โคโค่ ชาแนล หลายรักเจ้าแม่แฟชั่น

     

ไม่มีใครปฏิเสธว่า โคโค่ ชาแนล" คือดาวในหมู่ดาวของวงการแฟชั่น แต่ก็ไม่มีใครปฏิเสธอีกเช่นกันว่าการที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะผงาดขึ้นมายิ่งใหญ่ได้ถึงขนาดนี้จำเป็นต้องมีมากกว่าพรสวรรค์ "ชาแนล" คงไม่สามารถก้าวขึ้นมายิ่งใหญ่ได้ถึงขนาดนี้ ถ้าไม่เป็นเพราะความช่วยเหลือจากคนรักหลายต่อหลายคน


"โคโค่ ชาแนล" มีชื่อจริงว่า "กาเบรียล บอนเนอร์ ชาแนล" เธอเกิดที่เมืองโซมูร เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ.1883 คนที่เห็นชีวิตเลิศหรูของกาเบรียลจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าสมัยเด็กเธอยากจนขนาดไหน ขณะอายุได้ 6 ขวบ แม่ของกาเบรียลมาด่วนตายจากไป ส่วนบิดาก็ทำตัวเป็นพ่อที่แสนดีหนีหายไปดื้อๆ ทิ้งกาเบรียลและน้องๆ อีก 4 คนไว้ตามลำพัง เธอจึงถูกส่งไปอาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่แคว้นไอแวนญ์ ต้องกัดก้อนเกลือกินอยู่ใต้การดูแลของแม่ชีจนโตเป็นสาว ความแร้นแค้นทั้งหมดที่เผชิญมาส่งผลให้กาเบรียลเกลียดกลัวความจนเข้ากระดูกดำ

ในวัยสาวรุ่นเธอทิ้งแคว้นโอแวนญ์มาเผชิญโชคในเมืองใหญ่ โดยมีความฝันจะเป็นนักออกแบบเสื้อผ้า แต่งานแรกที่เธอหาได้กลับห่างไกลจากเข็มด้ายที่เธอรักไปไกลโข กาเบรียลเริ่มชีวิตในกรุงปารีสด้วยการเป็นนักร้องในคาเฟ่เล็กๆ แห่งหนึ่ง ที่นั่นเปิดโอกาสให้เธอได้รู้จักกับอาเสี่ยกระเป๋าหนักมากหน้าหลายตา และหนึ่งในนั้นคือนายพลเอเตียง บาลแซง มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล ถึงแม้เอเตียงจะสูงอายุแทบว่าจะเกินรุ่นพ่อของสาวน้อยกาเบรียลด้วยซ้ำ แต่เงินทองมหาศาลของเขาทำให้กาเบรียลตัดสินใจยอมไปเป็นนกน้อยในกรงทองในปราสาท "ชาโต้ เดอ โรยาลเลย" โดยไม่ต้องเสียเวลาคิด ชีวิตใหม่ในปราสาทเนรมิตให้เด็กสาวบ้านนอกกลายเป็นเจ้าหญิง กาเบรียลได้หัดขี่ม้า เรียนรู้มารยาทการเข้าสังคม แบะเปลี่ยนรสนิยมในการแต่งตัวใหม่จนไม่มีใครจำสภาพน้องนางบ้านนาของเธอได้อีกเลย


นายพลเอเตียงเป็นคนกว้างขวาง มีเพื่อนฝูงในสังคมไฮโซมากมาย กาเบรียลจึงพลอยได้รู้จักมักจี่กับคนดังแถวหน้าเหล่านี้ไปด้วย เป็นจุดเริ่มให้เธอได้ก้าวเดินไปบนเส้นทางความฝัน เมื่อเอเตียง บาลแซงโชว์ป๋ายอมออกทุนเปิดร้านขายหมวกให้เธอในปี 1909 แต่ในช่วงแรกกิจการไปได้ไม่สวยนัก เนื่องจากผลงานออกแบบของกาเบรียลเน้นที่ความเรียบเท่ซึ่งขัดกับรสนิยมในสมัยนั้นที่ยังนิยมความหรูฟู่ฟ่ามากกว่า

