ทำนายดวงชะตาด้านความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นชาวราศีสิงห์ตลอดปี 2561


ราศีสิงห์ 15 ส.ค. - 14 ก.ย.
ดวงความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ชาวราศีสิงห์ ตลอดปี 2561
มกราคม
ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจท่าน แม้ว่างานมีผลดีก็ตาม เพื่อนร่วมงานซึ่งอาจไม่ถูกใจกันบ้าง ก็ไม่ควรไปต่อว่าต่อขานเพราะเป็นการขยายความขัดแย้งให้ยืดยาวออกไป
กุมภาพันธ์
ท่านจะปรับใจให้กับงานและบุคคลแวดล้อมได้ดีขึ้น ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับบทบาท ท่าทีของท่านเอง เรื่องงานหรือเรื่องความรักจะสำเร็จยากขึ้น แม้ผู้ใหญ่จะช่วยสนับสนุนอย่างดีแล้วก็ตาม แต่เพื่อนร่วมงานก็อาจทำให้ท่านไม่สบายใจ
มีนาคม
หุ้นส่วนหรือผู้ร่วมงานจะให้ความร่วมมือกับท่านดีขึ้น ความคิดของท่านเริ่มจะสอดคล้องกับเพื่อนร่วมงาน มีโอกาสที่จะทำความตกลงเข้าใจได้โดยง่าย จะมีผู้ใหญ่หรือผู้มีอำนาจสนับสนุนส่งเสริมท่านบ้าง
เมษายน
ท่านจะได้เพื่อนใหม่ พบมิตรใหม่ มีโอกาสเดินทางไกล ไปต่างถิ่นต่างแดน มีความเข้าใจ ความผูกพันกับคนรอบข้างมากขึ้น ควรเร่งรัดในการติดต่องานหรือการประสานผลประโยชน์ จะเห็นช่องทางทำความตกลงในเรื่องต่างๆ
พฤษภาคม
ช่วงนี้เกี่ยวข้องกับสื่อ มีการพบปะผู้คนมากหน้าหลายตา และพบในลักษณะงานที่แตกต่างกันออกไป ถ้าเป็นเรื่องการลงทุนการส่งออก หรือเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ท่านควรเข้าหาผู้รู้ หรือปรึกษาผู้ใหญ่
มิถุนายน
ความสัมพันธ์กับผู้ใหญ่หรือผู้บังคับบัญชา ผู้อยู่ในตำแหน่งเหนือกว่าจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผู้ใหญ่รวมไปถึงผู้บังคับบัญชาจะช่วยเหลือท่านให้มีโอกาสมากขึ้นที่จะเลื่อนขั้น กับเพื่อนร่วมทีมงานก็สนับสนุน ปรองดองกับท่านเป็นอย่างดี
กรกฎาคม
ธุรกิจติดต่อขยายวงกว้างขึ้น การเจรจาเพื่อผลประโยชน์จะมีโอกาสดี ได้รับความช่วยเหลือ เดินทางท่องเที่ยวตลอดจนได้พบปะสังสรรค์หรือกระชับมิตรกับเพื่อนฝูง ได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่มากขึ้น มีเกณฑ์ได้ลาภจากผู้สูงอายุ
สิงหาคม
ไมตรีกับคนระดับเดียวกันหรือผู้น้อยบริวารจะดีขึ้น จนสังเกตเห็นหรือรับรู้ได้ เพื่อนร่มทีมงานที่มีฐานะมั่นคงจะหาสั่งของราคาแพงมาฝาก บริวารจะนำลาภมาให้ มีความสุขกายสุขใจดีขึ้น ท่านจะมีความสุข และมีลาภที่ได้จากความจงรักภักดีของบริวาร
กันยายน
มีมิตรดีไปมาหาสู่หลายคน ตัวท่านเองจะได้ลาภจากมิตรใหม่ หรือการเดินทางใกล้ๆ จะประสบความสำเร็จในการติดต่อเจรจาด้วยปาก ถ้ามีปัญหาคดีความหรือข้อขัดแย้งกับใครอยู่ก็จะรอมชอมกันได้
ตุลาคม
เกี่ยวข้องกับสื่อหลายสาขา ติดต่อการงานตลอดเวลา อยู่ไม่ค่อยติดที่ ต้องเดินทางไปโน่นไปนี่เพื่อพบปะผู้คน ถ้าพบปะนักวิชาการชาวต่างชาติมีแนวโน้มประสบผลดี งานคิด งานพูด งานเขียน งานเกี่ยวกับสื่อเป็นงานหลักของท่านในเดือนนี้และเป็นงานที่ได้รับความสำเร็จดี
พฤศจิกายน
ตั้งแต่ครึ่งเดือนหลัง  ควรระวังความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมทีมงานหรือผู้ใต้บังคับบัญชา มีปัญหาการทำงานร่วมกับหัวหน้างานต่างเพศ มิตรต่างเพศกับครอบครัวหรือญาติผู้ใหญ่จะเห็นต่างกัน ความสงบในครอบครัวจะลดน้อยลงไป ผู้ใหญ่จะเชื่อได้ยาก หรือผู้ใหญ่จะทำความยุ่งยากให้ท่านกังวลใจ
ธันวาคม
จะมีเหตุไม่พึงใจในงาน โดยเฉพาะการร่วมลงทุนกับคนต่างเพศจะทะเลาะผิดใจกัน ทำให้ท่านเสียความรู้สึกและผิดหวังทั้งกับงานและตัวบุคคล

ที่มา ดวงคู่สร้างคู่สม สำนักโหร อุตตราษาฒ


บทความแนะนำ

10 อันดับพระผงพิมพ์นิยมที่นักสะสมใฝ่ฝัน ฮาเร็มในเรือนไทย ราชินีมินของกษัตริย์เกาหลีองค์สุดท้าย 8 อันดับฆาตกรสุดโหดแห่งสยามเมืองยิ้ม 6 พฤติกรรมลดไอคิว 6 ดอกไม้ช่วยบำบัดสุขภาพ เล่าเรื่องสยองขวัญ แดนพิศวง เล่าเรื่องสยองขวัญ เจอดีตอนธุดงค์

ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ


เรื่องราวน่ารู้เรียบเรียงจากสารคดีคุณภาพในรูปแบบบทความ
กดถูกใจแฟนเพจเพื่อติดตามและอัพเดตบทความใหม่ๆ คลิกเลย



ทำนายดวงชะตาด้านความรักชาวราศีสิงห์ตลอดปี 2561

ราศีสิงห์ 15 ส.ค. - 14 ก.ย.
ดวงความรัก ชาวราศีสิงห์ ตลอดปี 2561


มกราคม
เหมาะสำหรับการปลูกรัก รักที่เริ่มในระยะนี้ จะสานตัวต่อกิ่งก้านงอกงามดี ได้พบคนถูกใจที่เป็นคนดี ใจคอมั่นคง ทั้งถูกชะตากับญาติมิตร เพื่อนฝูง รักจึงงอกงามดี สถานที่ท่านจะพบคนรัก เป็นบรรยากาศแห่งการติดต่อสมาคมงานการกุศล งานเพื่อชุมชน เป็นต้น
กุมภาพันธ์
กรณีที่ท่านยังไม่มีคู่ หรือมีคู่อยู่แล้วแต่ยังไม่ลงรอยกัน รักจะมีความสุขมีความลงตัว บางคู่ที่คบหาคุ้นเคยกันอยู่แล้ว หากมีบุคคลที่สามเข้ามาแทรกหรือเข้ามาใกล้ควรหลีกเลี่ยง มิฉะนั้นอาจมีปัญหาต่อไปในระยะยาวได้
มีนาคม
มีเกณฑ์จะได้ข่าวดีจากคนรักหรือมิตรต่างเพศ ท่านที่มีครอบครัวแล้วคงต้องระวังมือที่สามหรือสิ่งที่ท่านปกปิดไว้ จะเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดความร้าวฉานความแตกแยก ฉะนั้นในช่วงนี้ทำกิจกรรมที่เกียวข้องกับความรักใคร่ขอให้ไตร่ตรองด้วยเหตุและผล ความถูกต้องด้วย
เมษายน
เรื่องความรักมีเค้าสะดุดไม่ราบรื่น ทั้งนี้เพราะความประพฤติและการวางตัวของท่านเป็นสาเหตุหลัก ท่านอาจต้องพลัดพราก ห่างไกลจากคู่ครองและคนรัก อาจต้องสูญเสียบางสิ่งบางอย่างออกไปจากชีวิต คนที่มีครอบครัวอยู่แล้วจะมีปัญหา หากท่านไม่เข้าใจความเป็นไปของชีวิตในความเป็นคู่ ความเป็นครอบครัว
พฤษภาคม
เป็นเดือนที่ดีของท่าน คิดฝันจะได้อะไรสักอย่างหนึ่งมักจะได้สมปรารถนา ถ้ายังไม่มีรัก มีโอกาสจะได้พบความรัก พบคนถูกใจจากการทำงาน ท่านที่มีครอบครัวแล้ว ช่วงนี้มีโอกาสใกล้ชิดกันหลังจากห่างเหินกันไป ปัญหาที่เคยเกิดมาก่อนหน้านี้จะผ่อนคลายไปในทางที่ดี จะมีโชคจากการทำอะไรบางอย่างร่วมกัน
มิถุนายน
ในช่วงนี้จะมีความสุขในเรื่องรักใคร่ขึ้น ดวงชีวิตคู่ดี หากคิดจะแต่งงานแต่งการก็ไม่มีปัญหาขัดข้อง มีผู้ใหญ่สนับสนุนเต็มที่
กรกฎาคม
เรื่องความรักจะเป็นเรื่องที่ต้องพยายามเข้าวงในให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น คนที่ยังไม่เคยมีรักและกำลังรอพบรักอยู่ จะได้พบคู่ในวงอาชีพเดียวกัน
สิงหาคม
ท่านที่ยังไม่พ้นวัยหนุ่มสาวจะมีโชคดีเรื่องรักต่อเนื่องกันไป ช่วงนี้มีแต่คนมีเสน่ห์น่ารักมาใกล้ชิดรอบข้าง อยู่ในสภาพแวดล้อมที่สบายตา สบายใจ ชีวิตคู่ค่อนข้างแจ่มใส ช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างดี อาจมีโชคฟลุ๊ค ด้วยกัน
กันยายน
ท่านจะได้ลาภผลพอสมควรจากคนรัก ช่วงนี้เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการบอกรัก ท่านที่มีครอบครัวอยู่แล้ว ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้จะค่อยๆ คลี่คลายเข้าใจกัน เป็นเรื่องที่ดีต่อความรู้สึกและชีวิตคู่ของท่าน
ตุลาคม
ท่านที่มีกิจกรรมการงานค่อนข้างมากจนไม่มีเวลาให้กับครอบครัวหรือคนรัก คู่ของท่านจึงอาจจะงอแง ไม่พอใจ จะเกิดการระหองระแหงกันเพราะความไม่เข้าใจกันได้ ท่านที่ยังไม่มีคู่ ในช่วงเวลานี้ อาจจะพบคนถูกใจจากการเดินทาง
พฤศจิกายน
เป็นจังหวะปลอดโปร่ง เพื่อนร่วมงาน คนที่สนใจท่านเป็นพิเศษจะเข้าใกล้ท่าน ดูแลเอาใจท่านเป็นอย่างดี และมีแนวโน้มของความหวังที่จะประสานถึงความสัมพันธ์ที่ดีกว่าในระยะยาว
ธันวาคม
ท่านที่ยังไม่มีคู่ปลายปีนี้มีโอกาสได้พบใครแบบวูบวาบ ฉับพลัน แต่เป็นแบบม้วนเดียวจบ ถ้าท่านเป็นหญิงต้องระวังให้ดีมิฉะนั้นจะก่อเกิดความเสียหายท่านที่มีคู่อยู่แล้วช่วงนี้จะเป็นช่วงเวลาที่ดี มีความอบอุ่น ได้ใกล้ชิดได้กำลังใจจากครอบครัวเป็นอย่างดี

