เคล็ดลับคู่คอกาแฟ

     

กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมาเป็นเวลานานกว่าพันปีแล้วล่ะค่ะแถมยังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ สังเกตได้จากที่ในปัจจุบันมีผู้คนท่หันมานิยมเปิดร้านกาแฟกันมากขึ้น เพราะไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา หรือผู้ใหญ่วัยทำงานก็มักจะเลือกดื่มกาแฟกันเป็นชีวิตจิตใจ ดังนั้นเราจึงไม่ยอมตกเทรนด์ที่จะนำเสนอเรื่องราวเคล็ดลับดีๆ รวมถึงประโยชน์ และวิธีที่จะปรุงแต่งรสชาติของกาแฟถ้วยโปรดของคุณให้อร่อยสมกับเป็นเครื่องดื่มคู่ใจของทุกคนค่ะ

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับต้นกำเนิดของกาแฟถ้วยโปรดของพวกเรากันก่อนนะคะว่าจริงๆ แล้วกว่าจะเป็นกาแฟร้อนๆ สักถ้วยนั้นมีความเป็นมาอย่างไร และมีกรรมวิธีอย่างไรถึงได้ทำให้มนุษย์สามารถนำเมล็ดกาแฟมาทำเป็นกาแฟร้อน หรือกาแฟเย็นให้เราดื่มกันค่ะ


ตำนานกาแฟ
มีเรื่องเล่าว่าเมื่อประมาณปี ค.ศ.1400 Kaldi คนเลี้ยงแพะที่อาศัยอยู่แถบแอฟริกาตอนเหนือหรือบริเวณประเทศเอธิโอเปียในปัจจุบัน ได้สังเกตเห็นว่า เมื่อแพะของเขาไปกินผลไม้ชนิดหนึ่งซึ่งมีลักษณะเป็นพุ่ม เมล็ดสีแดงนั้น พวกมันจะเกิดอาการคึกคัก กระโดดไปมาอยู่ตลอด เขาจึงลองนำมาเคี้ยวกินดู ผลก็คือทำให้เขาหายจากการง่วงนอน มีความรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที

เขาจึงนำกลับมาให้นักบวชชาวอิสลามลองกินดู และนักบวชบางคนได้นำมาตากแห้งแล้วบดผสมกับน้ำร้อน ปรากฏว่ามันให้รสชาติที่ดี และมีกลิ่นหอม จนเป็นที่แพร่หลายกันมากในหมู่นักบวช

จากนั้นได้มีการนำติดตัวพวกนักบวชไปทุกที่ที่พวกเขาไปเผยแพร่ศาสนาอิสลาม หลังจากนั้นกาแฟก็ได้ถูกนำเข้าสู่ประเทศตุรกี ซึ่งเป็นที่แห่งแรกที่มีการคั่วกาแฟนำมาบดแล้วนำมาต้มกับน้ำร้อน ซึ่งเป็นวิธีสากลจนถึงปัจจุบันค่ะ

ส่วนร้านกาแฟร้านแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนั้น เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 พระองค์ทรงโปรดให้สร้างร้านกาแฟขึ้นที่ถนนศรีอยุธยา ใช้ชื่อร้านกาแฟว่า "นรสิงห์" เป็นสถานที่พักผ่อนของชนชั้นสูง แต่อยู่ได้ไม่นานก็ต้องเลิกไปเพราะประชาชนในสมัยนั้นไม่กล้าที่จะเข้าไปใช้บริการนั่นเองค่ะ

