วิธีตั้งเลขพยากรณ์ ดูดวงตำราพรหมชาติ



สิทธิการิยะ ผู้ใดจะใคร่เรียนรู้คัมภีร์พยากรณ์แบบเลข ๗ ตัว ต้องรู้วันเกิด เดือนเกิด และปีเกิดเสียก่อน แล้วเอาวัน, เดือน, ปี ที่เกิดนั้นมาตั้งเป็นฐานพยากรณ์ ดังนี้
ฐานที่ ๑ เอาวันเกิดเป็นหลัก
ฐานที่ ๒ เอาเดือนเกิดเป็นหลัก
ฐานที่ ๓ เอาปีเกิดเป็นหลัก

ฐานที่ ๑ วันเกิด
วันอาทิตย์   ๑
วันจันทร์     ๒
วันอังคาร    ๓
วันพุธ        ๔
วันพฤหัส    ๕
วันศุกร์       ๖
วันเสาร์      ๗

ยกตัวอย่าง เช่น
คนเกิดวันอาทิตย์ ตั้งเลข ๑ ขึ้นต้นแล้วเรียงลำดับไปดังนี้
๑    ๒    ๓    ๔    ๕    ๖    ๗

คนเกิดวันจันทร์ ตั้งเลข ๒ ขึ้นต้นแล้วเรียงลำดับไปดังนี้
๒    ๓    ๔    ๕    ๖    ๗    ๑

คนเกิดวันอังคาร ตั้งเลข ๓ ขึ้นต้นแล้วเรียงลำดับไปดังนี้
๓    ๔    ๕    ๖    ๗    ๑    ๒

คนเกิดวันพุธ ตั้งเลข ๔ ขึ้นต้นแล้วเรียงลำดับไปดังนี้
๔    ๕    ๖    ๗    ๑    ๒    ๓

คนเกิดวันพฤหัส ตั้งเลข ๕ ขึ้นต้นแล้วเรียงลำดับไปดังนี้
๕    ๖    ๗    ๑    ๒    ๓    ๔

คนเกิดวันศุกร์ ตั้งเลข ๖ ขึ้นต้นแล้วเรียงลำดับไปดังนี้
๖    ๗    ๑    ๒    ๓    ๔    ๕

คนเกิดวันเสาร์ ตั้งเลข ๗ ขึ้นต้นแล้วเรียงลำดับไปดังนี้
๗    ๑    ๒    ๓    ๔    ๕    ๖

เลขฐานที่ ๑ (วันเกิด) มีความหมายของแต่ละหลักคือ
อัตตะ    หินะ    ธนัง    ปิตา    มาตา    โภคา    มัชฌิมา

เลขหลักที่ ๑ ของวันทั้ง ๗ เป็นอัตตะ ซึ่งแปลว่า "ตน" หรือ "ตนของตนเอง"
เลขหลักที่ ๒ ของวันทั้ง ๗ เป็นหินะ แปลว่า "ต่ำ, ชั่ว" หรือ "เลวทราม"
เลขหลักที่ ๓ ของวันทั้ง ๗ เป็นธนัง แปลว่า "ทรัพย์" หมายถึง สิ่งของเงินทอง
เลขหลักที่ ๔ ของวันทั้ง ๗ เป็นปิตา แปลว่า "บิดา" หมายถึง พ่อบังเกิดเกล้า หรือญาติทางพ่อ กินตลอดถึงผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดูเสมอด้วยบิดา
เลขหลักที่ ๕ ของวันทั้ง ๗ เป็นมาตา แปลว่า "มาดา" หมายถึง แม่บังเกิดเกล้า หรือญาติทางแม่ กินตลอดถึงผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดูเสมอด้วยมารดา
เลขหลักที่ ๖ ของวันทั้ง ๗ เป็นโภคา แปลว่า "โภคสมบัติ" หรือ "สมบัติที่อาศัย" หมายถึงที่ดิน, เรือกสวนไร่นา และสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด
เลขหลักที่ ๗ ของวันทั้ง ๗ เป็นมัชฌิมา แปลว่า "อย่างกลาง" หรือ "ปานกลาง" หมายความว่า ไม่ดีนัก ไม่เลวนัก

