เรื่องย่อละคร เลื่อมสลับลาย

     

พาไล (แซมมี่ เคาวเวลล์) สาวน้อยจากครอบครัวผู้ดีเก่าฝันอยากเป็นคุณหมอแต่ปัจจุบันเธอกลายเป็นโคโยตี้ใช้ชีวิตโลดโผนเปลี่ยนผู้ชายไม่ซ้ำหน้าเพราะอารมณ์ชั่ววูบช่วงวัยรุ่นทำให้เธอมีชีวิตเน่าเฟะถึงทุกวันนี้ แตกต่างจาก ปิ่นปัก (คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์) ที่จบด็อกเตอร์ด้านสังคมวิทยาจากอเมริกาด้วยทุนของรัฐบาล วันที่เธอเดินทางกลับถึงเมืองไทย ศก (แมทธิว ฉันทวานิช) คู่หมั้นระดับมหาเศรษฐีมารับถึงสนามบิน


ปิ่นปักเห็นพาไลซึ่งอาศัยในคอนโดกำลังยืนด่ากับอีเจ๊เมียหลวงของเสี่ยที่เคยมาติดพันเธอ ปิ่นปักส่ายหน้ากับความแรงของพาไล ทำให้ มิ้ม (แพร เอมเมอรี่) และ ฝน (กวินตา โพธิจักร) เพื่อนสนิทของพาไลหมั่นไส้ปิ่นปัก แต่ปิ่นปักไม่ใส่ใจ คุณยอด (วิวัฒน์ ผสมทรัพย์) กับ คุณโปรย (สาวิตรี สามิภักดิ์) พ่อแม่ของปิ่นปักชื่นชมการใช้สติติดสินปัญหาของลูกสาว

ศกขอปิ่นปักแต่งงานเพราะกลัวจะเสียปิ่นปักให้กับผู้ชายอื่น เพรียว (อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์) เพื่อนร่วมงานของปิ่นปัก และเป็นเพื่อนของ นครินทร์ (วงศกร ปรมัตถากร) เพรียวที่แอบรักปิ่นปักจำเป็นต้องแอบซ่อนความผิดหวังไว้ ขณะที่นครินทร์ไม่เห็นด้วยกับการด่วนตัดสินใจของปิ่นปักที่ยังไม่รู้จักศกดีพอ


ชีวิตที่สวยงามของปิ่นปักทำให้พาไลนึกโทษความใจร้อนของตนเองที่ทำให้ชีวิตพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือตั้งแต่อายุ 15 ปี ทั้งที่วัยเด็กโลกของพาไลก็สดใสไม่แพ้ปิ่นปักเพราะ คุณเชื่อม (เกรียงไกร อุณหะนันทน์) กับ คุณพิสมัย (อังศนา บุรานนท์) พ่อแม่บุญธรรมที่รับอุปการะเธอเป็นถึงผู้บริหารบริษัทด้านการเงิน แต่วันหนึ่งพาไลเกิดทะเลาะกับ บัวทอง (สิริลภัส กองตระการ) ลูกพี่ลูกน้องวัยเดียวกันเรื่องผู้ชาย บัวทองสู้ไม่ได้จึงพูดเรื่องที่คุณเชื่อมและคุณพิสมัยเก็บพาไลมาเลี้ยงจากบ้านเด็กกำพร้า พาไลจึงประชดด้วยการหนีออกไปอยู่กับเพื่อน

คุณเชื่อมเข้าใจผิดคิดว่าพาไลใจแตกเหมือนแม่แท้ๆ ของเธอจึงขาดกันอย่างสิ้นเชิง พาไลหนีเข้าสู่โลกคาวโลกีย์ให้สมกับที่พ่อเลี้ยงด่าว่ามีเลือดชั่วในตัว จนเวลาล่วงเลยไปสิบปี พาไลผ่านเรื่องราวดีร้ายมากมาย เธอกำลังตั้งท้องลูกของ เนตร (เจจินตัย อันติมานนท์) แต่เนตรไม่ยอมรับ พาไลจึงตัดสินใจเรียกเงินจากเนตรก้อนหนึ่งไว้เป็นค่าใช้จ่าย เนตรไม่ยอมให้และผลักพาไลตกบันไดจนแท้งลูกแล้วเดินหนีอย่างไม่ไยดี พาไลกัดฟันพาตัวเองออกไปยืนกลางถนนให้รถชนแต่นครินทร์ดึงพาไลหลบรถพร้อมนำเธอส่งโรงพยาบาล

