ช็อกไอ้หื่นเปิดปากรับโยนเหยื่อตกรถไฟยังไม่สิ้นลม!

     

พี่สาวน้องแก้มหักหน้าตำรวจยับ คสช.รับไม้บี้ประภัสร์พ้นรฟท.
กระแสโซเชียลมีเดียระอุ! จี้ คสช. ไล่ "ประภัสร์" พ้น รฟท. รับผิดชอบเหตุสะเทือนขวัญฆ่าข่มขืน "น้องแก้ม" บนรถไฟ พร้อมเรียกร้องให้สั่งประหารชีวิต "ไอ้เกม" ขณะที่เจ้าตัวยืนยันไม่ลาออก แต่หากบอร์ดมีมติปลดก็พร้อมยอมรับ เผยเตรียมเอาผิดผู้บริหารที่ช่วย "วันชัย" เข้าทำงาน และสั่งสืบเหตุข่มขืนบนรถไฟ 2 รายเมื่อปี 44 เปิดจดหมายสาวปริญญาโท เหยื่อข่มขืน 13 ปีก่อน ระบุเจ็บช้ำทั้งกายใจอย่างแสนสาหัส แถมถูกบีบออกจากงานและไม่ได้เงินเยียวยา ด้านตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาทำแผนฯ อำมหิตโยนร่าง "น้องแก้ม" ออกจากรถไฟทั้งที่ยังมีลมหายใจ ด้านเรือนจำประจวบฯ ล้างคุกรอรับน้องใหม่ หวั่นถูกเพื่อนนักโทษจัดหนัก "บุ๋ม ปนัดดา" ผุดนครศรีธรรมราชโมเดล รณรงค์ข่มขืนเท่ากับประหาร

จากเหตุสะเทือนขวัญกรณีน้องแก้ม วัย 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนสตรีนนทบุรี หายตัวลึกลับขณะโดยสารมากับรถไฟตู้นอนขบวนรถเร็วที่ 174 นครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ(ขาขึ้น) เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา หลังกลับจากไปเยี่ยมญาติที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมพี่สาว น้องสาวคนเล็ก และเพื่อนพี่สาว เบื้องต้นตำรวจพุ่งเป้าไปที่พนักงานประจำรถ 4 นาย ว่าอาจเกี่ยวข้องในการหายตัวไปของน้องแก้ม จึงนำตัวมาสอบปากคำ กระทั่งนายวันชัย แสงขาว อายุ 22 ปี พนักงานปูเตียงรถนอน การรถไฟแห่งประเทศไทย รับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าข่มขืนน้องแก้ม แล้วโยนร่างเหยื่อลงข้างทางในพื้นที่ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังค้นหาศพน้องแก้มจนเจอตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ตำรวจคุมตัว"ไอ้เกม" ทำแผนฯ
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 06:30 น. วันที่ 9 ก.ค. ที่สถานีรถไฟวังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์  พ.ต.อ.วันชัย ธารธรรม ผกก.สภ.ปราณบุรี และ พ.ต.ท.เจริญ ชลประเสริฐ พนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี ได้นำตัว นายวันชัย หรือเกม แสงขาว ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางกำลังตำรวจหลายสิบนายคุ้มกันอย่างหนาแน่น หลังจากก่อนหน้านี้ตำรวจไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพได้ เนื่องจากมีญาติผู้ตายและประชาชนจำนวนมากจะเข้ารุมประชาทัณฑ์

วางแผนปิดไฟในตู้นอน
โดยวันนี้ตำรวจได้นำโบกี้รถไฟตู้นอนที่ 2 เลขข้างตู้ บนท.1026 ที่น้องแก้มโดยสารมาในคืนวันเกิดเหตุ มาจอดพักไว้ที่ชานชาลา จากนั้นนำตัวนายวันชัยที่อยู่ในสภาพอิดโรยขึ้นมาทำแผนฯ โดยนายวันชัยให้การอย่างไม่สะทกสะท้านว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้เสพยาบ้ารวม  3 เม็ด พร้อมนั่งดื่มเบียร์กับเพื่อนพนักงานด้วยกันจนเมา และเกิดอารมณ์ทางเพศขึ้น และก่อนหน้านั้นเห็นน้องแก้มที่มากับญาติตั๋วนอนขึ้นรถไฟจาก จ.สุราษฎร์ธานี  จึงวางแผนปิดไฟในตู้นอน