รวมความว่า อัตตะ, หินะ, ธนัง, ปิตา, มาตา, โภคา, และมัชฌิมา ทั้ง ๗ นี้ หมุนเวียนไปตามวันทั้ง ๗
คนเกิดวันอาทิตย์ ๑ เป็นอัตตะ ขึ้นต้นแล้วเรียงลำดับไปดังนี้
  ๑         ๒       ๓       ๔        ๕          ๖         ๗
อัตตะ    หินะ    ธนัง    ปิตา    มาตา    โภคา    มัชฌิมา

คนเกิดวันจันทร์ ๒ เป็นอัตตะ ขึ้นต้นแล้วเรียงลำดับไปดังนี้
  ๒         ๓       ๔       ๕        ๖         ๗           ๑
อัตตะ    หินะ    ธนัง    ปิตา    มาตา    โภคา    มัชฌิมา

คนเกิดวันอังคาร ๓ เป็นอัตตะ ขึ้นต้นแล้วเรียงลำดับไปดังนี้
    ๓        ๔       ๕       ๖       ๗         ๑          ๒
อัตตะ    หินะ    ธนัง    ปิตา    มาตา    โภคา    มัชฌิมา

คนเกิดวันพุธ ๔ เป็นอัตตะ ขึ้นต้นแล้วเรียงลำดับไปดังนี้
   ๔        ๕       ๖       ๗        ๑         ๒          ๓
อัตตะ    หินะ    ธนัง    ปิตา    มาตา    โภคา    มัชฌิมา

คนเกิดวันพฤหัส ๕ เป็นอัตตะ ขึ้นต้นแล้วเรียงลำดับไปดังนี้
   ๕       ๖       ๗        ๑        ๒          ๓          ๔
อัตตะ    หินะ    ธนัง    ปิตา    มาตา    โภคา    มัชฌิมา

คนเกิดวันศุกร์ ๖ เป็นอัตตะ ขึ้นต้นแล้วเรียงลำดับไปดังนี้
   ๖       ๗        ๑       ๒         ๓          ๔        ๕
อัตตะ    หินะ    ธนัง    ปิตา    มาตา    โภคา    มัชฌิมา

คนเกิดวันเสาร์ ๗ เป็นอัตตะ ขึ้นต้นแล้วเรียงลำดับไปดังนี้
   ๗        ๑       ๒       ๓        ๔         ๕         ๖
อัตตะ    หินะ    ธนัง    ปิตา    มาตา    โภคา    มัชฌิมา

ฐานที่ ๒ เดือนเกิด
เดือนธันวาคม      คือ เลข ๑ (อ้าย)
เดือนมกราคม      คือ เลข ๒ (ยี่)
เดือนกุมภาพันธ์   คือ เลข ๓
เดือนมีนาคม       คือ เลข ๔
เดือนเมษายน      คือ เลข ๕
เดือนพฤษภาคม   คือ เลข ๖
เดือนมิถุนายน      คือ เลข ๗
เดือนกรกฎาคม    คือ เลข ๘
เดือนสิงหาคม      คือ เลข ๙
เดือนกันยายน      คือ เลข ๑๐
เดือนตุลาคม        คือ เลข ๑๑
เดือนพฤศจิกายน คือ เลข ๑๒

ฐานที่ ๒ เอาเดือนเกิดเป็นหลัก และเดือนมีถึง ๑๒ เดือน แต่เลขซึ่งต้องใช้ตั้งมีเพียง ๗ ตัวเท่านั้น ดังนั้น จึงต้องทดเลขเดือน ๑๒ เดือนย่อเข้ามาให้เท่ากับจำนวนเลข ๗ ตัวคือ
เดือน ๑ (ธันวาคม)     กับเดือน ๘ (กรกฎาคม)           นับเป็นเดือนเดียวกัน ใช้เลข ๑
เดือน ๒ (มกราคม)     กับเดือน ๙ (สิงหาคม)              นับเป็นเดือนเดียวกัน ใช้เลข ๒
เดือน ๓ (กุมภาพันธ์)  กับเดือน ๑๐ (กันยายน)          นับเป็นเดือนเดียวกัน ใช้เลข ๓
เดือน ๔ (มีนาคม)       กับเดือน ๑๑ (ตุลาคม)             นับเป็นเดือนเดียวกัน ใช้เลข ๔
เดือน ๕ (เมษายน)      กับเดือน ๑๒ (พฤศจิกายน)    นับเป็นเดือนเดียวกัน ใช้เลข ๕
เดือน ๖ (พฤษภาคม)  ใช้เลข ๖
เดือน ๗ (มิถุนายน)     ใช้เลข ๗

