เลิศรสอาหารไทยโบราณ สัมผัสบรรยากาศแบบชนบทดุจโรงนากลางเมืองกรุงที่ Barn@36


แม้จะเปิดให้บริการเพียงไม่นาน แต่ Barn@36 ก็ได้รับผลตอบกลับที่ดีมากๆ โดยคุณสมเกียรติ เตชะธนะชัย เจ้าของร้านเล็งเห็นถึงความสำคัญของครอบครัว ที่มีเวลาอยู่ร่วมกันน้อย จึงต้องการให้ Barn@36 เป็นสถานที่แบบครบวงจรที่สมาชิกในครอบครัวสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้ในพื้นที่เดียวกัน ไม่ว่าคุณพ่อจะแวะมาล้างรถ คุณแม่จะนั่งทำงานหรือคุณลูกอยากจะทานไอศครีม ที่นี่ก็มีให้บริการหมดทั้งล้างรถโดยพนักงานมืออาชีพจาก Wash@36 อินเตอร์เน็ตฟรี และมีขนมเครื่องดื่มแสนอร่อยจากร้าน Barn Coffee ไว้บริการแบบ One Stop Service เลยทีเดียว

     

สำหรับ Barn@36 ภายในร้านประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือ ส่วนอินดอร์ภายในโครงสร้างอาคารที่มีหลังคาสูงโปร่ง มีเวทีสำหรับวงดนตรีเล่นสด ห้องแอร์เย็นฉ่ำสำหรับคลายร้อนให้กับลูกค้า และห้องจัดเลี้ยงบนชั้น 2 ที่สามารถจุคนได้ถึง 30-40 คน ที่นั่งพร้อมลานกิจกรรมส่วนตัว ลูกค้าจึงสามารถสังสรรค์กันได้อย่างเต็มที่ ส่วนที่ 2 คือบริเวณเอ้าท์ดอร์ที่มีชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้ตั้งเด่นอยู่กลางสวนไม้ดอกไม้ประดับอันเขียวชอุ่มให้ความรู้สึกเหมือนได้ไปเยือนโรงนาในชนบทจริงๆ


นอกจากการบริการที่แสนอบอุ่นและน่าประทับใจจากพนักงานแล้ว ทางร้านยังมีวงดนตรีสดคอยขับกล่อมทุกค่ำคืนด้วยแนวเพลงฟังสบายๆ จากวงดนตรี 5 วงที่คอยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมามอบความสุขผ่านเสียงเพลงอันไพเราะ


ในด้านอาหาร Barn@36 จะเน้นอาหารไทยโบราณเป็นพิเศษ และยังให้ความสำคัญกับวัตถุดิบที่นำมาประกอบ โดยอาหารบางตัวก็ใช้สินค้าออแกนิกส์เสริมเพื่อให้ลูกค้าได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์และปลอดภัย แต่ถ้าใครอยากจะช้อปปิ้งสินค้าออแกนิกส์คุณภาพดีกลับไปทานเองที่บ้านก็สามารถจับจ่ายกันได้ที่ Green Room ซึ่งอยู่บริเวณหน้าร้านมีบริการทั้งผักสลัดปลอดสาร นมและโยเกิร์ตปลอดสาร ไข่ไก่ชีวภาพ ใกล้กันยังมีร้าน Champ ที่มีบ๊ะจ่างแสนอร่อยที่ลูกค้าสามารถสั่งเข้ามาทานในร้านได้ด้วย


สำหรับเมนูอาหารที่ใครมาเยือนก็ต้องสั่งทุกราย ขอเริ่มที่ "ปลาดุกฟูผัดพริกขิง" ที่คัดปลาดุกตัวโตๆ เนื้อเยอะๆ คลุกเคล้าจนได้รสชาติเข้มข้น ถัดมาคือ "ต้มข่าปลาสลิด" ที่ใช้ปลาสลิดจากบ่อน้ำธรรมชาติไม่เจือปนสารเคมีมาปรุงจนได้รสกลมกล่อม หรือจะเป็นเมนู "หมูตีแปลง" หมูเนื้อนุ่มชุบแป้งทอดกรอบราดด้วยครีมสลัดแล้ววางบนแปลงคะน้าทอดกรอบ ปิดท้ายด้วย "ปลากะพงผัดขี้เมา" ที่ใช้ปลากะพงหนัก 8 ขีด ทอดกรอบทั้งตัวแล้วราดด้วยผัดขี้เมาครบเครื่อง


นอกจากนี้ยังมีอีกหลากหลายเมนูที่น่าลิ้มลอง อาทิ ปลาช่อนโบราณ พะแนงเป็ดลิ้นจี่ น้ำพริกกุ้งเสียบ ปลาหมึกลงสรง มัจฉาหลงวารี ไก่มโนราห์ และตบท้ายด้วยของหวานที่แสนถูกใจอย่างเค้กเนื้อนุ่มละมุนลิ้นรสคุ๊กกี้แอนด์ครีม แมคคาเดเมีย สตรอเบอรี่ชาล็อต และไอศครีมโฮมเมดรสหวานเย็นชื่นใจ ที่มีทั้งแบบเชอร์เบทและครีมมี่


ส่วนเครื่องดื่มขึ้นชื่อก็งหนีไม่พ้นกาแฟสดจากร้าน Barn Coffee กาแฟสูตรเฉพาะของทางร้านที่ปรุงแต่งจนได้รสชาติหวานมันตามแบบฉบับคนไทย มีทั้งกาแฟสดร้อน-เย็น โกโก้ ชาเขียวปั่น สมูทตี้ ฯลฯ คอกาแฟทั้งหลายจึงไม่ควรพลาด นอกจากนี้ทางร้านยังมีค็อกเทลรสเลิศและไวน์ชั้นดีไว้บริการอีกด้วย


นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น หากใครอยากสัมผัสบรรยากาศของจริงพร้อมลิ้มลองความอร่อยกับอาหารเลิศรส ก็เชิญได้ที่ Barn@36 ภายในซอยสุขุมวิท 36 เปิดให้บริการทุกวัน 11:00-23:00 น. โทรสอบถามข้อมูลหรือสำรองที่นั่งได้ที่ 02-258-5937 และ 086-328-8989

ร้านอินดี้ดีวีดี ขายแผ่นรายการทีวี   http://foolishjewelry.blogspot.com/


ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด


สารบัญบทความ

No comments:

Post a Comment