นิทานเรื่อง เพราะเหตุใดงูเหลือมจึงไม่มีพิษ

     

ในสมันดึกดำบรรพ์งูเหลือมนั้นเป็นงูที่มีพิษร้ายอยู่ในตัว หากเมื่อกัดคนหรือสัตว์ใดก็จะคายพิษใส่ แล้วพิษนั้นก็จะแล่นเข้าสู่หัวใจคนหรือสัตว์ที่ถูกกัดทำให้สิ้นใจตายได้ในเวลารวดเร็วยิ่งนัก

ในสมัยก่อนงูเหลือมเป็นงูชนิดเดียวที่มีพิษร้ายแบะมีรูปร่างใหญ่โต มันจึงเป็นงูที่ยิ่งใหญ่แห่งชายทุ่ง เพราะงูชนิดอื่นๆ ในสมัยนั้นล้วนแล้วแต่เป็นงูธรรมดาไม่มีพิษอยู่ในตัวเลยแม้สักนิด

วันหนึ่งงูจงอางได้เลื้อยเข้ามานอนใกล้ๆ งูเหลือมพลางกล่าวว่า
"ฉันได้ยินพวกสัตว์อื่นๆ ร่ำลือกันว่างูเหลือมอย่างเธอน่ะ ตัวใหญ่ก็จริงแต่คงไม่ได้มีพิษร้ายอย่างที่เขาลือหรอก เรื่องนี้จริงหรือไม่ล่ะ"
งูเหลือมได้ฟังเช่นนั้นก็รู้สึกเหมือนถูกดูหมิ่น จึงเอ่ยว่า
"เจ้างูจงอางเอ๋ย คำร่ำลือนั้นน่ะไม่เป็นความจริงนะ งูอย่างฉันเป็นงูที่มีพิษร้าย เมื่อกัดคนหรือสัตว์ผู้นั้นก็จะตายทันที อยากจะรู้นักว่าเจ้าไปได้ยินสัตว์ชนิดใดลือกันว่าฉันเป็นงูที่ไม่มีพิษลองบอกมาสิ"

"เมื่อหลายวันก่อนฉันเลื้อยเข้าไปในป่าทางด้านโน้น ฉันได้ยินพวกเสือสิงห์ลิงค่างเขาตุยกัน แล้วพวกนั้นก็๋ถามว่าฉันเคยเห็นกับตาตนเองไหมว่าเพื่อนงูเหลือมของฉันนั้นมีพิษร้าย เมื่อกัดคนหรือสัตว์เป็นต้องตายในทันใด ฉันเองก็ได้แต่บอกไปตามตรงว่าไม่เคยเห็นกับตาตนเอง"

งูเหลือมรู้สึกขัดอกขัดใจนัก เมื่อถูกดูหมิ่นดูแคลนซึ่งๆ หน้าเช่นนั้น จึงเอ่ยขึ้นว่า
"เอาอย่างนี้ไหมเล่าจงอาง มาพนันกันไหมว่าเราจะกัดคนตายไหม โน่นอย่างไรเล่า มีชาวนาเดินมาทางนี้พอดี ฉันจะกัดชาวนาคนนั้น แล้วเจ้าจงเฝ้าดูว่าพิษของเราจะร้ายแรงเพียงใด"

งูจงอางเอ่ยถามขึ้นอย่างลองเชิงว่า
"แล้วถ้าเจ้ากัดชาวนาแล้วเขาไม่ตายล่ะ"

งูเหลือมผู้ยิ่งใหญ่ได้ฟังเช่นนั้นก็นึกโกรธ รู้สึกเหมือนถูกท้าทาย จึงได้เอ่ยขึ้นว่า
"ก็ถ้าฉันกัดชาวนาคนนั้นแล้วเขาไม่ตาย ฉันจะยอมคายพิษที่มีอยู่ในกายออกมาให้หมดสิ้น แล้วต่อไปฉันก็จะกลายเป็นแค่งูธรรมดาๆ ที่ไม่มีพิษไม่มีภัย และก็ไม่เป็นงูที่ยิ่งใหญ่แห่งชายทุ่งนี้อีกต่อไป อีกทั้งฉันก็จะไม่สู้กับงูด้วยกันอีกตลอดชีวิตเลยทีเดียว"