เลขฐานที่ ๒ (เดือนเกิด) มีความหมายของแต่ละหลักคือ
เลขหลักที่ ๑ ของเดือน ๑๒ เดือน เป็น ตนุ ซึ่งแปลว่า "ตน" หรือ "ตนของตนเอง"
เลขหลักที่ ๒ ของเดือน ๑๒ เดือน เป็น กฎมพะ แปลว่า "ทรัพย์, เงินทอง"
เลขหลักที่ ๓ ของเดือน ๑๒ เดือน เป็น สหัชชะ แปลว่า "เพื่อนฝูง" หรือ "มิตรสหาย" (สหัชชะ=สุหัชชะ)
เลขหลักที่ ๔ ของเดือน ๑๒ เดือน เป็น พันธุ แปลว่า "พวกพ้อง" หมายถึง ญาติพี่น้องฝ่ายมารดาและบิดา พี่น้องร่วมมารดาบิดา หรือร่วมมารดาแต่ต่างบิดา หรือร่วมบิดาแต่ต่างมารดา
เลขหลักที่ ๕ ของเดือน ๑๒ เดือน เป็น ปุตตะ แปลว่า "บุตร" หมายถึง ลูกหญิงและลูกชาย
เลขหลักที่ ๖ ของเดือน ๑๒ เดือน เป็น หริ (-อริ) แปลว่า "ข้าศึก" หรือ "ศัตรู" แม้อันตรายซึ่งมารบกวน และอุปสรรคซึ่งเข้าขัดขวาง ก็นับเป็นศัตรูด้วย
เลขหลักที่ ๗ ของเดือน ๑๒ เดือน เป็น ปัตนิ (-ปัตนี) แปลว่า "นายหญิง, เนื้อคู่" หมายถึง ภรรยาและสามีด้วย

รวมความว่า ตนุ, กฎุมพะ, สหัชชะ, พันธุ, ปุตตะ, หริ และปัตนิ ทั้ง ๗ นี้ หมุนเวียนเปลี่ยนไปตามเดือน 12 เดือน ดังนี้
คนเกิด เดือน ๑ (ธันวาคม) กับเดือน ๘ (กรกฎาคม)
 ๑        ๒            ๓          ๔        ๕       ๖      ๗
ตนุ    กฎุมพะ    สหัชชะ    พันธุ    ปุตตะ    หริ    ปัตนิ

คนเกิด เดือน ๒ (มกราคม) กับเดือน ๙ (สิงหาคม)      
 ๒        ๓           ๔          ๕        ๖        ๗      ๑
ตนุ    กฎุมพะ    สหัชชะ    พันธุ    ปุตตะ    หริ    ปัตนิ

คนเกิด เดือน ๓ (กุมภาพันธ์)  กับเดือน ๑๐ (กันยายน)         
 ๓         ๔          ๕          ๖        ๗        ๑      ๒
ตนุ    กฎุมพะ    สหัชชะ    พันธุ    ปุตตะ    หริ    ปัตนิ

คนเกิด เดือน ๔ (มีนาคม) กับเดือน ๑๑ (ตุลาคม)            
 ๔        ๕            ๖         ๗         ๑       ๒      ๓
ตนุ    กฎุมพะ    สหัชชะ    พันธุ    ปุตตะ    หริ    ปัตนิ

คนเกิด เดือน ๕ (เมษายน) กับเดือน ๑๒ (พฤศจิกายน)   
 ๕         ๖          ๗          ๑         ๒       ๓      ๔
ตนุ    กฎุมพะ    สหัชชะ    พันธุ    ปุตตะ    หริ    ปัตนิ

คนเกิด เดือน ๖ (พฤษภาคม) 
 ๖         ๗            ๑        ๒         ๓        ๔     ๕
ตนุ    กฎุมพะ    สหัชชะ    พันธุ    ปุตตะ    หริ    ปัตนิ

คนเกิด เดือน ๗ (มิถุนายน)
 ๗          ๑          ๒         ๓        ๔        ๕      ๖
ตนุ    กฎุมพะ    สหัชชะ    พันธุ    ปุตตะ    หริ    ปัตนิ

ฐานที่ ๓ ปีเกิด
ปีชวด        คือเลข ๑
ปีฉลู          คือเลข ๒
ปีขาล        คือเลข ๓
ปีเถาะ        คือเลข ๔
ปีมะโรง      คือเลข ๕
ปีมะเส็ง      คือเลข ๖
ปีมะเมีย      คือเลข ๗
ปีมะแม       คือเลข ๘
ปีวอก         คือเลข ๙
ปีระกา        คือเลข ๑๐
ปีจอ           คือเลข ๑๑
ปีกุน           คือเลข ๑๒

