รอยเท้าปิศาจ

     

ไทยรัฐ ซันเดย์ สเปเชียล โดยทีมงาน ต่วย'ตูน สัปดาห์นี้ขอหยิบยกเอาเรื่องเร้นลับ อันเป็นปริศนาระดับโลกมาเล่าสู่บรรดาท่านแฟนานุแฟนครับ ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่จนป่านนี้ ในหมู่นักสัตววิทยา เกี่ยวกับรอยเท้าน้อยใหญ่ ซึ่งพบตามที่ต่างๆ เกลื่อนโลก

บางรอยพบเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว บางรอย พบเมื่อ หลายสิบปีที่ผ่านมา และบางรอย ก็ไม่ช้าไม่นานมานี้เอง ล้วนแต่เป็นร่องรอยอัน ประหลาดมหัศจรรย์ ที่ผู้พบเห็น ลงความเห็น ไปคนละทาง สองทางตามความรู้สึกนึกคิดของตน

บางคนเชื่อว่า รอยเท้าประหลาดที่ไม่ เหมือนรอยเท้าสิ่งมีชีวิตใดๆ บนผิวโลกนี้ เป็นรอยเท้าของ มนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมจากดาวดวงอื่น ที่เผอิญผ่านมาแวะเยี่ยมโลกในอดีตกาล และฝากรอยเท้าไว้โดยตั้งใจว่าจะให้ดูต่างหน้าเจ้าของ

บางคนเชื่อว่า รอยเท้าประหลาดเหล่านั้น เป็นรอยเท้าของสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่สูญ-พันธุ์ไปนานเต็มทน จนไม่มีนักสัตววิทยาคนใดรู้จัก แต่เผอิญเจ้าตัวนั่นยังหลงเหลืออยู่ในโลกอย่างเร้นลับเต็มที และเมื่อมันเกิดนึกสนุกขึ้นมา ฝากรอยเท้าไว้ให้ดูเล่น คนที่ไม่เคยเห็นเท้าของมันมาก่อน ก็พากันตื่นเต้นอึกทึกไปยังงี้เอง

บางคนที่เชื่อมั่นในไสยศาสตร์ก็เข้าใจไปไกล ถึงกับว่ารอยเท้าประหลาดที่อธิบาย ไม่ได้นั่นเป็นรอยเท้าของ ภูตผีปิศาจที่ถูกปล่อยตัวมาในโอกาสพิเศษเข้าโน่นเลยเชียว

เมื่อยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับรอยประหลาดเหล่านี้ ก็ขอให้ท่านผู้อ่านมาพิจารณาร่องรอย เอาด้วยตาตนเองดีกว่า

เช้าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1885 ชาวบ้าน ร้านถิ่นใน เดวอนเชอร์ตอนใต้ ต่างก็พากันพิศวง งงงันไปตามๆ กัน เมื่อเดินออกมา นอกบ้านพบ รอยเท้าสัตว์ประหลาด เกลื่อนในหิมะนอกบ้านเข้าให้

รอยของมันเหมือน กีบเท้าสัตว์บางชนิด กดลึกลงไปในหิมะ ขนาดของเท้ายาว 4 นิ้ว กว้าง 2 3/4 นิ้ว ระยะห่างระหว่าง รอยเท้าทั้งสองประมาณ 8-9 นิ้ว ลักษณะเท้าบ่งบอกว่า ผู้เป็นเจ้าของเดินด้วยอาการก้าวเท้าสม่ำเสมอและทรงตัวตรง

คงจะไม่น่าประหลาดชวนพิศวงงงงันนักหนา ถ้ารอยเท้านั้นไม่มีลักษณะพิเศษบางอย่างในตัวของมัน และเป็นลักษณะ ที่ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายเห็นแล้วพากันอ้าปากค้างพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเลยว่า ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น

นั่นคือ รอยเท้าที่ว่านี่ย่ำผ่านเปรอะไปหมดทุกหนทุกแห่งเป็นระยะทางหลายสิบไมล์ ผ่านสุมทุมพุ่มไม้ หลังคาบ้าน กำแพงรั้ว เสาสูงๆ ฯลฯ ไม่มียกเว้นเลยแม้แต่แห่งเดียว

