ข่มขืนลูกเลี้ยง บังคับแม่นั่งดู ลุกหนีถูกซ้อม

     

แม่สุดทนแจ้งจับผัวใหม่ขี้เมาข่มขืนลูกสาววัย 10 ขวบ แถมบังคับให้นั่งดูต่อหน้าต่อตา หากขัดขวางถูกตบตีน่วมจนต้องยอมทนให้รังแกลูก ด้านพ่อเลี้ยงหนุ่มยอมจำนนสารภาพลงมือเพราะน้ำเมาอดไม่ไหวลูกเลี้ยงเป็นเด็กลูกครึ่งหน้าตาดี

เหตุน่าสลดใจพ่อเลี้ยงกระทำต่อลูกเลี้ยงครั้งนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 17 ธันวาคม พ.ต.ท.ชรัตน์ อ่วมเจริญ สารวัตรเวร สภ.อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง รับแจ้งเหตุข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงบริเวณบ้านพักไม่มีเลขที่ของคนงานทำอิฐบล็อก หมู่ 5 ต.บางเสด็จ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.อนุศักดิ์ เข็มทอง รอง ผกก.(ส) สภ.อ.ป่าโมก และกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ

ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านยืนรวมกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันจำนวนมาก จึงเข้าไปสอบถามพบว่า ผู้เสียหายรายนี้คือ ด.ญ.ซี (นามสมมติ) อายุ 10 ขวบ ยืนร้องไห้อยู่โดยมีนางสุ (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ชาว ต.บ่อทอง อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี ผู้เป็นมารดาปลอบประโลมอยู่ไม่ห่าง ใกล้กันพบกลุ่มตำรวจบ้าน 7-8 คน กำลังควบคุมตัวนายฉัตรชัย ม่วงลงค์ อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นสามีใหม่ของนางสุและมีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยง ของ ด.ญ.ซี ที่เป็นผู้ก่อเหตุข่มขืน ด.ญ.ซีและทำร้ายนางสุ จนต้องร้องขอความช่วยเหลือจากตำรวจชุมชนดังกล่าว

จากการสอบสวนนางสุ ให้การว่า เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 16 ธันวาคม ด.ญ.ดี (นามสมมติ) ลูกสาวคนเล็ก อายุ 2 เดือน เข้านอน นายฉัตรชัย สามีใหม่ของตนซึ่งเป็นพ่อของ ด.ญ.ดี ได้กลับเข้ามาในบ้านด้วยอาการเมาสุรา พร้อมทั้งนำเหล้าเข้ามากินด้วย จากนั้นได้เรียกให้ตนไปทอดไข่ดาวให้กินเป็นกับแกล้มเหล้า โดยระหว่างที่นายฉัตรชัยกินเหล้าอยู่นั้น ได้บอกกับตนว่า กินเหล้าแล้วจะร่วมรักกับ ด.ญ.ซี เหมือนเช่นเคยและให้ตนนั่งดู แต่ตนปฏิเสธไม่ยอมให้ลูกสาวตกอยู่ในสภาพแบบนี้อีก ทำให้นายฉัตรชัยโกรธแค้นและชกต่อยตบตี

"นายฉัตรชัยก็เข้าไปในมุ้งและปลุก ด.ญ.ซี ซึ่งกำลังนอนหลับอยู่ขึ้นมากอดจูบ และใช้มือล้วงไปในอวัยวะเพศและถอดเสื้อผ้า ด.ญ.ซี ออก จนดิฉันทนไม่ไหววิ่งออกมานอกบ้าน ร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านใกล้เคียง กระทั่งนายประมวล จำปางาม อายุ 45 ปี ตำรวจบ้าน ต.บางเสด็จ ผ่านมาพอดี จึงเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง" นางสุกล่าวและว่า

จากนั้นวิ่งกลับไปดูลูกสาวในบ้าน พอนายฉัตรชัยเห็นก็ใช้ไม้ตีและตบ จึงตัดสินใจสู้และบอกให้ลูกสาวใส่เสื้อผ้าแล้ววิ่งหนีออกจากบ้านมาหานายประมวลให้ช่วยเหลือ

