สัมภาษณ์คุณฌอห์ณ จินดาโชติ ประวัติวัยเด็กและมุมมองความคิดของพระเอกสุดฮอต

     

จากรายการรอบดึกกับจอห์นวิญญู 


จอห์น วิญญู : ครับมาแล้วนะครับกับช่วงทอล์คในรอบดึกกับจอห์นวิญญูนั่นเองครับ วันนี้แขกรับเชิญของเราครับ เขาเป็นพิธีกรนะครับ เขาเป็นนักแสดงนะครับ และก็เป็นขวัญใจของใครหลายต่อหลายคน ตอนนี้เขามากับหนังสือเล่มนี้ครับ "Present Perfect" ไปพบกับเขากันเลยครับคุณฌอห์ณ จินดาโชติ สวัสดีครับ

ฌอห์ณ จินดาโชติ : คร้าบ สวัสดีครับ

จอห์น วิญญู : นี่คุณฌอห์ณ จินดาโชติหรือว่าสตี๊ป จ๊อบครับ (จอห์นแซวฌอห์ณที่แต่งตัวคล้ายสตี๊ป จ๊อบ)

ฌอห์ณ จินดาโชติ : (หัวเราะเล็กน้อย) ถ้ามีสมาร์ทโฟนด้วยก็ใช่เลยครับ

จอห์น วิญญู : อ่ะ นั่งก่อนครับ วันนี้เรามาอยู่ใกล้ชิดกับฌอห์น ก่อนอื่นเราเป็นตัวแทนของโปรดิวเซอร์ คนเขียนสคริปท์ทั่วฟ้าเมืองไทยที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับคุณ ทำไมชื่อคุณสะกดยากจัง?

ฌอห์ณ จินดาโชติ : คืออันนี้มันเป็นความตั้งใจของคุณแม่ คือฌอห์นเนี่ยมันมีเขียนได้หลายทางมาก บางคนก็ใช้ ฌ-อ-น เหมือนกับ ฌอน เพนน์ อะไรอย่างนี้ แต่ว่าด้วยตัวคุณพลอยกับคุณแม่

จอห์น วิญญู : คุณพลอยคือพี่สาวคุณ?

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ครับผม เขาบอกว่าไม่คนเห็นคนใช้ตัว ฌ มาก่อน นะครับและตัวผมก็เป็นคนที่แบบว่า แล้วแต่เลยใครจะดีไซน์กับชีวิตเรา ก็เลยให้เขาตั้งชื่อนี้ให้

จอห์น วิญญู : นี่แม่และพี่สาวดีไซน์ได้เต็มที่

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ครับผมก็รู้สึกว่าแปลกดี และมันเป็นความน่ารำคาญของคนที่ต้องพิมพ์ชื่อผม

จอห์น วิญญู : ครับทีมงานผมที่ต้องเขียนสคริปต์ก็ว่าอย่างงั้นล่ะครับ

ฌอห์ณ จินดาโชติ : คือต้องกด Shift ที่คีย์บอร์ดแทบทุกคำ

จอห์น วิญญู : คือแบบว่าดี อันนี้มันเป็นความ unique ของชื่อคุณ แล้วงานบันเทิงคุณตอนนี้ทำอะไรบ้าง เพราะว่าคุณหยุดทำ wake club ไปแล้ว

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ใช่ครับคืองานพิธีกรแทบจะไม่ได้ทำไปแล้ว

จอห์น วิญญู : ทำไมอ่ะ คุณไม่อยากรับช่วงต่อรายการชื่อดังเหรอครับ แม้ว่าตอนนี้จะไม่มีแล้ว

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ฮ่าๆๆ คือผมพอได้รับทายาทมาจากพี่จอห์นแล้วเนี่ย หลังจากรายการจบไป เราก็รู้สึกว่าเราได้เจอทางที่เราชอบ เรารู้สึกว่าเราชอบสายการแสดงมาตั้งแต่เด็กตั้งแต่ที่เคยร่วมงานกับพี่พลอย ตอนนี้เรารู้สึกว่าเรามีโอกาสที่ดีก็เลยอยากจะทำมันให้เต็มที่ ตอนนี้ก็มีถ่ายละครค่อนข้างจะเยอะเหมือนกัน

จอห์น วิญญู : ตอนนี้มีผลงานคุณที่ทำอยู่มีอะไรบ้างครับ

ฌอห์ณ จินดาโชติ : มีของช่อง ONE นะครับ สองเรื่องก็คือละครเรื่องเล่ห์รตี ถ่ายกับน้องเอสเธอร์ และก็ละครอีกเรื่องนึงชื่อ นางบาปก็เป็นนางเอกใหม่เหมือนกัน

จอห์น วิญญู : ช่อง ONE นี่ใครเป็นคนทำครับ?

