เล่าเรื่องสยองขวัญ ไม่น่าหยิบมา


ก็คือย้อนไปเมื่อประมาณสักปี พ.ศ. 38, 39 ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ

ตอนนั้นผมก็อยู่ช่วง ม.1 ผมถือว่าผมเป็น เป็นเด็กมีชีวิตที่โชคดีครับ ก็คือยุคกลาง ๆ ก็คือว่าจะไม่แกมาก แล้วก็จะไม่เด็กมากเกินไปในช่วงนั้นใช่ไหมครับ

ช่วงนั้นร้านเกมส์ ร้านอะไร มันก็ยังไม่ค่อยมีใช่ไหมครับ ก็ส่วนมากเนี่ยพอเรียนกลับมาจากโรงเรียนเนี่ย ส่วนมากก็จะคลุกอยู่ที่โรงเรียน

บังเอิญว่าโรงเรียนของผมเนี่ย มันเป็นโรงเรียนวัดครับพี่ป๋อง เนี่ยโรงเรียนวัดเนี่ย อาณาบริเวณก็จะใกล้วัดใช่ไหมครับ

เย็น ๆ เนี่ยผมก็ไปเตะบอล ยิงนก ตกปลา ไปเรื่อย ในเด็กยุคก่อน ในช่วงสมัย พ.ศ. นั้นนะครับ

เนี่ยสนามฟุตบอลเขาจะใกล้กับเมรุ ใกล้กับเมรุ สุสาน อะไรประมาณเนี้ย คือมีความคุ้นชินอยู่แล้วครับ ก็เลยไม่รู้สึกกลัวอะไร

จนกระทั่งช่วงราว ๆ สักเดือนตุลา ปีประมาณ 38, 39 เนี้ยล่ะครับ ก็ไปเตะบอลกันตามปกติในช่วงเย็น

ตุลาในยุคนั้นเนี่ย ถือว่าก็เข้าสู่หน้าหนาว ก็จะมืดเร็วนิดหนึ่งใช่ไหมครับพี่ป๋อง


ก็พอประมาณสัก 5 – 6 โมงเนี่ย วันนั้นเลิกบอลจะเร็วหน่อย เพราะอากาศเริ่มเย็น ความพิเรนของเด็กวัยนั้นเนี่ย ก็ถือค่อนข้างสูงใช่ไหมครับ วัยกำลังก๋ากั่นเนี่ย

ก็เลยออกหัวกับเพื่อน ๆ ว่าเราคงจะเล่น ก็คือไม่ได้เล่นบอลล่ะ ช่วง ม.1 ก็คือถือว่าไม่โตมาก แล้วก็ไม่เด็กมาก ก็เลยเล่นซ่อนหาครับพี่ป๋อง


ก็ตีไปโอน้อยออกธรรมเนี้ยครับ ก็สรุปว่ามีเพื่อนคนหนึ่งเป็น

เนี่ยด้วยความ อืม สัญชาตญาณของเด็กน่ะครับพี่ป๋อง

พี่ป๋องเคยไหมครับ คือเวลาเราเล่นวิ่งไล่จับกับเพื่อนเนี่ย

มันจะมีเพื่อนวิ่งมาตามกับเรามา ก็คือว่าเพื่อนที่จะมาแอบด้วยกัน

เราก็พยายามที่จะ เฮ้ยออกไป ไม่ต้องมา อะไรประมาณนั้น


ช่วงนั้นก็ราว ๆ สัก 6 โมงล่ะ ผมจำได้ว่าถ้าจำไม่ผิดนี่ ช่วงนั้นตะวันจะเป็นคล้าย ๆ ว่าอะไรพี่ป๋อง

ผีตากผ้าอ้อม


เป็นเมฆสีแดง ๆ โห บรรยากาศกำลังได้เลยครับพี่ป๋อง

ด้วยความที่ว่าเราเนี่ย รำคาญเพื่อนที่วิ่งมาตาม มาซ่อนเนี่ย ผมเลยกระโดดข้ามกำแพงเมรุไปครับ อ่า กำแพงสุลานครับ ขออภัยครับ กำแพงสุสานไป แล้วก็วิ่ง

จุด focus ของผมในตอนนั้น คือในใจคิดอย่างเดียวคือยังไม่อยากให้เพื่อนตามมา ผมเข้าไปแอบในปลองเมรุครับพี่ป๋อง