นางสุ เล่าต่อว่า ด.ญ.ซี เป็นลูกครึ่งไทย-อิหร่าน โดยพ่อของ ด.ญ.ซี เป็นคนอิหร่าน และได้แยกทางกับตนมาหลายปีแล้ว ตนจึงไปทำงานประเทศญี่ปุ่นขายก๋วยเตี๋ยวอยู่กับน้าสาว กลับมาเมืองไทยเมื่อปลายปีที่แล้วก็มาพบรักกับนายฉัตรชัย ซึ่งตอนแรกเป็นคนดีเข้ากับทางบ้านได้ จึงตัดสินใจอยู่กินด้วย จนตั้งท้องลูกคนใหม่ได้ 8 เดือน นายฉัตรชัยก็เริ่มแสดงพฤติกรรมป่าเถื่อนเวลาเมาก็จะตบตีเป็นประจำ

โดยเมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา ช่วงกลางคืนขณะที่ตนนอนอยู่กับ ด.ญ.ซี นายฉัตรชัยก็เข้ามาในมุ้งพยายามข่มขืน ด.ญ.ซี แต่ตนเข้าขัดขวาง จึงโดนต่อยและตบหลายครั้ง จนตนต้องยอมกราบขอไม่ให้ทำอะไร ด.ญ.ซี แต่นายฉัตรชัยกลับเข้าไปถอดเสื้อผ้า ด.ญ.ซี ซึ่ง ด.ญ.ซี ได้ขัดขืนก็ถูกนายฉัตรชัยต่อยเข้าที่หน้าและท้องหลายครั้งจนสลบ

จากนั้นก็ถูกบังคับให้ดูนายฉัตรชัยข่มขืนลูกสาวตนต่อหน้า โดยตนไม่สามารถช่วยลูกได้ นายฉัตรชัยข่มขืน ด.ญ.ซี หลายครั้ง และบังคับให้ตนเฝ้าดูอยู่ด้วย จนตนทนไม่ไหวไปหารือกับเพื่อนบ้าน แต่ไม่มีใครช่วยเหลือ จนครั้งสุดท้ายเมื่อคืนนี้ตนทนไม่ไหวจึงวิ่งออกมาหาคนช่วยดังกล่าว

ด้านนายประมวล กล่าวว่า ขณะที่ตนกับเพื่อนตำรวจชุมชนออกตรวจตามพื้นดังกล่าว ก็มีนางสุวิ่งมาหาและร้องไห้เล่าเรื่องราวทั้งหมดและบอกว่า ให้ช่วยลูกสาวด้วย ถ้าช่วยได้จะขอบคุณมาก ตนจึงรับปากว่าจะช่วย จากนั้นนางสุวิ่งเข้าไปในบ้านประมาณ 10 นาที ก็วิ่งออกมาพร้อมกับ ด.ญ.ซี โดยมีนายฉัตรชัยวิ่งถือไม้ตามมา ซึ่งตนและเพื่อนก็เข้าไปช่วยเหลือ ทำให้นายฉัตรชัยโกรธไล่ตีพวกตนจึงเข้าช่วยกันจับตัวและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวไปดำเนินคดี

ด้านนางบุญเรือน อายุ 42 ปี เพื่อนบ้าน กล่าวว่า พักอยู่ห้องติดกับนางสุโดยรู้เห็นมาตลอดว่านายฉัตรชัยข่มขืนลูกเลี้ยงแต่ช่วยอะไรไม่ได้เนื่องจากเวลายุ่งกับนางสุทีไร นางสุมักจะถูกทำร้ายร่างกายเป็นประจำ โดยกลางคืนมักจะได้ยิน ด.ญ.ซีร้องไห้ตลอดหลังจากนั้นก็ออกมาเข้าห้องน้ำเป็นอย่างนี้ประจำ สำหรับ ด.ญ.ซีนั้นเป็นเด็กน่ารัก หน้าตาคม สวย มาใหม่ๆ พูดไทยไม่ค่อยได้ วันหยุดมักจะออกมาช่วยแม่ทำอิฐ โดยนายฉัตรชัยก็ทำงานที่โรงอิฐเดียวกัน