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ของคุณบอยครับ คุณบอย ถกลเกียรติ

จอห์น วิญญู : ของเอ็กแซ็กท์เหรอครับ

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ครับของเอ็กแซ็กท์ หมดเลย

จอห์น วิญญู : เดี๋ยวก่อน เล่นกับคุณเอสเธอร์และก็อีกคนนึง

ฌอห์ณ จินดาโชติ : เป็นนางเอกใหม่ครับชื่อน้องมายด์

จอห์น วิญญู : แล้วนางบาปนี่เป็นละคร feel ไหนครับเนี่ย

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ทุกคนจะชอบคิดว่าเป็นพีเรียด แต่จริงๆ ไม่ใช่พี่ เป็นละครสมัยใหม่นี่ล่ะครับ นางบาปเป็นเหมือนคำตราหน้าของนางเอกว่าไปอยู่กับคนไหนเนี่ยก็ทำให้คู่รักเขาล่มหมด อะไรอย่างนี้

จอห์น วิญญู : คือยังไงครับ

ฌอห์ณ จินดาโชติ : เป็นมือที่สามครับ อย่างผมในบทคือมีภรรยาอยู่แล้ว แต่งงานแล้ว

จอห์น วิญญู : คุณเล่นเป็นคนมีภรรยาแล้ว

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ครับ

จอห์น วิญญู : อั้ยย่ะ

ฌอห์ณ จินดาโชติ : สามคน

จอห์น วิญญู : โหสุดยอดอ่ะ คุณรู้สึกสบายกับบทนี้มั้ย รู้สึกชินมั้ย

ฌอห์ณ จินดาโชติ : จริงๆ มันก็เป็นเรื่องที่แปลกดี ผมเข้าใจว่าผู้ชายทุกคนมันจะมีอารามณ์ที่ว่าอยากบริหารเสน่ห์ แต่มันต้องมีใครคนนึงที่ว่าเราอยากใช้ชีวิตอยู่กับเขาตลอดไป นั่นคือความต้องการของพระเอก รักใครไปบ้างก็ไม่รู้ แต่สุดท้ายแล้วก็อยากจะใช้ชีวิตตอนจบกับนางเอก

จอห์น วิญญู : คุณพูดถึงการเจอคนที่ใช่ คนที่หยุด แล้วตอนนี้คุณเจอแล้วหรือยัง?

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ยังครับ

จอห์น วิญญู : ทำไมคุณตอบไวอย่างนั้นล่ะ ยังกับเตรียมมาเลย

ฌอห์ณ จินดาโชติ : อ๋อฮะ ทำการบ้านมาก่อนแล้ว คือด้วยวัยผมจะมีคนให้เรียนรู้ ให้สนิทมีมั้ย มันก็ต้องมาอยู่แล้ว

จอห์น วิญญู : ใครๆๆๆ

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ก็หลายๆ คน

จอห์น วิญญู : ฮ่าๆๆ หลายคนด้วย เฮ้ยนี่คุณรับบทเหมือนในนางบาป

ฌอห์ณ จินดาโชติ : เดี๋ยวพี่ แล้วเอาผมมาออกรายการแล้วมาทำร้ายผมอ่ะ คือตอนนี้ผมมีเพื่อนสนิทค่อนข้างที่จะหลายคน

จอห์น วิญญู : เอาอีกและ ใช้คำนี้อีกและ

ฌอห์ณ จินดาโชติ : จริงจริ๊ง เพศชายก็มีเพศหญิงก็มี

จอห์น วิญญู : นี่คุณตามเทรนด์มากเลยน่ะเนี่ย

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ไม่ช่าย ไม่ได้เป็นแบบไบเซ็กซ์ช่วล ผมว่าคุณแม่ผมรับไม่ได้ ขอเดินทางสายนี้ก่อน ถามว่าผมโสดมั้ย โสดครับ

จอห์น วิญญู : แล้วมีคนคุยบ้างมั้ย

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ถามว่าผมโสดมั้ย โสดครับ ถามว่าคนที่สนิทมั้ย มันก็มีบ้าง มันมีอยู่แล้ว

