทูลถวายสมเด็จพระนารายณ์ได้ไม่รู้จบ สมเด็จพระนารายณ์จึงโปรดปรานมาก ถึงขนาดประธานชื่อให้ว่าวิชเยนทร์ และเรียกให้มาเข้าเฝ้าแทบทุกวัน บางวันก็อยู่ด้วยกันสองต่อสองตั้งแต่เช้าจนค่ำ ทำให้เกิดข้อครหาที่ยังไม่มีใครกล้าพิสูจน์ มาจนถึงทุกวันนี้ ถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาของชายผู้ทรงศักดิ์ทั้งสอง

นอกจากนี้ยังมีสิ่งละอันพันละน้อยอีกหลายเรื่องที่ตอกย้ำความคลางแคลงใจในเรื่องนี้ เช่น ความห่วงใยและใส่พระทัยที่สมเด็จพระนารายทรงมีให้วิชเยนทร์ ที่ออกจะมากมายผิดเจ้านายกับบ่าว ในบันทึกของบาทหลวง เดอ เบซ ซึ่งมาสอนศาสนาอยู่ในสมัยนั้นเล่าไว้ว่า

เคยมีเหตุการณ์หวาดเสียวครั้งหนึ่ง เมื่อเสด็จไปล่าสัตว์ด้วยกัน วิชเยนทร์ถูกฝูงควายป่าเข้าใส่ หนุ่มชาวกรีกพยายามวิ่งหนีแต่ไม่ทัน ถูกฝูงควายล้อมไว้ ควายป่าตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่เชียวเอาเสื้อคลุมของวิชเยนทร์ขาดไป สมเด็จพระนารายทรงทอดพระเนตรเห็นเช่นนั้นก็วิ่งไปประทับข้างๆโดยไม่คำนึงถึงอันตราย หลังจากที่ทหารไล่ฝูงควายไปได้แล้วสมเด็จพระนารายณ์ก็พระราชทานภาพแพสวยงามจากเมืองจีน พร้อมเงินทองให้วิชเยนทร์และมีพระลายลักษณ์อักษรว่า

"เสื้อผ้าขาดชำรุดก็พอหาใหม่ได้ แต่ตัวท่านหากเป็นอะไรไป จะเป็นการสูญเสียที่ไม่มีสิ่งใดทดแทนได้เลย เพราะฉะนั้นอย่าทําตัวให้อยู่ในอันตรายเช่นนั้นเอง"

ธรรมชาติของคนเรารักชีวิตด้วยกันทุกคนการที่เราจะโดดเข้าไปช่วยคนอีกคนกลางฝูงควายที่กำลังคลั่ง จึงต้องออกมาจากสัญชาตญาณอย่างแท้จริง สิ่งที่สมเด็จพระนารายณ์ทรงทำลงไปจึงแสดงให้เห็นว่า ทรงรักและดีฆ่าฝรั่งกรีกคนนี้ไว้สูงเพียงใด ต่อมาวิทยาล้มป่วยนอนซมอยู่ในเรือน ก็ทรงกลัดกลุ้มพระทัย ถึงขนาดสั่งให้งดประโคมดนตรีในวังทั้งหมด และทุกชั่วโมงหมอหลวงจะต้องเข้ามาทุนรายงานอาการของฝรั่งคนโปรด ว่าเป็นตายร้ายดีมีแววว่าจะซี้ม่องเท่งหรือไม่ คราวนั้นอาการของวิชเยนทร์คงจะหนักหนาสาหัสเอาจริงๆ เพราะรักษากันอยู่หลายวันก็ยังไม่ทุเลา สมเด็จพระนารายณ์จึงรับสั่งให้หมอหลวงมาจับยามทำนายชะตาชีวิตของพระสหายต่างชาติ เมื่อรู้ว่าชะตาของวิชเยนทร์ยังไม่ขาด ก็ส่งโล่งพระทัย

พระกรุณาอันมากล้นเช่นนี้ ทำให้คนไทยขี้สงสัยบางคนเริ่มตั้งปุจฉาว่า ความสัมพันธ์ของสมเด็จพระนารายณ์กับนายฝรั่งวิชเยนทร์ จะเป็นเพียงเจ้านายกับขุนนางเท่านั้นน่ะหรือ ในเมื่อวิชเยนทร์ก็เจนจบในเรื่องทวนทองคะนองศึก สามารถไล่เพลงทวนสมรักษ์ได้ทั้งชายหญิง ฝ่ายสมเด็จพระนารายณ์นั้นเล่า แม้จะไม่เคยปรากฏ ว่าทรงรับสั่งเรียกได้มหาดเล็กเข้าไปบีบบีบนวดนวด แต่ก็มีหลักฐานว่าทรงชื่นชมฝรั่งรูปงามมากจนน่าสงสัย