นครินทร์เคยพบพาไลที่งานโชว์สินค้าอ่างอาบน้ำยี่ห้อหนึ่ง และรู้ว่าพาไลกำลังพยายามจะกลับตัว จึงพยายามให้กำลังใจ แม้ครอบครัวของนครินทร์จะไม่มีใครเห็นด้วยกับความสนิทสนมของทั้งคู่ คุณเชื่อมเห็นว่าพาไลตั้งใจดีก็อภัยให้และคอยให้การสนับสนุนพาไลอยู่ห่างๆ

พาไลตัดสินใจขายรถมินิคูเปอร์ของตัวเองเพื่อมาทำทุนขายครีมหน้าเด้งยี่ห้อ "เซอร์ไพรส์" นครินทร์ช่วยอุดหนุนครีมพาไลไปแจกบัวทองและเพื่อนอาจารย์บัวทอง อดีตญาติตัวแสบของพาไล บัวทองหมายปองนคริทร์ตั้งแต่แรกเห็น เมื่อบัวทองสืบหาเจ้าของครีมจนรู้ว่าเป็นพาไลจึงเอาสารเคมีใส่ลงไปในครีม แต่โชคดีที่ มิตรา (พรรัมภา สุขได้พึ่ง) ช่วยสลับครีมเป็นกระปุกที่ไม่มีสารพิษ คนที่ทดลองครีมของพาไลจึงไม่เป็นไร

ปิ่นปักเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะภรรยาศก เข้าหอคืนแรกศกไม่มีท่าทางหวานฉ่ำเอาใจเธอเหมือนเมื่อก่อนซ้ำยังเอาแต่ใจ ปิ่นปักจึงไปปรึกษา พัชริน (มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์) เพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัย โดยไม่ทันได้สังเกตว่าพัชรินแอบอิจฉาตัวเอง แม้พัชรินจะเลือกสามีเป็นนักการทูตอย่าง คุณยุทธ แต่ก็ไม่สามารถบันดาลความสุขให้พัชรินได้ ปิ่นปักบอกกับตัวเองว่าให้อดทนทำเพื่อชายที่รัก แต่ศกเบื่อหน่ายผู้หญิงที่เก่งวิชาการแต่จืดชืดเรื่องบนเตียงอย่างปิ่นปักหนำซ้ำตอนนี้ปิ่นปักยังแพ้ท้องตลอดเวลา

หลังจากอาชีพขายครีมพังไม่เป็นท่า ฝนก็ฝากงานให้พาไลที่บริษัทเดียวกันเพราะฝนกิ๊กอยู่กับคุณจำรูญ (ปริเยศ อังกูรกิตติ) หัวหน้าแผนกอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังของศก ครั้งแรกที่ศกพบพาไลก็เกิดสนใจในความสวย แต่พาไลไม่เล่นด้วยเพราะต้องการกลับตัวจึงเล่าให้นครินทร์ฟัง เมื่อครอบครัวนคริทร์รู้ว่าพาไลไปยุ่งเกี่ยวกับศกก็ยิ่งรู้สึกในแง่ลบกับเธอ โดยเฉพาะปิ่นปัก พาไลจึงตัดสินใจลาออกจากงานมาหาอย่างอื่นทำ ศกผิดหวังที่ไม่ได้ตัวพาไล จึงหันไปคว้าฝนมาเป็นเมียน้อยแทน

คุณเชื่อมสงสารพาไลที่กำลังลำบากเลยคิดจะเขียนพินัยกรรมแบ่งสมบัติให้ แต่บัวทองรู้ความลับว่าพาไลเคยแท้งลูก จึงไปตามเนตรมาปั้นเรื่องโกหกประจานว่าพาไลฆ่าลูกตัวเอง คุณเชื่อมช็อกหัวใจวายตาย ความจริงเปิดเผยออกมาว่ามีหนี้สินอยู่มากมาย ทำให้พาไลต้องหาทางช่วยพิสมัยหาเงินใช้หนี้ และตัดสินใจย้ายออกจากคอนโด นครินทร์ช่วยเหลือด้วยการให้พาไลเช่าบ้านหลังสวนที่ติดอยู่กับบ้านของตน คุณโปรยไม่พอใจแต่ขัดไม่ได้เพราะบ้านหลังนั้นเป็นชื่อของนครินทร์ไปแล้ว