บีบคอ-ต่อยสลบแล้วข่มขืน
เมื่อรถไฟเข้าเขต จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผู้โดยสารหลับสนิททั้งตู้นอน จึงย่องมาที่เตียงนอนหมายเลข 28 ที่น้องแก้มนอนหลับสนิทอยู่คนเดียว ก่อนมุดผ้าห่มขึ้นไปคร่อมร่าง เอามือข้างหนึ่งบีบคอแน่น แล้วใช้กำปั้นต่อยท้องจนน้องแก้มสลบ จากนั้นก็เปิดหน้าต่างรถไฟออกเพื่อกลบเสียงดังแล้วถอดเสื้อผ้าเหยื่อลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง ก่อนจะหันไปรื้อค้นสิ่งของที่อยู่ภายในกระเป๋าสะพายสีชมพูของน้องแก้มที่วางอยู่ที่ปลายเท้า เพื่อหยิบเอาไอแพดและโทรศัพท์มือถือไอโฟน 5 เอสติดมือไป

โยนรถไฟทั้งยังมีลมหายใจ
แต่จังหวะเดียวกันนั้นน้องแก้มเริ่มรู้สึกตัว ตนกลัวเหยื่อส่งเสียงร้องให้คนอื่นได้ยิน จึงเอามือสองข้างบีบคอจนแน่นิ่งไปอีกครั้ง และเกิดอารมณ์ทางเพศขึ้นมาอีก จึงลงมือข่มขืนซ้ำรอบสอง หลังเสร็จเกิดกลัวความผิดขึ้นมา จึงจับน้องแก้มเอาศรีษะพาดกับขอบหน้าต่างรถไฟ แล้วผลักร่างกระเด็นตกออกไป ทั้งๆ ที่น้องแก้มยังมีลมหายใจอยู่ แล้วจึงโยนสิ่งของ ทั้งเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอนที่เปื้อนเลือด ทิ้งออกนอกหน้าต่างตามไปด้วยเพื่ออำพรางคดี แต่ตอนนั้นตนจำไม่ได้ว่าถึงบริเวณไหน เพราะมันมืดมากแล้วจึงแต่งตัวทำทีเป็นไม่รู้เรื่อง กลับไปนั่งที่ตู้ตนเองจนรถไฟถึงกรุงเทพ แล้วนำโทรศัพท์ของน้องแก้มไปขายที่ห้างเอดิสัน กระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว

อยากขอขมาแต่กลัวถูกตื้บ
นายวันชัย แสงขาวยังรับสารภาพอีกว่า ถึงนาทีนี้แล้วรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่ตนทำไป อยากขอขมาแม่และญาติของน้องแก้ม แต่ก็กลัวจะถูกทำร้าย จึงอยากฝากเตือนทุกคนว่า อย่าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะจะทำให้ขาดสติ ทำผิดพลาดอย่างตนเอง
ภายหลังเจ้าหน้าที่ใช้เวลาทำแผนราว 45 นาที จึงเสร็จสิ้นด้วยเหตุการณ์ปกติ ไร้เงาญาติของผู้ตายและชาวบ้านแต่อย่างใด ก่อนนำตัวผู้ต้องหาไปสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อส่งฟ้องศาลตัดสินคดี

เร่งสรุปสำนวนส่งฟ้องใน 7 วัน
ด้าน พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์   กล่าวว่า คดีนี้ผู้ต้องหายอมรับสารภาพแล้วและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.เอก อังสะนานันท์ รอง ผบ.ตร. ให้เร่งสรุปสำนวนคดีและส่งฟ้องศาลภายใน 7 วัน โดยจะนำตัวผู้ต้องหาฝากขังที่ศาลจังหวัดหัวหินในวันพรุ่งนี้ (10 ก.ค.) เนื่องจากควบคุมตัวครบ 48 ชั่วโมงแล้ว เพื่อให้สาลตัดสินว่าผู้ที่กระทำผิดควรจะต้องรับโทษอย่างไร ซึ่งโทษสูงสุดของคดีนี้คือประหารชีวิต สำหรับความกังวลใจของครอบครัวน้องแก้มที่เชื่อว่าผู้ที่ก่อเหตุไม่ใช่นายวันชัยเพียงลำพัง แต่อาจจะมีผู้ต้องก่อเหตุอีก 3 รายนั้น ในขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่ชี้ไปยังบุคคลอื่น