ที่มา ดวงคู่สร้างคู่สม สำนักโหร อุตตราษาฒ


บทความแนะนำ

ย้อนรอยคดีพิศวาสฆาตกรรม นวลฉวีและศยามล ปริศนามรณะตระกูลเคนเนดี้ อนาคอนด้า งูยักษ์แห่งอเมซอน วิธีตั้งเลขพยากรณ์ ดูดวงตำราพรหมชาติ 10 อันดับสัตว์มีพิษ ตำนานธอร์ (Thor) เทพสายฟ้า สารคดีสงครามเย็น บทบาทของผู้นำโซเวียต นิกิต้า ครุสชอฟ (Nikita Khrushchev) 10 อันดับสัตว์สถาปนิก

ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ

เรื่องราวน่ารู้เรียบเรียงจากสารคดีคุณภาพในรูปแบบบทความ
กดถูกใจแฟนเพจเพื่อติดตามและอัพเดตบทความใหม่ๆ คลิกเลย



ถั่งเช่า หญ้าหนอนทิเบต ขุมทองแห่งสมุนไพร


ประชากรราวหนึ่งในสี่ของโลกทั้งตะวันออกและตะวันตกกำลังใช้ยาสมุนไพรจีน ตลาดยาใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ที่ฮ่องกง ยอดขายสูงขึ้นเรื่อยๆ องค์การอนามัยโลกประมาณการว่ามีมูลค่ากว่าหนึ่งแสนล้านยูโร ทั้งรากไม้ เขากวาง ตุ๊กแกตากแห้ง หอย รังนกและหินแร่ ทุกอย่างมีขายที่นี่ทั้งนำเข้าและส่งออก ไม่กี่ปีมานี้ธุรกิจใหม่เริ่มเฟื่องฟู

ถั่งเช่าหรือที่รู้จักกันว่าเป็น "ไวอะกร้าแห่งเทือกเขาหิมาลัย" เริ่มได้รับความนิยมมากกว่าโสม มันแพงยิ่งกว่าทองคำและมักถูกซื้อเป็นของขวัญแต่งงาน ตำนานมีอยู่ว่าตัวจามรีที่ถูกเลี้ยงที่เทือกเขาหิมาลัยแถบทิเบตมันมักจะกินถั่งเช่าหญ้าหนอนนี้เป็นประจำ มันแข็งแรงขึ้นเป็นสิบเท่า ด้วยสรรพคุณที่น่ามหัศจรรย์ ห้องทดลองบางแห่งไม่ลังเลที่จะเรียกมันว่ายาอายุวัฒนะ

"การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ทำให้เรารู้เกี่ยวกับถั่งเช่ามากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อตอนที่โรคซาร์ระบาดในปี 2003 หลายคนใช้มันรักษาโรค แม้แต่แพทย์ตะวันตกยังใช้ถั่งเช่าเลยซึ่งพันธุ์ที่ดีที่สุดมาจากทิเบตที่อยู่ไกลมากๆ เลยล่ะครับ" พ่อค้ายาสมุนไพรจีนแห่งหนึ่งที่ฮ่องกงกล่าว

แท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่ เห็ดที่เป็นยาโด๊ป ยาชูกำลัง สรรพคุณครอบจักรวาลของถั่งเช่าทำให้เราสงสัย มันเป็นแค่มายาหรือเป็นเรื่องจริงกันแน่

ต้นเดือนพฤษภาคมชาวทิเบตที่เมืองจงเตี้ยน มณฑลยูนาน มองท้องฟ้าอย่างกังวลใจ หลายปีนี้ฝนแรกฤดูมีค่าดั่งเงินทอง ฝนเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเติบโตของถั่งเช่า เมื่อฝนตั้งเค้า ชาวบ้านแทบจะทิ้งการงานอย่างอื่นมุ่งหน้าขึ้นเขา เรียกได้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆ หยุดสิ้นเลยทีเดียว

คุณยายชาวทิเบตเล่าว่า "ช่วงเร่มหน้าฝนนี้ฉันจะยุ่งมากๆ เลยค่ะ เพราะว่าคนอื่นๆ ในบ้านจะขึ้นไปเก็บถั่งเช่ากันหมด เวลาไปที่ก็ไปกันนานเลย บางทีก็อาจจะหลายอาทิตย์เลยทีเดียวล่ะ"

ทุกฤดูใบไม้ผลิ ชาวทิเบตจะทิ้งบ้านไปตั้งแคมป์ที่พรมแดนระหว่างยูนานกับเขตปกครองตนเองทิเบต ในช่วงสองเดือนของฤดูเก็บเกี่ยวพวกเขาละทิ้งชีวิตปกติแล้วไปค้นหาสิ่งมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ สิ่งที่พวกเขาเรียกว่าสมบัติเติบโตเฉพาะที่เขาหิมาลัยที่ความสูง 4,000-5,000 ฟุต มันยังพบได้ในเนปาลและภูฏาน แต่พันธุ์ที่ดีที่สุดมาจากที่ราบสูงทิเบต ชาวนาและคนเลี้ยงสัตว์ พวกเขาอาศัยอยู่ห่างจากจงเตี้ยนไป 100 กิโลเมตร เหล่าพี่ อา น้า เพื่อนบ้านมารวมตัวกันที่นี่ และยังมีวันหยุดพิเศษที่ให้เด็กๆ มาช่วยเก็บถั่งเช่าอีกด้วย

พวกเขาจะคืบคลานไปตามพุ่มไม้เตี้ยๆ พวกเขาทำเหมือนกับเก็บลูกแบล๊กเบอรี่ แต่มันไม่อาจจะเปรียบเทียบกันได้ การเก็บถั่งเช่านั้นเหมือนกับงมเข็มในมหาสมุทร สมุนไพรล้ำค่านี้มีความสูงแค่ 2 เซ็นติเมตรเหนือพื้นดิน ซึ่งบางส่วนยังคงเป็นน้ำแข็งอยู่ มันจึงมองไม่เห็นถ้ายืนอยู่ คนที่เก็บจึงต้องคืบคลานไปตามทางภูเขาหลายชั่วโมง เพ่งมองไปยังพื้นดินขรุขระ

ต่าซือ ติงจู หัวหน้าแคมป์ที่พาชาวบ้านไปเก็บถั่งเช่าเล่าว่า "ผมเริ่มเก็บถั่งเช่ากับพ่อตั้งแต่เด็กๆ ปีแรกนั้นผมหาไม่เจอสักตัว มันยากมาก ผมมองไม่เห็นเพราะไม่มีประสบการณ์ พอถึงปีที่สองแล้วเนี่ย ผมก็เริ่มเข้าใจว่าจะต้องทำยังไงบ้าง ตอนเริ่มใหม่ๆ ผมเก็บได้แค่อาทิตย์ละกรัมสองกรัมเอง"

