เล่าเรื่องสยองขวัญ ไม่น่าหยิบมา


ก็คือย้อนไปเมื่อประมาณสักปี พ.ศ. 38, 39 ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ

ตอนนั้นผมก็อยู่ช่วง ม.1 ผมถือว่าผมเป็น เป็นเด็กมีชีวิตที่โชคดีครับ ก็คือยุคกลาง ๆ ก็คือว่าจะไม่แกมาก แล้วก็จะไม่เด็กมากเกินไปในช่วงนั้นใช่ไหมครับ

ช่วงนั้นร้านเกมส์ ร้านอะไร มันก็ยังไม่ค่อยมีใช่ไหมครับ ก็ส่วนมากเนี่ยพอเรียนกลับมาจากโรงเรียนเนี่ย ส่วนมากก็จะคลุกอยู่ที่โรงเรียน

บังเอิญว่าโรงเรียนของผมเนี่ย มันเป็นโรงเรียนวัดครับพี่ป๋อง เนี่ยโรงเรียนวัดเนี่ย อาณาบริเวณก็จะใกล้วัดใช่ไหมครับ

เย็น ๆ เนี่ยผมก็ไปเตะบอล ยิงนก ตกปลา ไปเรื่อย ในเด็กยุคก่อน ในช่วงสมัย พ.ศ. นั้นนะครับ

เนี่ยสนามฟุตบอลเขาจะใกล้กับเมรุ ใกล้กับเมรุ สุสาน อะไรประมาณเนี้ย คือมีความคุ้นชินอยู่แล้วครับ ก็เลยไม่รู้สึกกลัวอะไร

จนกระทั่งช่วงราว ๆ สักเดือนตุลา ปีประมาณ 38, 39 เนี้ยล่ะครับ ก็ไปเตะบอลกันตามปกติในช่วงเย็น

ตุลาในยุคนั้นเนี่ย ถือว่าก็เข้าสู่หน้าหนาว ก็จะมืดเร็วนิดหนึ่งใช่ไหมครับพี่ป๋อง


ก็พอประมาณสัก 5 – 6 โมงเนี่ย วันนั้นเลิกบอลจะเร็วหน่อย เพราะอากาศเริ่มเย็น ความพิเรนของเด็กวัยนั้นเนี่ย ก็ถือค่อนข้างสูงใช่ไหมครับ วัยกำลังก๋ากั่นเนี่ย

ก็เลยออกหัวกับเพื่อน ๆ ว่าเราคงจะเล่น ก็คือไม่ได้เล่นบอลล่ะ ช่วง ม.1 ก็คือถือว่าไม่โตมาก แล้วก็ไม่เด็กมาก ก็เลยเล่นซ่อนหาครับพี่ป๋อง


ก็ตีไปโอน้อยออกธรรมเนี้ยครับ ก็สรุปว่ามีเพื่อนคนหนึ่งเป็น

เนี่ยด้วยความ อืม สัญชาตญาณของเด็กน่ะครับพี่ป๋อง

พี่ป๋องเคยไหมครับ คือเวลาเราเล่นวิ่งไล่จับกับเพื่อนเนี่ย

มันจะมีเพื่อนวิ่งมาตามกับเรามา ก็คือว่าเพื่อนที่จะมาแอบด้วยกัน

เราก็พยายามที่จะ เฮ้ยออกไป ไม่ต้องมา อะไรประมาณนั้น


ช่วงนั้นก็ราว ๆ สัก 6 โมงล่ะ ผมจำได้ว่าถ้าจำไม่ผิดนี่ ช่วงนั้นตะวันจะเป็นคล้าย ๆ ว่าอะไรพี่ป๋อง

ผีตากผ้าอ้อม


เป็นเมฆสีแดง ๆ โห บรรยากาศกำลังได้เลยครับพี่ป๋อง

ด้วยความที่ว่าเราเนี่ย รำคาญเพื่อนที่วิ่งมาตาม มาซ่อนเนี่ย ผมเลยกระโดดข้ามกำแพงเมรุไปครับ อ่า กำแพงสุลานครับ ขออภัยครับ กำแพงสุสานไป แล้วก็วิ่ง

จุด focus ของผมในตอนนั้น คือในใจคิดอย่างเดียวคือยังไม่อยากให้เพื่อนตามมา ผมเข้าไปแอบในปลองเมรุครับพี่ป๋อง

อยู่ในนั้น

เข้าไปแอบในปลองเมรุ

แต่ตอนนั้นไม่คิดอะไรครับ เพราะว่าเราคุ้นชินเรื่องสถานที่อยู่แล้ว

ผมก็วิ่งตาม อ่า ไม่ใช่ครับ ผมวิ่งเข้าไปซ่อนในที่เขาบรรจุหีบศพแล้ว เพื่อที่จะเผาน่ะครับ

ผมเข้าไปคนแรกเนี่ย รู้สึกเลยครับ ยังรู้สึกอุ่น ๆ อยู่เลยครับพี่ป๋อง มีเพื่อนคนหนึ่งของผมครับพี่ป๋อง ก็คือเจ้าเต๋อ เจ้าเต๋อเนี้ยเขาวิ่งตามมา ก็ว่าเฮ้ยแอบด้วย แอบด้วย

ผมก็กำลังจะปิดปากปล่องแล้ว ก็คือจะปิด อ่า ประตู ประตูปิดแล้วนะครับ ประตูผิงไฟเนี้ยครับ

พี่ป๋องเขาก็ เอ่อ เจ้าเต๋อเนี่ย เขาก็กระโดดเข้ามา ผมก็เลยถือวิสาสะ ก็ไม่อยากให้เพื่อนข้างนอกเห็นใช่ไหมครับ ก็เลยปิดประตู

คือผมขอบอกตรงนี้นะ เป็นอะไรที่ผิดพลาดในชีวิตผมมาก คือผมเนี่ยจะอยู่ใกล้ประตู ส่วนเจ้าเต๋อเนี่ยเขาจะอยู่หลังออกไป

ผมเริ่มรู้สึกว่า ตอนนั้นน่ะยอมรับว่าสนุก แต่อีกใจหนึ่งมันเริ่มหวั่น ๆ กลัว ๆ บอกไม่ถูกครับ

ผ่านไปสักพักหนึ่งครับ ประมาณสัก 5 นาทีผ่านไปเนี่ย เราเริ่มรู้สึกแล้วว่าเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน 2 คนกับเจ้าเต๋อครับ

มันรู้สึกเหมือนมีรังสีอํามหิต หรืออะไรสักอย่างเนี่ยแผ่ แผ่มาข้างหลังเรา ผมนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกเสียวสันหลังวาบเลยครับ เหมือนมีคนจ้องมองอยู่ด้านหลัง

ผมก็หันไปมอง ปรากฏว่าผมหันไปมองเสร็จปุ๊บเนี่ย ผมเห็นเจ้าเต๋อเนี่ย กำลังเอามือของตัวเองละพื้น เขาเรียกอะไรครับ พื้นเผาไฟน่ะครับ ก็จะเป็นคล้าย ๆ เป็นผง เป็น (02.31.55)


ที่ตรงนั้นไม่มีตะแครงที่ว่าพอเผาเสร็จปั๊บ เถ้ากระดูกมันจะร่วงลงมา คือมันไม่มีเลย ตรงนั้นก็คือจะเป็นแบบว่าดิบ ๆ เลยครับ

พอ (02.32.11) ไปเนี่ย เขาไปเจอก้อนอยู่ก้อนหนึ่งครับพี่ป๋อง เป็นลักษณะคล้าย ๆ เถ้าขนาดลูกแก้วครับ เป็นก้อนเงิน ๆ

แต่ตอนนั้นผมก็ไม่ได้แปลกใจครับ เพราะว่ามัน มันกลัวมากครับพี่ป๋อง

ผมเล่าแล้วยังเสียงแบบสั่น ๆ


เขาก็หยิบขึ้นมา แล้วเขาก็เออสวยดี ก็เลยเก็บใส่กระเป๋าไป

ผมก็เอ๊ะมันเริ่ม มันไม่ใช่น่ะ มันรู้สึกอึดอัดแล้วพี่ป๋อง รู้สึกว่าเหมือนมีคนมานั่งเบียดเราเลย

รู้สึกจริง ๆ เลยครับ รู้สึกจริง ๆ เลย

ผมก็นั่งรอไป ใจหนึ่งก็กลัว ใจหนึ่งก็กำลังสนุก ก็เลยนั่งแอบไป ประมาณสัก 10 นาที เอ๊ะเริ่มสงสัยทำไมเพื่อนไม่มาแถวนี้เลย ตอนนั้นผม focus อย่างหนึ่งก็คือว่าเอ๊ะหรือที่ซ่อนเราดี


พอนั่งไปสักพักหนึ่ง ผมได้ยินเสียงเสียงหนึ่งครับพี่ป๋องมาจากทางด้านหลังว่า แฮ่...


หันไปมองปั๊บ เจ้าเต๋อหน้าซีดตอนนั้นเลยครับผม

เปิดประตูวิ่งลงมา ตัวนี้คือเลอะเถ้าถ่านไปหมดเลย ผมก็วิ่งออกมาเสร็จปั๊บ เพื่อนทุกคนที่อยู่กับเราคงจะแยกย้ายกันกลับบ้าน

ผมก็เลยถามเจ้าเต๋อว่า เอ้ยเจ้าเต๋อแล้วคืนนี้เองจะไปนอนไหน

ไอ้เจ้าเต๋อเพื่อนผมเขาก็เป็นเด็กคล้าย ๆ กับว่าตกเย็นเนี่ย เขาจะชอบมานอนบ้านผม

บ้านผมในสมัยนั้นน่ะ ผมอยู่กับคุณปู่ คุณยาย ครับ คุณปู่ คุณตา คุณยาย ประมาณเนี้ย จะเป็นบ้านสวน

เขาก็ตามผมมาค้างด้วย

อ่า ขอเล่านิดหนึ่งครับพี่ป๋อง ก็คือว่าบ้านสวนของคุณตาผมเนี่ย เขาค่อนข้างที่จะเป็นคนรักเด็ก แล้วก็จะตั้งอะไรให้หลาน ๆ ลูก ๆ ทั้งหมดเลยครับ ซึ่งรวมถึงบ้านต้นไม้ ผมก็ไปอาศัยนอน ขึ้นไปบนบ้านต้นไม้ครับ

ผมจำได้ว่าผมถึงบ้านคุณตาเนี่ย ราว ๆ สักไม่เกิน 2 ทุ่ม ผมก็ขึ้นไปอาบน้ำ คุณยายผมถามว่าตัวไปเลอะอะไรมา ผมก็เลยบอกว่า อ๋อ คงจะเป็นพวกฝุ่นพวกอะไร ก็ไม่อยากจะบอกเขาใช่ไหมครับ กลัวเขาจะดุ ผมก็เข้าไปอาบน้ำ ขึ้นมาเสร็จก็เข้ามานอนใช่ไหมครับ

ผมจำได้ว่าคืนนั้นเนี่ย เจ้าเต๋อไม่ได้นอนเลยครับพี่ป๋อง เขานั่งกอดเข่ามองผมทั้งคืนเลย


ไม่พูดอะไรสักคำเลย จนผมเอ๊ะชักไม่แน่ใจล่ะ เอ๊ะก็ยังรู้สึกปกติอยู่ใช่ไหมครับ ก็คงคิดว่าคงจะแกล้งเรา

พอเช้ามา คุณแม่เขาก็มารับ ผมก็ไม่ได้ข่าวเจ้าเต๋อมันเนี่ยประมาณสักวัน 2 วัน เพราะว่าผมจำได้ว่าวันนั้นน่ะ เป็นวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เขาไปอยู่กับคุณแม่เขา

พอกลับมาอีกทีหนึ่งเนี่ยใช่ไหมครับ


เขาก็มาส่ง เขาก็มาส่งที่โรงเรียน


โรงเรียนวัดเนี้ยนะครับพี่ป๋อง ข้าง ๆ รั้วโรงเรียนมันก็จะเป็น อ่า เป็นพืชสวนครัว หรือว่ากินได้อะไรประมาณนั้นนะ ก็มีแตงกวา มีพริก มีอะไร

พี่ป๋องครับ เจ้าเต๋อเพื่อนผมเนี่ย ก็เดินมาเนี่ย อยู่ ๆ เขาละสวนไปได้เนี่ย คว้าอะไรมาได้ เขาหยิบใส่ปากเลยพี่ป๋อง


หยิบแตงกวาได้ ใส่ปาก หยิบพริก คือพริกน่ะครับ พริกพี่ป๋องพริกสวนนะ

เม็ดเล็ก ๆ น่ะครับ เขาไปนั่งเด็ด มันเด็ดแล้วก็กิน ๆ เคี้ยวกรุบ ๆ


ผมก็เอ๊ะทำไมนายเปลี่ยนไปนะเพื่อน แต่ตอนนั้นก็ยัง เอ๊ะหรือมันจะแอ๊คใส่เรา หรือมันจะแบบแกล้งอะไรอย่างเนี้ย