อยู่ในนั้น

เข้าไปแอบในปลองเมรุ

แต่ตอนนั้นไม่คิดอะไรครับ เพราะว่าเราคุ้นชินเรื่องสถานที่อยู่แล้ว

ผมก็วิ่งตาม อ่า ไม่ใช่ครับ ผมวิ่งเข้าไปซ่อนในที่เขาบรรจุหีบศพแล้ว เพื่อที่จะเผาน่ะครับ

ผมเข้าไปคนแรกเนี่ย รู้สึกเลยครับ ยังรู้สึกอุ่น ๆ อยู่เลยครับพี่ป๋อง มีเพื่อนคนหนึ่งของผมครับพี่ป๋อง ก็คือเจ้าเต๋อ เจ้าเต๋อเนี้ยเขาวิ่งตามมา ก็ว่าเฮ้ยแอบด้วย แอบด้วย

ผมก็กำลังจะปิดปากปล่องแล้ว ก็คือจะปิด อ่า ประตู ประตูปิดแล้วนะครับ ประตูผิงไฟเนี้ยครับ

พี่ป๋องเขาก็ เอ่อ เจ้าเต๋อเนี่ย เขาก็กระโดดเข้ามา ผมก็เลยถือวิสาสะ ก็ไม่อยากให้เพื่อนข้างนอกเห็นใช่ไหมครับ ก็เลยปิดประตู

คือผมขอบอกตรงนี้นะ เป็นอะไรที่ผิดพลาดในชีวิตผมมาก คือผมเนี่ยจะอยู่ใกล้ประตู ส่วนเจ้าเต๋อเนี่ยเขาจะอยู่หลังออกไป

ผมเริ่มรู้สึกว่า ตอนนั้นน่ะยอมรับว่าสนุก แต่อีกใจหนึ่งมันเริ่มหวั่น ๆ กลัว ๆ บอกไม่ถูกครับ

ผ่านไปสักพักหนึ่งครับ ประมาณสัก 5 นาทีผ่านไปเนี่ย เราเริ่มรู้สึกแล้วว่าเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน 2 คนกับเจ้าเต๋อครับ

มันรู้สึกเหมือนมีรังสีอํามหิต หรืออะไรสักอย่างเนี่ยแผ่ แผ่มาข้างหลังเรา ผมนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกเสียวสันหลังวาบเลยครับ เหมือนมีคนจ้องมองอยู่ด้านหลัง

ผมก็หันไปมอง ปรากฏว่าผมหันไปมองเสร็จปุ๊บเนี่ย ผมเห็นเจ้าเต๋อเนี่ย กำลังเอามือของตัวเองละพื้น เขาเรียกอะไรครับ พื้นเผาไฟน่ะครับ ก็จะเป็นคล้าย ๆ เป็นผง เป็น (02.31.55)


ที่ตรงนั้นไม่มีตะแครงที่ว่าพอเผาเสร็จปั๊บ เถ้ากระดูกมันจะร่วงลงมา คือมันไม่มีเลย ตรงนั้นก็คือจะเป็นแบบว่าดิบ ๆ เลยครับ

พอ (02.32.11) ไปเนี่ย เขาไปเจอก้อนอยู่ก้อนหนึ่งครับพี่ป๋อง เป็นลักษณะคล้าย ๆ เถ้าขนาดลูกแก้วครับ เป็นก้อนเงิน ๆ

แต่ตอนนั้นผมก็ไม่ได้แปลกใจครับ เพราะว่ามัน มันกลัวมากครับพี่ป๋อง

ผมเล่าแล้วยังเสียงแบบสั่น ๆ


เขาก็หยิบขึ้นมา แล้วเขาก็เออสวยดี ก็เลยเก็บใส่กระเป๋าไป

ผมก็เอ๊ะมันเริ่ม มันไม่ใช่น่ะ มันรู้สึกอึดอัดแล้วพี่ป๋อง รู้สึกว่าเหมือนมีคนมานั่งเบียดเราเลย

รู้สึกจริง ๆ เลยครับ รู้สึกจริง ๆ เลย

ผมก็นั่งรอไป ใจหนึ่งก็กลัว ใจหนึ่งก็กำลังสนุก ก็เลยนั่งแอบไป ประมาณสัก 10 นาที เอ๊ะเริ่มสงสัยทำไมเพื่อนไม่มาแถวนี้เลย ตอนนั้นผม focus อย่างหนึ่งก็คือว่าเอ๊ะหรือที่ซ่อนเราดี


พอนั่งไปสักพักหนึ่ง ผมได้ยินเสียงเสียงหนึ่งครับพี่ป๋องมาจากทางด้านหลังว่า แฮ่...