เมื่อหาถั่งเช่าเจอก็ต้องใช้ทักษะในการถอนมันขึ้นมาโดยไม่ทำให้ส่วนที่อยู่ใต้ดินขาด ต้องดึงมันขึ้นมาทั้งส่วน หญ้าหนอนถั่งเช่าจะมีความยาวแตกต่างกันไป ถ้ามันยาวสมบูรณ์ดีก็จะได้ราคาดี

ต่าซือ เล่าต่อว่า "ก่อนที่เราจะรวมเข้ากับจีน ชาวทิเบตก็เก็บและกินหญ้าหนอนถั่งเช่ามานานแล้ว ก่อนที่จะมีโรงพยาบาลหรือคลีนิคด้วยซ้ำ ตอนเราป่วยเรากินมันแล้วก็จะหาย สามารถเอามันไปทำเป็นซุปไก่หรือหมู บางคนก็เอาไปแช่เหล้าก่อนที่จะดื่มเข้าไป เป็นเครื่องดื่มก็ได้ เป็นอาหารก็ดี

หลายปีมานี้การเก็บหญ้าหนอนถั่งเช่ากลายเป็นรายได้หลักที่ทำให้ชาวทิเบตหลายครอบครัวตั้งเนื้อตั้งตัวได้ แต่เรื่องน่าอัสจรรย์เริ่มต้นที่ใต้ดิน โดยทั่วไปสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษนี้เป็นผลลัพธ์ของกระบวนการทางชีวภาพที่ไม่ธรรมดาใต้พื้นดิน มันคือหนอนซึ่งอาศัยอยู่ใต้พื้นดินไม่กี่เซ็นติเมตร มันขุดอุโมงค์ใต้ดินและผ่านพัฒนาการสิบขั้นตอนกว่าจะกลายเป็นตัวเต็มวัย

ที่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งฮ่องกง ศาสตราจารย์คาร์ล ทิมและทีมนักชีววิทยาใช้เวลาหลายปีเพื่อศึกษาเกี่ยวกับถั่งเช่าที่เป็นส่วนผสมระหว่างแมลงกับเห็ด มันสร้างความตื่นตะลึงให้กับวงการวิทยาศาสตร์

"โดยทั่วไปแล้วถั่งเช่ามีสองส่วนส่วนที่เป็นเห็ดราและส่วนที่เป็นหนอนแมลง ถั่งเช่านี้คือเห็ดชนิดหนึ่งที่เป็นเชื้อราและเติบโตจากตัวหนอนแมลงที่มีชื่อในภาษาละตินว่า เฮเพียลัส อาร์มอริคานัส (Hepialus Armoricanus) และตัวหนอนแมลงชนิดนี้ในฤดูหนาวมันจะเติบโตอยู่ในดินใต้ภูเขาหิมะ ในขณะเดียวกันก็จะมีสปอร์ที่มีลักษณะการแพร่กระจายในแบบของเห็ดได้ ตัวหนอนนี้อยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็ง เมื่อน้ำแข็งเริ่มละลาย สปอร์ของเห็ดนี้จะพัดไปกับน้ำแข็งที่ละลายแล้วตกค้างอยู่ในพิ้นดิน จากนั้นเมื่อตัวหนอนนี้ก็จะกินสปอร์เข้าไป เมื่อฤดูร้อนใกล้เข้ามา ตัวหนอนตัวใดที่อ่อนแอ สปอร์ก็จะงอกออกมาทางหัว งอกออกจากปากของมัน เห็ดราเหล่านี้ต้องการแสงอาทิตย์มันจึงงอกขึ้นสู่พื้นดินและดูเหมือนต้นหญ้า เราจึงเรียกสิ่งนี้ว่าหญ้าหนอน หรือฤดูหนาวเป็นหนอนฤดูร้อนเป็นหญ้า" ศาสตราจารย์คาร์ล อธิบายถึงกระบวนการเกิดหญ้าหนอนถั่งเช่า

ถึงแม้จะเรียกว่าหญ้าหนอน แต่มันไม่ใช่หญ้า มันเป็นเชื้อราที่เติบโตภายในตัวดักแด้และก็ฆ่ามันตายด้วย ดักแด้เป็นตัวอ่อนของผีเสื้อในตระกูลเฮเพียลิแด (Hepialidae) โดยในระหว่างพัฒนาการเติบโตดักแด้ค่อยๆ ถูกเห็ดเกาะกินและแห้งตายไปในที่สุดจากนั้นเห็ดก็พัฒนาการต่อไปโดยใช้เนื้อเยื่อดักแด้ที่ตายเป็นอาหารและเติบโตขึ้นมา การเติบโตจากดักแด้เป็นเห็ดนี้เป็นที่มาของการขุดทองที่แพร่กระจายทั่วทิเบตในขณะนี้




เล่าเรื่องสยองขวัญ ไม่น่าหยิบมา


ก็คือย้อนไปเมื่อประมาณสักปี พ.ศ. 38, 39 ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ

ตอนนั้นผมก็อยู่ช่วง ม.1 ผมถือว่าผมเป็น เป็นเด็กมีชีวิตที่โชคดีครับ ก็คือยุคกลาง ๆ ก็คือว่าจะไม่แกมาก แล้วก็จะไม่เด็กมากเกินไปในช่วงนั้นใช่ไหมครับ

ช่วงนั้นร้านเกมส์ ร้านอะไร มันก็ยังไม่ค่อยมีใช่ไหมครับ ก็ส่วนมากเนี่ยพอเรียนกลับมาจากโรงเรียนเนี่ย ส่วนมากก็จะคลุกอยู่ที่โรงเรียน

บังเอิญว่าโรงเรียนของผมเนี่ย มันเป็นโรงเรียนวัดครับพี่ป๋อง เนี่ยโรงเรียนวัดเนี่ย อาณาบริเวณก็จะใกล้วัดใช่ไหมครับ

เย็น ๆ เนี่ยผมก็ไปเตะบอล ยิงนก ตกปลา ไปเรื่อย ในเด็กยุคก่อน ในช่วงสมัย พ.ศ. นั้นนะครับ

เนี่ยสนามฟุตบอลเขาจะใกล้กับเมรุ ใกล้กับเมรุ สุสาน อะไรประมาณเนี้ย คือมีความคุ้นชินอยู่แล้วครับ ก็เลยไม่รู้สึกกลัวอะไร

จนกระทั่งช่วงราว ๆ สักเดือนตุลา ปีประมาณ 38, 39 เนี้ยล่ะครับ ก็ไปเตะบอลกันตามปกติในช่วงเย็น

ตุลาในยุคนั้นเนี่ย ถือว่าก็เข้าสู่หน้าหนาว ก็จะมืดเร็วนิดหนึ่งใช่ไหมครับพี่ป๋อง


ก็พอประมาณสัก 5 – 6 โมงเนี่ย วันนั้นเลิกบอลจะเร็วหน่อย เพราะอากาศเริ่มเย็น ความพิเรนของเด็กวัยนั้นเนี่ย ก็ถือค่อนข้างสูงใช่ไหมครับ วัยกำลังก๋ากั่นเนี่ย

ก็เลยออกหัวกับเพื่อน ๆ ว่าเราคงจะเล่น ก็คือไม่ได้เล่นบอลล่ะ ช่วง ม.1 ก็คือถือว่าไม่โตมาก แล้วก็ไม่เด็กมาก ก็เลยเล่นซ่อนหาครับพี่ป๋อง


ก็ตีไปโอน้อยออกธรรมเนี้ยครับ ก็สรุปว่ามีเพื่อนคนหนึ่งเป็น

เนี่ยด้วยความ อืม สัญชาตญาณของเด็กน่ะครับพี่ป๋อง

พี่ป๋องเคยไหมครับ คือเวลาเราเล่นวิ่งไล่จับกับเพื่อนเนี่ย

มันจะมีเพื่อนวิ่งมาตามกับเรามา ก็คือว่าเพื่อนที่จะมาแอบด้วยกัน

เราก็พยายามที่จะ เฮ้ยออกไป ไม่ต้องมา อะไรประมาณนั้น


ช่วงนั้นก็ราว ๆ สัก 6 โมงล่ะ ผมจำได้ว่าถ้าจำไม่ผิดนี่ ช่วงนั้นตะวันจะเป็นคล้าย ๆ ว่าอะไรพี่ป๋อง

ผีตากผ้าอ้อม


เป็นเมฆสีแดง ๆ โห บรรยากาศกำลังได้เลยครับพี่ป๋อง

ด้วยความที่ว่าเราเนี่ย รำคาญเพื่อนที่วิ่งมาตาม มาซ่อนเนี่ย ผมเลยกระโดดข้ามกำแพงเมรุไปครับ อ่า กำแพงสุลานครับ ขออภัยครับ กำแพงสุสานไป แล้วก็วิ่ง

จุด focus ของผมในตอนนั้น คือในใจคิดอย่างเดียวคือยังไม่อยากให้เพื่อนตามมา ผมเข้าไปแอบในปลองเมรุครับพี่ป๋อง

อยู่ในนั้น

เข้าไปแอบในปลองเมรุ

แต่ตอนนั้นไม่คิดอะไรครับ เพราะว่าเราคุ้นชินเรื่องสถานที่อยู่แล้ว

ผมก็วิ่งตาม อ่า ไม่ใช่ครับ ผมวิ่งเข้าไปซ่อนในที่เขาบรรจุหีบศพแล้ว เพื่อที่จะเผาน่ะครับ