ต่อมา ร้านกาแฟนรสิงห์ได้กลับมาเปิดกิจการอีกครั้ง โดยย้ายมาอยู่ในวังพญาไท หลังจากนั้นในสมัยรัชกาลที่ 7 ได้มีพ่อค้าชาวจีนเข้ามาค้าขายในประเทศกันมากขึ้น และได้เปิดร้านกาแฟขึ้นมากมาย ร้านที่มีชื่อเสียงสมัยนั้นมีหลายร้านมาก เช่น ร้านออนล็อก หยุ่น ที่ตั้งอยู่ย่านวังบูรพาหรือร้านเอี๊ยแซ ตั้งอยู่ใกล้ตลาดเก่าเยาวราช ร้านตุงฮู ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงดำเนินการอยู่ด้วยล่ะค่ะ


สายพันธุ์ของกาแฟ
ทราบถึงที่มาของกาแฟกันไปแล้ว ต่อไปเราไปทำความรู้จักกับสายพันธุ์ของกาแฟกันต่อค่ะ

กาแฟมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า "คอฟเฟีย" (Coffea) ค่ะ มีสายพันธุ์มากกว่า 6,000 สายพันธุ์ แต่มีเพียง 2 สายพันธุ์เท่านั้นที่ได้รับความนิยม และนำมาขยายพันธุ์เพื่อการค้าคือ พันธุ์อาราบิก้า (Arabica) และพันธุ์โรบัสต้า (Robusta) ส่วนกาแฟที่แพงที่สุดในโลกคือ กาแฟโกปิ ลูวัก หรือกาแฟขี้มดที่ทีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 41,000 บาท

แหล่งผลิตกาแฟชนิดนี้อยู่บริเวณที่ราบเชิงเขาใกล้กับภูเขาไฟบนเกาะสุมาตรา เกาะชวา และเกาะสุลาเวสี ในประเทศอินโดนีเซียค่ะ
ซึ่งกว่าจะเก็บเมล็ดกาแฟพันธุ์นี้ได้แต่ละเมล็ดนั้น ถือว่ายากเย็นแสนเข็ญเลยทีเดียวค่ะ เพราะต้องรอให้ตัวชะมดชนิดหนึ่งไปกินผลอ่อนของกาแฟแล้วถ่ายเมล็ดกาแฟออกมา หลังจากนั้นชาวบ้านจะตามไปคุ้ยกองอึ แล้วเอามาล้างน้ำ ตากแดด เอามาคั่วจนแห้ง ซึ่งชาวบ้านก็ต้องทนเหม็นคุ้ยกองอึชะมด กว่าจะได้กาแฟโกปิลูวัก ที่หมายถึงกาแฟตัวชะมดมารับประทานกัน

เคล็ดลับการคั่วกาแฟ
สำหรับวิธีการคั่วกาแฟนั้น ถือเป็นการสร้างกลิ่นและรสชาติให้กับกาแฟ ในเมล็ดกาแฟนั้นประกอบไปด้วย คาเฟอีน น้ำตาลชนิดต่างๆ ไขมัน น้ำมัน โปรตีน น้ำ วิตามิน รวมทั้งแป้งและไฟเบอร์

การคั่วเมล็ดกาแฟต้องคั่วให้เมล็ดกาแฟได้รับความร้อนสม่ำเสมอเท่าๆ กันทุกเมล็ด จะทำให้น้ำมันหอมระเหย และสารประกอบกลิ่นรสต่างๆ ถูกปล่อยออกมาได้ สีของเมล็ดกาแฟจะเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาล สีดำ และปริมาตรของเมล็ดกาแฟจะขยายตัวใหญ่กว่าเดิม ผิวจะแตก น้ำหนักจะลดลงไปประมาณ 20% ซึ่งเวลาและอุณหภูมิก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการคั่วกาแฟให้อร่อยค่ะ ซึ่งปกติอุณหภูมิที่ใช้นั้นจะอยู่ระหว่าง 200-240 องศาเซลเซียส ใช้เวลาคั่วประมาณ 10-30 นาทีค่ะ

