แหวนแต่งงาน เครื่องหมายแห่งรักนิรันดร์

     

เห็นนอนกลางดินกินกลางทรายจนเหมือนจะแล้งไร้ความโรแมนติก แต่เชื่อไหมว่าชาวอียิปต์นี่ล่ะที่เป็นคนริเริ่มประเพณีสวมแหวนแต่งงานเป็นเจ้าแรกของโลก หลักฐานก็คืออักษรภาพรูปวงกลมของอียิปต์ที่มีความหมายถึงความเป็นนิรันดร์ แหวนแต่งงานจึงเป็นเครื่องหมายแห่งรักแท้ที่จะคงความอมตะไปตลอดกาล


ตอนเริ่มประเพณีขึ้นใหม่ๆ แหวนแต่งงานเป็นเพียงแหวนทองคำหรือทองคำขาวเกลี้ยงๆ เท่านั้น ไม่ได้แพงมหาวินาศเหมือนกับทุกวันนี้ แต่พอเวลาผ่านไปประมาณร้อยกว่าปี สาวๆ ก็ชักเล่นตัว อยากได้สิ่งที่ดีกว่าขึ้นมา แหวนหมั้นในยุคหลังจึงเปลี่ยนมาเป็นแหวนประดับเพชรเม็ดเล็กๆ เรียงเป็นแถว ส่วนแหวนแต่งงานจะเป็นเพชรใหญ่เม็ดเดียวประดับอยู่ตรงกลาง พอเข้าพิธีเจ้าบ่าวจะสวมแหวนหมั้นให้เจ้าสาวก่อน แล้วค่อยสวมแหวนแต่งงานตามเข้าไป โดยมีธรรมเนียมว่าเมื่อสวมซ้อนกันแล้ว แหวนสองวงนี้ต้องประกบติดกันแน่นสนิท เหมือนความรักของบ่าวสาวที่จะแนบแน่นไม่มีวันคลอนคลาย ถ้าสวมแล้วแหวนเกยทับกันหรือเคลื่อนไปมาได้แสดงว่าร้านเพชรฝีมือไม่ถึง ถ้าอย่างนั้นก็เตรียมตัวรอวันเจ๊งได้เลย


ในสมัยกลางของยุโรปเคยมีเคล็ดว่าจะแต่งงานทั้งทีต้องขอสาม คือเบิ้ลแหวนแต่งงานทีเดียวสามวงรวด ใส่เรียงมาตั้งแต่นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางของมือข้างซ้าย เพื่อแสดงถึงพระบิดา พระบุตร และพระจิต ตามหลักศาสนาคริสต์ แต่ต่อมาคงเห็นว่าแสงเพชรตีกันวูบวาบแสบตาเกินไป เลยลดลงเหลือแค่แหวนเพชรที่นิ้วนางข้างซ้ายเพียงวงเดียว


สำหรับแหวนที่ใช้ในวันครบรอบแต่งงานเรียกว่าทรินิตี้ริง (Trinity Ring) หรือแหวนแห่งสามจะมีเพชรประดับอยู่สามเม็ด หมายถึงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เมื่อเอาเพชรสามเม็ดมารวมกัน ต้องหนักเท่ากับหนึ่งกะรัตพอดี แต่ในปัจจุบันแหวนครบรอบแต่งงานนิยมประดับด้วยอัญมณีเม็ดใหญ่เม็ดเดียว และประดับด้วยอัญมณีต่างกันไปทุกปี

ปีที่ 1 แหวนทับทิม
เพื่อชีวิตคู่ที่มั่นคงยืนนาน
ปีที่ 2 แหวนไพลิน
ช่วยสร้างเสน่ห์ให้สามีภรรยาหลงใหลกันไม่เสื่อมคลาย
ปีที่ 3 แหวนมรกต
เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ร่ำรวย และร่มเย็น
ปีที่ 4 แหวนไข่มุก
เสริมสร้างความสง่างาม และความบริสุทธิ์ให้คนสวม



ปีที่ 5 แหวนเพชร
เพชรเป็นเครื่องหมายของความรัก ความมีอำนาจเหนือผู้อื่น และความร่ำรวย
ปีที่ 6 แหวนหยก
ส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองให้ชีวิตคู่
ปีที่ 7 แหวนโอปอล
ลบอาถรรพ์เลขเจ็ดด้วยโอปอล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความสมหวังในทุกๆ ด้าน


ปีที่ 8 แหวนอะความารีน
ทำให้ผู้สวมใส่จิตใจสงบ เยือกเย็น สงบสุข
ปีที่ 9 แหวนสปิเนล
ทำให้มีอำนาจ สมหวังในเรื่องความรัก
ปีที่ 10 แหวนทับทิม
ทำให้มีอำนาจ ตอกย้ำให้ทั้งคู่สมหวังในเรื่องความรัก มีชีวิตคู่ยั่งยืนคงทนมากกว่าสิบปี
ปีที่ 11 แหวนแอเมทิสต์
รักษาจิตใจของภรรยาให้สงบและเข้มแข็ง


ปีที่ 12 แหวนเพอริดอต
พลอยเนื้ออ่อนสีเขียว จะทำให้จิตใจเข้มแข็ง กล้าหาญ มีอำนาจและชื่อเสียง
ปีที่ 13 แหวนโทแพช
จะนำความโชคดีมาสู่เจ้าของ ทำให้เป็นที่รักใคร่ของทุกคน
ปีที่ 14 แหวนทัวร์มาลีน
จะนำโชคดีมาสู่เจ้าของในทุกๆ ด้าน


ปีที่ 15 แหวนไพลิน
ทำให้เป็นที่รักใคร่ เมตตา เป็นที่ศรัทธาของคนรอบข้าง
ปีที่ 20 แหวนมรกต
เสริมโชคชะตาความอุดมสมบูรณ์ให้ชีวิตคู่ร่มเย็น และร่ำรวย
ปีที่ 25 แหวนไข่มุก
ดึงดูดพลังแห่งความสง่างาม และความบริสุทธิ์ให้อยู่กับผู้สวมตลอดไป
ปีที่ 30 แหวนเพชร
เพื่อแสดงถึงความรักอันเป็นนิรันดร์

No comments:

Post a Comment