ผมเข้าไปคนแรกเนี่ย รู้สึกเลยครับ ยังรู้สึกอุ่น ๆ อยู่เลยครับพี่ป๋อง มีเพื่อนคนหนึ่งของผมครับพี่ป๋อง ก็คือเจ้าเต๋อ เจ้าเต๋อเนี้ยเขาวิ่งตามมา ก็ว่าเฮ้ยแอบด้วย แอบด้วย

ผมก็กำลังจะปิดปากปล่องแล้ว ก็คือจะปิด อ่า ประตู ประตูปิดแล้วนะครับ ประตูผิงไฟเนี้ยครับ

พี่ป๋องเขาก็ เอ่อ เจ้าเต๋อเนี่ย เขาก็กระโดดเข้ามา ผมก็เลยถือวิสาสะ ก็ไม่อยากให้เพื่อนข้างนอกเห็นใช่ไหมครับ ก็เลยปิดประตู

คือผมขอบอกตรงนี้นะ เป็นอะไรที่ผิดพลาดในชีวิตผมมาก คือผมเนี่ยจะอยู่ใกล้ประตู ส่วนเจ้าเต๋อเนี่ยเขาจะอยู่หลังออกไป

ผมเริ่มรู้สึกว่า ตอนนั้นน่ะยอมรับว่าสนุก แต่อีกใจหนึ่งมันเริ่มหวั่น ๆ กลัว ๆ บอกไม่ถูกครับ

ผ่านไปสักพักหนึ่งครับ ประมาณสัก 5 นาทีผ่านไปเนี่ย เราเริ่มรู้สึกแล้วว่าเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน 2 คนกับเจ้าเต๋อครับ

มันรู้สึกเหมือนมีรังสีอํามหิต หรืออะไรสักอย่างเนี่ยแผ่ แผ่มาข้างหลังเรา ผมนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกเสียวสันหลังวาบเลยครับ เหมือนมีคนจ้องมองอยู่ด้านหลัง

ผมก็หันไปมอง ปรากฏว่าผมหันไปมองเสร็จปุ๊บเนี่ย ผมเห็นเจ้าเต๋อเนี่ย กำลังเอามือของตัวเองละพื้น เขาเรียกอะไรครับ พื้นเผาไฟน่ะครับ ก็จะเป็นคล้าย ๆ เป็นผง เป็น (02.31.55)


ที่ตรงนั้นไม่มีตะแครงที่ว่าพอเผาเสร็จปั๊บ เถ้ากระดูกมันจะร่วงลงมา คือมันไม่มีเลย ตรงนั้นก็คือจะเป็นแบบว่าดิบ ๆ เลยครับ

พอ (02.32.11) ไปเนี่ย เขาไปเจอก้อนอยู่ก้อนหนึ่งครับพี่ป๋อง เป็นลักษณะคล้าย ๆ เถ้าขนาดลูกแก้วครับ เป็นก้อนเงิน ๆ

แต่ตอนนั้นผมก็ไม่ได้แปลกใจครับ เพราะว่ามัน มันกลัวมากครับพี่ป๋อง

ผมเล่าแล้วยังเสียงแบบสั่น ๆ


เขาก็หยิบขึ้นมา แล้วเขาก็เออสวยดี ก็เลยเก็บใส่กระเป๋าไป

ผมก็เอ๊ะมันเริ่ม มันไม่ใช่น่ะ มันรู้สึกอึดอัดแล้วพี่ป๋อง รู้สึกว่าเหมือนมีคนมานั่งเบียดเราเลย

รู้สึกจริง ๆ เลยครับ รู้สึกจริง ๆ เลย

ผมก็นั่งรอไป ใจหนึ่งก็กลัว ใจหนึ่งก็กำลังสนุก ก็เลยนั่งแอบไป ประมาณสัก 10 นาที เอ๊ะเริ่มสงสัยทำไมเพื่อนไม่มาแถวนี้เลย ตอนนั้นผม focus อย่างหนึ่งก็คือว่าเอ๊ะหรือที่ซ่อนเราดี


พอนั่งไปสักพักหนึ่ง ผมได้ยินเสียงเสียงหนึ่งครับพี่ป๋องมาจากทางด้านหลังว่า แฮ่...


หันไปมองปั๊บ เจ้าเต๋อหน้าซีดตอนนั้นเลยครับผม

เปิดประตูวิ่งลงมา ตัวนี้คือเลอะเถ้าถ่านไปหมดเลย ผมก็วิ่งออกมาเสร็จปั๊บ เพื่อนทุกคนที่อยู่กับเราคงจะแยกย้ายกันกลับบ้าน

ผมก็เลยถามเจ้าเต๋อว่า เอ้ยเจ้าเต๋อแล้วคืนนี้เองจะไปนอนไหน

ไอ้เจ้าเต๋อเพื่อนผมเขาก็เป็นเด็กคล้าย ๆ กับว่าตกเย็นเนี่ย เขาจะชอบมานอนบ้านผม

บ้านผมในสมัยนั้นน่ะ ผมอยู่กับคุณปู่ คุณยาย ครับ คุณปู่ คุณตา คุณยาย ประมาณเนี้ย จะเป็นบ้านสวน

เขาก็ตามผมมาค้างด้วย

อ่า ขอเล่านิดหนึ่งครับพี่ป๋อง ก็คือว่าบ้านสวนของคุณตาผมเนี่ย เขาค่อนข้างที่จะเป็นคนรักเด็ก แล้วก็จะตั้งอะไรให้หลาน ๆ ลูก ๆ ทั้งหมดเลยครับ ซึ่งรวมถึงบ้านต้นไม้ ผมก็ไปอาศัยนอน ขึ้นไปบนบ้านต้นไม้ครับ

ผมจำได้ว่าผมถึงบ้านคุณตาเนี่ย ราว ๆ สักไม่เกิน 2 ทุ่ม ผมก็ขึ้นไปอาบน้ำ คุณยายผมถามว่าตัวไปเลอะอะไรมา ผมก็เลยบอกว่า อ๋อ คงจะเป็นพวกฝุ่นพวกอะไร ก็ไม่อยากจะบอกเขาใช่ไหมครับ กลัวเขาจะดุ ผมก็เข้าไปอาบน้ำ ขึ้นมาเสร็จก็เข้ามานอนใช่ไหมครับ

ผมจำได้ว่าคืนนั้นเนี่ย เจ้าเต๋อไม่ได้นอนเลยครับพี่ป๋อง เขานั่งกอดเข่ามองผมทั้งคืนเลย


ไม่พูดอะไรสักคำเลย จนผมเอ๊ะชักไม่แน่ใจล่ะ เอ๊ะก็ยังรู้สึกปกติอยู่ใช่ไหมครับ ก็คงคิดว่าคงจะแกล้งเรา

พอเช้ามา คุณแม่เขาก็มารับ ผมก็ไม่ได้ข่าวเจ้าเต๋อมันเนี่ยประมาณสักวัน 2 วัน เพราะว่าผมจำได้ว่าวันนั้นน่ะ เป็นวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เขาไปอยู่กับคุณแม่เขา

พอกลับมาอีกทีหนึ่งเนี่ยใช่ไหมครับ


เขาก็มาส่ง เขาก็มาส่งที่โรงเรียน


โรงเรียนวัดเนี้ยนะครับพี่ป๋อง ข้าง ๆ รั้วโรงเรียนมันก็จะเป็น อ่า เป็นพืชสวนครัว หรือว่ากินได้อะไรประมาณนั้นนะ ก็มีแตงกวา มีพริก มีอะไร

พี่ป๋องครับ เจ้าเต๋อเพื่อนผมเนี่ย ก็เดินมาเนี่ย อยู่ ๆ เขาละสวนไปได้เนี่ย คว้าอะไรมาได้ เขาหยิบใส่ปากเลยพี่ป๋อง


หยิบแตงกวาได้ ใส่ปาก หยิบพริก คือพริกน่ะครับ พริกพี่ป๋องพริกสวนนะ

เม็ดเล็ก ๆ น่ะครับ เขาไปนั่งเด็ด มันเด็ดแล้วก็กิน ๆ เคี้ยวกรุบ ๆ


ผมก็เอ๊ะทำไมนายเปลี่ยนไปนะเพื่อน แต่ตอนนั้นก็ยัง เอ๊ะหรือมันจะแอ๊คใส่เรา หรือมันจะแบบแกล้งอะไรอย่างเนี้ย

พอเข้าไปเรียนในห้องเรียน พฤติกรรมเขาก็แปลกครับ ก็คือจะไม่พูดไม่จอ มองหน้าเพื่อนเนี่ยเหมือน เหมือนกับคนแปลกหน้า

ผมก็พยายามที่จะเข้าไปทักทาย เพราะว่าเจ้าเต๋อเนี่ย เขาเป็นเด็กที่ค่อนข้างที่จะฮาที่สุดในห้อง

เขาเปลี่ยนไป

ผมก็เข้าใจว่าเขามีปัญหากับทางครอบครัวหรือเปล่า เพราะว่าคุณแม่ คุณพ่อ เขาทะเลาะกันเป็นประจำ เขาก็มานอนบ้านผมบ่อย ๆ

จนกระทั่งช่วงตกเย็น ทุกคนแยกย้ายกันไป ผมก็ชวนกันครับ ชวนกันคือไปเตะบอลเหมือนเดิมครับ

เจ้าเต๋อพูดมาคำหนึ่งว่าไม่ไปหรอก ไม่ไปหรอก เหนื่อย ผมก็ อ่า O.K. งั้นก็นายกลับไปก่อนก็ได้ ไม่เป็นไร

จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นนะพี่ป๋อง หน้าโรงเรียนเนี่ยมันก็จะมีเป็นร้านขายของเล่น ขายของชำอะไรอย่างเนี้ยครับ

น้าเขามาเจอผมเนี่ย เพราะว่าผมสนิทกับเจ้าเต๋อ เขาถามผมว่า เออนี่หมี เมื่อคืนน่ะเต๋อไปนอนบ้านด้วยหรือเปล่า ผมบอกอ๋อไม่นี่ครับ เขากลับบ้านเขา เนี่ยกลางคืนเนี่ย เขามาเดิน ๆ แถว ๆ โรงเรียน เดินไปแล้วก็รำไป เดินไปแล้วก็รำไป


ผมก็ไม่รู้ว่ามันกี่โมง คุณน้าของผมมาถามเขาใช่ไหมครับ เขาก็บอกว่าประมาณสัก 4 – 5 ทุ่ม

แต่พี่ป๋องครับ สมัยนั้น 4 – 5 ทุ่ม ถือว่าดึกมาแล้ว

เขาก็เดินไป แล้วก็รำ รำเป็นเรื่องเป็นราวเลยครับพี่ป๋อง

เดินรำไป คือแล้วผมก็เอ๊ะชักจะแปลก ๆ นะ

ด้วยความที่ว่าคือคุณแม่เขาไม่ค่อยมีเวลาดูแล เขาก็ออกมาจากบ้านอะไรอย่างเนี้ย ผมก็เอ๊ะหรือจะไปบอกอาจารย์ดี

ผมก็ไปบอกอาจารย์ประจำห้อง บอกว่าคุณครูครับ เรวัติเขามี

เขาชื่อจริงชื่อเรวัติครับ


เรวัติเขามีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับอาจารย์ อาจารย์ช่วยไปดูแลหน่อย

อาจารย์ก็ไปบอก ไปคุยกับเรวัติเนี้ย

เขาก็ อืม ยังไงครับ เหมือนมีพฤติกรรมที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น ก็ขอโทษนะครับ คือด่าทออาจารย์ออกมาคำหนึ่ง คำหยาบมาก

จนกระทั่งผ่านไปประมาณสัก 2 – 3 วัน คือเป็นอย่างเนี้ยพี่ป๋อง ดึก ๆ เนี่ยจะเดินออกมารำล่ะ รอบบ้านครับ บางทีก็ออกมากลางถนนบ้าง

จนหลัง ๆ มาเนี่ย เอ่อ คนแถวนั้นเขามักจะพูดกันว่า เออเนี่ยเจ้าเต๋อในช่วงเนี้ยแปลก ๆ ไปนะ กลางคืนไม่รู้ว่าเห็นเดินไปกับใคร คนแก่จูงมือมา


ก็คือ ๆ ว่าเขาก็คิดว่าเป็นญาติ เป็นคุณลุง คุณปู่ อะไรอย่างเนี้ยครับ เดิน พาเดินออกมาอะไรอย่างนี้

แต่ผมก็คิดในใจ ผมก็สนิทกับเจ้าเต๋อ เจ้าเต๋อก็ไม่มีคุณปู่ คุณลุง อะไรที่ว่าจะมาเดินจูงมือกันได้ตอนดึก ๆ


เอ่อ แต่ว่าตอนนี้นิสัยเต๋อเนี่ย มันเปลี่ยนไปหมดล่ะ


จนกระทั่งเช้ามาวันรุ่งขึ้น ไอ้เจ้าเต๋อเพื่อนผมก็ไม่มาโรงเรียนครับ ไม่มาโรงเรียน ผมก็เอ๊ะเป็นอะไรหรือเปล่า

พอตกช่วงเย็นเนี่ย คุณแม่ของเจ้าเต๋อเนี่ย เขามาหา เขามาหาผมที่บ้านคุณตา

ผมก็ คือปกติผมไม่เจอกับคุณแม่เจ้าเต๋อหรอกครับ คือตาเล่าให้ฟังว่า เออวันเนี้ยแม่เจ้าเต๋อมานะ บอกเจ้าเต๋อช่วงเนี้ยมันมีพฤติกรรมอะไรรุนแรงหรือเปล่า ผมก็บอกก็มีนะครับตาอะไรอย่างเนี้ย 2 – 3 วัน จะครบอาทิตย์แล้ว อะไรประมาณเนี้ยครับ

คุณตาของผมเล่าให้ฟังว่า เนี่ยแม่เต๋อเขามาตามนะ เด็กหายออกจากบ้านวันหนึ่งแล้วเนี่ย แล้วไม่รู้เป็นอะไร ก็คือว่าฆ่าแมวที่บ้านหมดเลยครับ


ฆ่าแมวที่บ้านหมดเลยครับ ด้วยการจับแมวแขวนคอกับราวตากผ้าครับ



จนกระทั่งผมเริ่มรู้ตัวแล้วว่า คือมันไม่ดีแล้ว

ผ่านมาอีกประมาณสักวันหนึ่งใช่ไหมครับ ผมก็เริ่มคุยกับกลุ่มเพื่อนล่ะ เออเจ้าเต๋อมันช่วงเนี้ยแปลก ๆ นะ เหมือนคนไม่เต็มเลยอะไรอย่างเนี้ย แต่ก็คุยไปในแนวทักทายในทิศทางของแนวตลกหกฮาสักมากกว่าครับพี่ป๋อง

เจ้าเต๋อเขาก็เดินมาจากไหนไม่รู้ครับ ผมก็เลยบอกว่าเต๋อ เฮ้ยแม่ตามหาน่ะ ไปไหนมาเนี้ย

เนื้อตัวเขาก็มอมแมมไปหมดเลย เขาบอกว่าเขาไม่กลับบ้าน บ้านเขาอยู่ที่นี่ครับผม


คือตอนนั้นที่ผมคุยกันเรื่องเพื่อนเนี่ย ผมอยู่สนามฟุตบอลนะพี่ป๋อง ก็เห็นเจ้าเต๋อเนี่ยก็เดินมาพอดี ผมก็ถามเฮ้ยทำไมไม่เข้าบ้าน เจ้าเต๋อบอกว่าบ้านกู

ขอโทษ ขออภัยนะครับ บ้านกูไม่ได้อยู่ที่นั่น บ้านกูอยู่ที่นี่

ผมก็เลยเอ๊ะชักยังไง ก็พยายามที่จะลากมันกลับบ้าน

เชื่อไหมพี่ป๋อง มันไม่เข้าครับ มันเข้าไปในเมรุครับพี่ป๋อง

ผมก็เลยเห็นท่าไม่ดี ก็เลยบอกลุงมัคทายกน่ะ ในยุคก่อนก็จะเป็นมัคทายกอะไรอย่างเนี้ย

บอกลุง ๆ เนี่ย ช่วยเพื่อนผมหน่อย เพื่อนผมเป็นไรก็ไม่รู้

พอลุงมัคทายกเห็นเนี่ยใช่ไหมครับ เขาก็จับมือ แล้วก็พยายามที่จะลากเข้าวัดไปดูอาการอะไรประมาณเนี้ย เขาก็ดึง ดึงแรงไป พอลุกได้ปั๊บเขาก็วิ่งไปเลยครับ ผมก็วิ่งกันตามไป โอ้โห พี่ป๋องครับ กลัวไม่ทันจริง ๆ ครับ วิ่งออกมา

จนกระทั่งผมก็เลย อ่า โทร ก็คือยุคนั้นก็จะเป็นโทรศัพท์บ้านใช่ไหมครับ ก็โทรไปบอกคุณแม่เต๋อว่าผมเจอเต๋อนะ แต่ไม่รู้เขาวิ่งหายไปไหน ผมก็กลับมานอนที่บ้านคุณตา

ประมาณสัก 3 ทุ่มครับ ผมก็ตื่นขึ้นมางัวเงีย ๆ ก็เห็นเจ้าเต๋อเนี่ย กำลังจะปืนบันได อ่า บันไดบ้านผมน่ะครับ คือหมายถึงว่าเป็นบ้านต้นไม้ใช่ไหมครับ

ผมก็เลยถามว่า อ้าวมึงจะมานอนนี่หรอ บอกเอ่อมานอนนี่ ขอมานอนด้วย กลัว บอกเขาบอกเขากลัว เขาจะเหมือนแบบ เหมือน ณ moment หนึ่งเป็นเขา อีก moment หนึ่งไม่ใช่เขา อะไรอย่างเนี้ยครับ



เขาก็บอกมาขอนอนด้วยได้ไหม ผมก็เลยบอกว่าได้ ๆ ไม่เป็นไร ตอนนั้นเราก็สงสารเพื่อนใช่ไหม เขาก็มานอนกับผม ผมก็ให้ข้าวให้ปลาเขากินอะไรอย่างเนี้ย เขาก็หลับไป ฝอยหลับไป ผมก็ฝอยหลับไป

ประมาณสัก 4 ทุ่มกว่าเห็นจะได้ครับพี่ป๋อง ผมจำได้ว่าผมนอนหันหลังให้เขาครับพี่ป๋อง ผมรู้สึกว่าเขาเนี่ยลุกขึ้นเดินครับ แต่ผมไม่ได้หันหลังไปมองครับ แต่เดินเท้าหนักมากครับพี่ป๋อง เดินตึ้ง ๆ ตึ้ง แล้วก็เปิดประตู ประตูบ้านต้นไม้ผม (02.42.40) ใช่ไหมครับ ออกไป