สีของเมล็ดกาแฟนั้นจะขึ้นอยู่กับระดับการคั่วแก่-อ่อน ส่วนการคั่วกาแฟมี 4 ระดับคือ การคั่วอ่อน การคั่วปานกลาง การคั่วแก่ และการคั่วแก่เข้ม ซึ่งแต่ละระดับก็จะทำให้กาแฟที่คั่วมีรสชาติที่แตกต่างกันออกไป แล้วแต่ว่าเราจะชอบแบบขมมากหรือขมน้อย ถ้าเราชอบขมน้อยก็ให้คั่วในระดับอ่อน แต่ถ้าต้องการกาแฟรสขมมากๆ หรือต้องการกาแฟรสขมมากๆ หรือต้องการให้ได้กลิ่นและรสชาติของการคั่วที่เข้มข้น ให้เลือกใช้แบบคั่วแก่เข้มนะคะ

เทคนิคการบดเมล็ดกาแฟ
ต่อไปเรามาดูการบดเมล็ดกาแฟนะคะ ซึ่งมีอยู่หลายแบบ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมระหว่างเครื่องชงกับเมล็ดกาแฟ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญมาก เมื่อใช้เครื่องชงแบบไหนก็ควรจะบดเมล็ดกาแฟให้เหมาะสมกับเครื่องแบบนั้นด้วยค่ะ การบดเมล็ดกาแฟมี 4 แบบ คือ แบบหยาบ แบบหยาบปานกลาง แบบละเอียด แบบละเอียดมาก

ส่วนเครื่องบดกาแฟ เป็นอุปกรณ์ที่ต้องใช้ให้สัมพันธ์กับการชงกาแฟในแต่ละชนิด เพราะเวล็ดกาแฟแต่ละชนิดย่อมต้องการการบดที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น จึงจำเป็นจะต้องเลือกใช้เครื่องบดให้เหมาะสมอีกด้วยค่ะ

ในสมัยก่อนนั้น การบดกาแฟจะใช้วิธีการตำในครก แต่หลังจากนั้นได้มีการประดิษฐ์เครื่องบดกาแฟด้วยมือขึ้นมาใช้ในครัวเรือน ซึ่งในปัจจุบันก็พัฒนามากมายกลายเป็นเครื่องบดกาแฟไฟฟ้าที่สามารถบดกาแฟใช้เองที่บ้านได้ ทำให้คุณแม่บ้านสะดวกมากขึ้นค่ะ

เคล็ดลับการชงกาแฟ
ทีนี้เราไปดูขั้นตอนสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะทำให้กาแฟของคุณเลิศรสนะคะ นั่นก็คือขั้นตอนการชงกาแฟนั่นเอง มีเคล็ดลับดีๆ ที่จะชงกาแฟให้อร่อย ดังนี้
1 คุณแม่บ้านควรบดกาแฟใหม่ทุกครั้งที่ชงกาแฟ หรือไม่ก็ไม่ควรใช้ผงกาแฟที่บดไว้แล้วนานเกินสามชั่วโมง เพราะจะทำให้สูญเสียรสชาติและความหอมของกลิ่นกาแฟ

2. ปริมาณของกาแฟที่ใช้ชงต่อครั้งนั้น ควรให้อยู่ระหว่าง 8-10 กรัม บางคนที่อยากได้กาแฟรสชาติเข้ม พยายามใส่กาแฟเพิ่มเข้าไปเพื่อให้ได้กาแฟแบบเข้มข้น สุดท้ายกลับได้กาแฟที่รสชาติไม่เข้มเอาซะเลย เพราะผงกาแฟถ้าแน่นมากเกินไป ก็จะทำให้น้ำผ่านผงกาแฟได้ไม่สะดวก เลยได้กาแฟแบบจืดๆ แทนล่ะค่ะ

3. ต่อไปไปดูน้ำที่ใช้ชง ต้องเป็นน้ำสะอาด ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งจริงๆ แล้วคนมักจะมองข้ามเรื่องนี้ไป แต่ถ้าคุณลองเปรียบเทียบน้ำแต่ละชนิดดูล่ะก็ คุณก็จะทราบว่า จะให้รสชาติกาแฟที่ต่างกันมา