มอบแท็บเล็ตน้องแก้มให้ตำรวจ
ต่อมาเมื่อเวลา 15:00 น. พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. ในฐานะหัวหน้าชุดทีมสืบสอบคลี่คลายคดีการหายตัวไปของเด็กหญิงกชกร หรือน้องแก้ม ได้เดินทางมาที่ บก.รฟ. เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี โดยกล่าวว่า ในชั้นนี้อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อมัดตัวคนผิด ต่อให้ผู้ต้องหาปฏิเสธในชั้นศาล ศาลก็ต้องเเชื่อมั่น 100% ว่าจากหลักฐานที่ตำรวจมีจะระบุได้ว่าเขาเป็นผู้กระทำความผิด โดยมีการดึว พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.กก.ดส. มาร่วมทำงาน เนื่องจากเป็นหน้างานที่รับผิดชอบอยู่แล้ว รวมถึงพ.ต.อ.คึกฤทธิ์ พิทักษ์จำนงค์ ผกก.กองอุทธรณ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของผู้ตาย ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนนายร้อยตำรวจของ พ.ต.อ.นภันต์วุฒิอีกด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ทางเพื่อนของนายวันชัยได้เดินทางมาพบ ร.ต.ท.ยุทธภัณฑ์ คำแก้ว พนักงานสอบสวน สน.นพวงศ์ เพื่อนำแท็บเล็ตมามอบให้ โดยแท็บเล็ตดังกล่าวเป็นของน้องแก้มที่หายไปในวันเกิดเหตุ และเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ทางพนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี ได้เดินทางมารับแท็บเล็ตเพื่อส่งพิสูจน์หาความเชื่อมโยงของคดีต่อไป

เผยสืบจับจากมือถือเหยื่อ
ส่วนที่กองกำลังตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. เปิดเผยถึงแนวทางการติดตามจับกุมนายวันชัย แสงขาว ผู้ต้องหาฆ่าข่มขืนน้องแก้มว่า หลังจากญาติมาแจ้งความก็เริ่มซักถามถึงรายละเอียดในการเดินทาง รวมทั้งทรัพย์สินของน้องว่ามีอะไรบ้าง เมื่อทราบว่าโทรศัพท์ไอโฟน 5 เอสของผู้ตายหายไป จึงทำการตรวจสอบทางเทคนิคจนพบว่าไปอยู่ที่ร้านโทรศัพท์แห่งหนึ่งย่านศรีย่าน จึงเชิญตัวเจ้าของร้านมาสอบสวน ทราบว่านายวันชัยเป็นผู้นำโทรศัพท์มือถือของน้องแก้มมาขายให้ในราคา 1,800 บาท จึงให้ พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ นำตัวผู้ต้องหามาสอบสวน โดยเบื้องต้นนายวันชัยอ้างว่าเก็บโทรศัพท์ได้บนรถไฟ จึงนำไปขายและไม่รู้เรื่องที่น้องแก้มหายตัวไปบนรถไฟ ต้องใช้เวลาในการสอบเค้นระยะหนึ่ง พร้อมนำหลักฐานมาเปิดเผย นายวันชัยจึงยอมสารภาพ

ดส.ตรวจค้นบ้านผู้ต้องหา
เมื่อเวลา 11:00 น. พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.กก.ดส. พร้อมด้วย พ.ต.ท.สาโรจน์ จอกโคกสูง สว.งานสืบสวนตรวจตรา กก.ดส. พ.ต.ต.ยศนันท์ ฤกษนันทน์ สว.งานกิจกรรมเด็กเยาวชน กก.ดส. และเจ้าหน้าที่กองกำกับการเด็กและสตรี สนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักนายวันชัย แสงขาว ภายในซอยสามเสน 28 แยกองครักษ์ 15 เลขที่ 491 แขวงนครชัยศรี เขตดุสิต กทม. ซึ่งเป็นบ้านพักคนงานมีจำนวน 4 ห้องพัก เนื้อที่ประมาณ 100 ตารางวา ผลปรากฏพบของกลางเป็นอุปกรณ์เสพยาบ้า ไอซ์ กัญชา โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง โทรศัพท์ไอโฟน รุ่น 4 เอส 1 เครื่อง สายชาร์จโทรศัพท์ยี่ห้อไอโฟน 2 อันและเสื้อผ้ารองเท้าของนายเกม เจ้าหน้าที่จึงเก็บไปตรวจสอบ