ในช่วงเวลานี้เองกาเบรียลก็ได้พบกับผู้ชายอีกคนที่เป็นรักแรกและรักแท้ในชีวิต "อาเธอร์ แคปเพล" เป็นเพื่อนคนหนึ่งของนายพลเอเตียงนั่นเอง อาเธอร์เล็งเห็นพรสวรรค์ในการออกแบบของกาเบรียลจึงสนับสนุนให้เธอกัดฟันต่อสู้ต่อไป เขาชวนให้กาเบรียลย้ายร้านไปตั้งอยู่ในชั้นใต้ดินของอพาร์ตเม้นท์บูเลอวาร์ดมาเลยชาร์บ โดยอาเธอร์รับหน้าที่ฝ่ายประสานงาน กาเบรียลเปลี่ยนจากการขายหมวกอย่างเดียว มาตัดเย็บเสื้อผ้าสตรีเป็นเรื่องเป็นราว และฝีมือการออกแบบของเธอก็ติดตลาดจนสามารถจ้างลูกมือเพิ่มได้ถึง 3 คน จากนั้นเธอก็พยายามขยายกิจการด้วยการขอยืมเงินจากนายพลเอเตียง แต่นายพลผู้เฒ่าซึ่งกำลังช้ำรักเพราะถูกเพื่อนเราเผาเรือน มาฉกเอาเมียเก็บไปต่อหน้าต่อตา ปฏิเสธจะให้ความช่วยเหลือ อาเธอร์จึงต้องควักกระเป๋าออกทุนให้กาเบรียลเสียเอง

ด้วยเงินทุนของชายคนรัก กาเบรียลจึงสามารถย้ายร้านไปตั้งอยู่ในทำเลทองแห่งใหม่ได้ คราวนี้เสื้อผ้าของเธอขายดิบขายดี ห้องเสื้อชาแนลกลายเป็นขวัญใจสาวไฮโซทั่วปารีส มีนิตยสารมาขอสัมภาษณ์กาเบรียลมากมาย บัดนี้เธอไม่ใช่เด็กสาวบ้านนอกหรือเมียเก็บของป๋าแก่ๆ อีกต่อไป แต่เป็นโคโค่ ชาแนล นักออกแบบชื่อดัง กาเบรียลเริ่มคบหาสมาคมกับดารา นักร้อง จิตรกรหลายคน  ซึ่งทุกคนไม่เพียงเป็นลูกค้าชั้นดี แต่ยังเป็นบันไดให้เธอไต่ขึ้นไปสู่ความสำเร็จ อย่างเช่นในปี 1912 กาเบรียลได้ออกแบบหมวกขึ้นเป็นพิเศษให้นักแสดงสาวกาเบรียล ดอร์แซท เพื่อนสนิทคนหนึ่งใส่แสดงละครเวที เพียงคืนเดียวหมวกฟางแสนสวยใบนั้นก็มียอดสั่งจองยาวเหยียดจนเย็บกันแทบไม่ทัน พลอยทำให้นางแบบคนอื่นๆ หันมาสนใจใส่เสื้อผ้าจากห้องเสื้อชาแนลไปด้วย จนกลายเป็นเทรนด์ว่าใครที่อยากเป็นแฟชั่นนิสต้าแห่งยุคต้องใส่เสื้อชาแนลกันทุกคน