พอเข้าไปเรียนในห้องเรียน พฤติกรรมเขาก็แปลกครับ ก็คือจะไม่พูดไม่จอ มองหน้าเพื่อนเนี่ยเหมือน เหมือนกับคนแปลกหน้า

ผมก็พยายามที่จะเข้าไปทักทาย เพราะว่าเจ้าเต๋อเนี่ย เขาเป็นเด็กที่ค่อนข้างที่จะฮาที่สุดในห้อง

เขาเปลี่ยนไป

ผมก็เข้าใจว่าเขามีปัญหากับทางครอบครัวหรือเปล่า เพราะว่าคุณแม่ คุณพ่อ เขาทะเลาะกันเป็นประจำ เขาก็มานอนบ้านผมบ่อย ๆ

จนกระทั่งช่วงตกเย็น ทุกคนแยกย้ายกันไป ผมก็ชวนกันครับ ชวนกันคือไปเตะบอลเหมือนเดิมครับ

เจ้าเต๋อพูดมาคำหนึ่งว่าไม่ไปหรอก ไม่ไปหรอก เหนื่อย ผมก็ อ่า O.K. งั้นก็นายกลับไปก่อนก็ได้ ไม่เป็นไร

จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นนะพี่ป๋อง หน้าโรงเรียนเนี่ยมันก็จะมีเป็นร้านขายของเล่น ขายของชำอะไรอย่างเนี้ยครับ

น้าเขามาเจอผมเนี่ย เพราะว่าผมสนิทกับเจ้าเต๋อ เขาถามผมว่า เออนี่หมี เมื่อคืนน่ะเต๋อไปนอนบ้านด้วยหรือเปล่า ผมบอกอ๋อไม่นี่ครับ เขากลับบ้านเขา เนี่ยกลางคืนเนี่ย เขามาเดิน ๆ แถว ๆ โรงเรียน เดินไปแล้วก็รำไป เดินไปแล้วก็รำไป


ผมก็ไม่รู้ว่ามันกี่โมง คุณน้าของผมมาถามเขาใช่ไหมครับ เขาก็บอกว่าประมาณสัก 4 – 5 ทุ่ม

แต่พี่ป๋องครับ สมัยนั้น 4 – 5 ทุ่ม ถือว่าดึกมาแล้ว

เขาก็เดินไป แล้วก็รำ รำเป็นเรื่องเป็นราวเลยครับพี่ป๋อง

เดินรำไป คือแล้วผมก็เอ๊ะชักจะแปลก ๆ นะ

ด้วยความที่ว่าคือคุณแม่เขาไม่ค่อยมีเวลาดูแล เขาก็ออกมาจากบ้านอะไรอย่างเนี้ย ผมก็เอ๊ะหรือจะไปบอกอาจารย์ดี

ผมก็ไปบอกอาจารย์ประจำห้อง บอกว่าคุณครูครับ เรวัติเขามี

เขาชื่อจริงชื่อเรวัติครับ


เรวัติเขามีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับอาจารย์ อาจารย์ช่วยไปดูแลหน่อย

อาจารย์ก็ไปบอก ไปคุยกับเรวัติเนี้ย

เขาก็ อืม ยังไงครับ เหมือนมีพฤติกรรมที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น ก็ขอโทษนะครับ คือด่าทออาจารย์ออกมาคำหนึ่ง คำหยาบมาก

จนกระทั่งผ่านไปประมาณสัก 2 – 3 วัน คือเป็นอย่างเนี้ยพี่ป๋อง ดึก ๆ เนี่ยจะเดินออกมารำล่ะ รอบบ้านครับ บางทีก็ออกมากลางถนนบ้าง

จนหลัง ๆ มาเนี่ย เอ่อ คนแถวนั้นเขามักจะพูดกันว่า เออเนี่ยเจ้าเต๋อในช่วงเนี้ยแปลก ๆ ไปนะ กลางคืนไม่รู้ว่าเห็นเดินไปกับใคร คนแก่จูงมือมา


ก็คือ ๆ ว่าเขาก็คิดว่าเป็นญาติ เป็นคุณลุง คุณปู่ อะไรอย่างเนี้ยครับ เดิน พาเดินออกมาอะไรอย่างนี้

แต่ผมก็คิดในใจ ผมก็สนิทกับเจ้าเต๋อ เจ้าเต๋อก็ไม่มีคุณปู่ คุณลุง อะไรที่ว่าจะมาเดินจูงมือกันได้ตอนดึก ๆ


เอ่อ แต่ว่าตอนนี้นิสัยเต๋อเนี่ย มันเปลี่ยนไปหมดล่ะ


จนกระทั่งเช้ามาวันรุ่งขึ้น ไอ้เจ้าเต๋อเพื่อนผมก็ไม่มาโรงเรียนครับ ไม่มาโรงเรียน ผมก็เอ๊ะเป็นอะไรหรือเปล่า

พอตกช่วงเย็นเนี่ย คุณแม่ของเจ้าเต๋อเนี่ย เขามาหา เขามาหาผมที่บ้านคุณตา

ผมก็ คือปกติผมไม่เจอกับคุณแม่เจ้าเต๋อหรอกครับ คือตาเล่าให้ฟังว่า เออวันเนี้ยแม่เจ้าเต๋อมานะ บอกเจ้าเต๋อช่วงเนี้ยมันมีพฤติกรรมอะไรรุนแรงหรือเปล่า ผมก็บอกก็มีนะครับตาอะไรอย่างเนี้ย 2 – 3 วัน จะครบอาทิตย์แล้ว อะไรประมาณเนี้ยครับ

คุณตาของผมเล่าให้ฟังว่า เนี่ยแม่เต๋อเขามาตามนะ เด็กหายออกจากบ้านวันหนึ่งแล้วเนี่ย แล้วไม่รู้เป็นอะไร ก็คือว่าฆ่าแมวที่บ้านหมดเลยครับ


ฆ่าแมวที่บ้านหมดเลยครับ ด้วยการจับแมวแขวนคอกับราวตากผ้าครับ



จนกระทั่งผมเริ่มรู้ตัวแล้วว่า คือมันไม่ดีแล้ว

ผ่านมาอีกประมาณสักวันหนึ่งใช่ไหมครับ ผมก็เริ่มคุยกับกลุ่มเพื่อนล่ะ เออเจ้าเต๋อมันช่วงเนี้ยแปลก ๆ นะ เหมือนคนไม่เต็มเลยอะไรอย่างเนี้ย แต่ก็คุยไปในแนวทักทายในทิศทางของแนวตลกหกฮาสักมากกว่าครับพี่ป๋อง

เจ้าเต๋อเขาก็เดินมาจากไหนไม่รู้ครับ ผมก็เลยบอกว่าเต๋อ เฮ้ยแม่ตามหาน่ะ ไปไหนมาเนี้ย

เนื้อตัวเขาก็มอมแมมไปหมดเลย เขาบอกว่าเขาไม่กลับบ้าน บ้านเขาอยู่ที่นี่ครับผม


คือตอนนั้นที่ผมคุยกันเรื่องเพื่อนเนี่ย ผมอยู่สนามฟุตบอลนะพี่ป๋อง ก็เห็นเจ้าเต๋อเนี่ยก็เดินมาพอดี ผมก็ถามเฮ้ยทำไมไม่เข้าบ้าน เจ้าเต๋อบอกว่าบ้านกู

ขอโทษ ขออภัยนะครับ บ้านกูไม่ได้อยู่ที่นั่น บ้านกูอยู่ที่นี่

ผมก็เลยเอ๊ะชักยังไง ก็พยายามที่จะลากมันกลับบ้าน

เชื่อไหมพี่ป๋อง มันไม่เข้าครับ มันเข้าไปในเมรุครับพี่ป๋อง

ผมก็เลยเห็นท่าไม่ดี ก็เลยบอกลุงมัคทายกน่ะ ในยุคก่อนก็จะเป็นมัคทายกอะไรอย่างเนี้ย

บอกลุง ๆ เนี่ย ช่วยเพื่อนผมหน่อย เพื่อนผมเป็นไรก็ไม่รู้

พอลุงมัคทายกเห็นเนี่ยใช่ไหมครับ เขาก็จับมือ แล้วก็พยายามที่จะลากเข้าวัดไปดูอาการอะไรประมาณเนี้ย เขาก็ดึง ดึงแรงไป พอลุกได้ปั๊บเขาก็วิ่งไปเลยครับ ผมก็วิ่งกันตามไป โอ้โห พี่ป๋องครับ กลัวไม่ทันจริง ๆ ครับ วิ่งออกมา

จนกระทั่งผมก็เลย อ่า โทร ก็คือยุคนั้นก็จะเป็นโทรศัพท์บ้านใช่ไหมครับ ก็โทรไปบอกคุณแม่เต๋อว่าผมเจอเต๋อนะ แต่ไม่รู้เขาวิ่งหายไปไหน ผมก็กลับมานอนที่บ้านคุณตา

ประมาณสัก 3 ทุ่มครับ ผมก็ตื่นขึ้นมางัวเงีย ๆ ก็เห็นเจ้าเต๋อเนี่ย กำลังจะปืนบันได อ่า บันไดบ้านผมน่ะครับ คือหมายถึงว่าเป็นบ้านต้นไม้ใช่ไหมครับ

ผมก็เลยถามว่า อ้าวมึงจะมานอนนี่หรอ บอกเอ่อมานอนนี่ ขอมานอนด้วย กลัว บอกเขาบอกเขากลัว เขาจะเหมือนแบบ เหมือน ณ moment หนึ่งเป็นเขา อีก moment หนึ่งไม่ใช่เขา อะไรอย่างเนี้ยครับ



เขาก็บอกมาขอนอนด้วยได้ไหม ผมก็เลยบอกว่าได้ ๆ ไม่เป็นไร ตอนนั้นเราก็สงสารเพื่อนใช่ไหม เขาก็มานอนกับผม ผมก็ให้ข้าวให้ปลาเขากินอะไรอย่างเนี้ย เขาก็หลับไป ฝอยหลับไป ผมก็ฝอยหลับไป

ประมาณสัก 4 ทุ่มกว่าเห็นจะได้ครับพี่ป๋อง ผมจำได้ว่าผมนอนหันหลังให้เขาครับพี่ป๋อง ผมรู้สึกว่าเขาเนี่ยลุกขึ้นเดินครับ แต่ผมไม่ได้หันหลังไปมองครับ แต่เดินเท้าหนักมากครับพี่ป๋อง เดินตึ้ง ๆ ตึ้ง แล้วก็เปิดประตู ประตูบ้านต้นไม้ผม (02.42.40) ใช่ไหมครับ ออกไป

แต่พี่ป๋องครับ ผมเพิ่งนึกได้ว่าบ้านต้นไม้ผมเนี่ย มันเป็นทางลงแนวดิ่งครับพี่ป๋อง ถ้าจะลงเนี่ย มันต้องมีเสียงก๊อกแก๊ก ๆ ลงไป


แต่อันนี้คือเดินตึ้ง ๆ ตึ้ง แล้วหายไปเลยครับ

คือเหมือนทะลุอากาศไปน่ะครับ

ผมก็เลย ก็เลยสะดุ้งนิดหนึ่ง ก็เลยหันมามองครับ ปรากฏว่าเจ้าเต๋อยังนอนเหมือนเดิมครับ


ผมก็เลยว่าเอ๊ะหรือหูเราฝาด


ผมก็เลยอ่าไม่เป็นไร ก็พยายามข่มตาหลับ

แต่ตอนนั้นผมยอมรับว่าพี่ป๋อง ว่าผมไม่ไว้ใจเจ้าเต๋อเลย เพราะว่าเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายครับ

ผมก็หลับไปสักพักหนึ่ง

คราวนี้มีเสียงเดินกลับมาครับพี่ป๋อง เสียงเปิดประตูเอี้ยด

ผมค่อย ๆ แอบดูครับพี่ป๋อง ผมเห็นเป็นชายแก่คนหนึ่งครับพี่ป๋องมาเดิน เดินตึ้ง ๆ ตึ้ง แล้วเขาค่อย ๆ นั่งคลุกเข่าครับ แล้วเอามือเนี่ยคร่อมไปที่เจ้าเต๋อครับ


แล้วก็ส่งเสียง แฮ่... แฮ่...