ฐานที่ 3 เอาปีเกิดเป็นหลัก แต่ปีมีถึง ๑๒ ปี เลขซึ่งต้องใช้ตั้งมีเพียง ๗ ตัวเท่านั้น ดังนั้น จึงต้องทดเลขปี ๑๒ ปี เข้ามาให้ครบจำนวนเลข ๗ ตัว คือ
ปี ๑ (ชวด) กับ ปี ๘ (มะแม)      นับเป็นปีเดียวกัน ใช้เลข ๑ ตั้งต้น
ปี ๒ (ฉลู)   กับ ปี ๙ (วอก)         นับเป็นปีเดียวกัน ใช้เลข ๒ ตั้งต้น
ปี ๓ (ขาล)   กับ ปี ๑๐ (ระกา)  นับเป็นปีเดียวกัน ใช้เลข ๓ ตั้งต้น
ปี ๔ (เถาะ)   กับ ปี ๑๑ (จอ)     นับเป็นปีเดียวกัน ใช้เลข ๔ ตั้งต้น
ปี ๕ (มะโรง)   กับ ปี ๑๒ (กุน)   นับเป็นปีเดียวกัน ใช้เลข ๕ ตั้งต้น
ปี ๖ (มะเส็ง)  ใช้เลข ๖ ตั้งต้น
ปี ๗ (มะเมีย)  ใช้เลข ๗ ตั้งต้น

เลขฐานที่ ๓ (ปีเกิด) มีความหมายของแต่ละหลักคือ
เลขหลักที่ ๑ ของปี ๑๒ ปี เป็น มรณะ ซึ่งแปลว่า "ตาย"
เลขหลักที่ ๒ ของปี ๑๒ ปี เป็น ศุภะ แปลว่า "ดี, สวย, งาม" หมายถึง สุขสมบูรณ์และเกียรติด้วย
เลขหลักที่ ๓ ของปี ๑๒ ปี เป็น กรรมะ แปลว่า "การงาน" หรือ "ขยัน, หมั่นเพียร"
เลขหลักที่ ๔ ของปี ๑๒ ปี เป็น ลาภะ แปลว่า "ลาภ" คือสิ่งที่ได้มา หมายถึงผลกำไรและความสำเร็จด้วย
เลขหลักที่ ๕ ของปี ๑๒ ปี เป็น พยายะ แปลว่า "ป่วยไข้" หมายถึงอุปสรรคซึ่งเบียดเบียนด้วย
เลขหลักที่ ๖ ของปี ๑๒ ปี เป็น ทาสี แปลว่า "ทาสหญิง" หรือ "หญิงรับใช้" หมายถึงหญิงที่รับจ้างอยู่ด้วย
เลขหลักที่ ๗ ของปี ๑๒ ปี เป็น ทาสา แปลว่า "ทาสชาย" หรือ "ชายซึ่งรับใช้" หมายถึงชายที่รับจ้างอยู่ด้วย

รวมความว่า มรณะ, ศุภะ, กรรมะ, ลาภะ, พยายะ, ทาสี และทาสา ทั้ง ๗ นี้ หมุนเวียนเปลี่ยนไปตามปี 12 ปี ดังนี้
ปี ๑ (ชวด) กับ ปี ๘ (มะแม) ตั้งเลขตามนี้
   ๑        ๒        ๓          ๔         ๕         ๖         ๗
มรณะ    ศุภะ    กรรมะ    ลาภะ    พยายะ    ทาสี    ทาสา

ปี ๒ (ฉลู)   กับ ปี ๙ (วอก) ตั้งเลขตามนี้
   ๒        ๓        ๔         ๕          ๖          ๗        ๑
มรณะ    ศุภะ    กรรมะ    ลาภะ    พยายะ    ทาสี    ทาสา

ปี ๓ (ขาล)   กับ ปี ๑๐ (ระกา)  ตั้งเลขตามนี้
   ๓        ๔        ๕          ๖          ๗         ๑        ๒
มรณะ    ศุภะ    กรรมะ    ลาภะ    พยายะ    ทาสี    ทาสา

ปี ๔ (เถาะ)   กับ ปี ๑๑ (จอ)    ตั้งเลขตามนี้
   ๔        ๕        ๖         ๗           ๑         ๒        ๓
มรณะ    ศุภะ    กรรมะ    ลาภะ    พยายะ    ทาสี    ทาสา