ซึ่งน้ำที่เหมาะที่สุดสำหรับการชงกาแฟ ก็คือน้ำที่ผ่านกระบวนการ Reverse Osmosis ซึ่งเดี๋ยวนี้จะเห็นได้ง่ายตามตู้กดน้ำตามหมู่บ้านนั่นเองค่ะ แต่ถ้าคุณไม่สามารถหาได้ น้ำต้มสุกก็ใช้ได้ค่ะ ส่วนเรื่องอุณหภูมิของน้ำก็เป็นอีกอย่างที่ไม่ควรละเลย เพราอุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสมกับการชงกาแฟนั้นควรอยู่ที่ 90-96 องศา ซึ่งเครื่องชงกาแฟทั่งไปจะตั้งค่าไว้ที่ประมาณนี้อยู่แล้ว

4. เคล็ดลับต่อไปก็คือ ให้คุณดื่มกาแฟที่ชงแล้วในขณะที่ยังอุ่นอยู่และอย่ายำกาแฟไปอุ่นซ้ำเพราะรสชาติจะเสียไปทันที

5. คุณควรอุ่นถ้วยกาแฟก่อนการใช้ทุกครั้ง ถ้าเครื่องชงแพงๆ ก็อาจจะมีเทคนิคพิเศษที่ช่วยได้ แต่ถ้าไม่มีเครื่องชงราคาแพงๆ ก็แค่เอาแก้วกาแฟที่จะใช้ไปลวกน้ำร้อนก่อน ก็ใช้ได้แล้วล่ะค่ะ เพราะการอุ่นแก้วกาแฟเป็นการปรับอุณหภูมิของแก้วกาแฟให้พร้อมรับกาแฟร้อนนั่นเอง นอกจากนี้สิ่งที่คุณควรใส่ใจในการชงกาแฟก็คือ ควรล้างเครื่องชงกาแฟหลังใช้งานเสร็จทุกครั้ง เพราะถ้าไม่ล้าง เครื่องจะเก็บกลิ่นกาแฟไว้ หากคุณต้องการเปลี่ยนกาแฟใหม่ กลิ่นและรสชาติที่ค้างอยู่ในเครื่องจะทำให้กาแฟเสียรสชาติไป หรือถ้าพบว่ากาแฟที่คุณซื้อมามีรสเปรี้ยวมากเกินไปล่ะก็ ให้คุณลองใส่เกลือลงไปในผงกาแฟสักเล็กน้อย รับรองว่าความเปรี้ยวของกาแฟจะลดลง และเกลือจะช่วยขับความขมและความหอมของกาแฟออกมามากขึ้นด้วย

ประโยชน์จากการดื่มกาแฟ
ทราบข้อมูลและเทคนิคต่างๆ เกี่ยวกับกาแฟกันไปแล้วนะคะ ทีนี้เราไปดูกันว่า กาแฟที่หลายๆ คนชอบดื่มกันนั้น มีประโยชน์ต่อสุขภาพคนเราอย่างไรบ้างคะ
1. กาแฟจะช่วยกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ไม่ง่วง สมาธิในการทำงานดีขึ้น และยังลดอาการปวดเมื่อยเนื่องจากไข้หวัด ทำให้สมรรถภาพของร่างกายดีขึ้นด้วย
2. กาแฟจะกระตุ้นองัยวะของร่างกาย และเพิ่มการเผาผลาญไขมัน ช่วยลดน้ำหนัก
3. สำหรับผู้ที่เป็นโรคหอบหืด มีรายงานว่าการดื่มกาแฟวันละ 3 แก้ว จะลดอาการหอบหืดได้ และหากดื่มมากกว่า 6 แก้ว การทดสอบสมรรถภาพปอดจะดีขึ้น
4. กาแฟก็เหมือนกับพืชอื่นๆ ที่จะมีสาร flavanoid ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
5. กาแฟช่วยลดอาการซึมเศร้า และคลายความวิตกกังวลของคนเราได้
6. การดื่มกาแฟเป็นประจำจะสามารถช่วยลดการเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ และยังลดการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้ด้วยค่ะ
7. กาแฟสามารถป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ เมื่อดื่มวันละ 4 แก้ว


