เจ้าบ่าวที่กลัวฝน เข้าพิธีวิวาห์สำเร็จในครั้งที่ 6

     

เมื่อหลายปีก่อนเคยมีภาพยนตร์เรื่อง Runaway Bride ชื่อไทยว่า "เจ้าสาวผู้กลัวฝน" มีจูเลีย โรเบิร์ต รับบทเจ้าสาวที่กลัวการแต่งงาน จนต้องหนีออกจากพิธีวิวาห์ของตัวเองถึง 5 ครั้ง ก่อนจะได้ลงเอยกับเจ้าบ่าวสุดหล่อ ริชาร์ด เกียร์ พระเอกของเรื่อง ความฮอตของหนัง เรื่องนี้ทำให้เกิดคำถามว่า ในชีวิตจริงๆ จะมีใครกล้าหนีออกจากงานแต่งงานของตัวเองอย่างนี้หรือเปล่า และใครจะกล้าแต่งงานด้วย ถ้ารู้ว่าเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวของตัวเอง เป็นขาชิ่งวิ่งหนีงานวิวาห์


"ไมเคิล ทอดด์" อดีตนักกีฬาโปโลทีมชาติ วัย 38 ปี ได้รับสมญาว่า "เจ้าบ่าผู้กลัวฝน" (Run away groom) จากหนังสือพิมพ์ทั่วประเทศ เพราะเขาหนีพิธีแต่งงานมา 5 ครั้งแล้ว ทอดด์เคยขอผู้หญิงแต่งงานมา 4 คน คนหนึ่งยอมหมั้นกับเขาถึง 2 ครั้ง แต่เขาก็ทิ้งให้พวกเธอรอเก้ออยู่ที่แท่นวิวาห์ทุกครั้งไป เพื่อนของทอดด์คนหนึ่งถึงกลับส่ายหน้าอย่างหน่ายใจกับนิสัยชอบทิ้งเจ้าสาวของเขา

"ทอดด์เป็นคนดีนะ" และเขาไม่เคยคิดจะหลอกพวกเธอเลย เขารักพวกเธอทุกคนจริงๆ แต่สิ่งที่ผู้ชายคนนี้กลัวที่สุดในโลกมีอยู่สองอย่างนั่นคือการแต่งงานและการผูกมัด"

เจ้าสาวคนแรกที่ถูกทอดด์ประเดิมชัยหนีหายไปในเช้าวันแต่งงาน เป็นเพื่อนบ้านของเขาเอง เธอรู้จักกับเขามาตั้งแต่เล็กๆ "ยูจีน" เจ้าสาวเบอร์หนึ่งจึงคิดว่าทอดด์จะเป็นสามีที่ดีในอนาคต แต่ในเช้าวันแต่งงาน ทอดด์กลับตื่นขึ้นมาพร้อมกับคำถามว่า นี่เขากำลังจะแต่งงานจริงๆ หรือ และเขาพร้อมหรือยังที่จะทิ้งชีวิตโสดไปเป็นสามีของผู้หญิงคนหนึ่ง คำถามนี้ทำให้ทอดด์สับสนอย่างรุนแรง เมื่อหาคำตอบที่ตัวเองพอใจไม่ได้ เขาก็ตัดสินใจหนีหายไปดื้อๆ เสียเลย

แน่นอนว่ายูจีนต้องทั้งเจ็บทั้งอาย เพราะเธอเชิญเพื่อนฝูงคนรู้จักมาทั้งเมือง แต่เจ้าบ่าวกลับมาหายจ้อยตั้งแต่พิธียังไม่ได้เริ่ม เธอต้องใช้เวลาทำใจอยู่หลายเดือน ส่วนทอดด์ก็ใช้วิธีเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อลงแข่งโปโลระดับประเทศ ช่วยให้เขาไม่ต้องตอบคำถามของใครๆ มากมายนัก

ทอดด์พบ "เวอร์จิเนีย" เจ้าสาวคนต่อมาระหว่างที่เขากับเพื่อนๆ ในทีมไปแข่งโปโลที่ประเทศออสเตรเลีย เวอร์จิเนียรู้สึกถูกชะตาในความช่างพูดช่างคุย ท่าทางร่าเริงเป็นกันเองของทอดด์มาก หลังจากเดทครั้งแรกผ่านไปอย่างหวานชื่น ทั้งคู่ก็เริ่มคบกันจริงจัง สามเดือนต่อมาทอดด์ก็ขอหมั้นกับเธอ จากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มคุยกันถึงเรื่องแต่งงาน