จอห์น วิญญู : แล้วมีโอกาสจะได้รู้มั้ยว่าใครเป็นใคร

ฌอห์ณ จินดาโชติ : เมื่อถึงเวลาที่ต้องชัดเจนก็จะชัดเจนครับ

จอห์น วิญญู : อ้าวโอเค วันนี้เรามาคุยเรื่องหนังสือ หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า Present Perfect เพราะวันนี้ดีที่สุดแล้ว เล่มนี้นั่นเองฮะ คุณโหน่ง วงศ์ทนงเค้าการันตีว่าหนังสือเล่มนี้แบบสุดยอดมาก ต้องให้ติดตามกัน มันเป็นหนังสือสอนภาษาอังกฤษหรือว่าอะไรฮะ

ฌอห์ณ จินดาโชติ : หลายๆ คนชอบเข้าใจผิดว่าเป็นหนังสือสอนภาษาอังกฤษ สามารถซื้อเอาไว้ให้ลูกอ่านได้ จริงๆ มันไม่ใช่เรื่อง tense เรื่องหลักไวยากรณ์เลย หนังสือเล่มนี้มันจะบอกว่าให้คุณมองในทุกวันที่คุณมีโอกาสที่คุณทำอยู่ให้ดีที่สุดให้มันส่งผลในวันข้างหน้า ในวันพรุ่งนี้ให้ดียิ่งกว่า โดยการใช้วิธีการเขียนแบบเน้นความจริงมากกว่าการให้กำลังใจ พอคุณอ่านจบแล้วจะแบบว่า เฮ้ย มีมุมแบบนี้ที่ดีอยู่ ผมไม่ได้มาเล่าเรื่องตัวเองว่าผมเกิดจากใคร ทุกวันนี้ผมมีดีเพราะอะไร แต่ผมเล่าเรื่องคนรอบตัวที่ดีๆ ที่ผมเห็นอยู่ ที่เค้าเป็นส่วนเติมเต็มในชีวิตเราและที่เราไปเจอเค้าโดยบังเอิญ เอามาเล่าเป็นงานเขียนให้อ่านได้ง่ายที่สุดในเวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง

จอห์น วิญญู : อันนี้เป็นเล่มแรกป่ะครับ

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ครับ เล่มแรกที่เขียนแบบเป็นจริงเป็นจัง

จอห์น วิญญู : การเขียนหนังสือสำหรับคุณมันยากมั้ย

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ยากครับ คือท่านผู้ชมครับในหนังสือของผม ผมให้พี่จอห์นเขียนคำนิยมให้ ผมไม่ได้มาอวยกันเองนะครับ เพราะผมเคารพพี่เขาในฐานะที่เป็นครูหลายๆ อย่าง

จอห์น วิญญู : เป็นครูเลยเหรอครับ ฌอห์ณยิ่งพูด พี่ยิ่งดูแก่ขึ้นทุกวันนะครับ เอาเป็นว่าขอบคุณครับ

ฌอห์ณ จินดาโชติ : สิ่งที่พี่จอห์นพยายามสอนก็คือ งานเขียนเนี่ยทุกคนก็เขียนได้แหละ แต่เขียนให้ดี เขียนแล้วรับผิดชอบต่อจากการตีพิมพ์ นี่เป็นเรื่องที่ยาก เพราะเราต้องรับผิดชอบต่อไปอีกนาน เพราะหนังสือจะอยู่ต่อไปมากกว่าอายุเราด้วยซ้ำ อันเนี้นเป็นเรื่องที่ยากที่เราต้องมี มีความรับผิดชอบกับมัน เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่มีอะไรเป็นเรื่องง่ายบนโลกใบนี้แต่ก็ไม่มีอะไรที่ยากเกินไป

จอห์น วิญญู : ใช้เวลากับหนังสือเล่มนี้ในการเขียนนานเท่าไหร่

ฌอห์ณ จินดาโชติ : จริงๆ ผมเป็นคนที่เขียนใน ig อินสตราแกรมมาเกือบสามปีกว่า 500 เรื่อง แต่ว่าเรื่องเนี้ยผมใช้เวลากว่า 9 เดือนที่เอามาเรียบเรียงและเขียนใหม่

