4 โรคทางประสาทน่ารู้

     

เมื่อปีที่แล้ว มหกรรม Ice-Bucket Challenge เป็นที่นิยมกันไปทั่ว แต่น้อยคนที่จะรู้เบื้องหลังเกี่ยวกับ ALS และกลุ่มของโรคทางเส้นประสาทซึ่งพบได้ในผู้ป่วยจำนวนมากถึง 6 ล้านคนในอเมริกา ในจำนวนนี้ไม่น้อยที่เป็นผู้หญิงอายุน้อย และนี่คือข้อมูลที่คุณควรจะรู้ไว้

น้ำแข็งทั้งหมด รวมถึงโรคของคนดังแห่งฮอลลีวู้ดอย่าง แนนซี่ ไรเดอร์ Nanci Ryder ที่ตกเป็นข่าวเมื่อไม่นานมานี้ ได้จุดประกายความสนใจของผู้คนเกี่ยวกับ ALS หรือ Amyotrophic Lateral Sclerosis โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่ทำลายเซลล์สมอง และไขสันหลัง ทั้งนี้ความคืบหน้าเกี่ยวกับการรักษาโรคร้ายดังกล่าว รวมถึงโรคทำลายเซลล์ประสาทอื่นๆ เช่น ฮันทิงตัน อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน ดูเหมือนจะริบหรี่เต็มที โดยเฉพาะเมื่อพบว่ามีผู้ป่วยอายุน้อยลงเรื่อยๆ ไมเคิล โอคุน (Michael Okun) ผู้อำนวยการศูนย์แพทย์ประจำมูลนิธิพาร์กินสันแห่งชาติ กล่าวว่า “โรคพวกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับคนแก่อีกต่อไป เรายังพบอาาการเหล่านี้ในวัยรุ่น และผู้อยู่ในช่วงอำยุระหว่าง 20-40 ปี” น่าเสียดายที่ปัจจุบันยังไม่สามารถค้นพบวิธีรักษาโรคเหล่านี้ให้หายขาดได้ แต่นักวิทยาศาสตร์ก็พยายามคิดค้นหนทางป้องกันอุปกรณ์วินิจฉัย และวิธีการรักษามาตลอด ในระหว่างนี้การหาปัจจัยเสี่ยงของโรคสามารถทำ ได้ด้วยตัวเอง รวมถึงขั้นตอนต่างๆ ให้คุณนำไปปฏิบัติตามเพื่อตรวจหาอาการของโรคตั้งแต่เนิ่นๆ

โรคประสาทชักกะตุก

=>7,500 คือจำนวนของผู้หญิงอเมริกันที่เป็นโรคนี้

=>ห้าสิบ คือเปอร์เซ็นต์ของความเป็นไปได้ที่ลูกหลานอาจเป็นโรคประสาทชักกระตุก หากพ่อแม่ป่วยเป็นโรคนี้

=>30 - 50 คือช่วงอำยุที่โรคเริ่มออกอาการ

โรคประสาทชักกะตุกคือความผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมทำให้โปรตีนกลายพันธุ์ ส่งผลให้เซลล์สมองเสื่อมซึ่งใช้เวลานานราว 25 ปีกว่าจะออกอาการ ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายความสามารถในกำรสื่อสารลดลงและมีปัญหาทางจิตอย่างอารมณ์รุนแรง บวกกับพฤติกรรมร้ายกาจ

อาการและการวินิจฉัย
ไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อบนใบหน้าหรือแขนขา ร่างกายเคลื่อนไหวไม่สัมพันธ์กัน ซึมเศร้าโมโหร้าย นี่คือสัญญาณอันตรายหากครอบครัวคุณมีประวัติเป็นโรคนี้ กำรตรวจเลือดสามารถบอกได้ว่าคุณเป็นพาหะโรคหรือมีโอกาสเป็นเองหรือไม่