หันไปมองปั๊บ เจ้าเต๋อหน้าซีดตอนนั้นเลยครับผม

เปิดประตูวิ่งลงมา ตัวนี้คือเลอะเถ้าถ่านไปหมดเลย ผมก็วิ่งออกมาเสร็จปั๊บ เพื่อนทุกคนที่อยู่กับเราคงจะแยกย้ายกันกลับบ้าน

ผมก็เลยถามเจ้าเต๋อว่า เอ้ยเจ้าเต๋อแล้วคืนนี้เองจะไปนอนไหน

ไอ้เจ้าเต๋อเพื่อนผมเขาก็เป็นเด็กคล้าย ๆ กับว่าตกเย็นเนี่ย เขาจะชอบมานอนบ้านผม

บ้านผมในสมัยนั้นน่ะ ผมอยู่กับคุณปู่ คุณยาย ครับ คุณปู่ คุณตา คุณยาย ประมาณเนี้ย จะเป็นบ้านสวน

เขาก็ตามผมมาค้างด้วย

อ่า ขอเล่านิดหนึ่งครับพี่ป๋อง ก็คือว่าบ้านสวนของคุณตาผมเนี่ย เขาค่อนข้างที่จะเป็นคนรักเด็ก แล้วก็จะตั้งอะไรให้หลาน ๆ ลูก ๆ ทั้งหมดเลยครับ ซึ่งรวมถึงบ้านต้นไม้ ผมก็ไปอาศัยนอน ขึ้นไปบนบ้านต้นไม้ครับ

ผมจำได้ว่าผมถึงบ้านคุณตาเนี่ย ราว ๆ สักไม่เกิน 2 ทุ่ม ผมก็ขึ้นไปอาบน้ำ คุณยายผมถามว่าตัวไปเลอะอะไรมา ผมก็เลยบอกว่า อ๋อ คงจะเป็นพวกฝุ่นพวกอะไร ก็ไม่อยากจะบอกเขาใช่ไหมครับ กลัวเขาจะดุ ผมก็เข้าไปอาบน้ำ ขึ้นมาเสร็จก็เข้ามานอนใช่ไหมครับ

ผมจำได้ว่าคืนนั้นเนี่ย เจ้าเต๋อไม่ได้นอนเลยครับพี่ป๋อง เขานั่งกอดเข่ามองผมทั้งคืนเลย


ไม่พูดอะไรสักคำเลย จนผมเอ๊ะชักไม่แน่ใจล่ะ เอ๊ะก็ยังรู้สึกปกติอยู่ใช่ไหมครับ ก็คงคิดว่าคงจะแกล้งเรา

พอเช้ามา คุณแม่เขาก็มารับ ผมก็ไม่ได้ข่าวเจ้าเต๋อมันเนี่ยประมาณสักวัน 2 วัน เพราะว่าผมจำได้ว่าวันนั้นน่ะ เป็นวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เขาไปอยู่กับคุณแม่เขา

พอกลับมาอีกทีหนึ่งเนี่ยใช่ไหมครับ


เขาก็มาส่ง เขาก็มาส่งที่โรงเรียน


โรงเรียนวัดเนี้ยนะครับพี่ป๋อง ข้าง ๆ รั้วโรงเรียนมันก็จะเป็น อ่า เป็นพืชสวนครัว หรือว่ากินได้อะไรประมาณนั้นนะ ก็มีแตงกวา มีพริก มีอะไร

พี่ป๋องครับ เจ้าเต๋อเพื่อนผมเนี่ย ก็เดินมาเนี่ย อยู่ ๆ เขาละสวนไปได้เนี่ย คว้าอะไรมาได้ เขาหยิบใส่ปากเลยพี่ป๋อง


หยิบแตงกวาได้ ใส่ปาก หยิบพริก คือพริกน่ะครับ พริกพี่ป๋องพริกสวนนะ

เม็ดเล็ก ๆ น่ะครับ เขาไปนั่งเด็ด มันเด็ดแล้วก็กิน ๆ เคี้ยวกรุบ ๆ


ผมก็เอ๊ะทำไมนายเปลี่ยนไปนะเพื่อน แต่ตอนนั้นก็ยัง เอ๊ะหรือมันจะแอ๊คใส่เรา หรือมันจะแบบแกล้งอะไรอย่างเนี้ย

พอเข้าไปเรียนในห้องเรียน พฤติกรรมเขาก็แปลกครับ ก็คือจะไม่พูดไม่จอ มองหน้าเพื่อนเนี่ยเหมือน เหมือนกับคนแปลกหน้า