ด้านนายฉัตรชัย กล่าวยอมรับว่า ข่มขืน ด.ญ.ซี ลูกเลี้ยงจริงเพราะเมา ประกอบกับ ด.ญ.ซี หน้าตาดี จนอดใจไม่ไหว ส่วนเรื่องที่ต้องบังคับให้ภรรยานั่งอยู่ด้วยเพราะกลัวภรรยาจะหนีไปแจ้งตำรวจมาจับ

พ.ต.ท.ชรัตน์ กล่าวว่า หลังจากสอบสวนนางสุและ ด.ญ.ซี แล้วจะส่งตัวไปตรวจร่องรอยการข่มขืนที่โรงพยาบาลป่าโมก ส่วนนายฉัตรชัยให้การรับสารภาพโดยบอกว่า ที่ทำไปเพราะความเมา โดยเบื้องต้นแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่ถึง 13 ปี พร้อมส่งตัวดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

บทความแนะนำ

8 อันดับฆาตกรสุดโหดแห่งสยามเมืองยิ้ม ความขัดแย้งในคาบสมุทรเกาหลี สุดยอดเฮลิคอปเตอร์ อาปาเช่ (Apache Helicopter) ตำนานธอร์ (Thor) เทพสายฟ้า สารคดีสงครามเย็น บทบาทของผู้นำโซเวียต นิกิต้า ครุสชอฟ (Nikita Khrushchev) สุดยอด สไนเปอร์ ในสมรภูมิรบ ประวัติศาสตร์กำแพงเมืองจีน ขุนศึกหญิงแดนมังกร มู่กุ้ยอิง หวางชิงเอ๋อ และฮัวมู่หลาน


ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ


ฆ่าหั่นศพเมียทิ้งทั่วหมู่บ้าน ทหารผ่านศึกคลั่ง ถลกหนังหมาแมว

     

อดีตทหารผ่านศึกยศร้อยตรีสติไม่ดีฆ่าหั่นศพเมีย พฤติกรรมสุดสยองคว้าขวานฟันหัวเละ มันสมองกระจายเกลื่อน ไม่หนำใจตัดหัวและแขนออกจากร่าง ก่อนถลกหนังหัวและใบหน้าโยนทิ้ง ชาวบ้านพบศพโร่แจ้งความ บุกค้นบ้านแทบช็อกเจอศพหมา-แมวนับ 10 ตัวถูกฆ่าถลกหนังขึงตามข้างฝา ตำรวจตามรวบได้พร้อมหัวแมวสดๆ เจ้าตัวอ้างลงมือแยกชิ้นส่วนจริง แต่ไม่รู้ว่าเป็นเมียเพราะเห็นศพนอนตายอยู่แล้ว

เหตุการณ์สยองขวัญอดีตนายทหารยศร้อยตรีคลุ้มคลั่งฆ่าหั่นชิ้นส่วนภรรยาของตนเอง ก่อนที่จะถลกหนังหัวและใบหน้าโยนทิ้งข้างทาง โดยถูกเปิดเผยเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ต.ท.ธนู ขำโอด สารวัตรเวร สภ.อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบศพผู้หญิงเสียชีวิตอยู่ภายในสระน้ำ หน้าบ้านเลขที่ 31 หมู่ 11 ต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก จึงได้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นได้รุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมกำลังตำรวจชุดสายสืบ สภ.อ.วังทอง หน่วยกู้ภัยบูรพา และแพทย์เวรโรงพยาบาลวังทอง


ที่เกิดเหตุพบศพนางบังอร เหรียญสุวรรณ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 11 ต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก สภาพศพเปลือยเปล่านอนคว่ำหน้าจมอยู่ในสระน้ำดังกล่าว จากการชันสูตรพลิกศพพบว่าลำคอและศีรษะ รวมทั้งแขนทั้งสองข้างถูกของมีคมตัดขาดหายไปจากร่าง จากการสันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่าผู้ตายน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน

จากการตรวจสอบภายในบ้านพักของผู้ตายพบว่า บริเวณระเบียงหน้าบ้านมีหนังสุนัขถูกถลกออกมาและถูกตอกตะปูขึงไว้ ส่วนบริเวณเหล็กดัดหน้าต่างของบ้านพักมีร่องรอยถูกทุบจนพัง ขณะที่เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านทั้งตู้ โต๊ะ เตียง ล้มพังเสียหายเกลื่อนทั่วบ้าน บริเวณพื้นบ้านยังมีรอยเลือดและมันสมองกระจายเต็มไปหมด ใกล้กันพบมีดปลายแหลมยาว 6 นิ้ว และขวานขนาดใหญ่มีคราบเลือดติดวางอยู่ นอกจากนี้ยังพบเศษเนื้อ หนังของสุนัขและแมวถูกถลกหั่นทิ้งไว้ในบ้านหลายชิ้นจนส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่วทั้งบ้าน ซึ่งภาพดังกล่าวสร้างความสะอิดสะเอียนต่อเจ้าหน้าที่ และบรรดาไทยมุงที่ไปดูเหตุการณ์นับร้อยคน

ขณะเดียวกันในเวลากระชั้นชิด ตำรวจได้จับกุมตัว ร.ต.บุญงาม เหรียญสุวรรณ อายุ 57 ปี นายทหารนอกราชการ สามีของผู้ตาย ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์วนไปมาอยู่ภายในหมู่บ้าน จากการตรวจค้นพบหัวแมวถูกตัดขาดอยู่ใต้เบาะที่นั่ง ส่งกลิ่นเหม็นเน่า และยังพบตุ้มหูทองคำอยู่ในถังน้ำมันรถอีก 1 ข้าง

จากการสอบสวน ร.ต.บุญงาม พูดจาให้การวกไปวนมาคล้ายกับคนมีอาการทางประสาทว่า ไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่าผู้ตายซึ่งเป็นภรรยาแต่อย่างใด โดยก่อนหน้านี้ได้พบศพคนตาย แต่ไม่ทราบว่าเป็นใครนอนอยู่ในบ้านเพราะใบหน้าเละไปหมด แต่พบว่าที่ศพมีตุ้มหูทองคำห้อยอยู่จึงใช้มีดและขวานตัดลำคอและศีรษะออกมาเพื่อแกะตุ้มหูออก ส่วนมือทั้งสองข้างได้ตัดทิ้งไปด้วย จากนั้นจึงลากศพที่เหลือเฉพาะลำตัวและขาของผู้ตายไปทิ้งไว้ในสระน้ำหน้าบ้าน ส่วนศีรษะนำไปวางไว้ริมถนนภายในหมู่บ้านห่างจากจุดที่ทิ้งศพประมาณ 500 เมตร ขณะที่แขนซ้ายได้นำไปโยนทิ้งไว้กลางทุ่งนาห่างจากบ้านพักไปประมาณ 50 เมตร

หลังจากสอบปากคำเสร็จสิ้น ตำรวจได้นำตัว ร.ต.บุญงาม ไปค้นหาชิ้นส่วนของศพ พบเพียงแขนซ้ายและหัวของผู้ตายเท่านั้น ทั้งนี้เมื่อตำรวจได้ตรวจชิ้นส่วนที่พบก็ถึงกับตะลึง เมื่อได้พบกับภาพที่น่าสยดสยอง คือ บริเวณศีรษะของผู้ตายถูกถลกหนังหัวออก ส่วนใบหน้าก็ถูกของมีคมลอกออกไปจนเหลือเห็นแต่เพียงกะโหลกศีรษะ