บทความแนะนำ

สรรพคุณของดอกอัญชัน สรรพคุณของตำลึง สรรพคุณของพริก สรรพคุณของพลูคาวหรือคาวตอง สรรพคุณของฟักข้าว (Gac) สรรพคุณของเห็ดหลินจือ (Lingzhi) สรรพคุณของหอมแดง Shallots สรรพคุณของเถาวัลย์เปรียง Hog Creeper


ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ


รักบนบัลลังก์เลือดของกษัตริย์เกาหลีองค์สุดท้าย

     

เจ้าชายลีเมียงบอคมีพระประสูติกาลเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2395 ทรงกำเนิดมาอย่างเจ้าชายปลายแถวที่ไม่มีหวังจะได้ครองราชย์เพราะราชบัลลังก์ในตอนนั้นอยู่ในกำมือของพระเจ้าซอลจง ซึ่งเป็นเจ้านายต่างตระกูลกับพระองค์


แต่ในช่วงที่ทรงพระเยาว์นั้น พระเจ้าซอลจงก็สวรรคตลงโดยไม่มีรัชทายาท ราชบัลลังก์แห่งโชซอนจึงกลายเป็นเนื้อชิ้นงามที่ใูงแร้งในคราบเชื้อพระวงศ์หมายมั่นจะรุมทึ้ง โดยมีเจ้าชายลีแฮอง พระบิดาของเจ้าชายลีเมียงบอคเป็นหัวหอกใหญ่ในการชิงอำนาจ และเมื่อกรุยทางไปสู่บัลลังก์โดยใช้เลือดของฝ่ายตรงข้ามเป็นเครื่องสังเวยเรียบร้อยแล้ว เจ้าชายลีแฮองก็ทรงตั้งโอรสของตัวเองขึ้นเป็นกษัตริย์ หรืออาจจะเรียกว่าหุ่นเชิดก็ยังได้ โดยมีพระองค์เป็นผู้สำเร็จราชการที่กุมบังเหียนอำนาจไว้แต่เพียงผู้เดียว หลังจากที่เถลิงราชสมบัติ เจ้าชายลีเมียงบอคก็เปลี่ยนพระนามเป็นกษัตริย์โกจง ส่วนเจ้าชายลีแฮองพระบิดา ได้รับพระยศใหม่เป็นองค์ชายแดวังกุน


ปกติยุวกษัตริย์จะต้องถูกกวดขันให้เรียนรู้วิชาการปกครองทุกๆ ด้าน เพื่อเตรียมรับภาระสำคัญในวันข้างหน้า แต่ชีวิตในวัยเยาว์ของพระเจ้าโกจง ทรงถูกสั่งสอนให้เอาแต่เล่น การศึกษาก็ได้รับเพียงงูๆ ปลาๆ  ไม่มากไปกว่าลูกขุนนางทั่วไป เพื่อไม่ให้ปีกกล้าขาแข็งลุกขึ้นมาต่อกรกับพระบิดาได้ พระเจ้าโกจงจึงเติบโตขึ้นมาแบบหนุ่มน้อยรักสนุกคนหนึ่งเท่านั้น

เมื่อทรงเจริญชันษาได้ 15 ชันษา ก็ถึงเวลาที่พระเจ้าโกจงจะต้องมีมเหสีเสียที แน่นอนว่าองค์ชายแดวังกุนจะต้องกุลีกุจอมาจัดหาลูกสะใภ้ด้วยตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกชายได้เมียหัวแข็งที่อาจจะงัดข้อกับพ่อผัวในวันข้างหน้า ผู้หญิงที่ทรงมองว่าเหมาะที่สุดเป็นสาวน้อยจากตระกูลมิน ชื่อว่าคุณหนูมินจายอง


