แจ้งพ่อละเมิดทางเพศ แทนการลงโทษ

     

ครูยุ่น พานร.ม.6 วัย 18 ปี แจ้งความอ้างถูกพ่อแท้ๆล่วงละเมิดทางเพศ จับหน้าอก-อวัยวะเพศ แฉแม่รู้เห็นเป็นใจ เจ้าตัวทนไม่ไหวต้องหนีไปพักกับญาติ พ่อตามกลับบ้าน เจ้าตัวไม่ยอมเล่าเรื่องให้ญาติฟัง กลับถูกทางพ่อขู่ไม่ให้ยุ่ง

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน นายมนตรี สินทวิชัย หรือ ครูยุ่น สว.สุมทรสงคราม ในฐานะเลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองเด็กได้นำตัวน้องไก่ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้าแจ้งความที่สภ.ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เพื่อดำเนินคดีกับนายยงยุทธ (ขอสงวนนามสกุล) อายุประมาณ 42 ปี บิดาแท้ๆ ของน้องไก่ ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศลูกสาวแท้

นายมนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมาน้องไก่ ได้เดินทางมาที่มูลนิธิเพื่อขอความช่วยเหลือเนื่องจากถูกบิดาแท้ๆล่วงเกินทางเพศ โดยน้องไก่ เล่าว่า อาศัยอยู่กับนายยงยุทธ (ขอสงวนนามสกุล) และมารดา รวมทั้งน้องสาวที่บ้านหลังหนึ่งในตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม บิดามีอาชีพค้าขาย และมารดามีอาชีพเป็นพนักงานในโรงงานแห่งหนึ่ง

น้องไก่ เปิดเผยอีกว่า เมื่อประมาณกลางเดือนมีนาคม 2543 ตอนนั้นตนอายุ 12 ขวบเรียนอยู่ชั้นป.6 ขณะที่มารดายังไม่กลับจากที่ทำงาน ส่วนน้องสาวไปอาศัยอยู่บ้านญาติที่ต.อ้อมใหญ่ จ.สมุทรสาคร ตนกำลังอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 นายยงยุทธ ได้เข้ามานั่งใกล้ๆ และทำทีเป็นบังคับตนอ่านหนังสือให้ฟังและบังคับไม่ให้อ่านผิด

"เมื่อหนูอ่านคำไหนผิดหรืออ่านไม่ชัดก็จะใช้วิธีลงโทษด้วยการจับหน้าอก ตอนนั้นหนูกลัวจึงทำให้อ่านหนังสือตะกุกตะกัก พ่อก็ลงโทษหนูหนักเข้าไปอีกด้วยการจับหน้าอกแรงขึ้น และยังเปิดเสื้อขึ้นใช้ปากล่วงเกินที่หน้าอก เขาทำกับหนูจนถึงเวลาที่แม่จะกลับบ้านจึงเลิกทำและบอกไม่ให้พูดเรื่องนี้กับใครทั้งนั้น" น้องไก่กล่าว

น้องไก่ระบุอีกว่า หลังจากเกิดเรื่อง ตนพยายามหาทางออกโดยการไม่ออกไปอ่านหนังสือข้างนอกหลบอยู่แต่ในห้องแกล้งทำเป็นไม่สบาย แต่พ่อก็ยังใช้อุบายใช้ผ้ามาเช็ดตัวให้ถึงในห้อง และใช้แป้งทาที่หน้าอกและอวัยวะเพศเป็นเวลานาน นอกจากนี้นายยงยุทธยังบังคับให้ตนโกนขนอวัยวะเพศ โดยอ้างว่าจะทำให้อาการป่วยหายเร็วขึ้น และยังมีวิธีการอนาจารอีกหลายวิธีด้วยกัน

