วิสามัญเมือง สิทธิเขตต์ ช่างภาพนู้ดมากประสบการณ์

     

งานศิลปะมักจะสื่อสารผ่าน ‘อารมณ์ ความรู้สึก ณ ตอนนั้น’ หรือ ‘ประสบการณ์’ ที่หล่อหลอมตัวศิลปินคนนั้นๆ ขึ้นมา... แล้วภาพถ่ายของคุณเป็นเช่นนั้นด้วยหรือเปล่า?
ผมจะแยกงานของผมออกเป็นสองสถานะด้วยกัน คืออย่างแรกทำไปเพื่อหล่อเลี้ยงชีพ ส่วนอย่างหลังทำไปเพื่อหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ งานหล่อเลี้ยงชีพผมจะทำตามความปรารถนาของลูกค้าเป็นหลัก จึงต้องเอากิเลสของลูกค้าเป็นตัวตั้ง ส่วนงานที่ทำเพื่อหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณแล้วเอาไปจัดนิทรรศการผมจะเอากิเลสส่วนตนเป็นตัวตั้งผลงานภาพถ่ายล่าสุดของผมในชุด “Red Gun Sarkhan Country” (เรดกัน สารขัน คันทรี) ได้ตอบโจทย์ชีวิตงานและความใฝ่ฝันของผมได้อย่างบริบูรณ์ที่สุด

จุดเริ่มต้นในการเดินถนนสายนี้ อยู่ที่ตรงไหน?
ผมชอบวาดรูปตั้งแต่วัยเด็กเหมือนกับพี่ชายทั้งสองคนของผมที่เป็นนักวาดภาพตัวฉกาจ พ่อของผมเป็นหมอและชอบถ่ายรูปมากๆ ท่านเสียชีวิตไปตอนผมอายุสิบเอ็ดปี หลังจากพ่อของผมเสียชีวิตไป ผมชอบแอบเอาภาพถ่ายของพ่อมาดู ส่วนใหญ่เป็นภาพที่บันทึกการเดินทางระหว่างการไปทำงานของพ่อ ทุกที่ทุกสถานที่พ่อไป ผมชอบดูและชอบอ่านคำบรรยายใต้ภาพที่พ่อผมจะเขียนบันทึกไว้ใต้ภาพทุกใบและภาพเหล่านั้นมันได้ซึมซ่านเข้าไปในตัวผมตั้งแต่วัยเด็กปี พ.ศ. 2522 ผมมาเรียนศิลปะที่วิทยาลัยช่างศิลป กรมศิลปากร ผมได้วาดรูปขายและส่งตัวเองเรียนไปด้วยและผมก็เก็บเงินจากการวาดรูปขายจนซื้อกล้อง NIKON FM ได้หนึ่งตัวหลังจากนั้นไม่นานเพื่อนผมก็พาแฟนของเขามาเป็นแบบให้ผมถ่ายภาพเปลือย ผมจึงกลายเป็นนักถ่ายภาพเปลือยจากวันนั้นจนมาถึงวันนี้

สไตล์การทำงานของคุณเป็นยังไง?
ไม่มีพิธีรีตองอะไรเลย แต่ระหว่างการทำงานขอบุหรี่ เบียร์ และเสียงดนตรีเพื่อกล่อมเกลาให้ผมได้เกิดจินตนาการก็เพียงพอแล้ว

ศิลปินบางท่านใช้ศิลปะในการสะท้อนสังคม, การเมือง, ตัวตนหรืออะไรก็ตามแต่... แล้วงานของคุณล่ะ?
งานภาพเปลือยที่เคยจัดนิทรรศการชุดก่อนๆ ของผม มักจะเน้นโชว์แสงเงา เรือนร่างและอารมณ์ของแบบเป็นหลัก โดยผ่านมุมมองและจิตปรุงแต่งของผม ที่อุดมไปด้วยมายาฝังอยู่งานมันจึงไม่แตกต่างอะไรไปจากผลงานภาพถ่ายของนักถ่ายภาพเปลือยบนโลกใบนี้นักหรอก แต่ผลงานล่าสุดของผมในชุด “Red Gun Sarkhan Country” เป็นภาพเปลือยสุดโต่งของผม ที่ต้องการเปลือยความทุกข์ และเปลือยความรุนแรงออกมา เพราะมันมีอยู่จริงเกิดขึ้นจริงและดำรงอยู่จริงในบ้านนี้เมืองนี้ มันเป็นงานที่หลุดออกไปจากมายาและจิตปรุงแต่งอย่างที่ผมเคยเป็น

งานคุณเสียดสี แล้วตัวตนคุณล่ะ?
ผมเป็นคนที่ขากถุยให้กับสังคมจอมปลอม ตอแหล หน้าไหว้หลังหลอกปากชอบพร่ำถึงแต่ศีลธรรมแต่มือก็ชอบลูบคลำโยนีมาตั้งแต่วัยรุ่นแล้ว จวบจนมาถึงทุกวันนี้ผมก็ยังขากถุยให้กับมันอยู่รู้มาว่าคุณชอบทำงานคนเดียว...เมื่อก่อนก็พอมีลูกน้องอยู่บ้างแต่ละคนก็มีหน้าที่แตกต่างกันไปพอทำไปนานๆ ผมรู้สึกว่าตัวเองโง่ขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ไม่มีลูกน้องแล้วผมทำงานคนเดียวทุกหน้าที่ มีสมาธิดีมีปัญหาโน่นนี่นั่นก็จัดการเองหมดรู้สึกได้ทันทีว่าตัวเองฉลาดขึ้นมาหน่อย