เหตุผลที่องค์ชายแดวังกุนทรงเลือกคุณหนูคนนี้มาเป็นสะใภ้เจ้า คนนอกอย่างเราอาจฟังเป็นเรื่องตลก แต่มันช่างเป็นตลกร้ายสำหรับประชาชนเกาหลีตาดำๆ เสียนี่กระไร เพราะมันไม่ได้มาจากความเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อม หรือคุณสมบัติโดดเด่นกว่าผู้หญิงบ้านไหนเลย เหตุผลมีอยู่ข้อเดียวก็คือคุณหนูมินเธอเป็นลูกกำพร้า ไม่มีพ่อแม่กับใครเขา จึงน่าจะปกครองง่ายกว่าคุณหนูจากครอบครัวใหญ่ที่มีพ่อแม่พี่น้องอยู่ครบเท่านั้นเอง

แต่สิ่งที่องค์ชายแดวังกุนมองข้ามไปก็คือภายใต้ท่าทางเรียบร้อยอ่อนหวานแบบลูกผู้ดีนั้น มอนจายองเป็นผู้หญิงที่เด็ดเดี่ยว เป็นตัวของตัวเอง และเป็นศัตรูที่น่ากลัวยิ่งกว่าสตรีทุกนางที่องค์ชายแดวังกุนเคยพบมา


20 มีนาคม 2409 พระเจ้าโกจงทรงอภิเษกกับมินจายอง และสถาปนาเธอขึ้นเป็นพระนางมิน ราชินีคู่บัลลังก์ เวลานัเนตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ของไทยเราพอดี

ชีวิตข้าวใหม่ปลามันของกษัตริย์หนุ่มกับราชินีสาวเริ่มต้นอย่างศรศิลป์ไม่ค่อยจะกินกันนัก เพราะนิสัยใจคอที่ต่างกันสุดขั้ว ขณะที่พระเจ้าโกจงทรงเป็นหนุ่มรักสนุก เอาแต่สำเริงสำราญอยู่กับงานเลี้ยงฟุ่มเฟือยไม่เว้นแต่ละวัน ราชินีมินกลับเป็นผู้หญิงเจ้าปัญญา ทรงรักการอ่านตำราการปกครอง ชอบแลกเปลี่ยนความเห็นกับนักปราชญ์ราชบัณฑิต การทำตัวเหลวไหลไร้สาระของพระสวามีจึงไม่ถูกพระทัยราชินีสาวเอาเสียเลย จงทรงแอบตรัสกับเพื่อนๆ ว่า "เขาทำให้ฉันขยะแขยงมาก"

แค่ประโยคนี้ประโยคเดียว คนฟังก็คงจะเห็นภาพแล้วว่าชีวิตฉันสามีภรรยาของพระเจ้าโกจงกับราชินีมินจะหวานชื่นขนาดไหน

แต่ความรักมีวิธีของมันเองที่จะทำให้คนสองคนที่แม้แต่หน้ายังไม่อยากจะมอง กลับร้อยดวงใจเป็นหนึ่งเดียวกันได้ สำหรับพระเจ้าโกจงกับราชินีมิน วิธีนั้นมาในรูปของเกมการเมือง