ปี ๕ (มะโรง)   กับ ปี ๑๒ (กุน)  ตั้งเลขตามนี้
   ๕        ๖         ๗         ๑          ๒         ๓       ๔
มรณะ    ศุภะ    กรรมะ    ลาภะ    พยายะ    ทาสี    ทาสา

ปี ๖ (มะเส็ง)  ตั้งเลขตามนี้
   ๖        ๗         ๑         ๒          ๓         ๔        ๕
มรณะ    ศุภะ    กรรมะ    ลาภะ    พยายะ    ทาสี    ทาสา

ปี ๗ (มะเมีย)  ตั้งเลขตามนี้
  ๗         ๑         ๒         ๓          ๔        ๕         ๖
มรณะ    ศุภะ    กรรมะ    ลาภะ    พยายะ    ทาสี    ทาสา

ยกตัวอย่างคนที่เกิด วันอาทิตย์ เดือนธันวาคม ปีชวด ให้ตั้งเลขดังนี้
   ๑        ๒       ๓        ๔        ๕         ๖         ๗
อัตตะ    หินะ    ธนัง    ปิตา    มาตา    โภคา    มัชฌิมา
  ๑        ๒           ๓         ๔         ๕       ๖       ๗
ตนุ    กฎุมพะ    สหัชชะ    พันธุ    ปุตตะ    หริ    ปัตนิ
   ๑         ๒        ๓          ๔         ๕        ๖        ๗
มรณะ    ศุภะ    กรรมะ    ลาภะ    พยายะ    ทาสี    ทาสา

ยกตัวอย่างคนที่เกิด วันอังคาร เดือนมีนาคม ปีขาล ให้ตั้งเลขดังนี้
    ๓       ๔       ๕       ๖        ๗          ๑         ๒
อัตตะ    หินะ    ธนัง    ปิตา    มาตา    โภคา    มัชฌิมา
 ๔        ๕            ๖          ๗        ๑       ๒      ๓
ตนุ    กฎุมพะ    สหัชชะ    พันธุ    ปุตตะ    หริ    ปัตนิ
   ๓        ๔        ๕          ๖          ๗        ๑        ๒
มรณะ    ศุภะ    กรรมะ    ลาภะ    พยายะ    ทาสี    ทาสา

ดูคำทำนาย
เลขแต่ละฐานแสดงความหมายต่างกัน คือดีบ้าง ชั่วบ้าง ปานกลางบ้าง เลขที่ดีคือเลขที่ตก ธนัง โภคา ศุภะ ลาภะ เลขที่ชั่วคือเลขที่ตก หินะ หริ มรณะ พยายะ นอกนั้นเป็นแต่ปานกลาง ไม่ให้คุณให้โทษเท่าใดนัก
ถ้าจะดูตนของตน ให้ดูที่เลข อัตตะ และตนุ
ถ้าจะดูทรัพย์และการเงิน ให้ดูที่เลข ธนัง โภคา และ กฎุมพะ
ถ้าจะดูบิดามารดา ให้ดูที่เลข ปิตา และ มาตา
ถ้าจะดูพวกพ้องหรือมิตรสหาย ให้ดูที่เลขสหัชชะ
ถ้าจะดูญาติหรือพี่น้อง ให้ดูที่เลข พันธุ
ถ้าจะดูบุตรลูกหญิงหรือลูกชาย ให้ดูที่เลข ปุตตะ
ถ้าจะดูภรรยาหรือสามี ให้ดูที่เลขปัตนิ
ถ้าจะดูยศศักดิ์ สวย งาม และสุภาพเรียบร้อย ให้ดูที่เลข ศุภะ
ถ้าจะดูการงานให้ดูที่เลข กรรมะ
ถ้าจะดูลาภ หรือทรัพย์สิ่งของ คนและสัตว์ที่จะพึงได้ ให้ดูที่เลขลาภะ
ถ้าจะดูบริวารข้าทาสชายหญิง ให้ดูที่เลขทาสีและทาสา
ถ้าจะดูศัตรู ให้ดูที่เลขหริ
ถ้าจะดูความสูญเสีย ฉิบหาย หรือพินาศ ให้ดูที่เลขมรณะ
ถ้าจะดูโรคภัยไข้เจ็บ ให้ดูที่เลขพยายะ
ถ้าจะดูเสื่อม เลวทราม หรือต่ำช้า ให้ดูที่เลขหินะ