"ที่จริงตอนนั้นผมก็ยังไม่แน่ใจหรอกว่าตัวเองพร้อมจะแต่งงานหรือยัง แต่เวอร์จิเนียอยากรีบแต่งงานมาก เธอฝันอยากเป็นแม่ มีลูกเล็กๆ หลายๆ คน เป็นความฝันแบบผู้หญิงๆ น่ะครับ" ทอดด์เล่า

เวอร์จิเนียรบเร้าให้เขาแต่งงานกับเธอในทุกโอกาสที่ทำได้ สุดท้ายทอดด์ก็หมดหนทางจะปฏิเสธ งานแต่งงานครั้งที่สองในชีวิตของเขาจึงเกิดขึ้น แต่หลังจากแจกการ์ดออกไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนวันสำคัญเพียงอาทิตย์เดียว เขาก็ตัดสินใจบอกเลิกกับว่าที่เจ้าสาว ด้วยเหตุผลว่าเขายังไม่พร้อมสำหรับการผูกมัด

หลังจากเสียเจ้าสาวไปถึงสองคน ทอดด์ก็เข็ดเขี้ยวกับความรักไปพักหนึ่ง เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ขลุกอยู่กับเพื่อนๆ นักโปโล เที่ยวเตร่เฮฮาตามประสาผู้ชาย แต่ไม่ยอมคบกับสาวคนไหนเลยอยู่ร่วมปี จนกระทั่งผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาเปลี่ยนความตั้งใจของเขา เธอคนนี้ชื่อ "แอนนาเบลล์" เป็นแฟนคลับที่ตามข่าวทอดด์มาตลอด และชื่นชมในฝีไม้ลายมือของเขาเอามากๆ

แอนนาเบลล์รู้ซึ้งถึงวีรกรรมชิ่งหนีงานแต่งงานของทอดด์ดี เธอจึงใช้เวลาคบเขานานถึงสองปี ก่อนจะตัดสินใจตกลงแต่งงานกับเขา

"แอนนาเบลล์คงไม่คิดว่าทอดด์จะหนีงานแต่งงานของเธอเลย" เพื่อนสนิทคนหนึ่งของทอดด์เล่า "เธอบอกผมหลายครั้งว่าเธอเชื่อมั่นในความรักของพวกเขา เขาสองคนเข้ากันได้ดีมาก มีความคิดคล้ายๆ กัน มีแผนอนาคตคล้ายๆ กัน และทอดด์ก็ดูมีความสุขดีเวลาอยู่กับเธอ ไม่ใช่แต่เธอหรอกที่ช็อกไปเลยเมื่อทอดด์ไม่โผล่ไปที่โบสถ์ในวันแต่งงาน เราทุกคนก็งงไปเหมือนกัน เพราะดูไปแล้วพวกเขาน่าจะเป็นผัวเมียที่มีความสุขได้ ผมว่าอย่างนั้นนะ"

ในวันแต่งงานกับแอนนาเบลล์ ทอดด์บอกตัวเองว่าเขาจะต้องไม่ทำเหมือนที่เคย เขาจะต้องไปปรากฏตัวและแต่งงานกับเจ้าสาวที่น่ารักคนนี้ให้ได้ แต่ขับรถไปได้เพียงครึ่งทาง ทอดด์ก็หักเลี้ยวแล้วชิ่งหนีออกจากเมืองไป
ในภาพยนต์เรื่อง "เจ้าสาวผู้กลัวฝน" เจ้าบ่าวคนหนึ่งที่ถูกจูเลีย โรเบิร์ตส์ ทิ้งในงานแต่งงานถึงกับต้องไปบวชเป็นพระเพื่อให้ลืมความเจ็บปวด แอนนาเบลล์ก็มีสภาพไม่ต่างจากนั้น เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดจนที่บ้านต้องพาเข้าไปสงบจิตสงบใจในโรงพยาบาบ เพราะหวั่นว่าเจ้าสาวจะฆ่าตัวตายหลังจากกลับมาอยู่บ้าน เธอก็ไม่ยอมเดทกับผู้ชายคนไหนอีกเลย ถึง 3 ปีเต็มๆ