ทั้งนี้ ร.ต.บุญงาม อ้างว่า ได้ถลกหนังศีรษะของผู้ตายออกไปเพื่อจะนำไปแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทราบว่ามีคนตาย แต่เนื่องจากหนังศีรษะส่งกลิ่นเหม็นมากจึงขว้างทิ้งไป และจำไม่ได้ว่าทิ้งที่ไหน ส่วนใบหน้าของผู้ตายที่ลอกออกไปนั้น ได้ขว้างขึ้นไปบนหลังคาบ้านพักของเพื่อนบ้านในบริเวณใกล้เคียง ตำรวจจึงได้ให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยปีนขึ้นไปเพื่อหาใบหน้าของผู้ตาย

ส่วนสาเหตุของการสังหารโหดครั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่า ร.ต.บุญงาม ได้ใช้ขวานฟันที่ศีรษะของผู้ตายจนกะโหลกแตกมันสมองกระจาย จากนั้นได้ลงมือตัดศีรษะ ถลกใบหน้าและหนังศีรษะ พร้อมลงมือตัดแขนทั้งสองข้างออกจากร่างกาย ก่อนที่จะนำชิ้นส่วนต่างๆ ไปทิ้งทั่วหมู่บ้าน อย่างไรก็ตาม หลังจากลงมือสังหารผู้ตายแล้ว ร.ต.บุญงาม ยังได้ฆ่าแมวและสุนัขที่เลี้ยงไว้กว่า 10 ตัว โดยตัดศีรษะและถลกหนังทิ้งไว้ทั่วบ้านพัก

พ.ต.ท.ธนู ขำโอด พนักงานสอบสวน สภ.อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เจ้าของคดี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุศาลจังหวัดพิษณุโลกได้ออกหมายจับ ร.ต.บุญงาม แล้วในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา หรือกระทำการอันเป็นการทารุณกรรม โดยแยกขังเดี่ยวที่ สภ.อ.วังทอง เพราะเกรงว่าหากขังรวมอาจไปทำร้ายเพื่อนผู้ต้องขังหรือก่อเหตุที่ไม่คาดคิดได้ ส่วนการสอบสวนจะดำเนินการไปตามกฎหมาย โดยจะนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจสภาพทางจิตว่าขณะก่อเหตุรู้ตัวหรือควบคุมตัวเองได้หรือไม่

น.พ.ปริทรรศ ศิลปกิจ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลสวนปรุง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า พฤติกรรมของผู้ที่ก่อเหตุรายนี้ เป็นพฤติกรรมที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ส่วนใหญ่จะเกิดอาการจิตหลอนเนื่องจากผ่านประสบการณ์การสู้รบหรือไม่นั้น จะต้องตรวจสอบดูประวัติเสียก่อนเพราะยังมีสาเหตุอื่นอีกมากที่อาจเป็นต้นเหตุให้เกิดอาการจิตหลอน เช่น ติดสุรา ยาเสพติด ความเครียด และความผิดปกติของสมอง

สำหรับ ร.ต.บุญงาม เคยรับราชการเป็นทหารบก สังกัดกองทัพภาคที่ 3 และเคยผ่านการรบในสมรภูมิบ้านร่มเกล้า อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก เมื่อปี 2530 โดยหลังจากปฏิบัติภารกิจดังกล่าวเสร็จสิ้น ทำให้สภาพจิตใจไม่ปกติเหมือนเดิม ซึ่งทางหน่วยราชการต้นสังกัดจึงได้ให้ลาออกในปี 2545 โดยเลื่อนยศให้เป็นร้อยตรีและรับเงินบำนาญเดือนละ 18,000 บาท

อย่างไรก็ตาม หลังจาก ร.ต.บุญงาม ลาออกจากราชการมาแล้วได้กลับมาอยู่บ้านพักกับผู้ตาย จากการสอบสวนทราบว่า ร.ต.บุญงาม ได้ติดสารระเหยเป็นกาวยี่ห้อ 3 เค มานานกว่า 2 ปี โดยจะมีอาการทางประสาทและมักจะก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับผู้ตายเป็นประจำทุกวัน ซึ่งในบางครั้งก็ใช้มีดไล่ฟันกันจนเลือดตกยางออก ทำให้เพื่อนบ้านทนอยู่ไม่ได้ต้องย้ายหนีออกไปเพราะกลัวจะเป็นอันตราย