จากเด็กหนุ่มรุ่นกระทงที่ไม่เป็นโล้เป็นพาย พระเจ้าโกจงทรงเริ่มเติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่มเต็มตัว พร้อมๆ กับที่เกาหลีต้องเผชิญหน้ากับความละโมบของมหาอำนาจเพื่อนบ้านอย่างญี่ปุ่น ซึ่งจ้องจะฮุบประเทศนี้ตาเป็นมันมาหลายทศวรรษแล้ว แม้แต่ข้าราชการระดับสูงของเกาหลีก็ยังเอาใจออกห่างไปประจบประแจงญี่ปุ่นกันอย่างออกหน้าออกตา ขณะเดียวกันสหรัฐอเมริกาก็เริ่มขยายอิทธพลเข้ามาในคาบสมุทรเกาหลีด้วย แต่เมื่อไรที่เกิดกรณีพิพาทกันขึ้น องค์ชายแดวังกุนผู้สำเร็จราชการก็มักจะจัดการปราบปรามชาวตะวันตกด้วยความรุนแรง จนมีการนองเลือดกันอยู่บ่อยครั้ง นโยบายทางการเมืองแบบหักด้ามพร้าด้วยเข่านี้สวนทางกับแนวความคิดของราชินีมินอย่างแรง พระนางจึงเริ่มก้าวเข้ามามีบทบาททางการเมืองขึ้นทีละน้อยๆ


มันสมองของพระมเหสีกลับกลายเป็นสิ่งที่พระเจ้าโกจงทรงปรารถนาอย่างที่สุด เพราะทรงเริ่มเห็นแล้วว่าถ้ายังขืนบริหารประเทศตามแบบของพระบิดา ไม่นานแผ่นดินนี้จะต้องล่มจมอย่างแน่นอน กษัตริย์หนุ่มจึงเริ่มหันไปพึ่งราชินีสาวขึ้นเรื่อยๆ ฐานะของราชินีมินในตอนนี้จึงเปลี่ยนจากสะใภ้หัวอ่อนไปเป็นหนามแทงใจพ่อผัวอย่างองค์ชายแดวังกุนไปเสียแล้ว

และในที่สุดวันที่องค์ชายแดวังกุนไม่อยากให้มาถึงก็เกิดขึ้นจนได้นั่นคือวันที่ราชินีมินทรงร่วมมือกับพระประยูรญาติบังคับให้องค์ชายแดวังกุนลาออกจากตำแหน่งผู้สำเร็จราชการโดยอ้างว่าพระเจ้าโกจงทรงเจริญชันษามากพอจะครองบัลลังก์ได้ด้วยพระองค์เองแล้ว จากนั้นก็เนรเทศองค์ชายแดวังกุนไปอยู่นอกเขตพระราชฐาน ไม่ให้มีสิทธิมีเสียงในทางการเมืองได้อีก

กำจัดพ่อผัวตัวร้ายไปได้แล้ว ราชินีมินก็ยังต้องเป็นเสาหลักให้พระสวามีบริหารบ้านเมืองและต่อกรกับพิษภัยจากญี่ปุ่นต่อไป ราชินีมินช่วยให้พระสวามีรอดพ้นจากการถูกลอบสังหารโดยกลุ่มอำนาจเก่าหลายครั้ง จนทรงกลายเป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของพระสวามี พร้อมๆ กับที่ความรักความผูกพันก็ก่อตัวขึ้นในใจของทั้งสองพระองค์ ถึงขนาดที่ทรงเป็นเงาของกันและกัน เห็นคนหนึ่งก็ต้องเห็นอีกคนด้วยเสมอ...สองปีต่อมาราชินีมินก็มีพระประสูติกาลองค์ชายซุนจง พยานรักและรัชทายาทแห่งโชซอน

มันสมองอันฉลาดล้ำของราชินีมิน ทำให้ทรงกลายเป็นก้างชิ้นโตสำหรับญี่ปุ่นที่มุ่งมั่นจะครอบครองเกาหลีให้ได้ ประกอบกับการที่ทรงนำวิทยาการตะวันตกหลายอย่างเข้ามาใช้ในประเทศ จนขุนนางหัวเก่าหลายคนต้องสูญเสียอำนาจที่เคยมี ทำให้เกิดการวางแผนกำจัดราชินีมินขึ้นอย่างลับๆ โดยมีองค์ชายแดวังกุนพ่อผัวที่ยังรอวันชำระแค้นเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดตัวสำคัญ

องค์ชายแดวังกุนทรงลอบขอความช่วยเหลือจากกองทัพญี่ปุ่น จนมั่นใจว่าจะสามารถกลับมากุมบังเหียนอำนาจในเกาหลีได้เหมือนเก่า จากนั้นแผนการลอบปลงพระชนม์ราชินีมินก็ถูกกำหนดขึ้น!