จอห์น วิญญู : คือคุณเองเป็นคนที่ชอบสังเกตเรื่องราวที่มันเกิดขึ้นรอบๆ ตัว แม้กระทั่งสังเกตคนที่อยู่รอบข้าง มันเป็นนิสัยของคุณอยู่แล้วหรือเปล่าที่ชอบ

ฌอห์ณ จินดาโชติ : น่าจะเป็นอย่างนั้นเพราะถูกเลี้ยงมาด้วยผู้หญิง หมายถึง คุณแม่กับคุณพลอย

จอห์น วิญญู : เพราะฉะนั้นเลยมีมุมมองที่ละเอียดกว่าผู้ชายทั่วไป

ฌอห์ณ จินดาโชติ : มากกว่าผู้ชายสอน เพราะผู้หญิงเป็นเพศที่ปากกับใจไม่ตรงกัน สมมุติถ้าเค้าถามว่า ชั้นอ้วนมั้ย ถ้าเราตอบว่า ชั้นว่าเธออ้วนนะ เค้าก็จะรับไม่ได้ เค้าต้องการให้เราเอาใจเค้าว่า ไม่อ้วนหรอก ดูดีอยู่แล้ว แต่ทั้งๆ ที่จริงๆ อาจจะเป็นอย่างนั้นแล้วก็ได้ ฉะนั้นเราต้องเป็นคนที่ถนอมคำพูดหรือใส่ใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของการเปลี่ยนแปลงของเขาให้ไวมากกว่าทั่วไป อย่างเวลาผมไปต่างประเทศกับพี่
จอห์น ก็จะรู้ Personality ของพี่จอห์นว่าเป็นคนตื่นเวลาไหน ฟังเพลงอะไร เฮฟวี่เมทัล หรืออะไรอย่างเงี้ย ก็จะรู้ว่าเป็นคนแบบนี้ เที่ยวแบบไหน หมายถึงว่าเป็นคนชอบธรรมชาติ

จอห์น วิญญู : แหม กลัวมากเลยครับ กลัวว่าเทปนี้เนี่ย เมียจะดู

ฌอห์ณ จินดาโชติ : เราก็เลยรู้ เราก็เลยใส่ใจ บางทีไดอะล็อคบางอย่าง เขาไม่ได้พูดกับเรา เขาพูดกับคนรอบตัว สิ่งที่เขาแสดงออก เราได้ยิน เราได้เห็น ก็เก็บมา มากลั่นกรองใหม่

จอห์น วิญญู : คิดว่าคนที่อ่านเล่มนี้ เขาจะได้อะไร คือเป็นวัยรุ่นที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้หรือว่าผู้ใหญ่แล้วก็สามารถอ่านได้ จริงๆ ทาร์เก็ตของคนที่น่าจะเป็นแฟนของหนังสือเล่มนี้หรืองานเขียนของคุณน่าจะเป็นวัยไหนเท่าที่คุณสัมผัสมา

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ก็น่าจะเป็นช่วงมัธยมปลายไปจนถึงวัยทำงานออฟฟิศ แต่ความต้องการที่ผมเขียนคั้งแต่แรก ผมเรียงเรื่องของผมตั้งแต่เด็กยาวไปจนถึงรุ่นคุณปู่คุณย่าที่เอาเรื่องราวเขามาเขียน หนังสือเล่มนี้มันคือ ท ทหาร มันคือเรตทั่วไป เราอยากให้มีความรู้สึกว่า ปู่สอนหลาน หลานสอนปู่ก็ได้ คือมันไม่ได้จำกัด มันมีเรื่องของความเป็นพ่อเป็นแม่ สัจธรรมมนุษย์คนที่บวชเรียนมา มาเล่า ฉะนั้นมันจึงง่ายมากที่คนจะเข้าใจ ผมว่าอย่างงั้นนะ

จอห์น วิญญู : อันนี้เป็นหนังสือในเครือของ a day ใช่ไหมครับ เป็นไงกับการทำงานของ a day

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ผมภูมิใจมากที่ได้ทำงานกับบ้านนี้ครับ เวลาเราเลือกสำนักพิมพ์ มันก็เหมือนเราเลือกบ้านที่เราจะอยู่ อยู่แล้วไม่มีใครอยากย้ายออก อยู่แล้วเราอยากจะโตไปพร้อมเขา เอ่อ ผมได้คุยกับพี่โหน่ง วงศ์ทนงจริงๆ จังๆ คือในงานแต่งงานของพี่จอห์น โดยที่ผมเข้าไปบอกเขาว่า พี่ ผมได้เข้าไปอยู่ a day แล้ว พี่เขาก็บอกว่า เขาจะติดตามงานเขียนของเรา แล้วเขาก็มาเขียนคำนิยมให้หนังสือของผมด้วย คือทาง a day เขาจะมีสโลแกนว่า เขาไม่ใช่ทางสายแมสหรือ public แนวศิลปินดาราหรือตีแผ่ชีวิตดารา