เจอกำแพงขวางหน้า รอยเท้าก็ปีนกำแพงขึ้นไปได้เหมือนจิ้งจก ไต่จากฟากหนึ่งไปลงอีกฟากหนึ่ง เจอลานมันก้าวผ่านพื้นเรียบๆ นั้นไปอย่างสม่ำเสมอ ครั้นถึงฝาบ้านมันก็ไต่ขึ้นไปด้วยอาการ เหมือนจิ้งจกอีก ฝากรอยเท้าไว้รอบผนังบ้านขึ้นไปจนถึงหลังคา ลงสู่ลานบ้าน ข้ามกำแพงไปออกอีกด้านหนึ่ง ขึ้นต้นไม้ที่ขวางหน้า ฯลฯ เป็นอย่างนี้ไปตลอดทาง จนกระ-ทั่งหายไปในหนองน้ำใหญ่ที่ยังไม่ได้แข็งตัวเพราะหิมะเกาะ

คนที่พบเห็นรอยเท้านี้จึงได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่กว่า รอยเท้าสัตว์ประหลาดที่ไหนย่ำอย่าง หัวหกก้นขวิดได้เหมือนหนังการ์ตูนเช่นนั้น?

นักสัตววิทยาให้คำตอบไม่ได้ ... คนที่เชื่อเรื่อง ลึกลับ จึงตอบเสียเองว่า เจ้าของรอยเท้าน่าจะ เป็นสัตว์หรือ สิ่งมีชีวิตจากโลกอื่นมากกว่า เพราะไม่มีสัตว์ชนิดใด ในโลกสามารถปีนป่าย ที่สูง ได้สม่ำเสมอเหมือนเดิน อยู่บนพื้นราบ เช่นนั้น

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องโกหก  หนังสือพิมพ์ Illus-trated London News  ได้นำลงแล้วอย่างเกรียวกราว เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 1885 พร้อมทั้งวาดรูปสเกตช์ รอยเท้าประหลาดที่ปรากฏ คมชัดเจนบนหิมะเหล่านั้นด้วย

 ลักษณะของมันเหมือนกีบเท้าเหล่านั้นทำด้วยโลหะที่ร้อนจัดมาก เวลาเดินไปบนหิมะที่จับตัว เป็นน้ำแข็งมันจึงตัดหิมะลึกลงไปประดุจเหล็กสุกเผาไฟจนแดงนาบผิวน้ำแข็ง เกิดเป็นรอยเท้าคมลึกชัดเจนถึงขนาดนั้น

หนังสือพิมพ์อิล- ลัสเตรทเต็ด ลันดั้นนิวส์ ให้รายละเอียดอย่างนั้น

เรื่องนี้เป็นหนึ่งในบรรดาเรื่องราวของรอยเท้า ประหลาดหลายรอยที่เป็นความพิศวงของผู้รู้และผู้พบเห็น

ในดินแดนทัสซิลลี่ในทะเลทรายซาฮารา ซึ่งเป็นแหล่งที่พบภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์มากมายนั้น ก็มีผู้พบรอยเท้าประทับ อยู่บนก้อนหินหลายรอย คงไม่น่าแปลกใจหากรอยเหล่านั้น จะไม่มีอายุนานนับล้านปี เพราะนักธรณีวิทยาที่ตรวจสอบหิน ซึ่งประทับรอยเท้านั้น ยืนยันอายุของมันแน่นอนว่าไม่น้อยกว่า 3.5 ล้านปี

แน่นอน-มันไม่ใช่รอยเท้าสัตว์ดึกดำบรรพ์ ไม่ใช่รอยไดโนเสาร์ และไม่ใช่รอยเท้าบรรพบุรุษ ของมนุษย์ซึ่งมีสภาพคล้ายลิงอยู่ ... เพราะ ว่ารอยเท้านั้นยาวประมาณ 12 นิ้ว สวมรองเท้ามีส้น อย่างดีเหมือนรองเท้า ที่วางขายตามห้างสรรพสินค้าในสมัย ค.ศ. 1979 ของเราเดี๋ยวนี้นี่เอง

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ใครหนอสวมรองเท้าทันสมัย มาเดินก๋าอยู่บนผิวโลก ในสมัยที่มนุษย์ยังไม่เจริญจาก ลิงเท่าใดนัก