ผมลุกขึ้นครับ กระโดดออกจากบ้านอา บ้านต้นไม้ครับพี่ป๋อง โดดลงมานี้ก็ข้อศอกหักครับ

คุณตาผมก็ถามเป็นอะไร บอกว่า ผมก็ตะโกนสุดเสียงว่าผีหลอกครับอะไรอย่างเนี้ย คือเต็มที่

คุณตาผมก็ไปปลุก ไปปลุกเจ้าเต๋อครับ เจ้าเต๋อตื่นขึ้นมา มันงัวเงีย ๆ

ผมก็บอกว่าเอ่อคุณตาครับ

ขอโทษนะ คือผมจะเรียกคุณตาว่าเป็นคุณปู่

คุณตาเขาก็บอกว่าเต๋อกลับบ้านเถอะ ที่เนี้ยมันไม่ใช่ที่ของนายนะอะไรอย่างเนี้ยใช่ไหมครับ เจ้าเต๋อเขาก็เดินออกไป

แต่ตอนนั้นผมไม่กล้าคุยกับเต๋อ

พอเช้าวันรุ่งขึ้นประมาณ 9 โมง 10 โมง คุณแม่เต๋อเขามาตามผม บอกเนี่ยอย่าว่าไรน้าเลยนะ น้าขอถามจริง ๆ เลย เนี้ยไปเล่นอะไรกันมาใช่ไหมครับ เพราะเรื่องมันเริ่มแดงแล้ว

ผมก็บอกว่า ผมเนี้ยไปเล่นซ่อนหากัน แล้วผมเข้าไปแอบในปล่อง


เขาถามว่าแล้วทำไมเล่นอย่างนี้ คือเขาก็ดุด่าผม ทั้งยาย เออ ทั้งคุณยาย ทั้งคุณตา นี้ ดุด่าผมหมดเลย

ผมก็คือแบบมันก็เสียใจครับ เขาบอกเนี่ยไปดูเต๋อหน่อย ไปดูเต๋อหน่อยที่บ้านเนี่ย

ผมก็ไป คุณตาผมก็ไป คือคุณตาผมเนี่ยเขาเคยบวช เคยบวชเรียนมาครับพี่ป๋อง

เขาก็ไปถึงที่บ้านเจ้าเต๋อเนี้ยครับ ผมเห็นเจ้าเต๋อเนี่ยกำสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้ แล้วนอนอยู่ในห้องครับ

ผมก็นึกได้ เอ๊ะวันนั้นเขาหยิบอะไรมาสักอย่างหนึ่งในปล่องเมรุ

ผมก็เต๋อเฮ้ยตื่น

แต่ตอนนั้นน่ะเหมือนกล้า ๆ กลัว ๆ ครับพี่ป๋อง ด้วยความที่ว่าเราเป็นเพื่อนสนิทเขาล่ะเนอะ ผมก็เต๋อทำใจดี ๆ นะโว้ย

ผมเล่าเนี่ย ผมก็ยังเสียใจอยู่ ยังรู้สึกผิดอยู่

เต๋อก็นอนสั่น ๆ ผมก็พยายามแกะ ทุกคนช่วยกันแกะครับ


มันเป็นฟันปลอมในยุคก่อนน่ะครับ ที่เขาทำด้วยตะกั่วน่ะครับ ด้วยเหล็ก ด้วยตะกั่ว อะไรสักอย่างครับ


ผมก็เห็น คือทุกคนเห็นก็คือผวากันหมดเลยครับ

ทุกคนก็เลยพูดว่า เอ่อไม่รู้จะทำยังไง ทุกคนก็เลยพูดว่าเอาอย่างนี้แล้วกัน เดี๋ยวไปตามหลวงพ่อมาแล้วกัน ก็คือคงจะมีวิชาหรือว่าช่วยเหลือได้ประมาณนั้น

ทุกคนพอพูดเสร็จปั๊บ เจ้าเต๋อพูดว่าไม่ต้องไปตามหรอก เดี๋ยวกูก็กินมันหมดแล้ว

แล้วช็อตสุดท้ายเลยเนี่ย ก็คือพอผมได้ยินอย่างนั้นน่ะ คุณตาดึงมือผมออกจากห้องนั้น แล้วทุกคนพยายามจะปิดประตู

แต่ช่วงที่จังหวะที่ปิดประตูครับ มันจะเป็นที่ มันจะเป็นแง้ม ๆ นิดหนึ่งน่ะ ซึ่งกำลังจะปิดหมดน่ะครับ

ผมหันไปมองครับพี่ป๋อง ผมสาบานด้วยลูกผู้ชายเลยครับว่าผมเห็นอย่างนี้จริง ๆ

ผมเห็นเจ้าเต๋อเนี่ยมองผมครับ แล้วเขาค่อย ๆ

คือเขานอนขดตัวครับพี่ป๋อง

เขาค่อย ๆ แลบลิ้นออกมาครับ


แล้วลิ้นเนี้ยเลื้อยไปถึงสะดือเลยครับพี่ป๋อง

ผมเห็นอย่างนั้นน่ะ ผมร้องไห้เลยครับพี่ป๋อง กลัวแบบผมลงไปนอนร้องไห้ฟูมฟาย เหมือนเป็นคนบ้า เหมือนเป็นคนบ้าไม่ได้สติเลยครับพี่ป๋อง


สักพักใช่ไหมครับ เขาก็ไปตามเจ้าอาวาสมา พอหลวงพ่อท่านมาถึง

หลวงพ่อมาถึง ท่านก็เคาะ 3 ทีครับ เคาะป๊อก ๆ ป๊อก ใครอยู่ในนั้นเปิดประตูให้ที ก็ไม่มีเสียง ก็ไม่มีเสียงใด ๆ ตอบกลับมา

ทุกคนก็เลยเปิดประตู พยายามที่จะเข้าไปครับ แต่ประตูล็อกครับพี่ป๋อง ล็อกจากด้านใน

คุณแม่เจ้าเต๋อก็เลยไปเอากุญแจมาให้

ก่อนที่จะไข หลวงพ่อพูดว่าเขาไปแล้วล่ะโยม

พอไขเสร็จปั๊บ

พี่ป๋องผมก็พูดแล้วจะร้องไห้ครับ

คือเพื่อนผมเสีย เสีย ก็คือเสียในห้องเลยครับ

สภาพนี้ก็คืออ้าปากค้างครับ คางของเขาเนี่ยค้างไปถึง เอ่อ หน้าอกเลยครับ คือเหมือนโดนจับฉีกปาก แล้วตาเขาก็เหมือนตาเขาไม่ได้หลับน่ะครับ

ผมก็ยังเสียใจทุกวันนี้ครับ ก็เสียในห้องครับ

พอ อ่า จัดเรื่องงานศพ เรื่องอะไรอย่างเนี้ย ผมก็บวชให้ บวชกับเพื่อนอีก 3 คนใช่ไหมครับ

คืนนั้นน่ะเป็นคืนแรกที่ผมบวช แล้วผมนอนไม่หลับครับ

คือนอนวัดเดียวกันที่เจ้าเต๋อเข้าไปซ่อนในเมรุกับผมครับ

ผมก็นึกอะไรไม่รู้ครับพี่ป๋อง ก็เดินเล่นไปเรื่อยครับ แต่ใจตอนนั้นน่ะคิดว่าจะเดินไปที่เมรุครับ ตอนนั้นก็บวชเป็นเณร รู้ใช่ไหมครับ

แต่ยังไม่ทันจะเดินไปเลยครับพี่ป๋อง ประมาณสักไม่ถึง 100 เมตรครับ ผมเห็นชายแก่คนนั้นครับ ที่เห็นเป็นวันเดียวกันที่ผมเห็นในบ้านต้นไม้น่ะ เขาจูงมือเจ้าเต๋อเพื่อนผมหายเข้าไปในเมรุครับ


หลังจากที่ทำศพ เผาศพ เรียบร้อยแล้ว ผมบวชเป็นเณร

ใช่ครับ ผมเห็นเดินเข้าไปด้วยกันที่เมรุครับ แล้วตอนนั้นผมไม่รู้สึกกลัว รู้สึกสงสารเพื่อน ไม่ได้รู้สึกกลัวครับ

ผมก็พอสึก ผมบวช 7 วันนะครับ พอผมสึกเสร็จปั๊บ ผมก็ถามคุณตาครับว่าเรื่องแบบเนี้ยมันคือผีใช่ไหม ตาผมก็บอกมันไม่ใช่ผี เป็นอสูรกาย


คือเรื่องของเรื่องนะ คือพี่ป๋อง ก่อนหน้าเนี้ย 2 วันเนี่ย คือมีคนในหมู่บ้าน คนเนี้ยเขาเป็นคนเล่นของพี่ป๋อง เขาเสียชีวิตลงครับ แล้วเขาก็ไปเผาในเมรุ ไปเผาในเมรุก็เหลือฟันปลอม

แล้วคุณตาผมบอกว่าคนที่เล่นของแบบเนี้ย เท่าที่ผมจำได้นะครับ

พอเสียไปแล้วเนี่ย ก็จะกลายเป็นอสูรกายคอยกัดกินวิญญาณผู้อื่นอะไรประมาณเนี้ย ซึ่งก็ต้องขอส่วนบุญส่วนกรรม ขอชีวิตคนอื่น อะไรประมาณเนี้ยครับ



สั่งซื้อ ผียุโรป เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหลังห้อง เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเอเชีย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีอังกฤษ เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหอพัก เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีไทย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีจีน เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีรัสเซียเรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีอเมริกัน ผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีญี่ปุ่น เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเพื่อนเฮี้ยน
สั่งซื้อ ผีข้างบ้าน
สั่งซื้อ ผีโรงพยาบาล
สั่งซื้อ ผีโรงเรียน รอบโลก
สั่งซื้อวิธีหลอนเรียกผี
สั่งซื้อ เรื่องเฮี้ยนเขย่าขวัญ


รีวิวหนังสือชุด เรื่องผีๆ รอบโลก



เล่าเรื่องสยองขวัญ ผีปอบที่วัดป่า


ก็คือเริ่มแรกเลยนะคะ คือหนู หนูไปบวชที่วัดนั้นค่ะ คือบวช คือบวช บวชโกนหัวเลยค่ะ บวชวัด

เป็นลักษณะไม่ใช่บวชชีพราหมณ์ใช่ไหม อันนี้คือบวชชีเลย

ช่วงนั้นดวงตกด้วยค่ะ ก็เลยไปบวช

แล้วทีเนี้ยวัดเนี่ยนะคะ เป็นคล้าย ๆ สำนักชีน่ะค่ะ คือมันเป็นวัดป่าที่แบบไม่มีไฟทางนะคะ คือ เอ่อ จะมีเฉพาะที่กุฏิ หรือไม่ก็ที่ศาลาอย่างเนี้ยค่ะ

เวลา เวลาที่เดินทางในวัดนะคะ ในวัดที่เดินจากกุฏิไปศาลาก็ต้องใช้ไฟฉายอย่างเนี้ยค่ะ คือวัดมันกว้างมาก และมันมืดมาก คือน่ากลัวพอสมควรน่ะค่ะ

แล้ววัดนี้มีแม่ชีอยู่ 3 คน แล้วก็มีพระอยู่ 2 คน ที่มาจำพรรษาน่ะค่ะ


แล้วคือแม่ชีอีก 2 คน ก็คือท่านอายุประมาณจะ 80 แล้วค่ะ รวมกับหนูก็เป็น 3 แล้วแม่ชีที่เป็นคนเฝ้าวัดนี้เลย คือท่านท่านบวชนานแล้วค่ะ ทำให้มีคนนับถือท่านเยอะมากค่ะ

เวลาที่มีคนที่ผีเข้า หรือของเข้า ก็จะมา จะมาแก้ที่ท่านอย่างเนี้ยค่ะ

ค่ะแล้วก็มีอยู่ case หนึ่ง ก็คือคนเนี้ยเขาทำพวกเสน่ห์ อาจจะทำหลายอย่างน่ะค่ะ ทั้งตักของใส่ตัว ทั้งอะไรหลายอย่างมากเลยน่ะค่ะ เป็นมหาเสน่ห์อะไรอย่างเนี้ยค่ะ ก็เลยเขารักษาไม่ได้

คือถ้าเป็นทางภาคอีสาน เขาก็จะเรียกว่าขลำไม่อยู่อย่างเนี้ยค่ะ มันจะมีข้อที่ว่าห้าม แล้วเขา เขาห้ามไม่ได้อย่างเนี้ยค่ะ



แล้วคือเขา เขารักษากฎไม่ได้ แล้วเขาก็เลย เอ่อ มีอาการเหมือน นอนบางทีก็ไม่เป็นตัวของตัวเองอย่างเนี้ยค่ะ

แล้วเขาก็เลย ตอนแรกยังไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ไปรักษาทุกหมอ ไปอะไรก็ไม่หายอย่างเนี้ยค่ะ ก็เลยมารักษาที่คุณแม่ชีที่วัดนี้ ที่หนูได้บวชอยู่น่ะค่ะ

แล้วคุณแม่ชีเขาก็เลยถามว่าได้ไปทำอะไรมาไหม เขาบอกว่าไปทำสักโน่นสักนี่ ลงน้ำมัน ลงอะไรอย่างเนี้ยค่ะ แล้วก็เลยยังไม่แน่ใจว่าของมันเข้าตัว