น้องไม่เชื่อพี่ลงมือคนเดียว
สอบสวนนายเอก (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี น้องชายนายเกมให้การว่า นายเกมเป็นคนเก็บกด มีโลกส่วนตัวสูง ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว เนื่องจากมักจะถูกพ่อแม่ต่อว่าเป็นประจำเพราะนายเกมไม่ค่อยทำงาน เวลาทะเลาะกับแฟนสาวก็จะลงมือทำร้ายร่างกายอยู่บ่อยครั้ง จนเบื่อที่จะเข้าไปห้ามปราม ทั้งนี้คาดว่าสาเหตุที่พี่ชายก่อคดีนี้ขึ้น น่าจะเกิดจากอารมณ์เก็บกดเรื่องราวต่างๆ มาเยอะ อย่างไรก็ตามตนไม่เชื่อว่าพี่ชายเป็นคนลงมือทำเพียงคนเดียว

หวั่นถูกเพื่อนนักโทษจัดหนัก
นายสุทิน ชิตชอบ ผู้บัญชาการเรือนจำ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง ให้เตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยนายวันชัย หลังจากพนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี นำตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดเพื่อพิจารณาในการฝากขัง ซึ่งคาดว่าจะนำตัวมาคุมขังที่เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในวันที่ 10 ก.ค.นี้ ล่าสุดได้ประชุมเพื่อวางแผนในการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยมีการกั้นแนวเขตเพื่อให้นายวันชัยขังรวมกับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นผู้สูงอายุและผู้ต้องขังที่มีอัตราโทษน้อย พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้มีการรุมทำร้ายอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ยอมรับว่าหนักใจกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากในเรือนจำมีนักโทษ 2,200 คน แต่มีกำลังเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอในการปฏิบัติงาน

"ขณะนี้กระแสภายในเรือนจำผู้ต้องขังจำนวนมากให้ความสนใจและรอผู้ต้องหาคดีนี้เข้ามาคุมขังเพื่อรับน้องใหม่ เนื่องจากถูกตั้งข้อหาข่มขืนและฆ่าเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ ซึ่งอาจจะทำให้ระบบการรักษาความปลอดภัยมีปัญหาเกิดขึ้นได้ หากมีการลุกฮือของผู้ต้องขังจำนวนมากเพื่อรุมทำร้าย" นายสุทิน กล่าว

ไร้เงาญาติเยี่ยม"ไอ้โหด
ส่วน พ.ต.อ.ปรีชา กลัดสวัสดิ์ รอง ผบก.ภว.จว.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีนี้ โดยมีคำสั่งแต่งตั้งพนักงานสอบสวน จำนวน 13 นาย เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในคดีฆ่าข่มขืนกระทำชำเรา อำพรางซ่อนเร้นศพ และคดียาเสพติด ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสำนวนได้ เนื่องจากต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์จากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน สำหรับการสอบสวนและการนำตัวไปทำแผนได้ มีทนายอาสาของผู้ต้องหาเข้าร่วม เนื่องจากเป็นคดีใหญ่ที่มีอัตราโทษสูงถึงประหารชีวิต สำหรับผู้ต้องหารายนี้ยังไม่มีญาติเดินทางมาเยี่ยม หลังจากนำตัวมาคุมขังที่ สภ.ปราณบุรี โดยจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลอย่างใกล้ชิด และผู้ต้องหาไม่มีอาการเครียด

จี้คสช.ไล่"ประภัสร์"พ้นรฟท.
ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่จะมีการรวมตัวของกลุ่มโซเชียลมีเดีย เพื่อเรียกร้องให้มีการประหารชีวิตคนร้ายที่ทำร้ายน้องแก้มจนเสียชีวิตว่า ต้องดูลักษณะการรวมตัว เพราะการรวมตัวในระยะนี้อยู่ในช่วงการประกาศกฎอัยการศึก ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมทางการเมือง หรือการรวมตัวใดๆ ก็ตามอาจขัดต่อกฎอัยการศึก แต่ทั้งนี้จะพิจารณาความเหมาะสม ตนอยากเสนอให้กลุ่มดังกล่าวส่งตัวแทนมายื่นหนังสือให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. ซึ่งถือว่าเป็นช่องทางที่เหมาะสมที่สุดในขณะนี้ ส่วนกรณีที่มีการเรียกร้องให้ นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ลาออกจากตำแหน่งนั้น คสช.ทราบว่าคดีดังกล่าวอยู่ในความสนใจของประชาชน และส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง แต่ทั้งนี้ต้องไปพิจารณากันในรายละเอียดกันอีกครั้ง