แต่พี่ป๋องครับ ผมเพิ่งนึกได้ว่าบ้านต้นไม้ผมเนี่ย มันเป็นทางลงแนวดิ่งครับพี่ป๋อง ถ้าจะลงเนี่ย มันต้องมีเสียงก๊อกแก๊ก ๆ ลงไป


แต่อันนี้คือเดินตึ้ง ๆ ตึ้ง แล้วหายไปเลยครับ

คือเหมือนทะลุอากาศไปน่ะครับ

ผมก็เลย ก็เลยสะดุ้งนิดหนึ่ง ก็เลยหันมามองครับ ปรากฏว่าเจ้าเต๋อยังนอนเหมือนเดิมครับ


ผมก็เลยว่าเอ๊ะหรือหูเราฝาด


ผมก็เลยอ่าไม่เป็นไร ก็พยายามข่มตาหลับ

แต่ตอนนั้นผมยอมรับว่าพี่ป๋อง ว่าผมไม่ไว้ใจเจ้าเต๋อเลย เพราะว่าเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายครับ

ผมก็หลับไปสักพักหนึ่ง

คราวนี้มีเสียงเดินกลับมาครับพี่ป๋อง เสียงเปิดประตูเอี้ยด

ผมค่อย ๆ แอบดูครับพี่ป๋อง ผมเห็นเป็นชายแก่คนหนึ่งครับพี่ป๋องมาเดิน เดินตึ้ง ๆ ตึ้ง แล้วเขาค่อย ๆ นั่งคลุกเข่าครับ แล้วเอามือเนี่ยคร่อมไปที่เจ้าเต๋อครับ


แล้วก็ส่งเสียง แฮ่... แฮ่...

ผมลุกขึ้นครับ กระโดดออกจากบ้านอา บ้านต้นไม้ครับพี่ป๋อง โดดลงมานี้ก็ข้อศอกหักครับ

คุณตาผมก็ถามเป็นอะไร บอกว่า ผมก็ตะโกนสุดเสียงว่าผีหลอกครับอะไรอย่างเนี้ย คือเต็มที่

คุณตาผมก็ไปปลุก ไปปลุกเจ้าเต๋อครับ เจ้าเต๋อตื่นขึ้นมา มันงัวเงีย ๆ

ผมก็บอกว่าเอ่อคุณตาครับ

ขอโทษนะ คือผมจะเรียกคุณตาว่าเป็นคุณปู่

คุณตาเขาก็บอกว่าเต๋อกลับบ้านเถอะ ที่เนี้ยมันไม่ใช่ที่ของนายนะอะไรอย่างเนี้ยใช่ไหมครับ เจ้าเต๋อเขาก็เดินออกไป

แต่ตอนนั้นผมไม่กล้าคุยกับเต๋อ

พอเช้าวันรุ่งขึ้นประมาณ 9 โมง 10 โมง คุณแม่เต๋อเขามาตามผม บอกเนี่ยอย่าว่าไรน้าเลยนะ น้าขอถามจริง ๆ เลย เนี้ยไปเล่นอะไรกันมาใช่ไหมครับ เพราะเรื่องมันเริ่มแดงแล้ว

ผมก็บอกว่า ผมเนี้ยไปเล่นซ่อนหากัน แล้วผมเข้าไปแอบในปล่อง


เขาถามว่าแล้วทำไมเล่นอย่างนี้ คือเขาก็ดุด่าผม ทั้งยาย เออ ทั้งคุณยาย ทั้งคุณตา นี้ ดุด่าผมหมดเลย

ผมก็คือแบบมันก็เสียใจครับ เขาบอกเนี่ยไปดูเต๋อหน่อย ไปดูเต๋อหน่อยที่บ้านเนี่ย

ผมก็ไป คุณตาผมก็ไป คือคุณตาผมเนี่ยเขาเคยบวช เคยบวชเรียนมาครับพี่ป๋อง

เขาก็ไปถึงที่บ้านเจ้าเต๋อเนี้ยครับ ผมเห็นเจ้าเต๋อเนี่ยกำสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้ แล้วนอนอยู่ในห้องครับ

ผมก็นึกได้ เอ๊ะวันนั้นเขาหยิบอะไรมาสักอย่างหนึ่งในปล่องเมรุ

ผมก็เต๋อเฮ้ยตื่น

แต่ตอนนั้นน่ะเหมือนกล้า ๆ กลัว ๆ ครับพี่ป๋อง ด้วยความที่ว่าเราเป็นเพื่อนสนิทเขาล่ะเนอะ ผมก็เต๋อทำใจดี ๆ นะโว้ย

ผมเล่าเนี่ย ผมก็ยังเสียใจอยู่ ยังรู้สึกผิดอยู่

เต๋อก็นอนสั่น ๆ ผมก็พยายามแกะ ทุกคนช่วยกันแกะครับ


มันเป็นฟันปลอมในยุคก่อนน่ะครับ ที่เขาทำด้วยตะกั่วน่ะครับ ด้วยเหล็ก ด้วยตะกั่ว อะไรสักอย่างครับ


ผมก็เห็น คือทุกคนเห็นก็คือผวากันหมดเลยครับ

ทุกคนก็เลยพูดว่า เอ่อไม่รู้จะทำยังไง ทุกคนก็เลยพูดว่าเอาอย่างนี้แล้วกัน เดี๋ยวไปตามหลวงพ่อมาแล้วกัน ก็คือคงจะมีวิชาหรือว่าช่วยเหลือได้ประมาณนั้น

ทุกคนพอพูดเสร็จปั๊บ เจ้าเต๋อพูดว่าไม่ต้องไปตามหรอก เดี๋ยวกูก็กินมันหมดแล้ว

แล้วช็อตสุดท้ายเลยเนี่ย ก็คือพอผมได้ยินอย่างนั้นน่ะ คุณตาดึงมือผมออกจากห้องนั้น แล้วทุกคนพยายามจะปิดประตู

แต่ช่วงที่จังหวะที่ปิดประตูครับ มันจะเป็นที่ มันจะเป็นแง้ม ๆ นิดหนึ่งน่ะ ซึ่งกำลังจะปิดหมดน่ะครับ

ผมหันไปมองครับพี่ป๋อง ผมสาบานด้วยลูกผู้ชายเลยครับว่าผมเห็นอย่างนี้จริง ๆ

ผมเห็นเจ้าเต๋อเนี่ยมองผมครับ แล้วเขาค่อย ๆ

คือเขานอนขดตัวครับพี่ป๋อง

เขาค่อย ๆ แลบลิ้นออกมาครับ


แล้วลิ้นเนี้ยเลื้อยไปถึงสะดือเลยครับพี่ป๋อง

ผมเห็นอย่างนั้นน่ะ ผมร้องไห้เลยครับพี่ป๋อง กลัวแบบผมลงไปนอนร้องไห้ฟูมฟาย เหมือนเป็นคนบ้า เหมือนเป็นคนบ้าไม่ได้สติเลยครับพี่ป๋อง


สักพักใช่ไหมครับ เขาก็ไปตามเจ้าอาวาสมา พอหลวงพ่อท่านมาถึง

หลวงพ่อมาถึง ท่านก็เคาะ 3 ทีครับ เคาะป๊อก ๆ ป๊อก ใครอยู่ในนั้นเปิดประตูให้ที ก็ไม่มีเสียง ก็ไม่มีเสียงใด ๆ ตอบกลับมา

ทุกคนก็เลยเปิดประตู พยายามที่จะเข้าไปครับ แต่ประตูล็อกครับพี่ป๋อง ล็อกจากด้านใน

คุณแม่เจ้าเต๋อก็เลยไปเอากุญแจมาให้

ก่อนที่จะไข หลวงพ่อพูดว่าเขาไปแล้วล่ะโยม

พอไขเสร็จปั๊บ

พี่ป๋องผมก็พูดแล้วจะร้องไห้ครับ

คือเพื่อนผมเสีย เสีย ก็คือเสียในห้องเลยครับ

สภาพนี้ก็คืออ้าปากค้างครับ คางของเขาเนี่ยค้างไปถึง เอ่อ หน้าอกเลยครับ คือเหมือนโดนจับฉีกปาก แล้วตาเขาก็เหมือนตาเขาไม่ได้หลับน่ะครับ

ผมก็ยังเสียใจทุกวันนี้ครับ ก็เสียในห้องครับ

พอ อ่า จัดเรื่องงานศพ เรื่องอะไรอย่างเนี้ย ผมก็บวชให้ บวชกับเพื่อนอีก 3 คนใช่ไหมครับ

คืนนั้นน่ะเป็นคืนแรกที่ผมบวช แล้วผมนอนไม่หลับครับ

คือนอนวัดเดียวกันที่เจ้าเต๋อเข้าไปซ่อนในเมรุกับผมครับ

ผมก็นึกอะไรไม่รู้ครับพี่ป๋อง ก็เดินเล่นไปเรื่อยครับ แต่ใจตอนนั้นน่ะคิดว่าจะเดินไปที่เมรุครับ ตอนนั้นก็บวชเป็นเณร รู้ใช่ไหมครับ

แต่ยังไม่ทันจะเดินไปเลยครับพี่ป๋อง ประมาณสักไม่ถึง 100 เมตรครับ ผมเห็นชายแก่คนนั้นครับ ที่เห็นเป็นวันเดียวกันที่ผมเห็นในบ้านต้นไม้น่ะ เขาจูงมือเจ้าเต๋อเพื่อนผมหายเข้าไปในเมรุครับ