การรักษาและป้องกัน
นักวิจัยกำลังหาทางยับยั้งการกลายพันธุ์ของโปรตีนชนิดหนึ่ง ในที่สุดพวกเขาก็ประสบความสำเร็จ ยาสามารถรักษาการสูญเสียความสามารถในการบังคับการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้ออารมณ์แปรปรวน และภาวะซึมเศร้า ไดอาน่า โรแซส (Diana Rosas) ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคประสาทอันเกิดจากพันธุกรรมแห่งโรงพยาบาลแมซซาชูเซตส์แนะนำว่า การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานสม่ำเสมอ ส่วนคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติจะช่วยชะลอความรุนแรงของโรค ผู้หญิงที่มีความเสี่ยงและคนที่เป็นพาหะของโรคนี้สามารถปกป้องลูกหลานในอนาคตได้ ต้องขอบคุณวิทยาการทางการแพทย์ที่คิดค้นการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ขึ้นมาเพราะหมอสามารถเลือกปลูกถ่ายตัวอ่อนที่ไม่ได้รับดีเอ็นเอโรคนี้

ใช้ชีวิตอย่างไรขณะที่รอ
“ฉันร้องไห้โฮเมื่อรู้ว่ามีโรคนี้แอบซ่อนอยู่ในดีเอ็นเอเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ส่วนหนึ่งก็รู้สึกโล่งใจที่ได้รู้ล่วงนี้ว่าฉันมีโอกาสเป็นโรคนะ แต่อีกส่วนก็กลัวว่าจะมีอะไรรออยู่ภายภาคหน้า ทุกครั้งที่ก้าวสะดุดหรือหลงลืมอะไร ฉันมักคิดว่ามันกำลังมาแล้ว สามปีก่อนฉันเริ่มมีอาการซึมเศร้า ยาต้านโรคซึมเศร้าช่วยชีวิตฉันไว้ แต่พอได้คุยกับคนที่อายุต่ำกว่า 30 ปี หรือมีพ่อแม่เป็นโรคนี้ ก็เริ่มรู้สึกว่ามันไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ตอนนี้คิดแค่ว่า “ฉันก็แค่ซุ่มซ่ามไปหน่อย” ฉันกับสามีวางแผนทำเด็กหลอดแก้วอย่างน้อยลูกก็ไม่ต้องมีความเสี่ยงเหมือนที่ฉันเผชิญอยู่”- ลอเรน โฮลเดอร์, 29 ปี

โรคพาร์กินสัน
=>10 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยโรคนี้มีอายุน้อยกว่า 40 ปี

=>10 ล้านคน คือจำนวนผู้ป่วยโรคนี้ทั่วโลก

=>60k คือจำนวนของผู้ป่วยใหม่ที่เป็นโรคนี้ในแต่ละปี

พาร์กินสันคืออะไร
เซลล์ประสาทภายในสมองที่ผลิตโดปามีนหรือฮอร์โมนแห่งความสุข ซึ่งมีหน้าที่ช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อถูกทำลายไป เมื่อเซลล์ส่วนนี้ตายไปกว่า 80% (อาจใช้เวลายาวนานกว่า 15 ปี) ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการตัวสั่น เคลื่อนไหวร่างกายลำบากเกิดความบกพร่องทางการรับรู้ทั้งนี้ประมำณ 10% ของอาการป่วยในแต่ละรายเกี่ยวข้องกับความบกพร่องของยีนเดี่ยว(อย่างไรก็ตาม ผลตรวจที่ออกมาเป็นบวกก็ยืนยันไม่ได้ว่าคุณจะมีโอกาสเป็นโรคนี้) ส่วนอีก 90% ต้นกำเนิดจากการผสมผสานขององค์ประกอบทางดีเอ็นเอและปัจจัยกระตุ้นทางสภาพแวดล้อม เช่น สมองเสียหายและได้รับสารกำจัดวัชพืชหรือยาฆ่าแมลงเข้าไปในร่างกาย

อาการและการวินิจฉัย
อาการแรกเริ่มของโรคนี้ประกอบไปด้วย อาการซึมเศร้า(เพราะขาดโดปามีน) และอาการกระตุก ปวดหรือตึงกล้ามเนื้อติดต่อกันมายาวนาน ไม่มีการวินิจฉัยโรคใดๆ ยืนยันได้เต็มที่ว่าคุณป่วยเป็นโรคพาร์กินสันหรือไม่ ดังนั้นแพทย์จึงจำเป็นต้องประเมินอาการของผู้ป่วยเป็นระยะ ทดลองให้ยารักษาโรคหลายๆ ตัว อย่างไรก็ดี ไม่ค่อยมีรายงานถึงผู้ป่วยที่มีอาการหนักมาก รวมทั้งวิธีการรักษาในปัจจุบันยังช่วยยืดอายุของผู้ป่วยให้ยืนยาวได้อีกด้วย