"คืนต่อมาหนูพยายามแอบอยู่ในห้อง แต่พ่อก็เข้ามาและบังคับให้หนูถอดเสื้อผ้า และกระทำอนาจารต่างๆ อย่างวิปริต เมื่อทำเสร็จก็จะบังคับไม่ให้หนูเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ใครฟัง พ่อล่วงเกินทางเพศแบบนี้ทุกคืนเมื่ออยู่สองต่อสอง จนถึงปลายเดือนมิถุนายน 2543 แต่เมื่อน้องสาวกลับมาจากบ้านญาติพ่อก็เริ่มทำแบบนี้ลดน้อยลง"น้องไก่ กล่าว

น้องไก่เปิดเผยอีกว่า จนกระทั่งเมื่อเดือน พ.ย. 2543 ตนเริ่มทนไม่ไหวจึงตัดสินใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้กับทางมารดาฟัง เพราะคิดว่ามารดาจะหาทางออกให้กับตนได้ แต่ทางมารดากลับพูดว่า "เดี๋ยวพ่อก็เบื่อไปเอง" นอกจากนั้นยังได้ยินมารดาพูดกับนายยงยุทธทำนองว่า "อย่าไปจับของลูกมันแรง ถ้าจะจับก็จับเบาๆ ลูกมันแตกเนื้อสาวมันเจ็บ" เมื่อได้ฟังอย่างนั้นทำให้ตนรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก และทำให้เกิดอาการเครียดการที่มารดาไม่สนใจ ทำให้นายยงยุทธเกิดความย่ามใจ ละเมิดทางเพศอย่างเปิดเผยมากขึ้น อาทิจับหน้าอก อวัยวะเพศ หอมแก้ม คอ ฯลฯ ต่อหน้าทั้งมารดาและน้องสาวเกือบทุกวัน

"หนูถูกล่วงละเมิดทางเพศจนกลายเป็นเรื่องปกติของมารดาและพ่อ จนปัจจุบันเรียนอยู่ชั้นม.6 แล้วยังไม่กล้าเล่าเรื่องนี้ให้คนนอกฟัง หนูเครียดมากต้องเข้าไปนอนที่โรงพยาบาลสมุทรสงคราม 2 ครั้ง แต่ก็ไม่กล้าบอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับแพทย์ผู้รักษาเพราะกลัวบิดาจะทำร้ายและหากบิดาติดคุกน้องกับมารดาจะลำบาก หนูจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้านมากรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 11 พ.ย.และได้เขียนจดหมายขอโทษบิดาและมารดาและมาขออาศัยอยู่กับญาติที่อ้อมน้อย"น้องไก่กล่าว

น้องไก่กล่าวอีกว่า ต่อมาวันที่15 พ.ย.บิดาและ มารดาได้มาหาที่บ้านญาติและบังคับให้กลับบ้าน แต่ตนไม่ยอมกลับและขอให้ทางญาติช่วยเหลือ จึงทำให้ทางบิดาและมารดาเกิดมีปากเสียงกับทางญาติอย่างหนัก ญาติจึงเกิดความสงสัยจึงถามความจริงที่เกิดขึ้น ตนจึงตัดสินใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง แต่ทางบิดาและมารดาของตนไม่ยอม ได้พาพรรคพวกมาข่มขู่ ไม่ให้ทางญาติบอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนให้ใครรับรู้ ตนจึงต้องตัดสินใจมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิคุ้มครองเด็กเพื่อที่จะให้ดำเนินคดีกับทางนายยงยุทธ บิดาแท้ ๆของตนเอง

บทความแนะนำ

25 เมนูอาหารสุขภาพคูณสอง 5 คำแนะนำในการเลือกซื้อรองพื้น สมุนไพรต้นเหงือกปลาหมอ ประโยชน์จากใบเตย ประโยชน์ของอะเซอโรลาเชอรี่ (Acerola Cherry) หนอนหญ้าธิเบต ประโยชน์ของข้าวกล้อง ประโยชน์ของมะเฟือง


ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ


No comments:

Post a Comment