ชีวิตคู่ของปิ่นปักกับศกมีปัญหากันมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะความเอาแต่ใจของศกและความไม่ยอมโอนอ่อนของปิ่นปัก ทำให้ศกยิ่งหนีไปหาฝน จนฝนเกิดความคิดที่จะจับศกจริงจัง พาไลกับมิ้มรู้เรื่องนี้เข้าก็รีบห้ามฝนแต่ไม่สำเร็จ จากนั้นฝนก็เริ่มกำจัดปิ่นปักออกจากชีวิตศก ปิ่นปักอับอายที่ศกมีเมียน้อย แต่พอปิ่นปักตั้งท้อง ศกก็หันกลับมาเอาใจใส่เหมือนเดิม

แต่เมื่อฝนรู้เข้าก็ปล่อยให้ตัวเองท้องบ้างเพื่อเรียกร้องความสนใจ ปิ่นปักยิ่งเบื่อหน่ายชีวิตคู่ แต่คุณโปรยกลับบอกให้ปิ่นปักอดทน ปิ่นปักอัดอั้นไม่รู้จะหันหน้าไประบายกับใคร โชคดีที่มีเพรียวอยู่เคียงข้าง นครินทร์เห็นพ่อแม่เครียดเรื่องปิ่นปักก็ไม่อยากทำให้บรรยากาศในบ้านตึงเครียดมากขึ้นไปอีก เลยพยายามทำตัวห่างจากพาไล เช่นเดียวกับพาไลที่ไม่อยากสร้างปัญกาให้กับนครินทร์ จึงตกลงจะเลิกข้องเกี่ยวกัน ทั้งที่หัวใจของทั้งสองผูกพันกันไปแล้ว

ปิ่นปักท้องโตขึ้นเรื่อยๆ จนใกล้คลอด ฝนไม่อยากให้ปิ่นปักมีลูกเพราะจะเป็นการผูกศกเอาไว้ จึงวางแผนเอาน้ำมันไปราดที่บันไดบ้านศก แต่ตัวเองเกิดอุบัติเหตุหกล้มเสียเองและพลอยทำให้ปิ่นปักเจ็บตัวไปด้วย แต่ลูกของปิ่นปักไม่เป็นอะไรและคลอดออกมาอย่างสุขภาพดี ขณะที่ฝนกลายเป็นฝ่ายแท้งลูก ครอบครัวของศกดีใจที่ปิ่นปักให้ทายาท แต่ปิ่นปักกลับไม่ยินดียินร้าย และแสดงท่าทีแข็งกร้าวกับศกมากขึ้นด้วยการประกาศยกศกให้ฝน

ปิ่นปักย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านและปล่อยลูกให้คุณโปรยกับพยาบาลเลี้ยง แล้วย้ายไปอยู่คอนโดตามลำพัง เพื่อออกเที่ยวเตร่ประชดชีวิตที่พังพินาศของตน จนเริ่มมีข่าวว่าปิ่นปักทำตัวเป็นแม่ม่ายกระดังงาลนไฟ เปลี่ยนผู้ชายมากหน้าหลายตา ทั้งที่ปิ่นปักไม่ได้นอนกับใคร ศกไม่พอใจจึงขอหย่าขาดจากปิ่นปักทันที นครินทร์ทุกข์ใจมากที่ปิ่นปักกำลังหันไปเดินในเส้นทางที่พาไลเคยเดิน ขณะที่พาไลก็เป็นห่วงที่ปิ่นปักหลงผิด

คืนหนึ่งปิ่นปักไปเที่ยวคนเดียวและโดนมอมยา แต่เพรียวตามไปช่วยไว้ได้แล้วพาปิ่นปักไปพักที่บ้านเพราะไม่อยากให้ปิ่นปักกลับบ้านในสภาพนั้น ปิ่นปักคร่ำครวญถึงชีวิตที่ผิดพลาดของตัวเองและร้องไห้กับเพรียว ความมึนเมาทำให้ทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน เมื่อปิ่นปักรู้ตัวก็ละอายใจ ไม่ยอมติดต่อกับเพรียวอีก พาไลเห็นความจริงใจของเพรียวจึงกล่อมให้ปิ่นปักเปิดใจ