อีกรอยหนึ่งพบที่เกาะสุมาตราเมื่อปี 1972 นี่เอง

น่าเสียดายที่ไม่มีรูปถ่ายยืนยันรอยเท้าเหล่านี้ แต่ผู้พบเห็นจำนวนหลายสิบ ยืนยันว่า มันเป็นรอยเท้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คือยาว 9 ฟุต และกว้างประมาณเกือบ 2 ฟุต

ลักษณะของมัน นักสัตววิทยาเห็นแล้วสะดุ้งแปดตลบ เพราะ ว่ามันเหมือนเป็นพิมพ์เดียวกับรอยเท้า เจ้าพิภพในสมัยหินไม่มีผิด คือ เหมือนรอยเท้าของไดโนเสาร์ขนาดมหึมาที่สุดและดุร้ายที่สุดในโลกดึกดำบรรพ์ คือ  ไทรันโนเสาร์

คงไม่น่าประหลาดใจอีกเหมือนกัน หากพบรอยเท้าของมันอยู่ในพื้นหินอายุนับร้อยล้านปี...แต่ที่ทำให้ใครๆ แตกตื่นตกใจกันไปหมดก็เพราะว่า ผู้พบเห็นนั้น พบรอยเท้าของมันหมาดๆ เหมือนเพิ่งขึ้นจากหนองน้ำแห่งหนึ่ง บุกไปสู่ หนองน้ำอีกแห่ง ทำ ให้ไม้ไร่น้อยใหญ่ที่มันย่ำผ่านราบเป็นทางและเปียกชื้นด้วยน้ำและโคลน รอยเท้านั้นฝังลึกลงไปในพื้นดินอ่อนๆ เห็นชัดถึงแรงกดอันมหาศาลของเจ้าของรอย

นี่แสดงว่า สัตว์ประหลาดไดโนเสาร์ที่สูญพันธุ์ไปหมดโลกแล้วนั้น ยังมีหลงเหลืออยู่ในเกาะสุมาตรากระนั้นหรือ? นักวิทยาศาสตร์พากันส่ายหน้าว่า เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด แต่สำหรับชาวเกาะสุมาตราผู้พบเห็นเหตุการณ์นั้น เชื่อมั่นว่ามันเป็นสัตว์ ดึกดำบรรพ์หลงสำรวจอย่างแน่นอน

ดินแดนสุมาตราและอินโดนีเซียนั้น ยังมีป่าดิบที่หลง สำรวจอยู่มาก เป็นแหล่งที่มีผู้พบเห็นสัตว์ประหลาด มาแล้วมากมาย เป็นต้นว่า ยักษ์ใหญ่และมนุษย์กึ่งสัตว์ ที่มีเขี้ยวยาว (Fang Man) ซึ่งวันหลังทีมงานฯ จะนำมาเล่าสู่กันฟังอีก

และก็อย่าลืมว่า บนเกาะหนึ่งของชวานี้เอง ที่สัตว์ตระกูลไดโนเสาร์ รุ่นสุดท้ายยังคงหลงเหลือสืบเผ่าพันธุ์ กันต่อมาบนเกาะ คอมโมโดที่ว่านี่เพียงแห่งเดียวในโลก ชาวโลกเรียกสัตว์ ดึกดำบรรพ์นี้ว่า มังกรยักษ์แห่งคอมโมโด หรือไม่ก็ไดโนเสาร์รุ่นสุดท้าย

ก็ในเมื่อเกาะชวายังมีไดโนเสาร์รุ่นสุดท้ายได้ ก็ทำไมจึงจะไม่มีไดโนเสาร์ชนิดใหญ่หลงเหลือ อยู่ดังรอยเท้าที่เห็นกันในปี 1972 นั้นเล่า? ไม่มีใครให้คำตอบที่น่าพอใจได้ เลยสักคน

ข้อมูลจาก
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ


บทความแนะนำ

ตำนานเงือกตัวแรกของโลก หายนะจากต่างแดน ปูม้า มองโลกแบบวิกรม ประวัติของเจ้าพ่อเฟซบุ๊ค บทสัมภาษณ์ วิกรม กรมดิษฐ์ ตะลุยเมนูบุฟเฟต์ อย่างมีชั้นเชิง ประวัติของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์


ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ


No comments:

Post a Comment