คือตอนแรกคุณแม่ชียังไม่ทราบเลยค่ะ กำลังหาสาเหตุอยู่ ก็เลยให้พักอยู่ที่วัดนี้ค่ะ

แล้ววัดนี้กุฏิน้อย เพราะว่าพระ เอ่อ พระน้อย ชีพระ อะไรอย่างเนี้ยค่ะ น้อยคนค่ะ ก็เลยให้พักอยู่ในกุฏิกับหนูน่ะค่ะ แล้วเป็นกุฏิ เป็นกุฏิไม้ คือเท่ากับว่านอนต้องนอนกับหนูน่ะค่ะ

แล้วกุฏิน่ะ แต่ละกุฏิมันห่างกันมาก ๆ เลยค่ะ

ค่ะแล้วคือพอมานอน เขาก็เหมือนคนปกติเลยนะคะ พูด ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดการศึกษาโน่นนี่นั่น หนูก็ยังไม่คิดว่าเขาจะเป็นอะไรอย่างเนี้ยค่ะ

กุฏิก็เป็น 2 ชั้น เป็นข้างล่างปูน ห้องน้ำ ข้างบนเป็นไม้ค่ะ

แล้วตอนนอนคืนแรกนี้ ยังไม่มีอะไร


แล้วหนูรู้สึกว่ากุฏิมัน มันสั่นน่ะค่ะ กุฏิมันดังตุ้มอย่างนี้ค่ะ เหมือน ๆ มีคนกระโดดบนกุฏิอย่างเนี้ยค่ะ

ค่ะ แล้วหนูก็เลยตื่นขึ้นมา ก็หันไป หันพลิกตัวหันไปดูเขาอย่างเนี้ยค่ะว่า มันเกิดอะไรขึ้น ก็ยังยังปกตินะคะ ยังไม่มีอะไร คือเขาก็นอนอยู่


หนูก็เลย เอ๊ะเสียงอะไร เสียงอะไร มันทำ หรือว่าฝันไปเองอะไรอย่างเนี้ยค่ะ
ก็เลย ก็เลยไม่ได้คิดอะไร อันนี้คือวันแรกนะคะ


แล้ววันที่ 2 น่ะค่ะ หนูก็เลย เป็นเหมือนเดิมเลย มันดังตุ้มอีกค่ะ

หนูก็เลยหันไปมองเขา เขาก็ลืมตานะคะ นอนตะแคงมาทางหนูน่ะค่ะ แล้วก็มองหนู แล้วเขาก็หลับไปอีกค่ะ

หนูก็เลยเริ่มสงสัยแล้วว่ามันคืออะไร

พอเช้ามา หนูก็เลยไปปรึกษาคุณยายอีกทีน่ะค่ะ ค่ะท่านก็เลย ท่านก็เลยบอกว่าถ้ามันเป็นอย่างนี้นะ ท่านให้ไปเตรียมใบพลู ไปเด็ดใบพลู คือหลังกุฏิหนู มันมีใบพลู มี เอ่อ ต้นพลูปลูกไว้น่ะค่ะ ค่ะก็เลยไปเด็ดมาหลายใบเลยค่ะ แบบเผื่อไว้ค่ะ ก็เลย แล้วก็ไปเตรียมไข่มาอีก 3 ฟองค่ะ ไปตักน้ำใส่ถัง เป็นถังเขาหิ้วได้น่ะค่ะ คือทั้งหมดนี้ หนูเตรียมเองหมดเลยนะคะ ไม่มีการเตรียมการอะไรค่ะ

แล้วท่านก็เลยไปเรียกคนทางวัด คือพระกับชีมา แล้วก็เรียกคนหนึ่งที่เป็นคนเนี้ยค่ะ ที่มากับหนู มาด้วย

แล้วคุณยายชีก็เลยบอกว่า เอ่อ เดี๋ยวจะเอาของออกให้นะ เจ็บตรงไหนไหมอะไรอย่างเนี้ยค่ะ คุณยาย

เอ่อ เขาก็เลยบอกคุณยายชีว่าเจ็บตรงคอค่ะ

คุณยายชีเขาก็เลยเอาใบพลูน่ะค่ะแปะไว้ตรงคอเขา แล้วก็เอาไข่หนึ่งฟองน่ะค่ะ มาลูบ ๆ ตรงใบพลูที่แปะไว้น่ะค่ะ


ค่ะ แล้วก็คุณยายชีเขาก็ท่องอะไรก็ไม่ทราบนะคะ คือเหมือนเขาพรึมพรัม ๆ เนี้ยค่ะ

พอท่องเสร็จใช่ไหมคะ คือเขาแบ แบใบพลูออกมาน่ะ หนูเห็นเป็น เป็นเนี่ย ครั้งแรกค่ะ หนูเห็นเป็น เป็นเข็ม เป็นเข็มหัวสีชมพู เข็มหมุดน่ะค่ะ


ค่ะ แล้วเขาก็ทิ้งลงน้ำที่หนูเตรียมมาค่ะ คือหนูตกใจมาก ตั้งแต่หนูเกิดมาหนูยังไม่เคยเจอเลย แบบเคยได้ยินคนเล่าอะไรอย่างนี้ค่ะ แต่หนูไม่เชื่อเลยเรื่องอย่างเนี้ย จนหนูมาเจอกับตัวเอง

คือหนูอะไรของทุกอย่างหนูเตรียมมาเองอย่างเนี้ย มันไม่น่าที่จะเตรียมคนเดียวได้อะไรอย่างเนี้ยค่ะ ก็มีลูกน้องอะไรอย่างนี้ใช่ไหม แต่หนูเตรียมมาเองอย่างเนี้ยค่ะ

โอ้โห อะไรเนี้ย หนูก็ตกใจมากเลย เขาก็เลยทิ้งลงน้ำ เขาบอกอันเนี้ยหรอที่มาปักคออยู่

แล้วผู้หญิงคนนั้นน่ะค่ะเขาก็บอกว่าใช่ค่ะ เพราะว่าตอนที่หนูป่วยน่ะ เริ่มเป็นแรก ๆ หนูไป ไปรักษากับวัดแห่งหนึ่งเหมือนกัน แต่วัดแห่งเนี้ยเป็นพระ แล้วพระพระองค์เนี้ยเหมือนไม่ค่อยมีศีลน่ะค่ะ แล้วเหมือนว่าจะมาเจ๊าะแจ๊ะน่ะค่ะ

แล้วพี่เขาไม่เล่นด้วย เขาก็เลยขอเส้นผมพี่เขาไปน่ะค่ะ แล้วก็ไปม้วนอยู่กับหุ่น แล้วก็เอาเข็มเนี้ยปักไว้ตรงคอค่ะ

เวลาจะอาบน้ำอย่างเนี้ย พี่เขาได้กลิ่นเหมือนเป็นกลิ่นพระองค์นั้นอะไรอย่างเนี้ยค่ะ แล้วเขาก็เลยไม่กล้าอาบเลย ต้องนุ่งผ้าถุงอาบตลอดอย่างเนี้ยค่ะ

บอก อ๋อ แสดงว่าคนนี้เขาทำใส่นะ เขาบอกอย่างเนี้ยค่ะ

แล้วพอครั้งที่ 2 เขาก็ไล่ลงมาเรื่อย ๆ ยันหลังเลยนะคะ ก็เอา เอ่อ คือทำเหมือนเดิมน่ะค่ะ เอาใบพลูแปะ แล้วก็เอาไข่ลูบ ๆ ข้างนอก

ครั้งที่ 2 ออกมาเป็นเส้นผมน่ะค่ะ เป็นปลายเส้นผมเล็ก ๆ เยอะมากเลยค่ะ ออกมากับใบพลู เขาบอกว่าเป็นเส้นผมผีตายโหงไปทำอะไรมานักหนาเนี่ย คุณยายเขาก็ เขาก็เหมือนตกใจด้วยน่ะค่ะ

พอทำมาอีกครั้งเรื่อย ๆ ก็จะเป็น เป็น เอ่อ เป็นน้ำมันบ้างน่ะค่ะ เป็นน้ำมันติดใบพลูมา แล้วก็เป็นสะเก็ดปูน สะเก็ด สะเก็ดหิน อย่างเนี้ยค่ะ

แต่ออกมา แล้วลงน้ำ เราจะเห็นได้เลยว่าน้ำมันขุ่นมาก ๆ


จนลงมาจนบั้นท้ายน่ะค่ะ เป็นเลือดทะลักออกมาจากตัวพี่เขาเลยค่ะ


พี่เขาตกใจเหมือนกันค่ะ บอกมันเลือดอะไรยังไงอย่างเนี้ยค่ะ แบบพุ่งออกมาอย่างเนี้ยเลย ก็เลยโอ้โหทำอะไรมาหนักหนา

แล้วคุณยายเขาก็บอกว่ารู้แล้วว่าเป็นอะไร อืม เนี้ยเหมือนกับว่าของ ของที่เขาทำมามันเข้าตัวเขาอย่างเนี้ยค่ะ ก็ทำให้เขาเหมือนเริ่มจะเป็นปอบน่ะค่ะ น่าจะเรียกปอบน่ะค่ะ แล้วก็คือมันรักษาไม่หายแล้วค่ะ คือมันเป็นทั้งตัวแล้ว

แล้วก็หนูก็เล่าให้คุณยายฟังนะคะ คือหนูก็สงสารเขาน่ะค่ะ เขาก็พยายามเข้าไปปลอบใจเขาอย่างเนี้ย แต่พอหนูโดนตัวเขาปุ๊บ หนูรู้สึกอ่อนแรงเลยน่ะค่ะ เหมือนแบบอยู่ดี ๆ ก็วูบ ไม่มีแรงเลยอย่างเนี้ยค่ะ

คุณยายบอกว่าอย่าไปโดนตัวเขานะ มันเหมือนกับว่ามันจะเอาแสงยิงได้นะ ยิ่งคนดวงตกอย่างเนี้ย แล้วไปนอนกับเขาอย่างเนี้ย

คุณยายเขาก็เลยเอาน้ำมนต์เนี้ยค่ะ เอาน้ำมนต์ให้กิน

คุณยายบอกว่าเนี่ย 2 วันที่ผ่านมาก็สังเกตอยู่นะ คือที่กุฏิอย่างเนี้ยค่ะ บางทีก็สังกะสีกุฏิอย่างเนี้ยค่ะ มันเขย่าน่ะค่ะ คือที่ที่ท่านสังเกตนะคะ ท่านไม่พูดอะไรที่ผ่านมา เพิ่งจะมาพูดวันนี้ คือสังกะสีมันเขย่า ท่านก็ไม่คิดว่าจะมาจากคนเนี้ยค่ะ แล้วก็มาวิ่งทั่ววัดอย่างเนี้ย

คุณยายบอกว่าเขาไม่น่าจะรู้ตัวนะคะ กลางวันมันก็ปกตินะคะ เขาบอกว่าคือมันเป็นช่วงคืนแรก ๆ น่ะค่ะ ก็เลยยังไม่ ยังไม่รู้ตัวเท่าไหร่ แต่ถ้าเกิดเริ่มกินเยอะไปกว่าเนี้ย ก็อาจจะเริ่มรู้ตัวแล้วว่าตัวเองเป็นอย่างเนี้ย

เขาก็ร้องห่มร้องไห้เลยว่า แก้ไม่ได้หรอคะคุณยายอะไรอย่างเนี้ย คุณยายก็บอกว่ามันแก้ไม่ได้แล้ว เพราะว่ามันเริ่มกินแล้วค่ะ มันเริ่มเป็นแล้ว ถ้าก่อนจะเป็นนี้ ยังพอจะแก้ได้อะไรได้ค่ะ

พี่เขาบอกว่าตอนที่เขาทำมาแรก ๆ นะคะ คือไปมีแฟนคนไหนเนี่ย คือเขารักมากเลย ถึงขั้นกับเอาปืนมายิงกัน จนเขาต้องหลบกระสุนน่ะค่ะ

หนูเจออย่างนี้ แล้วหนู หนูอยากจะบอกทุกคนที่ฟังอยู่นะคะว่า อย่าไปทำ อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับของอย่างนี้เลยค่ะ มันไม่คุ้มค่ะ

คือหนูเห็นกับตา แล้วพี่เขาบอกว่า เอ่อ ถ้าย้อนเวลาไปได้ ก็ไม่อยากจะทำอย่างเนี้ยค่ะ คือมันสายไปแล้วน่ะค่ะ