แต่ขนาดล้มงานแต่งงานมาแล้ว 3 ครั้ง ทอดด์ก็ยังไม่หยุดลองของกัยอาการกลัวการผูกมัดของตัวเอง เขาพบกับ "สเตฟานี" เจ้าสาวคนที่ 4 ตอนที่ย่างเข้าวัย 30 แล้ว ทำให้ทอดด์เริ่มมั่นใจว่าอายุอย่างเขาน่าจะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ มีความมั่นคงในจิตใจมากพอที่จะไม่วิ่งหนี ทิ้งความรับผิดชอบไว้ให้ผู้หญิงต้องแบกรับคนเดียวดหมือนเมื่อก่อน ก่อนจะขอเธอแต่งงาน ทอดด์ชวนสเตฟานีไปดูที่บ้านที่เขาจะใช้เป็นเรือนหอและเล่าเรื่องราวแต่หนหลังให้เธอฟัง

"ผมถามเธอว่า สเตฟานีคุณจะช่วยให้ผมเอาชนะอาการกลัวการผูกมัด ด้วยการแต่งงานกับผมได้ไหม แล้วเธอก็ตอบว่าได้สิ ฉันจะแต่งงานกับคุณ" ทอดด์เล่า

ครั้งนี้ทอดด์ตั้งใจจริงจังว่าเขาจะต้องแต่งงานให้จงได้ เขาถึงกับจ้างเพื่อนสนิทที่มารับหน้าที่เพื่อนเจ้าบ่าวด้วยเงิน 200 เหรียญ ให้เฝ้าตัวเองไว้อย่าให้คลาดสายตา และยอมให้เพื่อนยึดกุญแจรถไปเก็บไว้เป็นหลักประกัน แต่ความตั้งใจของทอดด์ก็ล้มเหลว สามวันก่อนถึงวันแต่งงาน ทอดด์ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเหงื่อกาฬไหลเต็มหน้า เขามีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด กินอะไรไม่ลง และถามตัวเองซ้ำๆ ตลอดเวลาว่าเขากำลังจะแต่งงานจริงหรือ

เมื่อความกดดันถึงขีดสุด ทอดด์ก็ปีนหน้าต่างห้องน้ำชะแว้บหายไปในความมืด ในคืนก่อนวันแต่งงานเพียงวันเดียว ทิ้งความโกลาหลอลหม่านไว้เบื้องหลัง เพื่อนเจ้าบ่าวของทอดด์เล่าถึงเหตุการณ์วันนั้นด้วยความเสียวสยองว่า "สเตฟานีโกรธมาก เธอประกาศว่าจะไปแจ้งความให้ตำรวจตามล่าตัวทอดด์ ในข้อหาหลอกลวงต้มตุ๋น และจะฆ่าเขาด้วยถ้าเจอตัว โชคยังดีที่พ่อแม่ของเธอขอร้องไว้ แต่เธอก็ยึดของขวัญแต่งงานไปหมด และให้ทางโรงแรมไปคิดเงินค่าจัดเลี้ยงที่ทอดด์ ผมว่าผู้หญิงเวลาโกรธนี่น่ากลัวมากๆ เลยนะ"

ถึงตอนนี้ประวัติของทอดด์ก็เละเทะไม่มีชิ้นดี จนไม่น่าจะมีผู้หญิงคนไหนยอมหลวมตัวตกปากรับคำแต่งงานกับเขาแล้ว แต่ลางเนื้อมักจะชอบลางยา ในที่สุดก็มีหญิงสาวผู้กล้าหาญนางหนึ่ง ที่ทำตัวเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน ยอมแต่งงานกับเขาอีกจนได้ เธอคนนี้ไม่ใช่อื่นไกล เธอคือ "เวอร์จิเนีย" อดีตคู่หมั้นของทอดด์นั่นเอง

เวอร์จิเนียคิดว่าหลังจากผ่านเรื่องราวมามากมาย ทอดด์คงจะได้รับบทเรียนและโตเป็นผู้ใหญ่เสียที อีกทั้งทอดด์ไม่เคยทิ้งเธอไว้ในงานแต่งงานเหมือนเจ้าสาวคนอื่นๆ เธอเป็นคนเดียวที่เขามาบอกเลิกด้วยตัวเอง ทำให้เธอคิดว่าเขาคงจะเห็นเธอพิเศษกว่าใครๆ เมื่อกลับมาคบกันใหม่ แล้วทอดด์ขอแต่งงานอีก เธอจึงตกลง