บทความแนะนำ

เรื่องย่อละคร พลับพลึงสีชมพู เรื่องย่อละคร ตามรักคืนใจ เรื่องย่อ บ้านทรายทอง พจมาน สว่างวงศ์ เรื่องย่อละคร รัตนาวดี 6 พฤติกรรมลดไอคิว 5 วิธีใช้ยาพาราเซตามอลอย่างปลอดภัย 6 ดอกไม้ช่วยบำบัดสุขภาพ 11 ข้อชะลอและป้องกันสมองเสื่อม


ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ


8 อันดับฆาตกรสุดโหดแห่งสยามเมืองยิ้ม

     

จากนายแพทย์ผู้ที่กระทำการฆาตกรรมอย่างเลือดเย็นไปจนถึงชายที่ข่มขืนและฆ่าเด็กไร้เดียงสาอย่างโหดเหี้ยม นี่คือรายชื่อของ 8 ฆาตกรสุดโหดแห่งสยามเมืองยิ้ม

อันดับที่ 8 นางกาญจนา เจียมเจริญ


เด็กหญิงประภัสสร เจียมเจริญ อายุ 12 ปี ถูกคนในครอบครัวคือ นางกาญจนา เจียมเจริญ ผู้เป็นแม่ที่อ้างว่าเป็นร่างทรงพระอินทร์ นางอนงค์ เจียมเจริญ มีศักดิ์เป็นป้า อ้างเป็นร่างทรงพระอาทิตย์ นางจรินทร์ เจียมเจริญ น้าสาว และนางบัว เจียมเจริญ ผู้เป็นยาย ร่วมกันฆ่า โดยใช้มีดปาดคอตายอย่างสยดสยองภายในบ้าน โดยนางกาญจนาอ้างว่า สาเหตุที่ฆ่าลูกสาว เพราะต้องการปลดปล่อยวิญญาณไปให้พระอินทร์ จากนั้นตำรวจได้ส่งตัวทั้งหมดไปที่สถาบันกัลยาราชนครินทร์ เนื่องจากพบว่าทั้งหมดมีอาการทางประสาท ถือได้ว่าเป็นคดีศึกษาคดีหนึ่งในไทยก็ว่าได้

อันดับที่ 7 ไอ้หนุ่ย


พฤติกรรมดิบครั้งแรก วันที่ 18 มกราคม 2551 ที่งานวัด หรืองานบุญปู่เปือย นายหนุ่ยไปเที่ยวงานเจอเด็กอายุ 7 ขวบเดินเที่ยวงานอยู่คนเดียวจึงเดินเข้าไปถามว่าพ่อแม่อยู่ไหน เด็กตอบว่าพ่อแม่ทำงานอยู่ ไอ้หนุ่ยได้ฟังอย่างนั้นจึงหลอกล่อว่าจะพาไปซื้อขนม เมื่อสบโอกาสก็พาเด็กไปที่เปลี่ยวริมห้วยแล้วจึงลงมือบีบคอให้สลบก่อนเพื่อไม่ให้ส่งเสียง ลงมือถอดเสื้อผ้าออกหมด ทำอนาจาร แต่ไม่สำเร็จ แล้วจึงเอาตัวเด็กไปวางไว้ที่กอไผ่ตรงป่ารกชัฏตลอดคืน ช่วงเช้ามีคนมาพบเข้า จึงนำเด็กส่งโรงพยาบาล ซึ่งเด็กจำหน้าได้ และถูกจับตัวเข้าคุก ต่อมาเมื่อไอ้หนุ่ยพ้นโทษก็ก่อเหตุเรื่อยมา