แล้วผลสุดท้ายคุณก็ต้องรับผลและกรรมที่คุณได้ทำไป ซึ่งแน่นอนว่ามันจบไม่สวยแน่นอน



สั่งซื้อ ผียุโรป เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหลังห้อง เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเอเชีย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีอังกฤษ เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหอพัก เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีไทย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีจีน เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีรัสเซียเรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีอเมริกัน ผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีญี่ปุ่น เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเพื่อนเฮี้ยน
สั่งซื้อ ผีข้างบ้าน
สั่งซื้อ ผีโรงพยาบาล
สั่งซื้อ ผีโรงเรียน รอบโลก
สั่งซื้อวิธีหลอนเรียกผี
สั่งซื้อ เรื่องเฮี้ยนเขย่าขวัญ


รีวิวหนังสือชุด เรื่องผีๆ รอบโลก



เล่าเรื่องสยองขวัญ ยายไอ้แผน


อ่า นะครับผม ก็จะบอกเลยครับ ตอนนั้นผม แผน โพธิ์ เนี่ยครับผมเป็นเพื่อนกัน
ตอนเด็ก ๆ เนี่ย ภาษาเด็กนะพี่ บ้านนอกเขาจะดื้อนะครับ ไปไหนคือเขาจะแบบว่าเขาจะไปด้วยกันครับ คือเด็กบ้านนอกเขาจะไปหาปักเบ็ด ดักหนู หรืออะไรเนี่ยครับ คือบ้านพวกผมจะอยู่ติดเขากันสักนิดหนึ่งครับ

แล้วพ่อแม่ของแผนกับโพธิ์เนี่ย เขาจะไม่ค่อยอยู่บ้าน เขาจะต้องไปเฝ้าไร่ เพราะว่าเขาปลูก เอ่อ พวกหอมเนี่ยอยู่ติดชาวเขา เพราะว่าพวกป่ามันชอบลงมากินครับ เขาต้องไปคอยดูแลอย่างเนี้ยครับ เขาจะปล่อยให้เขาเนี่ยอยู่กับยายกัน

ทีเนี้ยผมกับแผนและกับโพธิ์เนี่ย คือชอบออกไปปักเบ็ด อันเนี้ยแผนเขาไปเหยียบหอย เท้าเขานี้คือเปลือกหอยมันบาดลึกมากเลยพี่ เลือด โอ้โห เลือดนี้เต็มเลย ต้องพากันปฐมพยาบาล ก็พากันพยุงน่ะแผนกลับมาบ้าน เอากลับมาบ้านครับ

ต้องมาห้ามเลือด โพธิ์เนี่ยเขาก็อาสาเพื่อจะไปซื้อยามาล้างแผลให้น้องเขา ให้ผมเนี่ยอยู่เป็นเพื่อนแผน แผนเนี่ยเขาก็อยู่ ๆ เขาก็นอนหลับไป

ผมก็คอยเช็ดเลือด ห้ามเลือด เอาผ้ามาพัน ๆ เพื่อไม่ให้เลือดมันออกมาไงครับ เพราะแผลมันลึกจริง ๆ

ตอนเนี้ยยายของเขาน่ะ เขา เอ่อ ที่ผมเห็นแรก ๆ นะครับ ยายเขา เขาลุกขึ้นไม่ได้นะพี่ เห็นพูดก็พูดไม่ได้ เหมือนเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต อะไรประมาณนี้ล่ะ ก็เป็นคนแก่ แก่มากล่ะ แล้วผอม ผมนี้ขาวทั้งหัวเลยครับ


เนี่ยโพธิ์เขาก็ออกไป สักพักผมเห็นยายเขานอนอยู่นะครับ พอโพธิ์ออกไปปุ๊บ อยู่ ๆ ยายเขาเนี่ยกระโดดขึ้นมานั่งยอง ๆ กระโดดขึ้นมายอง ๆ ปุ๊บ แล้วก็มอง เป็นอะไร ไปไหนกันมา ถามผมอย่างเนี้ย ผมก็บอกว่าแผนโดนหอยบาดครับอย่างเนี้ย แล้วหอยบาด ผมก็พยายามห้ามเลือด เขาก็เอามานี่สิ ไอ้หนูมึงมานี่สิ

มานี่สิ ผมก็เดินไปหาเขา พอไปหาเขา ไม่ ลุกขึ้นมานั่งบนนี้ ลุกขึ้นมานั่งบนนี้ ผมก็ลุกขึ้นไปนั่งกับเขา พอผมไปนั่งใกล้ ๆ เขาปุ๊บ เขาจับตัวผม เขาผลักผมลงเลย เขาผลักลง แล้วเขาก็ไล่ผมกลับเลย ไป มึงน่ะไป ร้อน มึงน่ะอยู่ร้อน ไป

ผมก็งงเฮ้ยอยู่ ๆ มาไล่ผมทำไม ก็บอกเดี๋ยวรอให้โพธิ์กลับก่อนได้ไหมครับ เดี๋ยวผมห้ามเลือดให้แผนก่อน อย่างนี้เขาบอก ไปเลย มึงออกไปเลย ออกจากบ้านกูไปเลย แกก็ไล่ผมอย่างนี้นะ ผมก็งงนะ ไล่ทำไม ผมทำอะไรผิดน่ะ เราก็เชื่อเอ๊ะเราพาเขาไปโดนแบบเป็นแผลหรือเป็นอะไร เขาโกรธหรือเปล่านะ ผมก็รอ รอ เขาก็ไล่ผมอยู่อย่างนั้นน่ะ

สักพักโพธิ์กลับมา พอโพธิ์กลับมานี้ ยายก็ล้มตัวลงนอนเลยครับ ล้มตัวลงนอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นน่ะ ล้มตัวลงนอน เฮ้ยพอโพธิ์มา เฮ้ยโพธิ์กลับก่อนนะ คือพูดกูกลับก่อนนะโพธิ์ เฮ้ยมึงจะรีบกลับไปไหน อยู่เป็นเพื่อนก่อน ช่วยกันทำแผลมันก่อน ผมก็ยายเพิ่งไล่กู มึงจะบ้าหรือไง ยายกูพูดไม่ได้สักปี 2 ปีล่ะ ยายมึงลุกขึ้นมานั่ง มาไล่กู

มันก็หาว่าผมพูดโกหก แบบจริง ๆ ผมก็บอกจริง ๆ เป็นไปไม่ได้หรอก มันก็ว่าอย่างนี้นะ เป็นไปไม่ได้ ยายกูจะลุกขึ้นมานั่งได้ยังไง ทุกวันกูยังป้อนข้าว เช็ดตัวอยู่เลย ผมก็บอกจริง ๆ ยายมึงลุกขึ้นมานั่งยอง ๆ แล้วก็มาผลักกู ไล่กู บอกว่าร้อน ๆ ร้อน บอกผมอยู่ร้อน ไปเลย ไล่ ไล่จริง ๆ ผมพูดเหมือนกับเขาไม่เชื่อผมนะ บอกเออ ๆ ถ้าจะไปก็ไป ผมก็เลยกลับบ้าน

แล้วแผนก็มาโรงเรียนไม่ได้ใช่ไหมครับ เป็นว่าโพธิ์เนี่ยต้องอยู่ดูแผน อ่า อยู่ดูแผน

คราวนี้ผ่านไป 2 วันล่ะ โพธิ์ก็กลับมาตามผม ลพไปนอนเป็นเพื่อนหน่อยได้ไหม ผมก็ยังกลัว แล้วยายมึงจะไม่ด่ากูหรอว่ะ จะด่าได้ยังไง ก็ยายกูพูดไม่ได้ พูดได้จริง ๆ ผมพยายามเถียงอยู่อย่างเนี้ย

ก็คือเราจะนอนมุ้งเดียวกัน เขาก็จะเช็ดตัว เช็ดอะไรให้ยายเขาใช่ไหมครับ แต่ยายเขา

คือบ้านเนี่ยจะเป็นบ้านไม้ 2 ระดับที่ใช่ไหมครับ ข้างล่าง ยายเขาจะนอนข้างล่าง แล้วอีกระดับหนึ่งก็คือพวกผมก็จะนอน 3 คนใช่ไหมครับ ยายเขาก็กางมุ้งให้ ยายก็เช็ดตัว ป้อนข้าว ผมเฮ้ย ผมก็คิดว่ายายมันก็กินได้ เหมือนจะแข็งแรงนะ แต่ยายเขาผอมนะครับ แล้วน้ำหนักตอนนั้นเหมือนเขาคนแข็งแรงมากเลยครับ

ครับ เหมือนคนไม่มีแรง เหมือนคนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ผมเห็นตอนนั้นน่ะ อ่า ผมก็เอ๊ะยายคนนี้ทำไมทำตัวแปลก ๆ

ก็นอนกัน ก็แผนเขาจะนอนริมสุด โพธิ์เขาก็จะนอนกลาง แล้วผมก็จะนอนริมนั้น มันดึกประมาณนั้นดึกล่ะ ดึกมากเลย ตอนนั้นก็หน้าหนาว เดือนพฤศจิกาล่ะ จำได้

อยู่ ๆ น่ะ ผมได้ยินเสียงก๊อก ๆ แก๊ก ๆ ก๊อก ๆ แก๊ก ๆ ตรงมุ้งยายเขา ผมเห็นยายเขาเนี่ยคลานออกมาจากมุ้ง

ผมน่ะคือผมไม่ได้นอนบ้านตัวเอง คือหนึ่งเรานอนไม่หลับ เพราะว่าเราไม่ชินไงครับ เราไม่ชิน

เขาคลานออกมา คลานออกมา คลานออกมามองซ้าย ทั้งขวา ไปตรงบันได ตรงนั้นก็จะเป็นบันไดอยู่ประมาณ 7 – 8 ขั้นครับ นี่ล่ะครับ คือเขามานั่งตรงชั้นน่ะบันได มองซ้าย มองขวา แล้วก็หันมามองที่มุ้งผม เออ ที่ผมนอน คืนแรกที่ผมไปนอนนะครับ

อยู่ ๆ ยายเนี่ยโดดลงไปเลยครับ ไม่ได้เดินลงบันได โดดลงไปเฉย ๆ ครับ

ยายเขาผอม ๆ เนี่ย โดดลงไป โดดลงไปเนี่ยผมไม่ได้ยินเสียง ตุ๊บตั๊บไม่มีเลย โดดปุ๊บลงไปเลย

ผมก็เฮ้ย ผมก็ปลุก เฮ้ยโพธิ์ โพธิ์ โพธิ์ ยายมึงโดดลงบ้านว่ะ ผมคิดว่าคนแก่อาจจะละเมอ หรืออะไรอย่างนี้ไงครับ ไม่ตื่นพี่ ปลุกยังไงก็ไม่ตื่น


เอ๊ะผมก็พยายามดูว่าจะมีเสียงร้องหรือเสียงอะไรไหม แล้วเขาก็โดดลงไป แล้วไม่ได้ยินเสียงตุ๊บเลยนะครับ ถ้าเขาโดดมันต้องได้ยินเสียงตุ๊บใช่ไหมครับ


ครับผม ผมก็ค่อย ๆ คลานออกไปจากมุ้งพี่ ไปดูตรงระเบียงบันได ไปดูไม่เห็น แล้วผมหันกลับมาอีกที เห็นยายนอนขดอยู่ในมุ้งอยู่เลย


แล้วยายเขาก็เอาผ้าจากตรงที่นอนครับ คลุมหัวนะพี่ ตอนนี้ยายเขาก็เปิดผ้าห่มออกมา แล้วก็เป็นมุ้งที่แบบว่า เอ่อ ไม่ ๆ ไม่ขาวมากน่ะ แต่ผมสามารถเห็นได้เลยว่ายายแกเปิดออกมา แล้วแกก็ยิ้มให้ผมน่ะ

แล้วแกก็เอาผ้าห่มคลุมปุ๊บเลย แล้วแกก็เปิดออกมาใหม่ เหมือนแอบหมอนแล้วก็ยิ้ม ยิ้มให้ผมน่ะ แล้วผมก็รีบเข้าไปนอนในมุ้ง


คืนต่อมาผมก็ไปอีก ผมก็เล่า เฮ้ยเมื่อคืนนี้ กูเห็นยายมึงโดดลงไป เอ่อ บอกไม่จริงหรอก มันบอกมึงน่ะโกหก กูก็อยู่กับยายกูมาน่ะ 2 ปีนี้ ไม่เคยลุกขึ้นได้ พูดยังพูดไม่ได้เลย ต้องป้อนข้าวป้อนน้ำ มึงก็เห็นอยู่กูเช็ดตัว

ผมก็ยังเถียงอยู่อย่างเนี้ยครับ มันก็หัวเราะกัน มันหาว่าผมไม่อยากไปนอนเป็นเพื่อนมัน
อ่า คืนที่ 2 ผมนอนอีก ตอน ผมจำได้เลย มัน ถ้านกพวกนกกลางคืนมันร้อง คือนกกาเหว่ามันร้องนี้ มันต้องประมาณเที่ยงคืน หรือตี 1 ใช่ไหมครับ

ผมก็เห็นยายเนี้ย ได้ยินเสียงก๊อก ๆ แก๊ก ๆ คลานออกมาจากมุ้งอีกล่ะ แต่ทีเนี้ยไม่ได้โดดครับ แต่คลานเข้ามาในมุ้ง