หลังจากที่ทำศพ เผาศพ เรียบร้อยแล้ว ผมบวชเป็นเณร

ใช่ครับ ผมเห็นเดินเข้าไปด้วยกันที่เมรุครับ แล้วตอนนั้นผมไม่รู้สึกกลัว รู้สึกสงสารเพื่อน ไม่ได้รู้สึกกลัวครับ

ผมก็พอสึก ผมบวช 7 วันนะครับ พอผมสึกเสร็จปั๊บ ผมก็ถามคุณตาครับว่าเรื่องแบบเนี้ยมันคือผีใช่ไหม ตาผมก็บอกมันไม่ใช่ผี เป็นอสูรกาย


คือเรื่องของเรื่องนะ คือพี่ป๋อง ก่อนหน้าเนี้ย 2 วันเนี่ย คือมีคนในหมู่บ้าน คนเนี้ยเขาเป็นคนเล่นของพี่ป๋อง เขาเสียชีวิตลงครับ แล้วเขาก็ไปเผาในเมรุ ไปเผาในเมรุก็เหลือฟันปลอม

แล้วคุณตาผมบอกว่าคนที่เล่นของแบบเนี้ย เท่าที่ผมจำได้นะครับ

พอเสียไปแล้วเนี่ย ก็จะกลายเป็นอสูรกายคอยกัดกินวิญญาณผู้อื่นอะไรประมาณเนี้ย ซึ่งก็ต้องขอส่วนบุญส่วนกรรม ขอชีวิตคนอื่น อะไรประมาณเนี้ยครับ



สั่งซื้อ ผียุโรป เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหลังห้อง เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเอเชีย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีอังกฤษ เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหอพัก เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีไทย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีจีน เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีรัสเซียเรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีอเมริกัน ผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีญี่ปุ่น เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเพื่อนเฮี้ยน
สั่งซื้อ ผีข้างบ้าน
สั่งซื้อ ผีโรงพยาบาล
สั่งซื้อ ผีโรงเรียน รอบโลก
สั่งซื้อวิธีหลอนเรียกผี
สั่งซื้อ เรื่องเฮี้ยนเขย่าขวัญ


รีวิวหนังสือชุด เรื่องผีๆ รอบโลก



เล่าเรื่องสยองขวัญ ผีปอบที่วัดป่า


ก็คือเริ่มแรกเลยนะคะ คือหนู หนูไปบวชที่วัดนั้นค่ะ คือบวช คือบวช บวชโกนหัวเลยค่ะ บวชวัด

เป็นลักษณะไม่ใช่บวชชีพราหมณ์ใช่ไหม อันนี้คือบวชชีเลย

ช่วงนั้นดวงตกด้วยค่ะ ก็เลยไปบวช

แล้วทีเนี้ยวัดเนี่ยนะคะ เป็นคล้าย ๆ สำนักชีน่ะค่ะ คือมันเป็นวัดป่าที่แบบไม่มีไฟทางนะคะ คือ เอ่อ จะมีเฉพาะที่กุฏิ หรือไม่ก็ที่ศาลาอย่างเนี้ยค่ะ

เวลา เวลาที่เดินทางในวัดนะคะ ในวัดที่เดินจากกุฏิไปศาลาก็ต้องใช้ไฟฉายอย่างเนี้ยค่ะ คือวัดมันกว้างมาก และมันมืดมาก คือน่ากลัวพอสมควรน่ะค่ะ

แล้ววัดนี้มีแม่ชีอยู่ 3 คน แล้วก็มีพระอยู่ 2 คน ที่มาจำพรรษาน่ะค่ะ


แล้วคือแม่ชีอีก 2 คน ก็คือท่านอายุประมาณจะ 80 แล้วค่ะ รวมกับหนูก็เป็น 3 แล้วแม่ชีที่เป็นคนเฝ้าวัดนี้เลย คือท่านท่านบวชนานแล้วค่ะ ทำให้มีคนนับถือท่านเยอะมากค่ะ

เวลาที่มีคนที่ผีเข้า หรือของเข้า ก็จะมา จะมาแก้ที่ท่านอย่างเนี้ยค่ะ

ค่ะแล้วก็มีอยู่ case หนึ่ง ก็คือคนเนี้ยเขาทำพวกเสน่ห์ อาจจะทำหลายอย่างน่ะค่ะ ทั้งตักของใส่ตัว ทั้งอะไรหลายอย่างมากเลยน่ะค่ะ เป็นมหาเสน่ห์อะไรอย่างเนี้ยค่ะ ก็เลยเขารักษาไม่ได้

คือถ้าเป็นทางภาคอีสาน เขาก็จะเรียกว่าขลำไม่อยู่อย่างเนี้ยค่ะ มันจะมีข้อที่ว่าห้าม แล้วเขา เขาห้ามไม่ได้อย่างเนี้ยค่ะ



แล้วคือเขา เขารักษากฎไม่ได้ แล้วเขาก็เลย เอ่อ มีอาการเหมือน นอนบางทีก็ไม่เป็นตัวของตัวเองอย่างเนี้ยค่ะ

แล้วเขาก็เลย ตอนแรกยังไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ไปรักษาทุกหมอ ไปอะไรก็ไม่หายอย่างเนี้ยค่ะ ก็เลยมารักษาที่คุณแม่ชีที่วัดนี้ ที่หนูได้บวชอยู่น่ะค่ะ

แล้วคุณแม่ชีเขาก็เลยถามว่าได้ไปทำอะไรมาไหม เขาบอกว่าไปทำสักโน่นสักนี่ ลงน้ำมัน ลงอะไรอย่างเนี้ยค่ะ แล้วก็เลยยังไม่แน่ใจว่าของมันเข้าตัว

คือตอนแรกคุณแม่ชียังไม่ทราบเลยค่ะ กำลังหาสาเหตุอยู่ ก็เลยให้พักอยู่ที่วัดนี้ค่ะ

แล้ววัดนี้กุฏิน้อย เพราะว่าพระ เอ่อ พระน้อย ชีพระ อะไรอย่างเนี้ยค่ะ น้อยคนค่ะ ก็เลยให้พักอยู่ในกุฏิกับหนูน่ะค่ะ แล้วเป็นกุฏิ เป็นกุฏิไม้ คือเท่ากับว่านอนต้องนอนกับหนูน่ะค่ะ

แล้วกุฏิน่ะ แต่ละกุฏิมันห่างกันมาก ๆ เลยค่ะ

ค่ะแล้วคือพอมานอน เขาก็เหมือนคนปกติเลยนะคะ พูด ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดการศึกษาโน่นนี่นั่น หนูก็ยังไม่คิดว่าเขาจะเป็นอะไรอย่างเนี้ยค่ะ

กุฏิก็เป็น 2 ชั้น เป็นข้างล่างปูน ห้องน้ำ ข้างบนเป็นไม้ค่ะ

แล้วตอนนอนคืนแรกนี้ ยังไม่มีอะไร


แล้วหนูรู้สึกว่ากุฏิมัน มันสั่นน่ะค่ะ กุฏิมันดังตุ้มอย่างนี้ค่ะ เหมือน ๆ มีคนกระโดดบนกุฏิอย่างเนี้ยค่ะ

ค่ะ แล้วหนูก็เลยตื่นขึ้นมา ก็หันไป หันพลิกตัวหันไปดูเขาอย่างเนี้ยค่ะว่า มันเกิดอะไรขึ้น ก็ยังยังปกตินะคะ ยังไม่มีอะไร คือเขาก็นอนอยู่


หนูก็เลย เอ๊ะเสียงอะไร เสียงอะไร มันทำ หรือว่าฝันไปเองอะไรอย่างเนี้ยค่ะ
ก็เลย ก็เลยไม่ได้คิดอะไร อันนี้คือวันแรกนะคะ


แล้ววันที่ 2 น่ะค่ะ หนูก็เลย เป็นเหมือนเดิมเลย มันดังตุ้มอีกค่ะ

หนูก็เลยหันไปมองเขา เขาก็ลืมตานะคะ นอนตะแคงมาทางหนูน่ะค่ะ แล้วก็มองหนู แล้วเขาก็หลับไปอีกค่ะ

หนูก็เลยเริ่มสงสัยแล้วว่ามันคืออะไร

พอเช้ามา หนูก็เลยไปปรึกษาคุณยายอีกทีน่ะค่ะ ค่ะท่านก็เลย ท่านก็เลยบอกว่าถ้ามันเป็นอย่างนี้นะ ท่านให้ไปเตรียมใบพลู ไปเด็ดใบพลู คือหลังกุฏิหนู มันมีใบพลู มี เอ่อ ต้นพลูปลูกไว้น่ะค่ะ ค่ะก็เลยไปเด็ดมาหลายใบเลยค่ะ แบบเผื่อไว้ค่ะ ก็เลย แล้วก็ไปเตรียมไข่มาอีก 3 ฟองค่ะ ไปตักน้ำใส่ถัง เป็นถังเขาหิ้วได้น่ะค่ะ คือทั้งหมดนี้ หนูเตรียมเองหมดเลยนะคะ ไม่มีการเตรียมการอะไรค่ะ

แล้วท่านก็เลยไปเรียกคนทางวัด คือพระกับชีมา แล้วก็เรียกคนหนึ่งที่เป็นคนเนี้ยค่ะ ที่มากับหนู มาด้วย

แล้วคุณยายชีก็เลยบอกว่า เอ่อ เดี๋ยวจะเอาของออกให้นะ เจ็บตรงไหนไหมอะไรอย่างเนี้ยค่ะ คุณยาย