ที่งานกาชาดดอกฝ้าย ไอ้หนุ่ยไปเที่ยวงาน หลอกลวงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งว่าจะพาไปซื้อของเล่น ชวนเดินออกมาจากนอกงาน จนถึงร้านขายรถหกล้อมือสองอยู่ข้างกับแท้งค์น้ำประปา ได้ลงมือบีบคอเด็กและกระทำชำเรา จากนั้นหลบหนีไป คดีนี้ตำรรวจออกตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุตามคำรับสารภาพของไอ้หนุ่ย พบชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ของเด็ก ซึ่งเชื่่อว่าเป็นของเด็กผู้หญิงเหยื่อของไอ้หนุ่ย

อันดับที่ 6 สมคิดเดอะริปเปอร์


สมคิดเน้นฆ่าหมอนวดและนักร้องคาเฟ่หลายราย พฤติกรรมของเขากับพฤติกรรมของแจ๊คเดอะริปเปอร์ อาชญากรเขย่าขวัญของโลกที่โด่งดังนั้นคล้ายคลึงกัน นายสมคิด พุ่มพวงได้ฉายาเดอะริปเปอร์ของเมืองไทย เมื่อก่อคดีฆาตกรรมหมอนวดและนักร้องคาเฟ่ห้าศพเป็นอย่างน้อยภายในเวลาครึ่งปี กลายเป็นข่าวครึกโครมขึ้นมาทันที หลังจากถูกจับกุม เขายอมเปิดปากสารภาพว่าลงมือสังหารเหยื่อทั้งหมดจริง โดยอ้างว่าเพราะบันดาลโทสะว่าเหยื่อขอฆ่าตัวเพิ่มหลังจากที่ร่วมหลับนอนด้วยกัน แต่ตำรวจไม่เชื่อคำให้การ เพราะจากการสอบพยานหลักฐานพบว่านายสมคิดวางแผนเป็นอย่างดี จงใจฆ่าเหยื่อเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์

อันดับที่ 5 นายแพทย์บัณฑิต โฆษิตชัยวัฒน์


เรื่องเกิดขึ้นที่หัวหินเมื่อปี 2536 เป็นเรื่องที่น่าตกใจมากเมื่อพบศพศยามลครั้งแรก พระภิกษุที่เดินบิณฑบาตเห็นเด็กหญิงนั่งร้องไห้อยู่ข้างๆ ศพของผู้เป็นแม่ นายแพทย์บัณฑิตได้ว่าจ้างทีมสังหารมารวมตัวกันแล้วปรึกษาวางแผน โดยมีค่าว่าจ้างหนึ่งล้านบาท ทีมสังหารนั้นได้ใช้เชือกรัดคอ และมีดจ้วงแทงนางศยามล 3 แผล ต่อหน้าเด็กหญิงอิงอิงจนถึงแก่ความตาย

อันดับที่ 4 นายแพทย์อธิป สุญาณเศรษฐกร


เดือนกันยายน 2502 กลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งได้สังหารนวลฉวีตามคำว่าจ้าง แล้วนำศพไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาตรงสะพานนนทบุรี วันต่อมามีคนพายเรือมาพบศพและพบร่องรอยถูกฆาตกรรมอย่างทารุณ บนนิ้วของศพพบแหวนมีตัวอักษร "รามเดชะ" นำไปสู่การสอบปากคำหมออธิป สุญาณเศรษฐกร และจับกุมตัวได้ในที่สุด เรื่องนี้เป็นข่าวดังมากเพราะคนจ้างวานเป็นถึงนายแพทย์และเป็นสามีของผู้ตาย รวมถึงสะพานที่พบศพนวลฉวี ชาวบ้านก็เรียกชื่อสะพานตามชื่อนวลฉวีไปด้วย