จอห์น วิญญู : พาร์ทบันเทิงไม่เท่าไหร่ แต่งานเขียนนี่แมส

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ครับงานเขียนเขาแมส แล้วเขารู้สึกว่าเขาจะมีขอบเขตกับการที่ศิลปินดาราจะมาร่วมฟีเจอริ่งกับงานของเขา แต่วันนึงเราเข้าไปมากกว่า เข้าไปถึงตัวในบ้านเค้าแล้วเนี่ย รู้สึกได้ว่า เฮ้ย เราไม่ใช่ศิลปินดารา เป็นแค่คนที่ชอบตัวอักษร ชอบการเขียน

จอห์น วิญญู : คือหมายความว่าเขาทรีตเราแบบเป็นนักเขียนเลย

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ใช่ครับคือสอนเราให้เราทำทุกอย่างด้วยตัวของเราเอง เราต้องไป Proof เราต้องไปเลือกเนื้อกระดาษ เราต้องวางเลย์เอาท์เอง เราต้องตรวจคำผิดเอง

จอห์น วิญญู : จริงเหรอ ต้องขนาดนั้นเลยเหรอ เขาอยากลด cost หรือเปล่า

ฌอห์ณ จินดาโชติ : (ขำ) อาจจะเป็นไปได้ คือผมว่าเขาต้องการจะปลูกฝังว่า งานของคุณ คุณจะรักมัน เมื่อคุณเสียเหงื่อไปกับมัน

จอห์น วิญญู : ต้องลงทุนลงแรงไปกับมันนั่นเอง แล้วภาพประกอบนี่มันเยอะมาก นี่คือคุณต้องหาเวลาไปถ่าย หรือว่ามันมาจาก ig ของคุณหรือการที่คุณเดินทางไปในที่ต่างๆ

ฌอห์ณ จินดาโชติ : มันมาจากการที่ได้ไปฟีเจอริ่งกับเพื่อนฮะ ก็คือผ้าป่าน สิริมา น้องของเจ๊แพร สตรอเบอรี่ชีสเค้ก ถ้าใครได้รู้จักเธอจะรู้เลยว่าเขามีศาสตร์ในการถ่ายภาพขาวดำ เขาถ่ายเก่งมาก แล้วทางทีมงาน a day บอกว่าหามาหนึ่งคนซิ ซึ่งจริงๆ ทางเขาเองก็มีอยู่แล้ว เขาสามารถหาตากล้องอิสระมาให้เราได้ ผมก็บอกว่า ไม่ๆ หนังสือเล่มนี้มันคือหนังสือความฝันของเด็กรุ่นใหม่ที่อยากจะต่อยอด เราอยากจะหาพื้นที่ให้กับเพื่อนของเรา ให้เค้าได้โชว์ฝีมือของเค้า ผมก็คุยกับเค้าว่า เฮ้ยเธอมาลองกันมั้ย โจทย์ของผมก็คือ เธอถ่ายชั้นเขียน กับชั้นเขียนแล้วส่งไปให้เธอถ่าย

จอห์น วิญญู : เพราะฉะนั้น เล่มนี้ก็ถือเป็นผลงานของคุณผ้าป่านเขาด้วย

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ใช่ครับต้องให้เครดิตเขาด้วย

จอห์น วิญญู : ครับหนังสือ present perfect นี้มีอะไรให้ติดตามเยอะมากๆ เลยนะครับ ได้ข่าวว่าได้รับกระแสตอบรับที่ดีด้วยในสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมา ทีนี้กลับมาในเรื่องชีวิตคุณนั่นแหละ ซึ่งมันก็จะนำพาไปสู่เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้นะครับ จากข้อมูลที่ได้รู้มาเนี่ย วัยเด็กของคุณนี่มันน่าสนใจมาก ก็คือคุณเนี่ยไปอเมริกาทุกซัมเมอร์

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ผมเกิดที่อเมริกาและถูกเลี้ยงดูที่นั่นจนถึงประมาณแปดเก้าขวบ

จอห์น วิญญู : แล้วพอมาอยู่เมืองไทยแล้วคุณต้องกลับไปอเมริกาทุกซัมเมอร์ เพื่อ?