ดูอัตตะ เลขฐานที่ ๑ (วัน)
๑ เป็นอัตตะ ทำนายว่า ผู้นั้นตระกูลพ่อดีกว่าแม่ เมื่อคลอดมีญาติพี่น้องมาประชุมกันมาก เจรจาดี มีบุญวาสนา เพราะตัวเอง
๒ เป็นอัตตะ ทำนายว่า ผู้นั้นมีญาติพี่น้องอยู่ต่างบ้านต่างเมือง เมื่อน้อยสมณะชีพราหมณ์ผู้เฒ่าผู้แก่เอาไปเลี้ยงเป็นลูก ท่านให้ลาภ แต่ว่าอาภัพ ทำคุณแก่ใครไม่ขึ้น ดีแต่ต่อหน้า เจรจาชอบใจสมณะพราหมณ์แล
๓ เป็นอัตตะ ทำนายว่า ผู้นั้นมักมีตำหนิที่ลูกคางซ้าย แต่ความคิดดี ถูกเจ็บเพราะคบเพื่อน หมายพึ่งเพื่อนไม่ได้ มีพี่น้องพึ่งไม่ได้ มีแต่เขาจะเบียดเบียน มีบุญเพราะตัวเอง ผู้นั้นจะมีคนใช้สอยถึง ๕ คน หรือ ๖ คนทีหนึ่ง ใจมานะแล
๔ เป็นอัตตะ ทำนายว่า ผู้นั้นหน้าผากใหญ่ ผมบาง ทำคุณแก่เขาๆ ว่าดีแต่ต่อหน้า ลับหลังว่าร้าย เมื่อน้อยเลี้ยงยาก ปู่ ย่า ตา ยาย เอาไปเลี้ยง มักเจ็บท้อง มีพี่น้อง ๓ คน หรือ ๙ คนแล
๕ เป็นอัตตะ ทำนายว่า ผู้นั้นเจรจาดี มีบุญมาก รู้หลักนักปราชญ์ แต่พูดน้อย มีลูก ๓-๔ หรือ ๗ คน เจรจากับท่านดี ทำการงานดี ทำราชการชอบใจขุนนางแล
๖ เป็นอัตตะ ทำนายว่า ผู้นั้นเมื่อคลอดรกพันคอ หรือมิฉะนั้น ก็จะตายหรือถูกหมากัด ตกควาย ตกน้ำ อย่างใดอย่างหนึ่ง ใจคอซึ่งตรง ถ้าได้หญิงซึ่งเป็นแม่เจ้าแม่นางเอาไปเลี้ยงจะได้ดี และว่าผู้นั้นใจบุญ มักสงสารคนจน และเป็นที่พึ่งแก่ศัตรูทั้งปวง มีตำหนิ เป็นไฝ เป็นปาน เป็นบาดแผลหลายแห่ง ตั้งตัวเอง เป็นคนอาภัพ ถึงจะได้มรดกของบิดามารดาหรือผู้อุปถัมภ์ก็น้อยกว่คนอื่นๆ แล
๗ เป็นอัตตะ ทำนายว่า ผู้นั้นเมื่อน้อยเลี้ยงยาก มีผู้เอาไปเลี้ยง เมื่อน้อยอุดม ครั้นเติบใหญ่ขึ้นตั้งตัวเอง มีปัญญา เรียนสิ่งใดๆ มักเป็นครูเขา ทำราชการดีจะได้เป็นขุนนาง พี่น้องและญาติได้พึ่ง จะปรากฏชื่อเสียงแล

ดูหินะ
๑ เป็นหินะ ทำนายว่า ผู้นั้นมิรู้ตกยากเลย
๒ เป็นหินะ ทำนายว่า ผู้นั้นรักทรัพย์ รักแต่หัวปีทีแรก นานไปมิรักแล
๓ เป็นหินะ ทำนายว่า ผู้นั้นมั่งมี ทำเป็นเหมือนไม่มี และไม่รักสิ่งของของตนแล
๔ เป็นหินะ ทำนายว่า ผู้นั้นตื่นทรัพย์แล
๕ เป็นหินะ ทำนายว่า ผู้นั้นมีทรัพย์มากแล
๖ เป็นหินะ ทำนายว่า ผู้นั้นรักของทั้งปวงดีนักแล
๗ เป็นหินะ ทำนายว่า ผู้นั้นฉลาดดีนักแล