เสื้อผ้าของชาแนลมีเอกลักษณ์พิเศษตรงความเรียบหรู และใช้ในชีวิตประจำวันได้จริงๆ ในขณะที่ห้องเสื้อชั้นสูงส่วนใหญ่จะผลิตชุดกระโปรงฟูฟ่องหรูอลังการราคาแพงลิบ ที่เหมาะจะใส่ในงานราตรีเท่านั้น แต่เสื้อผ้าของกาเบรียลยืมแนวคิดมาจากเสื้อผ้าของผู้ชาย เน้นที่ความคล่องตัวใส่สบาย ตัดเย็บจากผ้าราคาปานกลางแช้วตกแต่งเพิ่มความหรูหราด้วยไข่มุกและขนสัตว์ ทำให้ผู้หญิงที่มีรายได้ไม่มาากนักสามารถซื้อหาไปใส่กันได้

เมื่อลั้คกี้อินเกมแล้ว กาเบรียลก็หวังว่าเธอจะลั้คกี้อินเลิฟด้วย ทว่าอาเธอร์ซึ่งเป็นนักธุรกิจเต็มตัวกลับเลือกที่จะแต่งงานกับไฮโซสาวชาวอังกฤษ เพียงเพราะเงินและเส้นสายของเธอคนนั้นจะช่วยเบิกทางให้ธุรกิจของเขาได้ กาเบรียลเสียใจจนทนมองหน้าอาเธอร์ต่อไปไม่ไหว เธอจึงหลบไปเช่าวิลล่าอยู่คนเดียว และออกเที่ยวกับผู้ชายไม่เลือกหน้าเป็นการประชดชายคนรักไปในตัว อย่างไรก็ตามถึงอาเธอร์จะแต่งงานแล้ว เขากับกาเบรียลก็ยังรักษาความสัมพันธ์ฉันหุ้นส่วนและคนรักไว้ดังเดิม ซึ่งนั่นก็ทำให้กาเบรียลตกที่นั่งเมียเก็บเป็นครั้งที่สองอีกจนได้

ขณะนั้นชื่อเสียงของห้องเสื้อชาแนลอยู่ในระดับแนวหน้าของโลกแล้ว กาเบรียลจึงย้ายสำนักงานใหญ่ไปอยู่ที่ห้องชุดเลขที่ 31 เรอแกมบอล ในกรุงปารีส ส่วนอาเธอร์พักอยู่ในอังกฤษกับภรรยา แต่ทุกครั้งที่มาปารีส เขาจะแวะมาเยี่ยมเยียนกาเบรียลเสมอ ในปี 1919 ขณะที่ขับรถมาหากาเบรียล รถของอาเธอร์ก็ประสบอุบัติเหตุอย่างรุนแรงทำให้เขาเสียชีวิตทันที การจากไปของเขาเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของกาเบรียล เธอเศร้าซึมแทบไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่นานหลายเดือน สิ่งเดียวที่เหนี่ยวรั้งเธอไว้ไม่ให้ตายตามชายคนรักไปก็คือธุรกิจห้องเสื้อชาแนล ที่เป็นชีวิตและลมหายใจของเธอนั่นเอง

เมื่อเสียคู่หูคนสำคัญไป กาเบรียลก็ต้องหาหุ้นส่วนคนใหม่มาแทนที่ คราวนี้เธอโผไปเป็นเมียลับของแกรนด์ดยุคดิมิทริ แห่งรัสเซีย ในขณะนั้นจักรวรรดิรัสเซียยังไม่ล่มสลาย แกรนด์ดยุคดิมิทริจึงมีทั้งเงินทั้งอำนาจล้นฟ้า เพียงพอให้กาเบรียลยึดเป็นหลักในการขยายตลาดการค้าได้อย่างสะดวกโยธิน อีกสามปีต่อมา แกรนด์ดยุคก็กรุยทางให้เธอได้ออกน้ำหอมแบรนด์ของเธอเองในชื่อ "ชาแนล นัมเบอร์ไฟว์" (Chanel No.5) ซึ่งเป็นน้ำหอมตัวแรกของโลกที่ผลิตจากกลิ่นสังเคราะห์ และถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่มีการออกน้ำหอมภายใต้ชื่อของดีไซน์เนอร์อีกด้วย "ชาแนล นัมเบอร์ไฟว์" เป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูงของปารีสและลอนดอนตั้งแต่วันแรกที่วางตลาด และยังคงความนิยมเป็นน้ำหอมระดับคลาสสิคมาจนถึงทุกวันนี้