คือไอ้ที่ผมสงสัยที่สุด คือเขาไปเลียแผลน่ะ ที่ขาน่ะ

เลียแผลที่เท้าของแผน

เขาก็เลีย เขาก็เลียใหญ่เลย ผมก็สะกิดโพธิ์ โพธิ์ สะกิด ๆ ทั้งสะกิดให้มันดู มันไม่ตื่นครับ ทำยังไงมันก็ไม่ตื่น ผมปลุกเต็มที่ล่ะ มันก็ไม่ตื่น ผมก็สั่นนะ

คือแบบหน้าหนาวนะพี่ ผ้าห่มคลุมน่ะ

แล้วเหงื่อผมนี้ออกเต็มตัวเลย

ผมก็เห็นยายแกเลียใหญ่เลย เลีย ๆ แล้วก็ดูด เลียแล้วก็ดูดเลย เลียแล้วก็ดูด อ่า ประมาณสักพักใหญ่ ๆ ล่ะ แกก็กลับไปที่เดิม

ก็บอก อืม อร่อยดีเนอะ แกก็ว่าอย่างเนี้ย ผมได้ยินว่า อืม อร่อยดีเนอะ


คือเขา ตอนที่เขาคลานกลับไปน่ะ เขาบอก อืม อร่อยดีเนอะ แล้วเขาก็เข้าไปในมุ้ง

ตื่นเช้ามาไอ้โพธิ์ก็ เฮ้ยทำไมแผลกูเจ็บจังว่ะ กูปลุกมึงเมื่อคืนเนี้ย มึงไม่รู้เรื่องเลยหรอ บอกมันบอกไม่รู้เรื่องครับ แล้วมึงหยิกกูทำไม กูเห็นใครไม่รู้มาเลียแผลไอ้แผน

มันก็โมโหผมนะ มันเหมือนกับว่าเหมือนเราใส่ร้ายยายมันน่ะ ก็ว่ายายกูแบบนี้ ๆ อะไรประมาณเนี้ยครับ

แต่เชื่อไหมพี่ แผลของแผนน่ะช้ำ เขียวไปหมดเลย เขียว ช้ำ ไปหมดเลยทั้งเท้า แบบบวม ช้ำ คือมันก็น่าจะเป็นขนาดเนี้ย ตอนแรกแบบคือหอยบาดธรรมดา ยังไม่ทันจะวันหนึ่ง คือมันไม่ได้แบบจะเขียวอย่างเนี้ยพี่ นั่นคือแผลช้ำธรรมดา แต่อันนี้มันเขียว ช้ำ มันออกม่วงเป็นจ้ำเลยตามเท้าเขาน่ะ อืม มันก็ปวด ร้องใหญ่เลย

แล้วทีเนี้ยคืนที่ 3 คืนที่ 3 ผมจะไม่นอนล่ะ แผนจะนอนร้องตั้งแต่เช้าล่ะว่าปวดแผล ๆ ปวดแผลครับ

คราวนี้ก็ต้องไปตาม ผมกับ (47.12) ต้องไปตาม เอ่อ แม่เขากับพ่อเขาที่อยู่ในไร่ใช่ไหมครับ อันนี้ก็ไม่กล้าทิ้งยายอีก ผมบอกทิ้งไปตามเถอะ ทิ้งไปตามเถอะ แล้วใครจะป้อนข้าวป้อนน้ำ แถมเขาก็เดินไม่ได้ เขาว่าอย่างเนี้ย ไอ้โพธิ์ก็บอกอย่างนี้ แผนก็เดินไม่ได้ บอกเอ่อ (01.47.28) ไปตามเถอะ วันเนี้ยดีแล้วว่ะ วันนี้ก็นอนร้อง แผนมันก็นอนร้องปวดครับ


มันบอกว่าปวดมาก มากจริง ๆ ครับ ผมก็ไม่เข้าใจนะว่ามันปวด ปวดขนาดไหน แต่ดูลักษณะแล้ว มันคงจะปวดมากจริง ๆ นะพี่ อืม บอกไปตามเถอะว่ะ ยังไงมึงก็ไปตามเถอะ ผมก็บอกอย่างนี้ บอกไม่ได้ ทิ้งยายไม่ได้ มันต้องป้อนข้าวอีก

ตกวันนั้นผมก็ไม่ได้ไปโรงเรียนเลยนะพี่ ก็อยู่เป็นเพื่อนกันเนี่ยจนถึงตอนเย็น


ครับ ตอนเย็น แผนยังนอนร้องไห้ปวด ผมก็ไม่รู้จะพูดไง

ตัดสินใจเลย ผมก็บอกโพธิ์มึงไปตามพ่อกับแม่มาดูเอง เดี๋ยวยายอะไร กูป้อนข้าวเอง ผมก็บอกอย่างนี้ครับ แต่ผมตัดสินใจอย่างนั้น บอกเป็นไงเป็นกัน สงสารด้วยครับ สงสารไงครับ

ให้ไปตามพ่อกับแม่มา ผมเห็นท่าไม่ดีแล้วน่ะ



พอเพื่อนผมไปตามเท่านั้นเนี่ย ผมก็ยังไงล่ะ ผมก็หนีกลับบ้านไปเลย ผมหนีกลับบ้านเลย

ผมไม่กล้าอยู่

ผมหนีกลับบ้านครับ ผมหนีกลับบ้านจริง ๆ

ทิ้งแผนไว้ เพราะว่าผมหนีจากบ้านนี้ไม่ใช่อะไรนะครับ ผมหนีเพื่อจะไปบอกพ่อผมมา

ทิ้งไว้ก่อนไง แต่ไม่ใช่หนีกลับไป ไปอยู่บ้านเลย ผมทิ้งแผนอยู่กับยาย 2 คน เพื่อจะไปตามพ่อผมมา มา มาอยู่เป็นเพื่อน

อ่า พ่อผมก็ไม่อยู่อีก ตกลงผมจะทิ้งเพื่อนอย่างนี้ เพื่อนก็ต้องกลับมาอีก

พอผมกลับมา โพธิ์นี้ก็ไปนานมากเลย ไปนานมากจริง ๆ ครับ ผมก็นอนคลุมโปง ผมก็นอนคลุมโปงอยู่ ไม่ยอมกลับมาสักที 3 ทุ่มกว่าล่ะ เอ้ยก็ยังไม่กลับมาสักที

ตอนนี้ผมก็ได้ยินเสียงแผนน่ะร้อง ร้องเหมือนแบบเหมือนมีอะไรมาบีบที่คอเขาน่ะ อ๊อก ๆ อ๊อก  ๆ อย่างเนี้ยครับ

ผมก็เห็นยายเขาน่ะ ขึ้นไปนั่งยอง ๆ เหยียบหน้าอกครับ แล้วก็จับ จับ เอาอีกมือหนึ่งน่ะ คือช้อนใต้คอแผนขึ้นมาครับ

คือพี่นึกออกไหมล่ะ คนที่นอนน่ะ อีกคนยายเหยียบหน้าอกอย่างเนี้ย แล้วทำมือช้อน ช้อนอยู่ใต้คอน่ะ แล้วก็จับหัวให้แหงนเหงยขึ้นน่ะ แล้วปากมันก็อ้า แล้วผมก็เห็นยายเนี่ย เอาปากจุ่มลงไปตรงปากเขาน่ะ

ยายเอาปากจุ่มลงไปในปากแผนเนี้ยนะ

แล้วที่ผมเห็นตอนนั้น ก็คือแกเอาลิ้นของแกนน่ะแลบลงไป

ผมคิดตอนนั้นน่ะ ผมก็ตกใจนะ แต่ผมก็จะวิ่งออกไปก็ไม่กล้าวิ่งนะ ตอนนั้นมันเหมือนมันทำอะไรไม่ถูกน่ะ ผมก็ได้แต่ดูอย่างนั้นน่ะครับ

มองไปเห็นแบบเหมือนคน เหมือนอะไรติดในคอครับ ดังอึกอัก ๆ อึกอัก แล้วเห็นแผนเขาก็เกร็ง ๆ เกร็ง ๆ แล้วเขาก็นิ่งไปเลยนะครับ นิ่งไปเลย

สักประมาณพักใหญ่ ๆ ได้ยินเสียงพ่อโพธิ์กลับมา แม่เขากลับมา แล้วผมก็เห็นยายกระโดดลงไปเลย ลงจากตัวแผนน่ะ โดดลงไปเลยครับ โดดลงไปเลย โดดลงไปแล้วไปนอนเหมือนเดิม


ครับผม ผมก็ลุกขึ้นมา แล้วบอกเห็นยายน่ะ ผมก็มาเล่าให้ฟังครับ บอกว่าเห็นยายลุกขึ้นมาเหยียบหน้าอกแผน แล้วก็เอาลิ้นลงไปในปากแผน เอาลิ้นลงไปในปากแผน เขาบอกมึงพูดอะไรเนี้ย มึงพูดอะไร

ก็จับแผนเขย่าใหญ่เลย ทำยังไงก็ไม่ตื่น ปรากฏว่าบอกตรง ๆ แผนน่ะตายแล้ว

ผมพูดนี้ ผมก็ขนลุกนะพี่

แต่ผมก็ คือถ้าผมตะโกนบ้าง อะไรสักอย่างหนึ่งน่ะ คือยายมันต้องตกใจล่ะ เขาก็ต้องกระโดดออกใช่ไหม แต่ผมก็ไม่ตะโกนออกมา

แม่เขารู้ว่าพ่อ พ่อเขาก็รู้ ก็เสียใจครับ

แต่ว่าเขาไปเอาศพไปพิสูจน์ยังไง ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจนะ แต่ผม โพธิ์เขาก็มาเล่าให้ผมฟังว่า เขาบอกว่าขาดอากาศครับ

เขาไม่ได้ว่า เขาไม่ได้อะไร พยายามถาม เช่นถามมันเป็นอะไรตาย แต่เขาก็ร้องไห้ ผมเห็นและพูดอยู่อย่างเดียวว่า ผมเห็นยายเขาขึ้นไปเหยียบบนหน้าอก แล้วก็ใช้ลิ้นล้วงลงไป

ถ้าเราพูดออกไป ใครเขาไม่มาเชื่อเราหรอกพี่

อ่า หลังจากนั้น คือผ่านไป 7 วัน 8 วัน เขาก็จับพิรุธ คือผมก็ยังเล่าอยู่เหมือนเดิม เขาก็จับพิรุธเหมือนกันทีเนี้ย

คือพ่อของโพธิ์เนี่ย เขาไม่ได้นอนเลย เขาจะดูพฤติกรรมของยาย ปรากฏว่าเขาเห็นอย่างที่ผมพูดจริง ๆ ครับ เห็นยายโดดลงจากบ้านไปจริง ๆ ครับผม

ครับ ตอนกลางคืนครับ แล้วก็เริ่มเห็นทุกคืน ๆ ทุกคืน เริ่มเห็นทุกคืนครับทีเนี้ย

เขาก็เลยไปปรึกษากับพระ เขาบอกว่าที่จริงยายน่าจะตายมาตั้งนานแล้ว แต่ว่าพระ

เขาเล่าให้ฟังนะครับตรงเนี้ย ถึงตรงนี้คือโพธิ์เล่าให้ผมฟัง บอกว่าพระบอกว่ายายที่จริงตายมาตั้งนานแล้ว แต่ว่ามันมีอย่างอื่นแฝงอยู่ครับ

คือ ๆ คุณยายอาจจะเสียไปนานล่ะ แต่ว่าปอบสิงอยู่


แล้วเขาก็เอาหมอ สายเกี่ยวกับทางธรรมเนี่ย ทางเกี่ยวกับพวกคุณไสยเนี้ยครับมาดูยาย แล้วก็เอาใช้ว่านชนิดนี้ครับ เขาบอกว่าลองเอาจิ้มดูสิ จิ้ม ปรากฏว่ายายนี้ร้องเลยครับ อันนี้โพธิ์เล่าให้ฟังนะครับ ยายเนี้ยร้อง เขาก็บอกว่าต้องตัดกรรมนะ ถ้าไม่ตัดกรรมก็ไม่ตายสักทีนะ เพราะแกกินลูกกินหลาน กินคนอื่นไปแบบนี้ เพราะมันกินหลานตัวเองไปแล้วน่ะ เขาว่าอย่างเนี้ย


เขาเลยทำพิธีตัดกรรม ตัดแบบไหนผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับ เพราะว่าทำแบบนี้ไปแล้ว ยายก็เสียเลยครับ ยายก็เสียวันนั้นเลยที่เขาทำพิธีตัดกรรม คือยายเขาก็เสียไปเลย