ดูธนัง
๑ เป็นธนัง  ทำนายว่า ผู้นั้นมีทรัพย์มาก แต่เอาไว้กับตัวมิคง มีผู้เบียดเบียน จำหน่ายจ่ายเสีย แล
๒ เป็นธนัง  ทำนายว่า ผู้นั้นได้ทรัพย์แต่ทีแรกดี ครั้นได้ทีหลังมักมีตำหนิ และว่า ผู้นั้นตระหนี่ทรัพย์แล
๓ เป็นธนัง  ทำนายว่า ผู้นั้นเห็นของจะใคร่ซื้อจ่าย ทรัพย์อยู่มิคง และมักมีคนเบียดเบียนแล
๔ เป็นธนัง  ทำนายว่า ผู้นั้นมีทรัพย์ไว้กับตัวเองมิคง มักมีคนเบียดเบียน ผู้นั้นมักพอใจท้าวพระยาและสมณะชีพราหมณ์แล
๕ เป็นธนัง  ทำนายว่า ผู้นั้นเป็นคนมักอยากได้ของเขา ถ้าได้มารักแต่ทีแรก นานไปมิรัก จะได้ทรัพย์เพราะขุนนาง แต่ว่ามักมีคนเบียดเบียนแล
๖ เป็นธนัง  ทำนายว่า ผู้นั้นมักเก็บหอมรอมริบทรัพย์ไว้ จะได้ลาภเพราะขุนนางและว่า มีคนคอยเบียดเบียนแล
๗ เป็นธนัง  ทำนายว่า ผู้นั้นจะมีทรัพย์ ได้ทรัพย์มาจากที่ต่างๆ ได้มาจากขุนนาง เจ้าพระยาผู้ใหญ่ แต่เก็บทรัพย์ไว้มิคงแล

ดูปิตา
๑ เป็นปิตา ทำนายว่า บิดานั้นรูปร่างดำใหญ่ และว่าโกรธร้าย และพ่อจะตายก่อนแม่แล
๒ เป็นปิตา ทำนายว่า บิดานั้นขาวสูง มีพี่น้องมาก จะปรากฎชื่อเสียง เมื่อหนุ่มมีทรัพย์มาก และแม่ตายก่อนพ่อแล
๓ เป็นปิตา ทำนายว่า บิดานั้นปากเบา เนื้อดำแดง ผมหยักโสก มีญาติพี่น้องพึ่งไม่ได้ แต่มีบุญ รู้หลักนักปราชญ์ เมื่อหนุ่มมีทรัพย์มาก ภายแก่พอประมาณ และแม่ตายก่อนพ่อแล
๔ เป็นปิตา ทำนายว่า บิดานั้นตกที่มรณะ พ่อตายก่อนแม่แล
๕ เป็นปิตา ทำนายว่า บิดานั้นขาวเหลือง มีปัญญา และมีญาติพี่น้องใจบุญ และแม่ตายก่อนพ่อแล
๖ เป็นปิตา ทำนายว่า บิดานั้นขาว มีข้าหญิงชายมาก เมื่อกลางคนมีบุญ และพ่อตายก่อนแม่แล
๗ เป็นปิตา ทำนายว่า บิดานั้นผมหยักโสก หน้ายาวก็ว่า หน้ามนก็ว่า ทำราชการขุนนางท้าวพระยาท่านเอ็นดู มักพลันได้ดีแล

ดูมาตา
๑ เป็นมาตา ทำนายว่า มารดานั้นต่ำ สันทัดคน เจรจารู้หลักนักปราชญ์ รูปงามดี มีทรัพย์ แต่ว่าอาภัพตัวเอง และแม่จะตายก่อนพ่อแล
๒ เป็นมาตา ทำนายว่า มารดานั้นเมื่อสาวมีบุญ ญาติกามีทรัพย์ และพ่อตายก่อนแม่แล
๓ เป็นมาตา ทำนายว่า มารดานั้นดำแดง นมใหญ่ เมื่อสาวมีบุญ เมื่อแก่ลงเข็ญใจไร้ญาติกา และแม่ตายก่อนพ่อแล
๔ เป็นมาตา ทำนายว่า มารดานั้นขาว แต่มักเจ็บไข้ แต่ว่ามีบุญ มีญาติและทรัพย์มาก เมื่อตกกลางคนมีทรัพย์พอประมาณแล
๕ เป็นมาตา ทำนายว่า มารดานั้นเนื้อสองสี รูปงามดี เจรจาอ่อนหวาน มีทรัพย์มาก มีญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงมากนักแล
๖ เป็นมาตา ทำนายว่า มารดานั้นขาวเหลือง มีญาติกามาก มีข้าหญิงชายมากแล
๗ เป็นมาตา ทำนายว่า มารดานั้นสันทัดคน หน้ามน มีพี่น้องพอประมาณ และว่ามีทรัพย์ ต่อภายแก่จะโกรธมาก แต่ว่าพลันหายแล