ความสัมพันธ์ของกาเบรียลกับแกรนด์ดยุคดิมิทริสิ้นสุดลง เมื่อฝ่ายชายพบกับโศกนาฏกรรมจากการปฏิวัติในรัสเซีย ต่อจากนั้นเธอก็มีรักใหม่กับปีแยร์ แวร์ไทเนอร์ คู่หูทางธุรกิจผู้เก่งกาจ ตราบจนสงครามโลกระเบิดขึ้นกาเบรียลจึงจำต้องปิดกิจการเป็นการชั่วคราวและไปทำงานรับใช้ชาติในโรงพยาบาลของรัฐ อันที่จริงเธอเกือบต้องถูกส่งไปทำงานตามบ้านบอกที่ห่างไกลความเจริญอยู่แล้ว แต่กาเบรียลก็ใช้อิทธิพลส่วนตัวทำให้ทหารเยอรมันยอมให้เธอพักอยู่ในโรงแรมริทซ์ ในกรุงปารีสต่อไปได้ด้วยการยอมมีความสัมพันธ์กับ เอียน กันเธอร์ นายทหารนาซีระดับสูงที่บัญชาการอยู่ในปารีสขณะนั้น

ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ชู้สาวของกาเบรียลไม่ใช่ความลับ และมันทำให้ชาวปารีสมองเธอในแง่ไม่ค่อยจะโสภามาแต่ไหนแต่ไร แต่ยังไม่มีใครชิงชังถึงขั้นที่จะลุกขึ้นมาแอนตี้ ทว่าครั้งนี้เมื่อกาเบรียลมาปลูกต้นรักกับทหารเยอรมัน ถึงจะเป็นการทำเพื่อผลประโยชน์ก็ตามเถอะ แต่ชาวปารีสซึ่งเกลียดนาซีเข้าไส้ก็รับไม่ได้จริงๆ กาเบรียลจึงถูกแอนตี้จากชาวปารีสเป็นครั้งแรก จนต้องระเห็จออกจากปารีสไปนานถึง 15 ปี

ขณะที่ยังติดอยู่ปารีส ทหารนาซีเคยให้กาเบรียลเป็นนกต่อไปเจรจากับท่านเซอร์วินสตันเชอร์ชิลของอังกฤษ เพราะเห็นว่าเธอมีเส้นสายเป็นเพื่อนในวงสังคมชั้นสูงมากมาย วีรกรรมครั้งนั้นก็ทำให้กาเบรียลถูกจับโทษฐานเป็นสปายของเยอรมัน แต่โชคดีที่เธอได้รับความช่วยเหลือจากเชื้อพระวงศ์อังกฤษที่เคยหลงรักเธอพระองค์หนึ่ง นับจากนั้นชื่อของเธอก็เลือนหายไปจากวงการแฟชั่น ก่อนจะหวนกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งในปี 1954

เส้นทางชีวิตของกาเบรียล หรือโคโค่ ชาแนล ไม่ใช่ทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ และก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่านอกจากพรสวรรรค์อันหาตัวจับยากแล้ว ที่เธอประสบความสำเร็จได้ ก็เพราะพรแสวงในการเฟ้นหาผู้ชายที่จะมาช่วยสนับสนุนนี่เอง

บทความแนะนำ

โรคไตวายที่ไม่ควรมองข้าม อาการชาจากปลายประสาทอักเสบ โรคกระดูกสันหลังตีบรัดเส้นประสาท อาการของมะเร็งที่คนคิดไม่ถึง โรคกระดูกพรุนป้องกันได้ 4 โรคทางประสาทน่ารู้ อยากสุขภาพดีต้องกินพริก อาหารเช้าของชาวโลก


ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ


No comments:

Post a Comment