การรักษาและป้องกัน
ไดเอ็ตอาจช่วยได้ อย่างเช่นการรับประทานพริก (สีแดงหรือเขียวก็ได้) ช่วยลดควำมเสี่ยงได้ถึง 30% ผลไม้อย่างบลูเบอร์รี่และสตรอว์เบอร์รี่ที่อุดมไปด้วยฟลาโวนอยด์ สามารถลดการเกิดโรคได้ 40% ตามรายงานการวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

เยียวยาด้วยเครื่องมือไฮเทควิธีบำบัดโรคพาร์กินสันเหล่านี้เหมือนจะเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่บางวิธีให้ผลลัพธ์เกินคาดต่อผู้ป่วยจำนวนมาก

> DEEP BRAIN STIMULATION: การฝังแบตเตอรี่ตรงบริเวณสมองที่มีหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหว ช่วยส่งคลื่นไฟฟ้า คอยป้องกันอาการสั่นของกล้ามเนื้อ
> LIFTWARE: ช้อนอัจฉริยะที่อาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่สามารถลดอาการสั่นของร่างกายขณะผู้ป่วยกินอาหาร
> WEARBALES: นักวิจัยกำลังทดสอบนาฬิกาตรวจจับอาการของโรค ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยรักษาตัวเองได้ง่ายขึ้น

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
=>คนคือจำนวนผู้มีโอกาสเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง 2 ใน100,000

=>12,000 คือจำนวนของผู้หญิงในอเมริกันที่เป็นโรคนี้

=>5,000 คือจำนวนคนอเมริกันอายุประมาณ 40-70 ปี ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้


โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงคือ
เซลล์ประสาทสั่งการ (ทำหน้าที่ส่งคำสั่งจากสมองไปยังกระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อ)ทยอยอ่อนแอและตาย จากนั้นก็ค่อยๆ เป็นอัมพาต และระบบหายใจล้มเหลวทีละนิดภายใน5 ปี หลังจากโรคกำเริบ เจฟฟรีย์ รอธสไตน์ (Jeffrey Rothstein)ผู้ก่อตั้งศูนย์วิจัยโรค ALS ในจอห์น ฮอปส์กิน เสริมว่า ผู้ป่วย 90% จบชีวิตลง และอีก 10% มีคนในครอบครัวเคยเป็นโรคนี้

อาการและการวินิจฉัย
สัญญาณเริ่มแรกคือ อาการเมื่อยล้าหรือมือไม่มีแรงจากมือหนึ่งแล้วค่อยๆ ลามไปที่มืออีกข้าง พูดติดๆ ขัดๆ หรือเดินสะดุดยังไม่มีการทดสอบที่สามารถบอกได้ว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่แพทย์ใช้วิธีตัดโรคที่มีอาการคล้ายกันออก เช่น โรคลัยม์

การรักษาและป้องกัน
หมั่นกินผักผลไม้หลากสีสันที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อลดหรือชะลอการเกิดอาการของโรค นอกจากนี้การบริโภคกรดไขมันโอเมก้า-3 ในวอลนัตและเมล็ดแฟล็กซ์ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคนี้ได้ เพราะสามารถลดการอักเสบและสารอนุมูลอิสระซึ่งเป็นตัวการทำลายเซลล์ประสาท อ้อ! บุหรี่ก็เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรค ALS เหมือนกันอย่าประมาทเชียว

น้ำแข็งหนึ่งถังต่อชีวิต
แคมเปญไอซ์บักเก็ตที่เป็นกระแสอยู่ในโลกโซเชียลทำเงินให้กับสมาคม ALS ถึง 115 ล้านเหรียญ เงินเหล่านี้นำไปสนับสนุนหน่วยงานและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการรักษา 3 ทางคือ
> ศูนย์โรเบิร์ต แพ็กกำร์ด สำหรับวิจัยโรค ALS : ศูนย์นี้ดูแลงานวิจัย การทดลองและยารักษาติดตามข้อมูลได้ที่ www.alscenter.org
>ทีมกลีสัน: ผู้ป่วยอัมพาตมีโอกาสเข้าถึงอุปกรณ์ไฮเทคอย่างแท็บเลต โดยใช้การเคลื่อนไหวของลูกตาแทนเม้าส์คอมพิวเตอร์ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.teamgleason.org
> สมาคมโรคกล้ามเนื้อเสื่อม:องค์กรนี้จัดหาโปรแกรมและกลุ่มสนับสนุนสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ที่เป็นโรคเกี่ยวเนื่องกับความผิดปกติของกล้ามเนื้อและระบบประสาทอย่าง ALS ติดตามข้อมูลได้ที่ www.mda.org