เอ่อ เขาก็เลยบอกคุณยายชีว่าเจ็บตรงคอค่ะ

คุณยายชีเขาก็เลยเอาใบพลูน่ะค่ะแปะไว้ตรงคอเขา แล้วก็เอาไข่หนึ่งฟองน่ะค่ะ มาลูบ ๆ ตรงใบพลูที่แปะไว้น่ะค่ะ


ค่ะ แล้วก็คุณยายชีเขาก็ท่องอะไรก็ไม่ทราบนะคะ คือเหมือนเขาพรึมพรัม ๆ เนี้ยค่ะ

พอท่องเสร็จใช่ไหมคะ คือเขาแบ แบใบพลูออกมาน่ะ หนูเห็นเป็น เป็นเนี่ย ครั้งแรกค่ะ หนูเห็นเป็น เป็นเข็ม เป็นเข็มหัวสีชมพู เข็มหมุดน่ะค่ะ


ค่ะ แล้วเขาก็ทิ้งลงน้ำที่หนูเตรียมมาค่ะ คือหนูตกใจมาก ตั้งแต่หนูเกิดมาหนูยังไม่เคยเจอเลย แบบเคยได้ยินคนเล่าอะไรอย่างนี้ค่ะ แต่หนูไม่เชื่อเลยเรื่องอย่างเนี้ย จนหนูมาเจอกับตัวเอง

คือหนูอะไรของทุกอย่างหนูเตรียมมาเองอย่างเนี้ย มันไม่น่าที่จะเตรียมคนเดียวได้อะไรอย่างเนี้ยค่ะ ก็มีลูกน้องอะไรอย่างนี้ใช่ไหม แต่หนูเตรียมมาเองอย่างเนี้ยค่ะ

โอ้โห อะไรเนี้ย หนูก็ตกใจมากเลย เขาก็เลยทิ้งลงน้ำ เขาบอกอันเนี้ยหรอที่มาปักคออยู่

แล้วผู้หญิงคนนั้นน่ะค่ะเขาก็บอกว่าใช่ค่ะ เพราะว่าตอนที่หนูป่วยน่ะ เริ่มเป็นแรก ๆ หนูไป ไปรักษากับวัดแห่งหนึ่งเหมือนกัน แต่วัดแห่งเนี้ยเป็นพระ แล้วพระพระองค์เนี้ยเหมือนไม่ค่อยมีศีลน่ะค่ะ แล้วเหมือนว่าจะมาเจ๊าะแจ๊ะน่ะค่ะ

แล้วพี่เขาไม่เล่นด้วย เขาก็เลยขอเส้นผมพี่เขาไปน่ะค่ะ แล้วก็ไปม้วนอยู่กับหุ่น แล้วก็เอาเข็มเนี้ยปักไว้ตรงคอค่ะ

เวลาจะอาบน้ำอย่างเนี้ย พี่เขาได้กลิ่นเหมือนเป็นกลิ่นพระองค์นั้นอะไรอย่างเนี้ยค่ะ แล้วเขาก็เลยไม่กล้าอาบเลย ต้องนุ่งผ้าถุงอาบตลอดอย่างเนี้ยค่ะ

บอก อ๋อ แสดงว่าคนนี้เขาทำใส่นะ เขาบอกอย่างเนี้ยค่ะ

แล้วพอครั้งที่ 2 เขาก็ไล่ลงมาเรื่อย ๆ ยันหลังเลยนะคะ ก็เอา เอ่อ คือทำเหมือนเดิมน่ะค่ะ เอาใบพลูแปะ แล้วก็เอาไข่ลูบ ๆ ข้างนอก

ครั้งที่ 2 ออกมาเป็นเส้นผมน่ะค่ะ เป็นปลายเส้นผมเล็ก ๆ เยอะมากเลยค่ะ ออกมากับใบพลู เขาบอกว่าเป็นเส้นผมผีตายโหงไปทำอะไรมานักหนาเนี่ย คุณยายเขาก็ เขาก็เหมือนตกใจด้วยน่ะค่ะ

พอทำมาอีกครั้งเรื่อย ๆ ก็จะเป็น เป็น เอ่อ เป็นน้ำมันบ้างน่ะค่ะ เป็นน้ำมันติดใบพลูมา แล้วก็เป็นสะเก็ดปูน สะเก็ด สะเก็ดหิน อย่างเนี้ยค่ะ

แต่ออกมา แล้วลงน้ำ เราจะเห็นได้เลยว่าน้ำมันขุ่นมาก ๆ


จนลงมาจนบั้นท้ายน่ะค่ะ เป็นเลือดทะลักออกมาจากตัวพี่เขาเลยค่ะ


พี่เขาตกใจเหมือนกันค่ะ บอกมันเลือดอะไรยังไงอย่างเนี้ยค่ะ แบบพุ่งออกมาอย่างเนี้ยเลย ก็เลยโอ้โหทำอะไรมาหนักหนา

แล้วคุณยายเขาก็บอกว่ารู้แล้วว่าเป็นอะไร อืม เนี้ยเหมือนกับว่าของ ของที่เขาทำมามันเข้าตัวเขาอย่างเนี้ยค่ะ ก็ทำให้เขาเหมือนเริ่มจะเป็นปอบน่ะค่ะ น่าจะเรียกปอบน่ะค่ะ แล้วก็คือมันรักษาไม่หายแล้วค่ะ คือมันเป็นทั้งตัวแล้ว

แล้วก็หนูก็เล่าให้คุณยายฟังนะคะ คือหนูก็สงสารเขาน่ะค่ะ เขาก็พยายามเข้าไปปลอบใจเขาอย่างเนี้ย แต่พอหนูโดนตัวเขาปุ๊บ หนูรู้สึกอ่อนแรงเลยน่ะค่ะ เหมือนแบบอยู่ดี ๆ ก็วูบ ไม่มีแรงเลยอย่างเนี้ยค่ะ

คุณยายบอกว่าอย่าไปโดนตัวเขานะ มันเหมือนกับว่ามันจะเอาแสงยิงได้นะ ยิ่งคนดวงตกอย่างเนี้ย แล้วไปนอนกับเขาอย่างเนี้ย

คุณยายเขาก็เลยเอาน้ำมนต์เนี้ยค่ะ เอาน้ำมนต์ให้กิน

คุณยายบอกว่าเนี่ย 2 วันที่ผ่านมาก็สังเกตอยู่นะ คือที่กุฏิอย่างเนี้ยค่ะ บางทีก็สังกะสีกุฏิอย่างเนี้ยค่ะ มันเขย่าน่ะค่ะ คือที่ที่ท่านสังเกตนะคะ ท่านไม่พูดอะไรที่ผ่านมา เพิ่งจะมาพูดวันนี้ คือสังกะสีมันเขย่า ท่านก็ไม่คิดว่าจะมาจากคนเนี้ยค่ะ แล้วก็มาวิ่งทั่ววัดอย่างเนี้ย

คุณยายบอกว่าเขาไม่น่าจะรู้ตัวนะคะ กลางวันมันก็ปกตินะคะ เขาบอกว่าคือมันเป็นช่วงคืนแรก ๆ น่ะค่ะ ก็เลยยังไม่ ยังไม่รู้ตัวเท่าไหร่ แต่ถ้าเกิดเริ่มกินเยอะไปกว่าเนี้ย ก็อาจจะเริ่มรู้ตัวแล้วว่าตัวเองเป็นอย่างเนี้ย

เขาก็ร้องห่มร้องไห้เลยว่า แก้ไม่ได้หรอคะคุณยายอะไรอย่างเนี้ย คุณยายก็บอกว่ามันแก้ไม่ได้แล้ว เพราะว่ามันเริ่มกินแล้วค่ะ มันเริ่มเป็นแล้ว ถ้าก่อนจะเป็นนี้ ยังพอจะแก้ได้อะไรได้ค่ะ

พี่เขาบอกว่าตอนที่เขาทำมาแรก ๆ นะคะ คือไปมีแฟนคนไหนเนี่ย คือเขารักมากเลย ถึงขั้นกับเอาปืนมายิงกัน จนเขาต้องหลบกระสุนน่ะค่ะ

หนูเจออย่างนี้ แล้วหนู หนูอยากจะบอกทุกคนที่ฟังอยู่นะคะว่า อย่าไปทำ อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับของอย่างนี้เลยค่ะ มันไม่คุ้มค่ะ

คือหนูเห็นกับตา แล้วพี่เขาบอกว่า เอ่อ ถ้าย้อนเวลาไปได้ ก็ไม่อยากจะทำอย่างเนี้ยค่ะ คือมันสายไปแล้วน่ะค่ะ

แล้วผลสุดท้ายคุณก็ต้องรับผลและกรรมที่คุณได้ทำไป ซึ่งแน่นอนว่ามันจบไม่สวยแน่นอน



สั่งซื้อ ผียุโรป เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหลังห้อง เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเอเชีย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีอังกฤษ เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหอพัก เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีไทย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีจีน เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีรัสเซียเรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีอเมริกัน ผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีญี่ปุ่น เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเพื่อนเฮี้ยน
สั่งซื้อ ผีข้างบ้าน
สั่งซื้อ ผีโรงพยาบาล
สั่งซื้อ ผีโรงเรียน รอบโลก
สั่งซื้อวิธีหลอนเรียกผี
สั่งซื้อ เรื่องเฮี้ยนเขย่าขวัญ


รีวิวหนังสือชุด เรื่องผีๆ รอบโลก