อันดับที่ 3 เสริม สาครราษฎร์


ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2541 นายเสริม สาครราษฎร์ นักศึกษาแพทย์ ปีที่ 2 วัย 22 ปี ของมหาวิทยาลัยการแพทย์กรุงเทพมหานคร
ก่อเหตุฆ่าหั่นศพนางสาวเจนจิราแฟนสาววัย 23 ปี ซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5 คณะแพทยศาสตร์ มหาลัยมหิดล นายเสริมให้การว่าใช้ปืนสังหารที่ชมับนางเจนจิรา เนื่องจากตกลงกันไม่ได้เรื่องที่มีชายอื่นมาพัวพัน หลังจากนั้นได้ใช้มีดผ่าตัดเฉือนศพเป็นชิ้นๆ บางส่วนทิ้งลงชักโครก และบางส่วนนำไปทิ้งี่อื่น จนมีผู้พบชิ้นส่วนมนุษย์เข้า นำไปสู่การพิสูจน์ดีเอ็นเอก็พบว่าตรงกันกับดีเอ็นเอของนางสาวเจนจิรา

อันดับที่ 2 นายซีอุย แซ่อึ้ง


จากเรื่องจริงของฆาตกรโหดที่ฆ่าและชำเหละชิ้นส่วนเด็กนำมาต้มกินเพราะเขาเชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ในช่วงปี พ.ศ.2497 - 2501 โดยมีเด็กอย่างน้อยหกคนที่ถูกนายซีอุยสังหาร ซีอุยเป็นชาวจีนที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองไทย ด้วยการนั่งเรือมาจากเมืองจีนและขึ้นฝั่งที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีชื่อจริงๆ ว่านายหลีอุย แซ่อึ้ง แต่คนไทยเรียกเพี้ยนไปว่า ซีอุย นายซีอุยทำงานรับจ้าง ทำสวนผักและรับจ้างทั่วไป มีนิสัยชอบเกาหัวและหาวอยู่เสมอๆ บุคลิคชอบเก็บตัว

อันดับที่ 1 บุญเพ็ง หีบเหล็ก


นายบุญเพ็งเป็นฆาตกรหั่นศพต่อเนื่องรายแรกของไทย และเป็นนักโทษคนสุดท้ายที่ถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการบั่นเศียร แต่ในกรณีของนายบุญเพ็งนั้นเป็นประวัติศาสตร์ของสยามประเทศในสมัยนั้น ฉายาบุญเพ็ง หีบเหล็กมาจากการที่เขาได้ฆาตกรรมผู้หญิง หั่นศพยัดใส่หีบเหล็กแล้วโยนลงน้ำ เขาได้ทำการสังหารเหยื่อไปทั้งหมด 7 ราย เหยื่อของเขาล้วนแต่ตกหลุมสวาทของเขา เนื่องจากนายบุญเพ็งเป็นคนรูปร่างหน้าตาดี ดูสุภาพอ่อนโยน และอีกอย่างก็คือเขายังเรียนวิชาไสยศาสตร์มนต์ดำอีกด้วย

ที่มา ยำสยอง

เรื่องราวน่ารู้เรียบเรียงจากสารคดีคุณภาพในรูปแบบบทความ
กดถูกใจแฟนเพจเพื่อติดตามและอัพเดตบทความใหม่ๆ คลิกเลย


กดถูกใจ ANYAPEDIA

สั่งซื้อ ผียุโรป เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหลังห้อง เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเอเชีย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีอังกฤษ เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหอพัก เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีไทย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีจีน เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีรัสเซียเรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีอเมริกัน ผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีญี่ปุ่น เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเพื่อนเฮี้ยน
สั่งซื้อ ผีข้างบ้าน
สั่งซื้อ ผีโรงพยาบาล
สั่งซื้อ ผีโรงเรียน รอบโลก
สั่งซื้อวิธีหลอนเรียกผี
สั่งซื้อ เรื่องเฮี้ยนเขย่าขวัญ


รีวิวหนังสือชุด เรื่องผีๆ รอบโลก



บทความแนะนำ

25 การทรมานสุดโหดในประวัติศาสตร์ เล่าเรื่องผี สโมสรร้าง บ้านหลอนแดนนรก สาวชุดดำ เล่าเรื่องสยองขวัญ แรงงานต่างด้าว วิญญาณอาฆาต 10 สุดยอดเรื่องเล่าสยองขวัญเดอะช็อค คดีวิตถาร ครูสาวทำช็อคฆ่าข่มขืนนักเรียนหญิง


ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