เช้าตรู่วันที่ 8 ตุลาคม 2438 หน่วยลอบสังหารกลุ่มหนึ่งบุกเข้าไปในที่ประทับของราชินีมิน จัดการฆ่าทุกชีวิตที่อยู่ในพระตำหนักจนไม่เหลือหรอ และหนึ่งในนั้นก็มีราชินีมิน ชีวิตอีกครึ่งหนึ่งของพระเจ้าโกจงรวมด้วย!!

หลังจากสูญเสียพระมเหสีผู้เป็นมันสมองไป พระเจ้าโกจงก็เหมือนนกปีกหัก ทรงถูกลิดรอนอำนาจจนสิ้นและถูกบีบให้สละาชบัลลังก์ด้วยน้ำมือขององค์ชายแดวังกุน พระบิดาของพระองค์เอง แต่ก่อนจะหมดอำนาจ พระเจ้าโกจงทรงฮึดสู้พระบิดาเป็นครั้งสุดท้าย

เมื่อองค์ชายแดวังกุนสั่งให้ทรงถอดถอนราชินีมินผู้วายชนม์ลงมาเป็นสามัญชน พระเจ้าโกจงทรงตรัสใส่หน้าพระบิดาว่า

"ลูกยอมเชือดข้อมือตัวเองเสียยังดีกว่าที่จะลดศักดิ์ศรีของสตรีที่พยายามปกป้องประเทศนี้เอาไว้"

เพราะความเข้มแข็งเฮือกสุดท้ายของพระสวามี ราชินีมินจึงยังคงเป็นราชินีในบันทึกราชวงศ์เกาหลีมาจนถึงทุกวันนี้


บทความแนะนำ

เล่าเรื่องสยองขวัญ นั่งซากหวาดผวา ศพล่อเสือ

เล่าเรื่องสยองขวัญ สยองกลางทุ่ง

เล่าเรื่องสยองขวัญ เพื่อนเล่าให้ฟัง

เล่าเรื่องสยองขวัญ ทำไมไม่บวชให้

เล่าเรื่องสยองขวัญ ร้านเหล้าผี

เล่าเรื่องสยองขวัญ แถวนี้มีเยอะ

เล่าเรื่องสยองขวัญ 6 ปีไม่เคยลืม

เล่าเรื่องสยองขวัญ บ้านเก่า

เล่าเรื่องสยองขวัญ อยากลองจนเจอดี

เล่าเรื่องสยองขวัญ คุณแม่เล่าให้ฟัง

ตำนานผีญี่ปุ่น คาซาเนะ

ตำนานผีญี่ปุ่น บ้านแห่งจาน

ตำนานผีญี่ปุ่น ผีตระกูลเฮอิเคะ

ตำนานผีญี่ปุ่น กาซาโดคุโร


ฮาเร็มในเรือนไทย ตบตี จักรพรรดิปูยี มังกรไร้บัลลังค์ อโดนิส ตำนานดอกไม้แห่งความรัก มาตาฮารี ยอดจารชนหญิงของโลก อู๋ซันกุ้ย ยามจอมทัพมีความรัก ชาติก็ล่มสลาย เจ้าหญิงมาซาโกะ เสียงประหลาดของสัตว์ปริศนา เกรซ มูกาเบ หญิงร้ายแห่งซิมบับเว


ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