โรคอัลไซเมอร์

=>66 คือเปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยที่เป็นผู้หญิง

=>ทุก 67 วินาที คือจำนวนผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่เพิ่มขึ้นในอเมริกา

=>2 ใน 5 คือเปอร์เซ็นต์ของอาการอัลไซเมอร์กำเริบในคนอายุ 40 หรือ 50 ปี


อัลไซเมอร์คืออะไร
นักวิจัยสงสัยว่าโปรตีนผิดปกติที่ก่อให้เกิดการบิดม้วนและเกิดคราบหินปูนระหว่างเซลล์สมอง ซึ่งเป็นตัวกั้นการสื่อสารในบริเวณที่เกี่ยวกับความจำและการเคลื่อนไหวกว่ามันจะแสดงอาการก็ใช้เวลาร่วม 20 ปี เชื่อว่าสาเหตุหลักของโรคนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากกรรมพันธุ์และการใช้ชีวิตทว่าเคสที่เกิดจากกรรมพันธุ์มีเพียง 5% เท่านั้น

อาการและการวินิจฉัย
อาการเริ่มแรกคือ ผู้ป่วยมีพฤติกรรมแยกตัวจากสังคมหลงๆ ลืมๆ และนิสัยเปลี่ยนไปหมอมักใช้วิธีตรวจเลือด หรือไม่ก็จินตนาการและประเมินกระบวนความคิด ผลการวิจัยแสดงว่าอัลไซเมอร์สัมพันธ์กับความเสื่อมของสมอง และสามารถตรวจเจอก่อนที่จะแสดงอาการ 20-30 ปี ศาสตราจารย์ดีน ฮาร์ทเลย์ (Dean Hartley) ผู้ก่อตั้งสมาคมโรคอัลไซเมอร์อธิบาย

การรักษา
หากคุณยังสูบบุหรี่อยู่ เลิกเดี๋ยวนี้ เพราะบุหรี่อยู่เบื้องหลังความเสียหาย 14% ยาบางตัวก็เพิ่มความเสี่ยงได้ การศึกษาล่ำสุดพบว่า การรับประทานยาเบโซไดแอซพีน (Benzodiazepines ที่ใช้คลายเครียด) นาน 3-6 เดือน เพิ่มความเสี่ยงมากถึง 32% ยิ่งกินมาก ก็เสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์มาก นอกจากนี้ความดันเลือดสูงและคอเลสเตอรอลสูงก็ส่งผลเสียเช่นกัน ดังนั้น เลือกกินอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและออกกำลังกายเป็นประจำ ส่วนรายที่มีอาการแล้ว ยาที่หมอสั่งจะชะลอการสูญเสียความจำ ลดความเสี่ยงได้ด้วยการเล่นเกมฝึกสมองอย่าง ครอสเวิร์ดและเกมพัซเซิล

อัลไซเมอร์หรือแค่ขี้ลืมกันแน่
คนเราลืมกันได้แต่ถ้าใครรู้สึกว่ามันเริ่มมากและหนักขึ้นพบแพทย์ด่วน!
ความจำ
ปกติ : ลืมชื่อในเวลาสั้นๆ
ผิดปกติ : คุณเริ่มถามคำถามเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก
ความสับสน
ปกติ : คิดว่าวันนี้เป็นวันอังคารทั้งๆ ที่เป็นวันจันทร์
ผิดปกติ : คิดว่าปาร์ตี้เพิ่งผ่านไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ทั้งๆ ที่มันตั้งแต่เดือนที่แล้วต่างหาก
การพูด
ปกติ : บางคำติดอยู่ที่ลิ้นแต่นึกไม่ออกว่าคืออะไร
ผิดปกติ : มักจะลืมสิ่งที่คิดกลางคันระหว่างบทสนทนำ


ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ

No comments:

Post a Comment