ผมก็พยายามที่จะเข้าไปทักทาย เพราะว่าเจ้าเต๋อเนี่ย เขาเป็นเด็กที่ค่อนข้างที่จะฮาที่สุดในห้อง

เขาเปลี่ยนไป

ผมก็เข้าใจว่าเขามีปัญหากับทางครอบครัวหรือเปล่า เพราะว่าคุณแม่ คุณพ่อ เขาทะเลาะกันเป็นประจำ เขาก็มานอนบ้านผมบ่อย ๆ

จนกระทั่งช่วงตกเย็น ทุกคนแยกย้ายกันไป ผมก็ชวนกันครับ ชวนกันคือไปเตะบอลเหมือนเดิมครับ

เจ้าเต๋อพูดมาคำหนึ่งว่าไม่ไปหรอก ไม่ไปหรอก เหนื่อย ผมก็ อ่า O.K. งั้นก็นายกลับไปก่อนก็ได้ ไม่เป็นไร

จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นนะพี่ป๋อง หน้าโรงเรียนเนี่ยมันก็จะมีเป็นร้านขายของเล่น ขายของชำอะไรอย่างเนี้ยครับ

น้าเขามาเจอผมเนี่ย เพราะว่าผมสนิทกับเจ้าเต๋อ เขาถามผมว่า เออนี่หมี เมื่อคืนน่ะเต๋อไปนอนบ้านด้วยหรือเปล่า ผมบอกอ๋อไม่นี่ครับ เขากลับบ้านเขา เนี่ยกลางคืนเนี่ย เขามาเดิน ๆ แถว ๆ โรงเรียน เดินไปแล้วก็รำไป เดินไปแล้วก็รำไป


ผมก็ไม่รู้ว่ามันกี่โมง คุณน้าของผมมาถามเขาใช่ไหมครับ เขาก็บอกว่าประมาณสัก 4 – 5 ทุ่ม

แต่พี่ป๋องครับ สมัยนั้น 4 – 5 ทุ่ม ถือว่าดึกมาแล้ว

เขาก็เดินไป แล้วก็รำ รำเป็นเรื่องเป็นราวเลยครับพี่ป๋อง

เดินรำไป คือแล้วผมก็เอ๊ะชักจะแปลก ๆ นะ

ด้วยความที่ว่าคือคุณแม่เขาไม่ค่อยมีเวลาดูแล เขาก็ออกมาจากบ้านอะไรอย่างเนี้ย ผมก็เอ๊ะหรือจะไปบอกอาจารย์ดี

ผมก็ไปบอกอาจารย์ประจำห้อง บอกว่าคุณครูครับ เรวัติเขามี

เขาชื่อจริงชื่อเรวัติครับ


เรวัติเขามีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับอาจารย์ อาจารย์ช่วยไปดูแลหน่อย

อาจารย์ก็ไปบอก ไปคุยกับเรวัติเนี้ย

เขาก็ อืม ยังไงครับ เหมือนมีพฤติกรรมที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น ก็ขอโทษนะครับ คือด่าทออาจารย์ออกมาคำหนึ่ง คำหยาบมาก

จนกระทั่งผ่านไปประมาณสัก 2 – 3 วัน คือเป็นอย่างเนี้ยพี่ป๋อง ดึก ๆ เนี่ยจะเดินออกมารำล่ะ รอบบ้านครับ บางทีก็ออกมากลางถนนบ้าง

จนหลัง ๆ มาเนี่ย เอ่อ คนแถวนั้นเขามักจะพูดกันว่า เออเนี่ยเจ้าเต๋อในช่วงเนี้ยแปลก ๆ ไปนะ กลางคืนไม่รู้ว่าเห็นเดินไปกับใคร คนแก่จูงมือมา


ก็คือ ๆ ว่าเขาก็คิดว่าเป็นญาติ เป็นคุณลุง คุณปู่ อะไรอย่างเนี้ยครับ เดิน พาเดินออกมาอะไรอย่างนี้

แต่ผมก็คิดในใจ ผมก็สนิทกับเจ้าเต๋อ เจ้าเต๋อก็ไม่มีคุณปู่ คุณลุง อะไรที่ว่าจะมาเดินจูงมือกันได้ตอนดึก ๆ


เอ่อ แต่ว่าตอนนี้นิสัยเต๋อเนี่ย มันเปลี่ยนไปหมดล่ะ


จนกระทั่งเช้ามาวันรุ่งขึ้น ไอ้เจ้าเต๋อเพื่อนผมก็ไม่มาโรงเรียนครับ ไม่มาโรงเรียน ผมก็เอ๊ะเป็นอะไรหรือเปล่า