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ไปทำงานพาร์ทไทม์ครับ

จอห์น วิญญู : ซึ่งตอนนั้นอายุประมาณเท่าไหร่

ฌอห์ณ จินดาโชติ : 13 ครับ

จอห์น วิญญู : 13 ก็ต้องไปทำงานพาร์ทไทม์แล้วเหรอ

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ครับ คือถ้าอายุ 13 - 15 เนี่ย พ่อแม่หลายๆ คนจะแบบว่าให้ลูกเทคคอร์สเรียนซัมเมอร์ เรียนพิเศษ ให้ลูกเรียนจะได้แบบ ไม่ว่าง ไปเรียนว่ายน้ำ เปียโน

จอห์น วิญญู : เข้าแคมป์ฟุตบอล

ฌอห์ณ จินดาโชติ : อะไรแบบเนี้ย แต่แม่ผมไม่ มีกฎว่า วางแคชเชียร์เช็คให้สามหมื่นบาทไปอเมริกา ทำยังไงก็ได้ให้เงินมันกลับมามากกว่าเดิม

จอห์น วิญญู : แล้วระยะเวลา 1 ซัมเมอร์นี่มันประมาณเท่าหร่

ฌอห์ณ จินดาโชติ : 3 เดือนครับ

จอห์น วิญญู : แล้วก็ให้คุณใช้เงินทั้งหมดในสามเดือนนั้นให้พอ

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ใช่ สามหมื่นบาทก็ตกเดือนละหมื่น ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่ได้ ฉะนั้นถ้าเราอยู่ไม่ได้เราก็ต้องทำงาน ทำอะไรก็ได้ที่เป็นงานที่เราพอทำได้

จอห์น วิญญู : ซึ่งเค้ารับมั้ยฮะ เด็กอายุ 13 ปีให้เข้าไปทำงานน่ะ

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ผม ด้วยความที่ผมเป็น US พาสสปอร์ตและมันเป็นซิติเซ่นอยู่แล้ว และอีกอย่างคือในทุกชุมชนในทุกรัฐเค้าจะมีไทยทาวน์

จอห์น วิญญู : ชุมชนคนไทยว่างั้นดีกว่า

ฌอห์ณ จินดาโชติ : หรือร้านที่มีแบบพาร์ทไทม์จ๊อบ ให้เงินค่าขนมนิดๆ หน่อยๆ ให้ค่าแรงเล็กน้อย เขามีรับอยู่แล้ว

จอห์น วิญญู : แล้วที่ไปทำมานั้นมีอะไรบ้าง

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ทุกอย่างฮะ

จอห์น วิญญู : ขอตัวอย่างหน่อย เอาให้คนดูได้นึกภาพออกหน่อยครับ

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ผมเป็นพนักงานใส่ชุดมาสคอต

จอห์น วิญญู : แจกใบปลิวอะไรเงี้ยเหรอ

ฌอห์ณ จินดาโชติ : แจกใบปลิวตามซิกแฟลก ตามดิสนี่ย์แลนด์ หรือเป็นพนักงานบล็อกบัสเตอร์ พนักงานกรอเทป เวลามีคนมาคืน แล้วเค้าจะหย่อนวีดีโอไว้ให้ สมมุติเรื่อง Sleepy Hollow เรื่องอะไรก็แล้วแต่ก็เอาไปกรอ แอ๊ดดด แล้วก็ไปเก็บไว้ที่ category ตัว s ส่วนตอนเช้าก็ไปส่งน้ำดื่ม น้ำอัดลมสีดำ ช่วงตกเย็นก็ทำงานร้านอาหารบับบ้ากัมพ์เป็นเด็กเสิร์ฟ คือวันนึงทำเกือบสี่จ๊อบครับ

จอห์น วิญญู : วันนึงคุณทำแต่งาน พอจะบอกได้มั้ยครับว่าระยะเวลาตั้งแต่เช้าจนเย็นเนี่ยประมาณไหนกี่โมงถึงกี่โมง