สภาทนายฯช่วยฟ้องแพ่ง
นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ในทางแพ่งถือว่าเป็นคดีคุ้มครองผู้บริโภค  เพราะผู้เสียหายได้รับความเสีบหายอันเนื่องมาจากการให้บริการขนส่งสาธารณะ เมื่อเกิดเหตุภยันตรายขึ้นบนรถไฟ ดังนั้นการรถไฟฯต้องรับผิด โดยทางสภาทนายความจะรับเป็นทนายความช่วยเหลือทางคดีความให้ไม่มีค่าใช้จ่าย จะฟ้องศาลแพ่งเรียกค่าเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ค่าปลงสพ ค่าขาดไร้อุปการะ และค่าเสียหายทางจิตใจพร้อมดอกเบี้ยตั้งแต่วันเกิดเหตุจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ

แนะนำทำประชามติแก้กม.
นอกจากนี้นายกสภาทนายความ เปิดเผยถึงกรณีกระแสทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก เรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายความผิดข่มขืนเท่ากับประหารชีวิตว่า การแก้กฎหมายให้ผู้กระทำความผิดข่มชืนได้รับโทษประหารชีวิตอย่างเดียว ก็ต้องพิจารณาว่าสังคมต้องการแบบนี้จริงหรือไม่ หากเห็นว่าบทลงโทษผู้กระทำความผิดข้อหาช่มชืนปัจจุบันมีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปียังไม่เพียงพอ ก็ต้องจัดทำประชามติขอความเห็นสังคม ทั้งนี้ ตนเห็นว่าการลงโทษต้องให้เหมาะสมกับพฤติการณ์ความผิด กรณีถูกข่มขืนเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงมาก แต่ต้องถามว่าสมควรเอาชีวิตผู้กระทำความผิดหรือไม่ ถ้าต้องการเอาชีวิตก็สามารถแก้กฎหมายได้ แต่สังคมจะเอาด้วยหรือไม่ ตนเห็นว่าเราควรจะมีสติและพยายามทำคดีให้ดีที่สุด เมื่อจำเลยจำนนต่อหลักฐานศาลก็จะลงโทษเต็มที่ ซึ่งกฎหมายของเราก็เหมาะสมและได้มาตรฐานโลก แต่กระบวนการรับโทษต้องรวดเร็ว โปร่งใส และรัดกุม

ชี้แก้โทษปัญหาอาจรุนแรงขึ้น
นายเดชอุดม กล่าวอีกว่า หากมองอีกมุมหนึ่งการแก้โทษให้มีเพียงประหารชีวิตอย่างเดียว อาจเป็นการเพิ่มความรุนแรงขึ้นก็ได้ คนร้ายที่ข่มขืนอาจตัดสินใจฆ่าเหยื่อและทำลายหลักฐาน ทำให้ไม่มีพยานหลักฐานสำคัญในคดี เหมือนกับการเพิ่มโทษประหารชีวิตแก่ผู้ค้ายา เพื่อป้องกันและลดการจำหน่ายยาเสพติด จะเห็นว่าจากเดิมจับผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาเสพติดที่จำหน่ายได้เพียง 100 เม็ด แต่ปัจจุบันผู้ค้ายามียาเสพติดไว้จำหน่ายเป็นล้านเม็ด เพราะมีโทษประหารเท่ากัน ดังนั้นการเพิ่มโทษต้องคิดถึงผลย้อนกลับด้วย

กม.เดิมฆ่าข่มขืน-ประหาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวกับความผิดทางเพศ มาตรา 276 ระบุว่า ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้นั้นไม่สามารถขัดขืนได้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 8,000-40,000 บาท โดยที่มาตรา 277 ระบุว่า ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งไม่ใช่ภรรยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 8,000-40,000 บาท และถ้าเป็นการกระทำความผิดต่อเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 7-20 ปี และปรับตั้งแต่ 14,000-40,000 บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต ขณะที่มาตรา 277 ทวิ บัญญัติไว้ด้วยว่า ถ้าการกระทำผิด ตามมาตรา 276 หรือมาตรา 277 เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิตด้วย