พอตกช่วงเย็นเนี่ย คุณแม่ของเจ้าเต๋อเนี่ย เขามาหา เขามาหาผมที่บ้านคุณตา

ผมก็ คือปกติผมไม่เจอกับคุณแม่เจ้าเต๋อหรอกครับ คือตาเล่าให้ฟังว่า เออวันเนี้ยแม่เจ้าเต๋อมานะ บอกเจ้าเต๋อช่วงเนี้ยมันมีพฤติกรรมอะไรรุนแรงหรือเปล่า ผมก็บอกก็มีนะครับตาอะไรอย่างเนี้ย 2 – 3 วัน จะครบอาทิตย์แล้ว อะไรประมาณเนี้ยครับ

คุณตาของผมเล่าให้ฟังว่า เนี่ยแม่เต๋อเขามาตามนะ เด็กหายออกจากบ้านวันหนึ่งแล้วเนี่ย แล้วไม่รู้เป็นอะไร ก็คือว่าฆ่าแมวที่บ้านหมดเลยครับ


ฆ่าแมวที่บ้านหมดเลยครับ ด้วยการจับแมวแขวนคอกับราวตากผ้าครับ



จนกระทั่งผมเริ่มรู้ตัวแล้วว่า คือมันไม่ดีแล้ว

ผ่านมาอีกประมาณสักวันหนึ่งใช่ไหมครับ ผมก็เริ่มคุยกับกลุ่มเพื่อนล่ะ เออเจ้าเต๋อมันช่วงเนี้ยแปลก ๆ นะ เหมือนคนไม่เต็มเลยอะไรอย่างเนี้ย แต่ก็คุยไปในแนวทักทายในทิศทางของแนวตลกหกฮาสักมากกว่าครับพี่ป๋อง

เจ้าเต๋อเขาก็เดินมาจากไหนไม่รู้ครับ ผมก็เลยบอกว่าเต๋อ เฮ้ยแม่ตามหาน่ะ ไปไหนมาเนี้ย

เนื้อตัวเขาก็มอมแมมไปหมดเลย เขาบอกว่าเขาไม่กลับบ้าน บ้านเขาอยู่ที่นี่ครับผม


คือตอนนั้นที่ผมคุยกันเรื่องเพื่อนเนี่ย ผมอยู่สนามฟุตบอลนะพี่ป๋อง ก็เห็นเจ้าเต๋อเนี่ยก็เดินมาพอดี ผมก็ถามเฮ้ยทำไมไม่เข้าบ้าน เจ้าเต๋อบอกว่าบ้านกู

ขอโทษ ขออภัยนะครับ บ้านกูไม่ได้อยู่ที่นั่น บ้านกูอยู่ที่นี่

ผมก็เลยเอ๊ะชักยังไง ก็พยายามที่จะลากมันกลับบ้าน

เชื่อไหมพี่ป๋อง มันไม่เข้าครับ มันเข้าไปในเมรุครับพี่ป๋อง

ผมก็เลยเห็นท่าไม่ดี ก็เลยบอกลุงมัคทายกน่ะ ในยุคก่อนก็จะเป็นมัคทายกอะไรอย่างเนี้ย

บอกลุง ๆ เนี่ย ช่วยเพื่อนผมหน่อย เพื่อนผมเป็นไรก็ไม่รู้

พอลุงมัคทายกเห็นเนี่ยใช่ไหมครับ เขาก็จับมือ แล้วก็พยายามที่จะลากเข้าวัดไปดูอาการอะไรประมาณเนี้ย เขาก็ดึง ดึงแรงไป พอลุกได้ปั๊บเขาก็วิ่งไปเลยครับ ผมก็วิ่งกันตามไป โอ้โห พี่ป๋องครับ กลัวไม่ทันจริง ๆ ครับ วิ่งออกมา

จนกระทั่งผมก็เลย อ่า โทร ก็คือยุคนั้นก็จะเป็นโทรศัพท์บ้านใช่ไหมครับ ก็โทรไปบอกคุณแม่เต๋อว่าผมเจอเต๋อนะ แต่ไม่รู้เขาวิ่งหายไปไหน ผมก็กลับมานอนที่บ้านคุณตา