ในหนังสือ สยามและคณะมิชชันนารีฝรั่งเศส มีหน้าหนึ่งเล่าว่า สมเด็จพระสังฆราชปาลลู ได้นำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสมาถวาย จากนั้นพระนารายณ์ก็พินิจพิเคราะห์และตรัสชมเชยอยู่เป็นเวลานานวันละ 3 หรือ 4 ครั้ง พระองค์ทรงสมุนพระทัยกับเส้นพระเกศาหยักศกสวยงามของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 โดยที่พระองค์ทรงหาทราบไม่ว่าทำได้อย่างไรและกับพระพักตร์ที่สง่างาม และเข้มแข็งด้วย พระองค์ตรัสซ้ำด้วยความปลาบปลื้มพระทัยกับพระบรมฉายาลักษณ์นั้น อ่านแล้วก็คล้ายๆกับ วรรณคดีไทยเรา ตอนพระอภัยมณีหลงรูปนางละเวง หากแต่สมเด็จพระนารายณ์ทรงเป็นชายทั้งแท่ง เมื่อทรงมานั่งชมโฉมผู้ชายด้วยกัน ซ้ำยังตรัสถามถึงกลเม็ดเคล็ดลับการดูแลความงาม คนที่ได้ยินก็เลยอดสะดุ้งไม่ได้

เจ้าพระยาวิชเยนทร์,ประวัติศาสตร์, บทความประวัติศาสตร์, เรื่องราวในประวัติศาสตร์,

แต่ถ้าจะมองกันอย่างให้ความเป็นธรรมกับเจ้าเหนือหัวของเรา ต้องไม่ลืมว่าสมเด็จพระนารายณ์นั้น ทรงเคยได้ยินกิตติศัพท์ฝรั่งมามากมาย แต่พระองค์ไม่เคยเสด็จออกจากกรุงสยามไปเจริญสัมพันธไมตรีกับฝรั่งตาน้ำข้าวพวกนี้เลย เมื่อได้มาเห็นภาพพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แต่งองค์ทรงเครื่องแพรวพราว ผมลอนหน้าเด้ง ทาแก้มสีชมพูตามค่านิยมของฝรั่งยุคเรเนสซองส์ จะไม่ให้ทรงเพ่งพิศตะลึงมองได้อย่างไร และที่ทรงตรัสชมนั้น ในพระทัยอาจจะแอบขำกับเสื้อผ้าหน้าผมของกษัตริย์ฝรั่งก็เป็นได้ เพียงแต่ในท้องพระโรงมีสมเด็จพระสังฆราชปาลลู กับพ่อค้าขุนนางฝรั่งอีกหลายคนนั่งกันหน้าสลอน หากทรงวิจารณ์ออกมาตรงตรง ฝรั่งพวกนี้ก็อาจจะคิดว่าเจ้ากรุงสยามดูถูกกษัตริย์ชาติตน สมเด็จพระนารายณ์จึงต้องตรัสแก้เกี้ยว เป็นทำนองอยากรู้ว่าผมลอนงามอย่างนี้ทำอย่างไร

หลักฐานอีกเรื่องหนึ่งที่น่าจะยืนยันได้เป็นอย่างดีที่สุด ว่าสมเด็จพระนารายณ์ไม่ได้ทรงเสน่หาขุนนางกริชแบบคนรัก คือพระองค์ทรงโปรดให้แหม่มลูกครึ่งญี่ปุ่นโปรตุเกส "มารี ปินยา เดอ กีย์มาร์" ซึ่งมีกิตติศัพท์เลื่องลือว่านางสวยงามนักหนา เข้าพิธีแต่งงานกับ วิชเยนทร์ และในงานแต่งงานก็พระราชทานทรัพย์สินเงินทองเป็นเงินก้นถุงให้คู่บ่าวสาวจนจุใจ และตัววิชเยนทร์เองนั้นแม้ในอดีตจะเคยเป็นเสือไบ แต่เมื่อมาสุขสบายในกรุงสยามก็ได้ชื่อว่าขี้หลีเหลือรับประทาน สาวงามบ้านไหนชะม้ายชายตาให้ ชายตาให้ พ่อเป็นฟาดเรียบ ดูไปแล้วฝรั่งคนนี้ น่าจะลาขาดจากนิสัยชายรักชายอย่างถาวรเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสมเด็จพระนารายณ์ จะมีความสัมพันธ์ในเชิงชายเหนือชายกับวิชเยนทร์หรือไม่แต่ตลอดรัชสมัย ฝรั่งผู้นี้ก็เป็นขุนนางที่ทรงรักและไว้ใจมากที่สุด เพราะเป็นผู้มีหูตากว้างไกล สามารถสนองพระราชประสงค์ของพระองค์ได้ ทั้งในเรื่องการเมือง การค้า งานต่างประเทศ หลังจากรับราชการได้เพียง 9 ปี ฝรั่งวิชเยนทร์ก็สามารถพาตัวขึ้นถึงระดับเสนาบดี เป็นพระยาวิชเยนทร์ที่แม้แต่คนไทยก็ยังต้องนบนอบ