ครั้นเมื่อชาวนาเดินเข้ามาใกล้ก็มิทันสังเกตเห็น งูเหลือมก็โผเข้าไปฉกที่ข้อเท้าชาวนาผู้เคราะห์ร้ายในทันใด
ชาวนาเมื่อถูกงูเหงือมฉกกัดก็ล้มลงบนโพรงหญ้า แล้วมินานนักพิษก็แล่นเข้าสู่หัวใจขาดใจตายไปในทันที แต่บังเอิญชาวนาผู้นั้นได้จับปูนาไว้ในกระเป๋าสองสามตัว
ดังนั้นเมื่องูหลามกับงูจงอางเลื้อยเข้ามาดูใกล้ๆ ว่าชาวนาตายสนิทหรือยังก็สังเกตเห็นว่าตรงกระเป๋าด้านซ้ายคือด้านหัวใจของชาวนายังเต้นอยู่ เพราะที่แท้แล้วปูนาในกระเป๋าขยับเขยื้อนเคลื่อนตัวไปมานั่นเอง

งูเหลือมกับงูจงอางเห็นกระเป๋าด้านซ้ายชาวนายังขยับยังเต้นอยู่ก็คิดว่าชาวนาแค่สลบไปยังไม่ตาย ย่อมแสดงว่าพิษร้ายของงูเหลือมไม่ได้ทำให้คนตายได้ในทันใด เจ้างูเหลือมถึงกับเสียอกเสียใจเป็นยิ่งนัก แบะจำต้องรักษาสัจวาจา จึงคายขยอกพิษร้ายออกมาจนหมดเนื้อหมดตัว กลายเป็นงูไร้พิษเลื้อยเข้าป่าไปอย่างเงียบเหงา

งูจงอางจึงรีบกินพิษนั้นทันที จากนั้นงูอื่นๆ ที่รู้ข่าวก็เลื้อยเข้ามา โดยมีงูเห่าเลื้อยเข้าไปกินพิษเป็นตัวที่สอง จากนั้นก็ตามด้วยงูแมวเซาและงูอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากงูแล้วปรากฏว่ายังมีเจ้ามดตะนอยตัวหนึ่งได้ต้วมเตี้ยมเดินมาทันเวลาที่พิษกำลังจะหมดแล้ว เหลืออยู่เพียงหยดหนึ่งเท่านั้นมันจึงหันรีหันขวางว่าจะมีใครมาแย่งกินพิษหยดสุดท้ายอีกหรือไม่ ก็บังเอิญตัวเองเสียหลักเซลงไป ก้นของมันก็จุ่มลงไปบนกองพิษหยดนั้น

นับจากนั้นเป็นต้นมางูจงอาง งูเห่า และงูทั้งหลายจึงกลายเป็นงูที่มีพิษร้ายกัดใครแล้วต้องตายอย่างแน่นอน ในขณะที่เจ้ามดตะนอยตัวน้อยก็พลอยได้พิษมาอยู่ที่ก้นด้วย แต่เป็นพิษที่มิได้มีพิษสงถึงขั้นทำให้ใครตายได้ และนับจากบัดนั้นงูเหลือมก็กลายเป็นงูร่างใหญ่ที่ไร้พิษมาจนตราบทุกวันนี้

ดูนิทานเรื่องอื่น

นิทาน เรื่อง เพราะเหตุใดหมากับแมวจึงไม่ชอบกัน นิทานเรื่อง เพราะเหตุใดเต่าจึงมีกระดอง นิทานไทยเรื่อง เคราะห์ของตาจัน นิทาน เรื่อง เพราะเหตุใดนกกะปูดจึงตาแดง

No comments:

Post a Comment