ครั้งนี้เป็นการแต่งงานครั้งที่ 5 ของทอดด์ ผู้ถูกหนังสือพิมพ์ทั่วประเทศตั้งสมญานามให้ว่า "เจ้าบ่าวที่กลัวฝน" และทอดด์ก็หวังว่ามันจะเป็นการแต่งงานที่จะช่วยหยุดอาการประหลาดของเขาได้เสียที แต่แล้วทุกอย่างก็เข้าอีหรอบเดิม เวอร์จิเนียร้องไห้เสียไม่มีดี เมื่อรออยู่เป็นชั่วโมง เจ้าบ่าวตัวดีของเธอก็ยังไม่โผล่หน้าไปที่โบสถ์ ซึ่งก็แปลได้อย่างเดียวว่าเธอได้กลายเป็นม่ายขันหมากรายที่ 5 ในบัญชีรายชื่อเจ้าสาวของทอดด์เรียบร้อยแล้ว

อีกสี่ปีต่อมา ทอดด์ก็สร้างเซอร์ไพรส์สุดๆ เมื่อเข้าพิธีแต่งงานเป็นครั้งที่ 6 กับ "เฮดวิค มอลลิน" แฟนสาวนางแบบชาวเดนมาร์ค และเคยเป็นนางแบบโฆษณาของเครื่องดื่มโคคาโคล่าในยุโรปด้วย แม้จะคบหาดูใจกับเจ้าสาวเพียงไม่กี่ปี แต่ทอดด์กลับรู้สึกมั่นใจมากว่ามอลลินนี่ล่ะ ที่จะเป็นเจ้าสาวคนสุดท้ายของเขา งานแต่งงานของทั้งคู่จัดขึ้นที่สโมสรเรือยอร์ชในย่านหรูของนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดยมีเพื่อนฝูงญาติมิตรของเจ้าสาว ที่อุตส่าห์เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเดนมาร์ค ร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากพิธีแต่งงานผ่านพ้นไปด้วยดี เพื่อนเจ้าบ่าวคนหนึ่งที่ทำหน้าที่นี้ให้ทอดด์มา 3 ครั้งแล้ว ก็ถึงกับปาดเหงื่อ

"เหลือเชื่อจริงๆ ที่เขายอมเข้าพิธีแต่งงานจนได้ นี่เขาแอบกระซิบผมให้สั่งรถแท็กซี่ให้มาจอดรออยู่หน้าโบสถ์ด้วยนะ โชคดีมากที่ทอดด์ไม่กระโดดขึ้นรถหนีไป" เพื่อนเจ้าบ่าวแถมท้ายติดตลกว่า "ผมว่าเขาคงกลัวพ่อของเจ้าสาวมากกว่านะ เพราะท่านตัวโตมาก แถมยังหน้าโหดสุดๆ เลย"

เมื่อนักข่าวถามว่ามีเคล็ดลับอะไรที่ทำให้เจ้าบ่าวไม่ชิ่งหนี มอลลินก็ยิ้ม

"เขาต้องการความเข้าใจและการเอาใจใส่เล็กๆ น้อยๆ ฉันรู้อยู่แล้วว่าเขาจะไม่หนีหรอก เพราะเราเข้าใจกันดี เขารู้ว่าถึงเราจะแต่งงานกัน ฉันก็จะไม่ผูกมัดเขา เราจะมีครอบครัวที่แสนสุขค่ะ" เจ้าสาวสรุป

บทความแนะนำ

เรื่องย่อละคร ไฟล้างไฟ ชีสผลิตอย่างไร 4 สิ่งต้องรู้ห้ามใช้กับน้องหนูของคุณผู้หญิง 6 เครื่องดื่มสลายพุง 7 เครื่องดื่มสมุนไพรต้านมะเร็งโดยเฉพาะ งา เมล็ดเล็กมากคุณค่า บันได 8 ขั้นสู่ขั้นตอนการเลิกบุหรี่ คน 14 แบบบนรถไฟฟ้า


ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ


No comments:

Post a Comment