ฌอห์ณ จินดาโชติ : หกโมงเช้าถึงประมาณสามถึงสี่ทุ่มครับ ก็คือหกโมงเช้าถึงสิบโมงส่งน้ำดื่ม เสร็จแล้ววิ่งไปต่อเลยไปใส่มาสคอต เสร็จเที่ยงพักกินข้าวทำต่อจนถึงบ่ายโมงถึงบ่ายสองก็ไปทำงานเสิร์ฟที่ร้านอาหาร เสร็จหัวค่ำก็ไปทำงานที่บล็อกบัสเตอร์

จอห์น วิญญู : โหลากยาวถึงสี่ทุ่ม นี่มันดูว่าต้องทำงานหนักมาก ทำกี่วันต่อสัปดาห์

ฌอห์ณ จินดาโชติ : หกวันต่อสัปดาห์ครับ

จอห์น วิญญู : ถามจริง คุณไปตั้งแต่อายุ 13 มีงอนแม่มั้ย

ฌอห์ณ จินดาโชติ : โกรธมาก ผมเชื่อว่าเด็กทุกคนเนี่ย พอคิดว่าได้ไปแบบนี้คือไปเที่ยวดิสนี่ย์แลนด์ ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอหรืออะไรก็แล้วแต่ แล้วอันนี้คืออะไรอ่ะ ไปทำงานใส่ชุดมาสคอตอะไรก็ไม่รู้ แล้วก็โห บ้านเราก็ไม่ได้เดือดร้อนขนาดนั้นนะ อย่างกะแบบเรฟูจี ไม่ใช่ผู้ลี้ภัยอะไรขนาดนั้นซะหน่อย แล้วเค้าก็มีกฎว่า โทรมาได้เมื่อมีเหตุการณ์รุนแรงหรือตกเครื่องบินเท่านั้น เขาถึงจะช่วยให้กลับมา

จอห์น วิญญู : หูยแม่คุณโหดมาก

ฌอห์ณ จินดาโชติ : คร๊าบ โหดมาก ทุกวันนี้ก็ยังโหดอยู่ ช่วงสองเดือนแรกไม่เข้าใจเลย ร้องไห้หนักมาก คุยกับเพื่อนว่าเรามาทำอะไร แต่พอวันที่กลับมาลงที่ดอนเมือง สมัยนั้นยังเป็นดอนเมือง รู้สึกได้เลยว่าชีวิตเปลี่ยน ก้าวขาแรกที่รองเท้าผ้าใบเราเหยียบ ป้าบ รู้สึกเลยชีวิตเปลี่ยน แอตติจูดเราพลิกจากหน้ามือ ไปโรงเรียนเปิดเทอมวันรุ่งขึ้น คุยกันคนละเรื่องกับเพื่อนเลย เพื่อนคุยว่าไอ้นี่มันไปซื้อเกมกด แต่เรานี่แบบ เฮ้ย เราไปสู้มา ชีวิตผมได้เรียนรู้ว่า ถ้าคุณอยากได้อะไรคุณต้องทำ อย่าขอ อย่าแบมือขอ ไม่มีใครประสบความสำเร็จด้วยการแบบมือขอใครหรอก

จอห์น วิญญู :  คุณทำอย่างนั้นอยู่กี่ปี

ฌอห์ณ จินดาโชติ : เกือบสี่ปีครับ

จอห์น วิญญู : แล้วเป็นไง พอทำงานหนักๆ แบบนั้นมา หกวันต่อสัปดาห์ ทุกซัมเมอร์ แล้วคุณมีโอกาสได้ทำงานวงการบันเทิงเป็นพิธีกร ดารา นักแสดง เปรียบเทียบกันแล้วเป็นไงบ้าง

ฌอห์ณ จินดาโชติ : คนละเรื่องเลย ค่าเหนื่อยของเราคิดเป็นชั่วโมงแล้วเนี่ยคือเท่ากับเดือนกว่าของผมที่ทำตอนพาร์ทไทม์ เราเลยรู้สึกภูมิใจกับโอกาสที่เราได้ทุกวันนี้

จอห์น วิญญู : ต่างประเทศถ้าจะทำงานตั้งแต่เด็กอย่างเนี้ยมันทำได้ แต่เมืองไทยเหมือนไม่ค่อยมี