ปิ่นปักคบหากับเพรียวจนเริ่มเป็นข่าวซุบซิบ ศกได้ยินเข้าก็ไม่พอใจและวางแผนจะฟ้องศาบเพื่อเอาลูกคืน แต่เมื่อ อร แม่ของเพรียวรู้เรื่องและรับไม่ได้ เพราะปิ่นปักเป็นผู้หญิงที่มีตำหนิ ปิ่นปักอับอายที่ตัวเองโดนดูถูก จึงตัดสินใจเลิกคบกับเพรียว แต่เพรียวไม่ยอมเลิก พยายามหาทางช่วยปิ่นปักสู้คดีเพื่อไม่ให้เสียลูกไป

พาไลเห็นปิ่นปักตกที่นั่งลำบาก ก็เอาคลิปเสียงที่ศกเคยพูดดูถูกตนกับฝนมาเป็นหลักฐาน พร้อมกับตามจำรูญที่โดนศกไล่ออกมาแฉพฤติกรรมเจ้าชู้ของศก จนศกยอมถอนฟ้องและยกลูกให้ปิ่นปัก ปิ่นปักซึ้งน้ำใจพาไลจนยอมรับพาไลเป็นเพื่อนอีกคนหนึ่ง เช่นเดียวกับที่เห็นความจริงใจของเพรียวและกลับมาคบหากันอีกครั้ง อรเห็นแก่ความสุขของเพรียวจึงใจอ่อนไม่ขัดขวางทั้งคู่อีกต่อไป

แต่คุณโปรยยังรับไม่ได้ที่ปิ่นปักจะมีสามีคนที่สอง นครินทร์จึงอาสากล่อมผู้เป็นแม่โดยแลกกับเงื่อนไขที่คุณโปรยต้องการให้เขาไปเรียนต่อต่างประเทศกับ มิตรา เพื่อนอาจารย์ที่มีฐาานะทางสังคมทัดเทียมกัน นครินทร์จำต้องตกลงเพื่อความสุขของทุกคนในครอบครัว พาไลใจหายแต่ก็ยอมรับว่าตนเองไม่คู่ควรกับนครินทร์ จึงอวยพรให้เขามีความสุข

ศกแค้นใจที่พาไลเป็นต้นเหตุให้ตนเองสูญเสียทุกอย่าง จึงสั่งให้ฝนไปสาดน้ำกรดพาไล แต่ฝนทำไม่ลงเพราะพาไลคือเพื่อนรัก จึงวางแผนตลบหลังจนศกถูกตำรวจจับเสียเอง ศกมีความผิดเรื่องฉ้อโกงอีกหนึ่งคดีจึงโดนจับติดคุก หมดสิทธิ์มาราวีชีวิตพาไลกับปิ่นปักอีก

หลังจากนครินทร์ไปเรียนต่อ พาไลก็หันกลับไปเรียนปริญญาตรีด้านออกแบบจนกระทั่งจบและเปิดร้านเสื้อของตัวเองจนประสบความสำเร็จ คุณโปรยเริ่มเห็นความตั้งใจจริงของพาไลจนค่อยๆ ละทิฐิลง นครินทร์กับมิตราบินกลับมาแสดงความยินดีด้วย พาไลคิดว่าทั้งคู่แต่งงานกันแล้ว แต่มิตราเฉลยว่าเธอกับนครินทร์อยู่กันคนละเมืองและเป็นเพียงเพื่อนกัน และการกลับมาเมืองไทนครั้งนี้นครินทร์ต้องการขอพาไลแต่งงาน

คุณโปรยกับคุณยอดไม่ขัดขวางนครินทร์กับพาไลอีกต่อไป เพราะเห็นแล้วว่าพาไลพิสูจน์ตัวเองด้วยความสำเร็จอย่างชัดเจน พาไลตอบตกลงด้วยความปลาบปลื้มที่ต่อไปนี้จะได้ใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบกับผู้ชายแสนดีอย่างนครินทร์ที่อยู่เคียงข้าง

ขอขอบคุณภาพจาก CH7 Drama Society

บทความแนะนำ

เรื่องย่อละคร ใต้เงาจันทร์ เรื่องย่อละคร นางสาวทองสร้อย คุณแจ๋วหมายเลข 1 เรื่องย่อละคร ผู้กองยอดรัก เรื่องย่อละคร สุดแค้นแสนรัก เรื่องย่อละคร เจ้านาง เรื่องย่อละครเพลงรักเพลงลำ เรื่องย่อละครเพื่อนแพง เรื่องย่อละครเลือดมังกรตอนแรด


ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ


No comments:

Post a Comment