ประมาณสัก 3 ทุ่มครับ ผมก็ตื่นขึ้นมางัวเงีย ๆ ก็เห็นเจ้าเต๋อเนี่ย กำลังจะปืนบันได อ่า บันไดบ้านผมน่ะครับ คือหมายถึงว่าเป็นบ้านต้นไม้ใช่ไหมครับ

ผมก็เลยถามว่า อ้าวมึงจะมานอนนี่หรอ บอกเอ่อมานอนนี่ ขอมานอนด้วย กลัว บอกเขาบอกเขากลัว เขาจะเหมือนแบบ เหมือน ณ moment หนึ่งเป็นเขา อีก moment หนึ่งไม่ใช่เขา อะไรอย่างเนี้ยครับ



เขาก็บอกมาขอนอนด้วยได้ไหม ผมก็เลยบอกว่าได้ ๆ ไม่เป็นไร ตอนนั้นเราก็สงสารเพื่อนใช่ไหม เขาก็มานอนกับผม ผมก็ให้ข้าวให้ปลาเขากินอะไรอย่างเนี้ย เขาก็หลับไป ฝอยหลับไป ผมก็ฝอยหลับไป

ประมาณสัก 4 ทุ่มกว่าเห็นจะได้ครับพี่ป๋อง ผมจำได้ว่าผมนอนหันหลังให้เขาครับพี่ป๋อง ผมรู้สึกว่าเขาเนี่ยลุกขึ้นเดินครับ แต่ผมไม่ได้หันหลังไปมองครับ แต่เดินเท้าหนักมากครับพี่ป๋อง เดินตึ้ง ๆ ตึ้ง แล้วก็เปิดประตู ประตูบ้านต้นไม้ผม (02.42.40) ใช่ไหมครับ ออกไป

แต่พี่ป๋องครับ ผมเพิ่งนึกได้ว่าบ้านต้นไม้ผมเนี่ย มันเป็นทางลงแนวดิ่งครับพี่ป๋อง ถ้าจะลงเนี่ย มันต้องมีเสียงก๊อกแก๊ก ๆ ลงไป


แต่อันนี้คือเดินตึ้ง ๆ ตึ้ง แล้วหายไปเลยครับ

คือเหมือนทะลุอากาศไปน่ะครับ

ผมก็เลย ก็เลยสะดุ้งนิดหนึ่ง ก็เลยหันมามองครับ ปรากฏว่าเจ้าเต๋อยังนอนเหมือนเดิมครับ


ผมก็เลยว่าเอ๊ะหรือหูเราฝาด


ผมก็เลยอ่าไม่เป็นไร ก็พยายามข่มตาหลับ

แต่ตอนนั้นผมยอมรับว่าพี่ป๋อง ว่าผมไม่ไว้ใจเจ้าเต๋อเลย เพราะว่าเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายครับ

ผมก็หลับไปสักพักหนึ่ง

คราวนี้มีเสียงเดินกลับมาครับพี่ป๋อง เสียงเปิดประตูเอี้ยด

ผมค่อย ๆ แอบดูครับพี่ป๋อง ผมเห็นเป็นชายแก่คนหนึ่งครับพี่ป๋องมาเดิน เดินตึ้ง ๆ ตึ้ง แล้วเขาค่อย ๆ นั่งคลุกเข่าครับ แล้วเอามือเนี่ยคร่อมไปที่เจ้าเต๋อครับ


แล้วก็ส่งเสียง แฮ่... แฮ่...

ผมลุกขึ้นครับ กระโดดออกจากบ้านอา บ้านต้นไม้ครับพี่ป๋อง โดดลงมานี้ก็ข้อศอกหักครับ

คุณตาผมก็ถามเป็นอะไร บอกว่า ผมก็ตะโกนสุดเสียงว่าผีหลอกครับอะไรอย่างเนี้ย คือเต็มที่

คุณตาผมก็ไปปลุก ไปปลุกเจ้าเต๋อครับ เจ้าเต๋อตื่นขึ้นมา มันงัวเงีย ๆ

ผมก็บอกว่าเอ่อคุณตาครับ

ขอโทษนะ คือผมจะเรียกคุณตาว่าเป็นคุณปู่

คุณตาเขาก็บอกว่าเต๋อกลับบ้านเถอะ ที่เนี้ยมันไม่ใช่ที่ของนายนะอะไรอย่างเนี้ยใช่ไหมครับ เจ้าเต๋อเขาก็เดินออกไป