ตายปุ๊บก็ส่งกลิ่นเลยครับ


ประมาณชั่วโมงหนึ่งก็คือส่งกลิ่นเลยครับ เหมือนมีกลิ่นเหม็น กลิ่นเน่าทันทีเลยครับ





สั่งซื้อ ผียุโรป เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหลังห้อง เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเอเชีย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีอังกฤษ เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหอพัก เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีไทย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีจีน เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีรัสเซียเรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีอเมริกัน ผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีญี่ปุ่น เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเพื่อนเฮี้ยน
สั่งซื้อ ผีข้างบ้าน
สั่งซื้อ ผีโรงพยาบาล
สั่งซื้อ ผีโรงเรียน รอบโลก
สั่งซื้อวิธีหลอนเรียกผี
สั่งซื้อ เรื่องเฮี้ยนเขย่าขวัญ


รีวิวหนังสือชุด เรื่องผีๆ รอบโลก



เล่าเรื่องสยองขวัญ ปอบ


ก็คือเมื่อวันที่ 9 9 กรกฎาที่ผ่านมาเนอะ ก็ได้มีโอกาสไปทำบุญ ไปอาบน้ำมนต์ กับครอบครัวที่ขอนแก่นนะคะ แล้วก็ไปพักอยู่ที่บ้านญาติ

ก็คือระหว่างที่ไปวัด อาบน้ำมนต์อะไรเนี่ย ก็ปกติ

แล้วก็พอหลังจากอาบน้ำมนต์เสร็จ ก็ที่บ้านเนี่ยก็ให้เหมือนมาไหว้พระ เขาเรียกอะไรล่ะ ดูดวงได้อะไรอย่างเนี้ยค่ะ ก็เลยแบบพากันไปดู ก็บอกว่าเออเนี่ยดวงตกนะ เขาก็ทักมา เอ่อ อายุเท่าไหร่ ก็บอกไปว่าอายุ 25 เอ่อเบญจเพสนี่ เขาก็ดูสักพัก เอ่อไอ้นี่ดวงตกนะอะไรอย่างเนี้ย แล้วเขาก็ทักเราแบบไม่ต้องดูน่ะ รู้เลยดวงตก จะดีขึ้นอีกทีก็คือปีหน้าอะไรอย่างเนี้ย แล้วก็เออเราก็เฉย ๆ แล้วก็แบบเพราะดูมาเยอะแล้วอะไรอย่างเนี้ยค่ะ

พอกลับบ้าน ก็คือตกดึกก็คือไปเข้าห้องน้ำ ห้อง

คือบ้านญาติน่ะคะ ห้องน้ำ ทางที่จะไปห้องน้ำเนี่ย มันติดกับห้องครัว ซึ่งห้องครัวเนี่ยมันจะมีประตูที่ทะลุออกไปหลังบ้านได้อีกทีหนึ่งนะคะ แต่ว่าห้องน้ำที่หนูเข้าเนี่ย มันอยู่บริเวณห้องครัว แต่ว่ามันต้องเปิดประตูเข้าไป เปิดประตูจากในบ้านน่ะค่ะออกไป เพื่อที่จะเข้าห้องน้ำ ซึ่งประตูนั้นน่ะ มันจะตรงกับประตูด้านหลังที่จะทะลุออกไปข้างนอกอีกทีหนึ่งค่ะ

ก็คือพอทำธุระเสร็จเนี่ย หนูก็ปิดประตู เตรียมกลับมานอนปกติ พอจังหวะที่ล้มตัวนอนเนี่ย ได้ยินเสียงเหมือนคนเดินตาม แล้วก็เดินวนรอบ ๆ เรา ลากขาเดินวนรอบ ๆ เราเลย อย่างชัดมาก

สักพักคือตัวเราเริ่มชา ชาตั้งแต่ปลายเท้าน่ะค่ะขึ้นมา เหมือนเขาแบบเหมือนเขานั่งทับเราน่ะ ใจหนูคิดอย่างนั้นเลยนะ แล้วแบบเหมือนเขาพยายามจะเข้าเรา แล้วเขาเข้าไม่ได้ เขาก็เหมือนโมโหตัวเองน่ะ ถอนหายใจดังเฮือก แบบโมโหมาก

หนูก็เลยแบบได้ยินเสียงครั้งนั้น คือก็ตะโกนเรียกเลย บอกให้ป๊า ป๊ามาช่วยหน่อยอะไรเนี่ย ให้พ่อกับแม่ ให้ที่บ้านเนี่ยมาดูหนูหน่อยอะไรอย่างเนี้ย ตอนนั้นคือสั่นไปหมดแล้ว สั่นแบบพ่อมาจับนี้ คือเหมือนควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่ว่ายังมีสติอยู่

แล้วก็คือได้ยินเสียงเขาพูด หนู หนู หนู หนู หนู แบบเสียงคนแก่ค่ะ เป็นเสียงผู้หญิงแก่ ๆ หนู หนู หนู อะไรอย่างเนี้ย

หนูแบบ หนูก็บอกพูดออกไป ช่วยหนู ช่วยหนูด้วยอะไรอย่างเนี้ย หนูก็บอกที่บ้านแบบนี้ แต่แบบร้องไห้ ตัวสั่น ยายก็เลยแบบเฮ้ยไปเอามีดอาคมมา เขาบอกให้ป้าน่ะค่ะ ไปเอามีดอาคมของหลวงปู่

คือหลวงปู่ของหนูน่ะค่อนข้างมีอาคมเหมือนกัน แล้วก่อนที่ท่านจะมรณะน่ะ ท่านเอามีดอันเนี้ยไว้ให้ แต่ว่าเหมือนถ้าท่านไม่อยู่แล้วน่ะ เอามีดอันเนี้ยไว้คุ้มครองคนในบ้านนะอะไรอย่างเนี้ยค่ะ ก็คือเป็นมีดพร้าแบบประมาณศอกน่ะค่ะ ข้อศอก ความยาวประมาณข้อศอกเนี้ย

ยายก็มาเตรียมชักดาบ ชักออกมาเลย แบบเตรียมจะไล่ หนูบอกยายอย่าไปไล่ เขาบอกว่าเขาไม่ได้มาทำร้าย เขาหนี

ยายก็เลยแบบไปตั้งสำรับให้เขา แล้วเขาบอกว่าเขากินไม่ได้ เขามาหลายคน แล้วทีเนี้ยเขาบอกหลายคน

เขาพูดเลย เขาพูดเลยค่ะ พูดเหมือนอยู่ใกล้ ๆ เราเลยน่ะค่ะ เหมือนอยู่รอบ ๆ เราเลยน่ะ พูดเหมือนกรอกหูเราน่ะ เขาหิว

แล้วยายเอาไปตั้ง แล้วเขาก็มาพูดเขากินไม่ได้ เนี่ยเขามากันเยอะ ไม่พอ พอไม่พอ ยายก็ไปเอามาเพิ่ม พอเอามาเพิ่ม เขาก็ยังบอกเขากินไม่ได้ ยายถามอ้าวกินไม่ได้ แล้วจะทำยังไง เขาบอกว่าถ้าเข้าหนูได้ก็คืออิ่มเลย

คือเขาก็บอกเข้าได้ไง เธอจะมาเข้าคนนี้ทำไม จะมาอะไร เขาบอกเขาอยากอยู่ที่นี่ ผู้หญิงคนเนี้ย คือเขาบอกว่าหนูเนี่ยเป็นคนเปิดประตูให้เขาเข้ามา หนูก็บอกว่าหนูไม่ได้เปิด หนูจะเปิดประตูรับใครอะไร หนูไม่รู้ หนูแค่ไปเข้าห้องน้ำ หนูก็พูดแบบนี้ หนูก็พูดตามที่แบบฉันแค่ไปเข้าห้องน้ำ เขาบอกไม่ มันน่ะเปิดให้กูเข้ามาอย่างเนี้ย

คือคนอื่นไม่ได้ยิน

มีหนูได้ยินอยู่คนเดียว

และพอหนูบอกว่า หนูก็ย้ำเขาหนูไม่ได้เปิด เขามาพูดแบบเหมือนเขาเรียกว่าไรล่ะ ลมหายใจเขาน่ะอยู่ใน แบบมาใกล้หนูมาก เหมือนแบบเขามาหายใจรดต้นคอ แบบเขาบอกว่าขอโทษทีนะคะ มึงน่ะเปิดประตูให้กูเข้ามา พูดอย่างนี้เลย ใกล้ ๆ หูเลย

แล้วหนูก็แบบขยับหนี จนพ่อแบบต้องล็อกไว้น่ะค่ะ แบบลูกกระเจิดไปแล้วน่ะ แบบสติไม่อยู่แล้ว

ต้องเอาพระมาคล้อง พอเอาพระมาคล้อง ยายก็เริ่มแบบเอาข้าวสารเสกน่ะค่ะ เอาข้าวสารเสกของหลวงปู่อย่างเนี้ยมาโปรย

พอโปรยปุ๊บเนี่ย หนูเห็นเป็นแบบเหมือนเงาน่ะค่ะวิ่งรอบบ้านเลยค่ะ แบบสีขาว ๆ เทา ๆ รอบบ้านเลย แล้วเขาก็บอกว่าเขาแค่หิว ทำไมต้องทำแบบนี้ ครั้งที่แล้วยายหนูก็ไล่เขาไปแล้ว ครั้งนี้จะทำกับเขาอีก ยังมาทำกับเขาอีกทำไม

คือเขาบอกว่าเขาเคยมาที่บ้านเนี้ยแล้วครั้งหนึ่ง แล้วยายหนูก็คือไล่เขาแบบนี้เหมือนกัน แล้วหนูก็เลยแบบแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน เขาก็พูดอยู่เหมือนเดิม ก็หนูเป็นคนเปิดประตูให้เขาเข้ามา หนูก็บอกหนูไม่ได้เปิด

แล้วหนูก็คิด หนูแค่เปิดประตูเข้าห้องน้ำ แต่ประตูทางที่หนูจะไปเข้าห้องน้ำน่ะค่ะ อย่างที่บอกว่าด้านหลังบ้านสุดเลย ประตู (01.00.11) มันตรงกัน อาจจะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า ใจหนูคิดแบบนั้น

แต่คือไล่ยังไงก็ไม่ไป สักพักยายถามว่าเอางี้ถามเลยอยากได้อะไร เขาบอกเลยเขาอยากกินเลือด อยากกินแบบลาบเลือด อยากกินเหล้าขาว ยายก็บอกจะไปหาได้ยังไง ตอนนี้มันตี 1 ตี 2 แล้ว ไม่รู้ ไม่งั้นก็จะเข้าเนี่ย ถ้ากินไม่ได้ก็อิ่มแล้ว

เขาบอกเขาจะกินเลือด เขาจะกิน

เขาบอกอยากกินเลือด อยากกินเหล้าขาว แล้วเขาบอกว่าเขา เขาไม่ได้กินมานานแล้ว

ยายก็เลยให้ถาม คือทุกคนก็พยายามเขาเป็นใคร มาจากไหน อะไรอย่างเนี้ย เขาบอกว่ากูไม่รู้ กูตายมานานแล้ว กูมาเรื่อย ๆ พอดีอีเนี้ยมันเปิดประตู มันให้กูเข้า พูดแบบเนี้ย


หนูบอกหนูไม่ได้เปิดประตูให้ใครเข้ามาจริง ๆ หนูแค่ไปเข้าห้องน้ำ เขาบอกไม่ มึงน่ะเป็นคนเปิดให้กูเข้ามา พูดกรอกหูเลยเนี่ย เนี่ยเสียงมันได้ยินอยู่ในหูหนูอยู่ตอนนี้ แบบได้ยินเสียงชัดมาก

แต่เขาบอกเขาตายมานานแล้ว แล้วเขามาเรื่อย ๆ แล้วบ้านเนี้ย บ้านของญาติที่หนูไป มีบุญ มีข้าว มีทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาต้องการ อืม เขาอยากจะอยู่ที่นี่ แต่อาศัยเหมือนอาศัยร่างหนูอยู่ที่นี่ ยายก็บอกไม่ได้ คือทำยังไงเขาก็ไม่ไป

จนแบบยายต้องแบบโปรยข้าวสารเสกรอบบ้าน เขาก็ออกไปอยู่ หนูเริ่มเห็นเป็นเงา เงาเขาเลย เป็นผู้หญิง ผมฟู ๆ ตัวผอม ๆ หน่อย แต่ว่าไม่เห็นหน้าตานะคะ เห็นเป็นแค่เงายืนอยู่หลังต้นไม้หน้าบ้าน

ก็คือรอบบ้านเนี่ย ยายเอาข้าวสารไปโรยล่ะ และเขาเข้าไม่ได้ เขายืนได้อยู่ตรงนั้น เขาบอกดูทำกับเขาเลยนะ แบบไม่ให้เขาเอาข้าวมาตั้ง แต่ก็ไม่ให้เขากิน อะไรอย่างเนี้ย อืม แล้วยายก็บอกแล้วจะทำยังไง กูจะตามมันไป คือจะตามหนูไปทุกที่