เวลาว่างจากการถ่ายภาพนู้ดคุณมักจะทำอะไร?
นอนหลับพักผ่อนให้มากที่สุด แต่ถ้าวันไหนพอมีเรี่ยวแรง ผมจะเหน็บกล้องคอมแพ็ค เดินบ้างขึ้นรถเมล์บ้างถ่ายรูปเล่นไปเรื่อยเปื่อยทั่วกรุงเทพฯ

3 ปีที่คุณเปิดสตูดิโอมา คุณถ่ายนู้ดและพอร์เทรตทุกวัน คุณเอาแรงบันดาลใจจากที่ไหนมาถ่ายรูปทุกวัน?
ไม่ต้องหาแรงบันดาลใจจากไหนเลยเพราะมันเป็นงานที่ผมชอบและเป็นงานที่ผมรัก พลังมันก็เอ่อล้นออกมาเอง

อย่างผู้หญิงกลางคืนส่วนใหญ่เข้ามาถ่ายนู้ดเพื่ออะไร?
ผมมีอาชีพรับจ้างถ่ายภาพพอร์เทรตและภาพเปลือยให้กับบุคคลทั่วไป ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะเป็นผู้หญิงกลางวันหรือผู้หญิงกลางคืน ผู้ชายก็มี ทอม ดี้ เกย์ตุ๊ด เลสเบี้ยน ไบฯ จนไปถึงชาวต่างชาติก็ไม่น้อย จุดประสงค์พวกเขาจึงแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่ก็ถ่ายเพื่อทำโพรไฟล์ เอาขึ้นโชว์ในเว็บไซต์ก็มีเก็บไว้ดูตอนแก่ก็มี ส่งไปให้แฟนที่อยู่ต่างประเทศก็มี หรืออยากเห็นรูปร่างตัวเองแบบเปลือยเปล่าโดยผ่านมุมมองของช่างภาพนู้ดมืออาชีพอย่างผมก็มี

งานในชุด RED GUN โมเดลก็เป็นแม่ค้าหรือชาวบ้าน?
ทอม ดี้ เกย์ ตุ๊ด บุรุษ สตรี อำมาตย์ โสเภณี ไปจนถึง ไพร่ กระฎุมพี ล้วนคือโมเดลที่มีอยู่ในชุด RED GUN ทั้งสิ้น สำหรับผมแล้วใครก็ได้เมื่อเปลื้องผ้าออก ทุกคนจะเท่ากัน ทุกคนต่างอยู่ในวรรณะเดียวกันสถานะเดียวกัน สิ่งนั้นเรียกว่าทุกข์มันเป็นคอนเซ็ปต์ในงานชุด RED GUN

แต่ละวันที่คุณถ่ายนู้ด คุณจะต้องคิดคอนเซ็ปต์ใหม่ทุกวันเลยหรือเปล่า?
ผมเดาไม่ออกหรอกว่า แต่ละวันจะเจอลูกค้าแบบไหน ประเภทไหนอารมณ์แบบไหน บางคนเมามาก็มีเพื่อจะได้กล้าเปลื้องผ้าให้ผมถ่ายภาพนู้ดผมชอบแก้ปัญหาหน้างานมากกว่าจึงไม่มีการวางแผนล่วงหน้าอะไรเลย

จุดเริ่มต้นกับทุกวันนี้ของวงการนู้ด
บ้านเรา?
ไม่มีใครทำนู้ดอาร์ตจริงจัง เพราะมันมีต้นทุน คุณจะไปหาแบบจากที่ไหนมาแก้ผ้าให้คุณถ่ายรูปกันล่ะ ส่วนใหญ่ที่ทำกันจะเป็นงานกึ่งนู้ดหรือนู้ดเทียมหาดูได้ตามแผงหนังสือ ที่เน้นขายตัวโมเดลเป็นหลักโดยเจ้าของหนังสือเป็นผู้ลงทุน ส่วนงานอาร์ตก็พอมีบ้างเล็กๆ น้อยๆ ในกลุ่มคนทำงานศิลปะจริงๆ เพราะพวกเขามีแนวคิดและมีความสุขกับมัน พอหาดูได้ตามหอศิลป์

อะไรที่ทำให้คุณอยู่กับนู้ดได้ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้?
มันเป็นเนื้อคู่กัน มันคือรักแท้จึงไม่มีวันที่ผมจะหย่าร้างกับมัน

อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดในการเป็นช่างภาพนู้ด?
ต้องเปลือยตัวตนของเราออกมาให้ล่อนจ้อนเสียก่อน เราจึงจะเข้าใจถึงภาพอันเปลือยเปล่าที่เรากำลังเผชิญอยู่ ณ ยังเบื้องหน้านั้น

คุณก็รู้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่งานศิลปะเติบโตได้ยาก... คุณมีมุมมองหรือความคาดหวังอะไรต่อวงการศิลปะนู้ดในเมืองไทยในอนาคตบ้าง?
คนในประเทศนี้ไม่ชอบดูงานศิลปะพวกเขาชอบดูตลก ดูเกมโชว์ ดูโคโยตี้ ดูมอเตอร์โชว์ ดูคลิปวิดีโอ และดูซีรีส์เกาหลี ส่วนพวกเศรษฐีในเมืองนี้เมื่อเมาไวน์จนได้ที่ พวกเขาก็ชอบดูแต่โยนี ผมจึงไม่ได้คาดหวังอะไรเลย

ครั้งที่แล้ว เราถามคุณเกี่ยวกับการมีอะไรกันระหว่างช่างภาพนู้ดกับนางแบบ..ที่คุณตอบว่า “พระกับสีกายังล่อกันเลย นับประสาอะไรช่างภาพกับนางแบบจะเอากันไม่ได้” มันเป็นเรื่องจริงอย่างที่คุณว่า?
ขอยืนยันคำตอบเดิม

ที่มา FHM


ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ

No comments:

Post a Comment