แต่ตอนนั้นผมไม่กล้าคุยกับเต๋อ

พอเช้าวันรุ่งขึ้นประมาณ 9 โมง 10 โมง คุณแม่เต๋อเขามาตามผม บอกเนี่ยอย่าว่าไรน้าเลยนะ น้าขอถามจริง ๆ เลย เนี้ยไปเล่นอะไรกันมาใช่ไหมครับ เพราะเรื่องมันเริ่มแดงแล้ว

ผมก็บอกว่า ผมเนี้ยไปเล่นซ่อนหากัน แล้วผมเข้าไปแอบในปล่อง


เขาถามว่าแล้วทำไมเล่นอย่างนี้ คือเขาก็ดุด่าผม ทั้งยาย เออ ทั้งคุณยาย ทั้งคุณตา นี้ ดุด่าผมหมดเลย

ผมก็คือแบบมันก็เสียใจครับ เขาบอกเนี่ยไปดูเต๋อหน่อย ไปดูเต๋อหน่อยที่บ้านเนี่ย

ผมก็ไป คุณตาผมก็ไป คือคุณตาผมเนี่ยเขาเคยบวช เคยบวชเรียนมาครับพี่ป๋อง

เขาก็ไปถึงที่บ้านเจ้าเต๋อเนี้ยครับ ผมเห็นเจ้าเต๋อเนี่ยกำสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้ แล้วนอนอยู่ในห้องครับ

ผมก็นึกได้ เอ๊ะวันนั้นเขาหยิบอะไรมาสักอย่างหนึ่งในปล่องเมรุ

ผมก็เต๋อเฮ้ยตื่น

แต่ตอนนั้นน่ะเหมือนกล้า ๆ กลัว ๆ ครับพี่ป๋อง ด้วยความที่ว่าเราเป็นเพื่อนสนิทเขาล่ะเนอะ ผมก็เต๋อทำใจดี ๆ นะโว้ย

ผมเล่าเนี่ย ผมก็ยังเสียใจอยู่ ยังรู้สึกผิดอยู่

เต๋อก็นอนสั่น ๆ ผมก็พยายามแกะ ทุกคนช่วยกันแกะครับ


มันเป็นฟันปลอมในยุคก่อนน่ะครับ ที่เขาทำด้วยตะกั่วน่ะครับ ด้วยเหล็ก ด้วยตะกั่ว อะไรสักอย่างครับ


ผมก็เห็น คือทุกคนเห็นก็คือผวากันหมดเลยครับ

ทุกคนก็เลยพูดว่า เอ่อไม่รู้จะทำยังไง ทุกคนก็เลยพูดว่าเอาอย่างนี้แล้วกัน เดี๋ยวไปตามหลวงพ่อมาแล้วกัน ก็คือคงจะมีวิชาหรือว่าช่วยเหลือได้ประมาณนั้น

ทุกคนพอพูดเสร็จปั๊บ เจ้าเต๋อพูดว่าไม่ต้องไปตามหรอก เดี๋ยวกูก็กินมันหมดแล้ว

แล้วช็อตสุดท้ายเลยเนี่ย ก็คือพอผมได้ยินอย่างนั้นน่ะ คุณตาดึงมือผมออกจากห้องนั้น แล้วทุกคนพยายามจะปิดประตู

แต่ช่วงที่จังหวะที่ปิดประตูครับ มันจะเป็นที่ มันจะเป็นแง้ม ๆ นิดหนึ่งน่ะ ซึ่งกำลังจะปิดหมดน่ะครับ

ผมหันไปมองครับพี่ป๋อง ผมสาบานด้วยลูกผู้ชายเลยครับว่าผมเห็นอย่างนี้จริง ๆ

ผมเห็นเจ้าเต๋อเนี่ยมองผมครับ แล้วเขาค่อย ๆ

คือเขานอนขดตัวครับพี่ป๋อง

เขาค่อย ๆ แลบลิ้นออกมาครับ


แล้วลิ้นเนี้ยเลื้อยไปถึงสะดือเลยครับพี่ป๋อง

ผมเห็นอย่างนั้นน่ะ ผมร้องไห้เลยครับพี่ป๋อง กลัวแบบผมลงไปนอนร้องไห้ฟูมฟาย เหมือนเป็นคนบ้า เหมือนเป็นคนบ้าไม่ได้สติเลยครับพี่ป๋อง


สักพักใช่ไหมครับ เขาก็ไปตามเจ้าอาวาสมา พอหลวงพ่อท่านมาถึง

หลวงพ่อมาถึง ท่านก็เคาะ 3 ทีครับ เคาะป๊อก ๆ ป๊อก ใครอยู่ในนั้นเปิดประตูให้ที ก็ไม่มีเสียง ก็ไม่มีเสียงใด ๆ ตอบกลับมา