กรมคุ้มครองสิทธิมอบเงินช่วย
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มารดาพร้อมครอบครัวของน้องแก้ม ได้เดินทางเข้าไปมอบดอกไม้ขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจรถไฟ ตำรวจภูธรภาค 7 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้เร่งรัดจับกุมผู้ต้องหาคดีดังกล่าว โดยมีพล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.(ปป.) เป็นตัวแทนรับมอบ จากนั้นพ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม มอบเงินสดจำนวน 1 แสนบาท ให้กับมารดาของน้องแก้ม ซึ่งการมอบในครั้งนี้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 (ประเด็นนี้ได้มีการตั้งกระทู้ใน pantip.com แฉว่าเป็นการจัดฉากของตำรวจ)

จ่อแก้รับแจ้งความคนหาย
พล.ต.อ.เอก กล่าวว่าตนยืนยันว่าหลังเกิดเหตุดังกล่าวตำรวจได้รับแจ้ง และดำเนินการช่วยเหลือการค้นหาร่างน้องแก้มอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งเตรียมปรับแก้ข้อกำหนดในการรับแจ้งความคนหาย ที่จากเดิมจะต้องรอให้ครบ 24 ชั่วโมงนั้นถึงจะสามารถแจ้งความได้ โดยจะเร่งปรับเปลี่ยนให้แจ้งความได้ทันที และกำชับพนักงานสอบสวนที่รับแจ้งให้รับดำเนินการอย่างเร่งด่วน ส่วนการปรับแก้การพิจารณาอัตราโทษในคดีข่มขืนกระทำชำเรา จำเป็นต้องให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม เข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งตำรวจเป็นเพียงผู้บังคับใช้กฎหมาย และรวบรวมพยานหลักฐานในการส่งสำนวนต่อพนักงานอัยการเท่านั้น

เคือง ตร.ไม่ช่วยค้นหา
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ขณะที่ญาติผู้ใหญ่ของน้องแก้มมอบดอกไม้พร้อมกล่าวแสดงความขอบคุณตำรวจนั้น บรรดาญาติอีกส่วนหนึ่งได้แสดงความไม่พอใจพร้อมเดินออกจากห้องรับรองทันที ต่อมาเมื่อมีการถ่ายภาพมอบดอกไม้และรับเงินช่วยเหลือ พี่สาวน้องแก้มได้แสดงอาการเบือนหน้าหนี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีกระแสข่าวจากกลุ่มญาติของน้องแก้ม แสดงความรู้สึกไม่พอใจผ่านโซเชียลมีเดียถึงการทำงานของตำรวจที่ไม่ช่วยดำเนินการในการค้นหาร่างของน้องแก้มอย่างเต็มที่แต่แรก ซึ่งคืนวันที่พบร่างของน้องแก้มเป็นเพียงญาติและเจ้าหน้าที่มูลนิธิที่เป็นผู้ช่วยกันค้นหาเท่านั้น

บี้ผู้บริหารรถไฟลาออก
นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ถึงกรณีน้องแก้มถูกข่มขืนและฆ่าบนรถไฟ ว่าปัจจุบันอยู่ระหว่างการประกาศใช้กฎอัยการศึก ทหารมีอำนาจเต็ม ในการบริหารปกครองประเทศให้สงบเรียบร้อย สามารถกำหนดและใช้กระบวนการพิจารณาคดีรวดเร็วได้ ปล้วให้กระบวนการศาลพิจารณาและตัดสินคดีโดยเร็ว คดีข่มขืนแล้วฆ่าแม้ผู้ถูกกล่าวหาจะรับสารภาพ แต่หากกระทำความผิดจริงและจำนนต่อหลักฐานก็มีโทษสถานเดียวคือประหารชีวิต เรื่องที่เกิดขึ้นผู้บริหารรถไฟควรลาออก เพื่อรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นความรับผิดชอบที่ไม่ควรต้องให้มีใครบอก

ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

สั่งซื้อ ผียุโรป เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหลังห้อง เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเอเชีย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีอังกฤษ เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหอพัก เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีไทย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีจีน เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีรัสเซียเรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีอเมริกัน ผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีญี่ปุ่น เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเพื่อนเฮี้ยน
สั่งซื้อ ผีข้างบ้าน
สั่งซื้อ ผีโรงพยาบาล
สั่งซื้อ ผีโรงเรียน รอบโลก
สั่งซื้อวิธีหลอนเรียกผี
สั่งซื้อ เรื่องเฮี้ยนเขย่าขวัญ


รีวิวหนังสือชุด เรื่องผีๆ รอบโลก



No comments:

Post a Comment