เมื่อมีอำนาจ เจ้าพระยาวิชเยนทร์ก็ได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมกำจัดขุนนางที่ไม่ถูกชะตาไปหลายคน สร้างความแค้นให้ข้าเก่าเต่าเลี้ยงชาวสยาม อย่างเอาเป็นเอาตาย จวบจนสมเด็จพระนารายทรงประชวรหนัก จวนเจียนจะสิ้นพระชนม์ บรรดาขุนนาง นำทีมโดยขุนหลวงสรศักดิ์ ( พระเจ้าเสือในเวลาต่อมา) ก็วางแผนปิดบัญชีกับเจ้าพระยาวิชเยนทร์แบบทบต้นทบดอก โจรท่านถึงแก่ความตายที่ทะเลสาบชุบศร เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2231



ในหนังสือประวัติศาสตร์ของหลวงวิจิตรวาทการได้กล่าวถึงเจ้าพระยาวิชเยนทร์ว่า
" รัศมีของวิชเยนทร์เป็นเหมือนแสงจันทร์ มีอยู่ได้โดยอาศัยแสงสะท้อนจากพระอาทิตย์ อันได้แก่สมเด็จพระนารายณ์ เมื่อสิ้นลมสมเด็จพระนารายณ์แล้ว บุญของวิชเยนทร์ก็สิ้นไปด้วย"

ทิ้งไว้แต่ข้อกังขาเรื่องความสัมพันธ์อันคลุมเครือ ระหว่างท่านกับสมเด็จพระนารายณ์มาจนถึงทุกวันนี้

บทความแนะนำ

ประวัติศาสตร์, บทความประวัติศาสตร์, เรื่องราวในประวัติศาสตร์, ผู้นำสงคราม, สงคราม, สงครามเย็น, สงครามนิวเคลียร์, ทหารในสงคราม, อาวุธสงคราม, อลิซาเบธ บาโธรี่ เคานท์เตสกระหายเลือด ประวัติศาสตร์, บทความประวัติศาสตร์, เรื่องราวในประวัติศาสตร์, ผู้นำสงคราม, สงคราม, สงครามเย็น, สงครามนิวเคลียร์, ทหารในสงคราม, อาวุธสงคราม, 25 การทรมานสุดโหดในประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์, บทความประวัติศาสตร์, เรื่องราวในประวัติศาสตร์, ผู้นำสงคราม, สงคราม, สงครามเย็น, สงครามนิวเคลียร์, ทหารในสงคราม, อาวุธสงคราม, ประวัติหลวงปู่ทวดวัดช้างไห้ สรงน้ำพระธาตุตามปีเกิดด้วยหัวใจอิ่มบุญ โจรสาวอินเดียปลอมเป็นชาย หลอกแต่งงานนานนับปี โจโจ้ซัง แม้เป็นเพียงเกอิชาก็ขอมีรักแท้ อาหาร, เมนูอาหาร, เมนูขนมหวาน, อันดับอาหาร, รีวิวอาหาร, รีวิวขนม, ร้านอาหารอร่อย, เจ้าฟ้าหญิงบุญรอด ต้นกำเนิดกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน อาหาร, เมนูอาหาร, เมนูขนมหวาน, อันดับอาหาร, รีวิวอาหาร, รีวิวขนม, ร้านอาหารอร่อย, ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ

เมนูอาหาร ภัยอันตราย บทความสุขภาพ บทความวิทยาศาสตร์ เรื่องเล่าสยองขวัญ บทความชีวิตสัตว์ บทความประวัติศาสตร์ จัดอันดับ, สิบอันดับ, 10 อันดับ, ที่สุดในโลก จัดอันดับ, 10 อันดับ, เรื่องสยองขวัญ, เรื่องเล่าสยองขวัญ, ดูดวง, นิทาน, ภัยอันตราย, สมุนไพร, สุขภาพ


No comments:

Post a Comment

Popular Posts