ทุกคนก็เลยเปิดประตู พยายามที่จะเข้าไปครับ แต่ประตูล็อกครับพี่ป๋อง ล็อกจากด้านใน

คุณแม่เจ้าเต๋อก็เลยไปเอากุญแจมาให้

ก่อนที่จะไข หลวงพ่อพูดว่าเขาไปแล้วล่ะโยม

พอไขเสร็จปั๊บ

พี่ป๋องผมก็พูดแล้วจะร้องไห้ครับ

คือเพื่อนผมเสีย เสีย ก็คือเสียในห้องเลยครับ

สภาพนี้ก็คืออ้าปากค้างครับ คางของเขาเนี่ยค้างไปถึง เอ่อ หน้าอกเลยครับ คือเหมือนโดนจับฉีกปาก แล้วตาเขาก็เหมือนตาเขาไม่ได้หลับน่ะครับ

ผมก็ยังเสียใจทุกวันนี้ครับ ก็เสียในห้องครับ

พอ อ่า จัดเรื่องงานศพ เรื่องอะไรอย่างเนี้ย ผมก็บวชให้ บวชกับเพื่อนอีก 3 คนใช่ไหมครับ

คืนนั้นน่ะเป็นคืนแรกที่ผมบวช แล้วผมนอนไม่หลับครับ

คือนอนวัดเดียวกันที่เจ้าเต๋อเข้าไปซ่อนในเมรุกับผมครับ

ผมก็นึกอะไรไม่รู้ครับพี่ป๋อง ก็เดินเล่นไปเรื่อยครับ แต่ใจตอนนั้นน่ะคิดว่าจะเดินไปที่เมรุครับ ตอนนั้นก็บวชเป็นเณร รู้ใช่ไหมครับ

แต่ยังไม่ทันจะเดินไปเลยครับพี่ป๋อง ประมาณสักไม่ถึง 100 เมตรครับ ผมเห็นชายแก่คนนั้นครับ ที่เห็นเป็นวันเดียวกันที่ผมเห็นในบ้านต้นไม้น่ะ เขาจูงมือเจ้าเต๋อเพื่อนผมหายเข้าไปในเมรุครับ


หลังจากที่ทำศพ เผาศพ เรียบร้อยแล้ว ผมบวชเป็นเณร

ใช่ครับ ผมเห็นเดินเข้าไปด้วยกันที่เมรุครับ แล้วตอนนั้นผมไม่รู้สึกกลัว รู้สึกสงสารเพื่อน ไม่ได้รู้สึกกลัวครับ

ผมก็พอสึก ผมบวช 7 วันนะครับ พอผมสึกเสร็จปั๊บ ผมก็ถามคุณตาครับว่าเรื่องแบบเนี้ยมันคือผีใช่ไหม ตาผมก็บอกมันไม่ใช่ผี เป็นอสูรกาย


คือเรื่องของเรื่องนะ คือพี่ป๋อง ก่อนหน้าเนี้ย 2 วันเนี่ย คือมีคนในหมู่บ้าน คนเนี้ยเขาเป็นคนเล่นของพี่ป๋อง เขาเสียชีวิตลงครับ แล้วเขาก็ไปเผาในเมรุ ไปเผาในเมรุก็เหลือฟันปลอม

แล้วคุณตาผมบอกว่าคนที่เล่นของแบบเนี้ย เท่าที่ผมจำได้นะครับ

พอเสียไปแล้วเนี่ย ก็จะกลายเป็นอสูรกายคอยกัดกินวิญญาณผู้อื่นอะไรประมาณเนี้ย ซึ่งก็ต้องขอส่วนบุญส่วนกรรม ขอชีวิตคนอื่น อะไรประมาณเนี้ยครับ



สั่งซื้อ ผียุโรป เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหลังห้อง เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเอเชีย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีอังกฤษ เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหอพัก เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีไทย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีจีน เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีรัสเซียเรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีอเมริกัน ผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีญี่ปุ่น เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเพื่อนเฮี้ยน
สั่งซื้อ ผีข้างบ้าน
สั่งซื้อ ผีโรงพยาบาล
สั่งซื้อ ผีโรงเรียน รอบโลก
สั่งซื้อวิธีหลอนเรียกผี
สั่งซื้อ เรื่องเฮี้ยนเขย่าขวัญ


รีวิวหนังสือชุด เรื่องผีๆ รอบโลก



No comments:

Post a Comment