แล้วทีเนี้ยที่บ้านก็คือไม่ไหวล่ะ ยายคือเอาเหมือนแบบแค่นี้คงไม่อยู่ล่ะ มันไม่ไปสักที คือคนเนี้ยมันไม่ไปสักที ก็เลยไปตามคนที่เก่งกว่า มีอาคมมากกว่าค่ะ เป็นคนเฒ่าคนแก่ของที่เนี้ยมา

ก็คือเอารถที่บ้านน่ะค่ะไป เขาบอกนี่รถมันใช่ไหม มึงจะไปกับรถมัน เขาก็เลยบอกไปได้ยังไง ไปได้ยังไง ไปไม่ได้ กูจะไปอะไรอย่างเนี้ย

แล้วพอเขาไปรับคนเฒ่าคนแก่มาเสร็จเนี่ย คนที่มีอาคมน่ะค่ะ พอมาถึง เขามาชี้หน้าหนูเลยนะ อีนี่ใช่ไหมอะไรอย่างเนี้ย หนูก็แบบตกใจ แล้วทีเนี้ยเสียงยายคนนั้นน่ะค่ะ เขาก็พูดออกมาว่าเจ้าของมีดมาแล้ว เจ้าของมีดมาแล้ว มันจะมาทำร้ายกู มันจะมาทำร้ายกูแล้ว

คือเหมือนเขาแบบ เขาอะไรนะ เหมือนเขารู้ว่าแบบมีคนมีอาคมมาแล้วค่ะ เขาเริ่มรนของตัวเองแล้ว แต่ยังอยากจะเข้าหนูอยู่ เขายังบอกอยู่ เขาบอกว่าเขายังอยากกินเลือด ยังอยากกินเหล้าขาวอยู่ เอ่อ

แต่แบบพอคนมีอาคมมา อีเนี้ยใช่ไหม เอามันออกมาข้างนอกเดี๋ยวนี้ หนูก็บอกว่าหนูออกไม่ได้ เขาอยู่ข้างนอก คือเราเห็น แล้วเรากลัว แล้วเราก็ไม่อยากออก ไม่ต้อง พามันออกมา

พอออกมาเขาก็ออก เขาเรียกอะไร เขามีไม้เท้าน่ะค่ะ ไม้เท้าของเขาน่ะมาเหมือนเขียนอะไรหน้าผากเราสักอย่างน่ะค่ะ แล้วก็ไปเอาน้ำมนต์มาราด แล้วเขาก็ให้หนูเป็นตัวกลางสื่อสารอีก

ช่วงนั้นน่ะช่วงที่หนูโดนน้ำมนต์น่ะค่ะ หนูเริ่มเห็นเขาแบบชัดขึ้น แต่ก็ไม่เห็นหน้า คือจากแสงขาว ๆ เริ่มแบบ เขาเรียกว่าอะไรล่ะ เริ่มดำ เริ่มทมึน เหมือนแบบให้เราเห็นรูปร่างเขาชัดขึ้นน่ะค่ะ เริ่มลอยเข้า เดินเหมือน ไม่รู้ใช้เดินหรือลอย เดินเหมือนเริ่มจากหนูไปล่ะ เขาบอกมันห้ามไป กูจะคุยกับมัน ก็ให้หนูสื่อสารอีกครั้งหนึ่ง

ก็สื่อสารเหมือนเดิม เขาก็บอกเขาไม่อยากได้อะไร เขาอยากกินข้าว เขาหิวข้าว เขาตายมานานแล้ว ไม่มีใครทำบุญให้ แล้วบ้านหนูน่ะคือมีทั้งบุญ มีทั้งข้าว มีทุกอย่างที่เขาต้องการ เขาเลยอยาก เขาเลยอยากอยู่ที่นี่ แต่อยากผ่านร่างคนเนี้ย อยากให้หนูเป็นแบบ เหมือนแบบอยากเข้ามาอยู่กับหนู ให้หนูเป็นเหมือนแบบ เหมือนเขาเรียกอะไร จะเข้ามาสิงหนูน่ะตลอด เพื่อที่จะเอาบุญ เอาข้าว ให้เขาอิ่ม

แต่เขาบอกไม่ได้ จะบอก ไม่บอก ถ้าไม่บอกเขาจะแช่งนะ เขาบอกว่าก็อย่างที่บอก คือยายเคยไล่ไปแล้ว เขาถามว่าแล้วมาเจอกับคนนี้ได้ยังไง มาเจอหนูได้ยังไง เขาบอกอีเนี้ยมันขาเจ็บเหมือนกัน คือหนูขาเจ็บ วันที่หนูไปน่ะ ที่หนูจะมีปัญหาที่หัวเข่า เขาบอกแล้วมึง แล้วเขาถามว่า ให้ถามว่าแล้วเขาเจ็บที่ไหน เขาบอกเจ็บขาเหมือนกัน แต่เขาเจ็บที่ข้อเท้า เขาเลยถามข้างไหน ข้างขวา ซึ่งหัวเข่าที่หนูมีปัญหาเนี่ยก็คือข้างขาวเหมือนกัน

เขาเลยบอกว่าอ๋ออยากเข้าเพราะว่ามันมีรูที่มันเปิดอยู่ใช่ไหม รู้ว่าเหมือนเขามีแบบสามารถอยากจะเข้า แต่เข้าไม่ได้ เพราะว่ามีบุญใช่ไหม ใช่ อีนี่มีบุญ เขาเลยอยากได้บุญจากหนู แล้วก็อยากได้อาหารจากหนู

คำว่าอาหารเขาก็คือตัวหนู ที่เขาแปลให้หนูฟังนะ คืออาหารจากหนู ก็คือกินหนูนั่นเอง


แล้วเขาก็เลยบอกว่าได้ ถ้าอยากได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปทำบุญให้ เขาบอกเขาจะเอา ณ ตอนนั้นเลย ทั้งเหล้าขาว ทั้งลาบเลือดอะไรเนี่ย เขาบอกไม่มีใครทำได้ ก็ได้ ถ้าทำไม่ได้เขาจะรอ แต่ถ้าไม่ทำน่ะ เขาก็จะตามไปทุกที่ อืม แล้วเขาก็เลยหายไป หายไปเลยค่ะ ให้เห็นเลยว่าไปแล้วจริง ๆ

แล้วคนที่เขามาทำพิธีให้หนูน่ะค่ะ คนเฒ่าคนแก่เนี่ย เขาบอกมันไปแล้ว

แม่ก็ถาม คือได้ยินเหมือนทางผู้ใหญ่ทาง ไปแล้ว รู้ได้ไงว่าไปแล้ว ดูจากหน้า หน้าลูกตัวเองสิ มีน้ำตาไหม แบบหน้าเริ่มเป็นปกติหรือยัง เขาก็มาดู เอ่อ น้ำตาไม่มีแล้ว หน้าแบบหน้าแห้งแล้วอะไรอย่างเนี้ย แสดงว่าเขาไปแล้ว ถ้าเขายังอยู่น่ะ น้ำตาจะไหล เหงื่อจะออก คือเหมือนเขาเรียกว่าอะไรนะ เหงื่อจะออกทั่วตัวค่ะ ออกทวารทั้ง 5 เลย ถ้ายังอยู่ใกล้อะไรอย่างนี้

แม่ก็เลยบอกว่าสรุปคือยังไง เขาจะมาเอาอะไรกับคนนี้อะไรอย่างเนี้ย เขาก็เลยถามว่าไอ้เนี้ยมันไปทำอะไรมา มันเคยมาที่นี่ไหม หนูก็บอก เขาก็บอก คือหนูไปที่เนี้ยตั้งแต่เล็กล่ะ ตั้งแต่จำความได้หนูก็เคยไปที่นี่ แล้วมันจะมาทำไม บุญใหญ่มาหรือเปล่า

คำว่าบุญใหญ่ก็คือเมื่อปีที่แล้วน่ะค่ะ มันจะมีงานบุญใหญ่อยู่ในงานหนึ่งของที่บ้าน แต่ว่าตัวหนูไม่ได้ไปร่วม คือหนูอยู่ต่างประเทศ หนูไม่ได้ไปร่วม

เขาเลยบอกอาจจะเป็นอันนั้นหรือเปล่า ไม่ได้มาร่วมบุญใหญ่ มันก็เลยสามารถสื่อสารได้ง่าย และไอ้เนี้ยตกมันตกหรือเปล่า มีเคราะห์อะไรกับมันหรือเปล่า ก็บอกเออใช่ ปีเนี้ยไอ้เนี้ยเบญจเพส ยังเบญจเพสอยู่ แล้วดวงมันก็ตก

เขาบอกเอ่อง่ายเลย ช่วงนี้เข้ามาหาง่ายเลย พรุ่งนี้ไปไหว้พระ ทำบุญสะเดาะเคราะห์ซะ แล้วก็ไอ้สิ่งที่เขาอยากได้ ก็คือทำให้เขาไปเลยนะ แล้วก็หาพระน่ะค่ะ หาพระมาคล้องคอลูกนะ ไม่งั้นคือมันจะเข้ามาอีกเรื่อย ๆ คือคนเนี้ย เพราะว่าก่อนที่เขาจะไป เขาบอกว่าให้เขาไปแล้ว เขาก็จะมาอีก คือยังไงก็ไม่จบ เขาจะมาอีก


แต่คือทุกวันนี้ก็คือยังมีแบบบางคน ก็คือพอกลับมากรุงเทพแล้วค่ะ พี่ที่ทำงานก็บอกมาคนเดียวหรอ ถามทำไม เปล่า นึกว่ามีคนมาส่งอะไรอย่างเนี้ย เอ้ย ไม่มี หนูมาคนเดียว อย่าพาหนูหลอน

แล้วแบบพอทำงานอยู่น่ะค่ะ ได้ยินเสียง ได้ยินเสียงหายใจแบบใกล้ ๆ หูบ่อย ๆ มากอะไรเนี้ย แบบถอนหายใจ ถอนหายใจ ทั้ง ๆ ที่แบบเราก็มีพระมีอะไรอย่างเนี้ยค่ะติดตัว


เขาเข้าไม่ได้สักที เขาก็แบบไม่พอใจ เขาก็แบบโมโหตัวเองน่ะ แบบได้ยินเสียงถอนหายใจเหมือนคนโกรธ โกรธมากน่ะ แบบทำไมเหมือนแบบทำไมจะเข้าไม่ได้อะไรอย่างเนี้ย ทั้ง ๆ ที่เหมือนแบบมันสื่อกันได้ มันน่าจะเข้ากันได้อะไรอย่างเนี้ยค่ะ

เขาก็เลยบอกว่าต่อไปนี้ ก็ไม่ต้องไปห้องน้ำตอนกลางคืนนะ ถ้าอะไรก็ทำธุระให้เสร็จไปเลย จะได้แบบไม่ต้องอะไรอย่างเนี้ย หนูก็แบบหนูก็พยายามนะ แบบไม่ ไม่ทำอะไรอย่างเนี้ยค่ะ

อืม ก็มีประมาณเนี้ย

คือหนู หนูไม่เคยใส่พระ ไม่เคยห้อยเลยด้วย แล้วเพิ่งจะแบบพอเกิดเรื่องเนี้ย ก็คือต้องหามา ให้ที่บ้านน่ะหามาให้หน่อย เพราะแบบมีคนทักอะไรอย่างเนี้ย เราก็บอกที่บ้านอะไรอย่างเนี้ย เอ้ยพี่ที่ทำงานทักหนูนะอะไรอย่างเนี้ย เขาบอกไปทำบุญหรือยัง ทำแล้ว ใส่แล้วค่ะ

แบบแต่ว่าเหล้าขาวหนูยังคิดไม่ออกเลย หนูจะถวายเหล้าขาวยังไงกับพระ

แล้วคืนนั้นก็ได้หลับปกติ ไม่มีปัญหาอะไร แต่แค่ทุกวันนี้ยังเหมือนแบบยังได้ยินเสียงอยู่บ้างอะไรค่ะ เหมือนแบบมีคนเดินตาม มีคนหายใจใกล้ ๆ อะไรอย่างเนี้ย จะเป็นแค่นั้น




สั่งซื้อ ผียุโรป เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหลังห้อง เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเอเชีย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีอังกฤษ เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหอพัก เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีไทย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีจีน เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีรัสเซียเรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีอเมริกัน ผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีญี่ปุ่น เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเพื่อนเฮี้ยน
สั่งซื้อ ผีข้างบ้าน
สั่งซื้อ ผีโรงพยาบาล
สั่งซื้อ ผีโรงเรียน รอบโลก
สั่งซื้อวิธีหลอนเรียกผี
สั่งซื้อ เรื่องเฮี้ยนเขย่าขวัญ


รีวิวหนังสือชุด เรื่องผีๆ รอบโลก