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ก็ทำได้แหละ

จอห์น วิญญู : ก็มีเห็นบ้างเด็กมัธยมทำงานตามร้านสุกี้ คุณรู้สึกยังไงกับน้องพวกนี้

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ทุกครั้งที่ผมเห็นเด็กเสิร์ฟหรือน้องพนักงานพวกเนี้ย ผมชอบที่จะมองหน้าเขามากๆ ผมให้เกียรติเขามากๆ ฝรั่งเขาจะมีค่านิยมกันว่าคนที่จ่ายภาษีหรือคนที่ทำงาน นั่นเป็นคนที่มีคุณภาพมากกว่าคนที่ who you stay with your mom คือใครที่อยู่กับแม่น่ะ เป็นเรื่องที่เหว่อออ ยังอยู่กับแม่เหรอ ไม่ได้เท่ห์เลย ทุกวันนี้เราขับรถยุโรป ซื้อของแบรนด์เนมจากเงินของพ่อแม่ มันไม่ได้เท่ห์เลย จะแบบเก็บไปเหอะ แต่พอเราเห็นน้องๆ พวกนี้ทำงานแล้วเรา เฮ้ยพวกนี้สุดว่ะ เขาเอาเวลาต่อความฝันตัวเองคือการศึกษา และก็เอาเวลาเหล่านี้ทำงานมาต่อทุนชีวิตตัวเองเป็นรายได้ แต่คนส่วนใหญ่จะมองว่า โหย เงินไม่พออ่ะเด่ะ คนพวกนี้เขาควอลิตี้ดีกว่าพวกเราอีกด้วยซ้ำ น่าเทิดทูนเขานะ

จอห์น วิญญู : คือคุณก็สัมผัสมาแล้วว่างานแบบนี้มันเหนื่อยขนาดไหน คุณก็เลยให้เกียรติพวกเขา

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ครับ

จอห์น วิญญู : อีกหนึ่งคำถามก็แล้วกัน ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้างกับการที่ได้เป็นคุณน้า

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ก็เห่อแหละครับ ผมว่าเราทุกคนก็เป็น โดยเฉพาะผู้ชาย และเราจะไม่รู้ตัวเองหรอกว่า เรามีความอ่อนโยนแค่ไหน เมื่อเรามีทายาทหรือคนที่มีเลือดแบบเราไปอยู่ในตัว ผมก็เป็น ผมว่าพี่ จอห์นก็เป็น ผมดู ig พี่นี่ค่อนข้างจะเห่อลูกเลยนะ

จอห์น วิญญู : โคตรเห่อเลยเนอะ

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ผมว่าเด็กเค้าจะมีความน่าหลงเสน่ห์ของเขาบางอย่าง เวลาผมเห็นหลานตัวเอง มันเหมือนกับเห็นพี่สาวตัวเองในวัยเด็ก แล้วเรารู้สึกว่า เรารักพี่เราแค่ไหน เรารักหลานเรามากกว่าอีก เพราะเค้าเป็นผ้าขาว เขาจะเป็นคนดีได้ก็ด้วยการสอนการเลี้ยงดูของพี่สาว ของตัวเรา ของแม่ของเราและครอบครัวเค้า ฉะนั้นยังไงก็ผมเชื่อว่าทุกคนที่มีครอบครัว มีหลาน มีลูกเนี่ย ยังไงก็หลง ยังไงก็รัก รักอาจจะมากกว่ารักตัวเราเองซะอีก

จอห์น วิญญู : รอดูแล้วกันนะครับว่าหนุ่มคนนี้ มีหลานแล้ว จะมีลูกเมื่อไหร่ก็ต้องรอดูกันนะครับ

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ฮ่าๆๆ

จอห์น วิญญู : ยังไงก็ขอบคุณนะครับคุณฌอห์ณ จินดาโชติ ครับ

ฌอห์ณ จินดาโชติ : ครับขอบคุณมากครับพี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฌอห์ณ ผู้ชายในฝันเป็นสามีแห่งชาติไปละ จิ้น! เอสเธอร์ คนเชียร์ให้จริงจนหมากยังแซว

เอสเธอร์ชม ฌอห์ณ น่ารัก ปล่อยโอกาสพัฒนาเป็นเรื่องอนาคต



บทความแนะนำ

10 ข้อเสียของการไม่มีแฟน 10 สิ่งที่มิวสิควิดีโอต้องมี 12 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับพายุ 13 เมืองอาถรรพ์ 20 ธุรกิจเพี้ยนรอบโลก 4 โรคทางประสาทน่ารู้ 8 กีฬาช่วยเพิ่มความสูง 9 วิธีบำรุงตับ


ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ


No comments:

Post a Comment