ดูโภคา
๑ เป็นโภคา ทำนายว่า ผู้นั้นรักทรัพย์แล
๒ เป็นโภคา ทำนายว่า ผู้นั้นรักทรัพย์กับมิรักเท่ากันแล
๓ เป็นโภคา ทำนายว่า ผู้นั้นรักทรัพย์ แต่ใจนักเลงแล
๔ เป็นโภคา ทำนายว่า ผู้นั้นรักทรัพย์ แต่ตระหนี่ ใจโลภมักอยากได้สิ่งของของผู้อื่นแล
๕ เป็นโภคา ทำนายว่า ผู้นั้นมีบุญเพราะตัวเอง รักทรัพย์แต่หัวปีทีแรก นานไปมิรักแล
๖ เป็นโภคา ทำนายว่า ผู้นั้นรักข้าวของ แต่มักจะให้พี่น้อง และญาติกาแล
๗ เป็นโภคา ทำนายว่า ผู้นั้นมิรู้จักรักทรัพย์ มักให้ผู้อื่นแล

ดูมัชฌิมา
๑ เป็นมัชฌิมา ทำนายว่า ผู้นั้นไปหาท่าน ดีแต่ต่อหน้าแล
๒ เป็นมัชฌิมา ทำนายว่า ผู้นั้นไปแห่งใดๆ เจรจาเป็นที่ชอบใจคน และเขาต้อนรับดี เจรจาอ่อนหวานแล
๓ เป็นมัชฌิมา ทำนายว่า ผู้นั้นไปแห่งใดๆ มีคนรักมากแล
๔ เป็นมัชฌิมา ทำนายว่า ผู้นั้นมักเจรจาช้าๆ พูดน้อย ชอบใจคนทั้งหลายแล
๕ เป็นมัชฌิมา ทำนายว่า ผู้นั้นเจรจาชอบใจขุนนาง และสมณะชีพราหมณ์ เมื่อไปหาท่านๆ มักเพ่งดูหน้าแล้วเบือนหนี ภายหลังจึงเจรจาแล
๖ เป็นมัชฌิมา ทำนายว่า ผู้นั้นเจรจาอ่อนหวาน ผู้หญิงชอบใจแล
๗ เป็นมัชฌิมา ทำนายว่า ผู้นั้นเจรจาปากกล้า มิชอบใจหญิง ชอบแต่เป็นทหารดีแล

ดูตนุ เลขฐานที่ ๒ (เดือน)
๑ เป็นตนุ ทำนายว่า ผู้นั้นได้สมบัติพ่อแม่ญาติกาทั้งหลาย แต่ว่าตั้งตัวเองแล
๒ เป็นตนุ ทำนายว่า ผู้นั้นเขาขอเอาไปเลี้ยงแต่น้อย ครั้นใหญ่ได้พึ่งพี่น้องข้างเมียแล
๓ เป็นตนุ ทำนายว่า ผู้นั้นเขาขอไปเลี้ยง ถ้ามิดังนั้น พระสงฆ์ขอไปเลี้ยง แต่ให้ระวัง จะผิดเมียท่านแล
๔ เป็นตนุ ทำนายว่า ผู้นั้นรูปร่างดำแดงก็ว่า ขาวก็ว่า มักเก็บข้าวของรวมไว้ ครั้นมากแล้ว จะใคร่ได้อีกแล
๕ เป็นตนุ ทำนายว่า ผู้นั้นรูปร่างดำแดง ถ้ามิดังนั้น ท้องใหญ่สักหน่อย ถ้ามิดังนั้น ตาเหลือกก็ว่า ตาใหญ่ก็ว่าแล
๖ เป็นตนุ ทำนายว่า ผู้นั้นเจรจาปากร้าย รูปร่างค่อนข้างสูงแล
๗ เป็นตนุ ทำนายว่า ผู้นั้นรูปร่างดำหรือแดง ถ้ามิดังนั้นผมหยักโสก หรือตาเหลือกแล

ดูกฎุมพะ
๑ เป็นกฎุมพะ ทำนายว่า ผู้นั้นปากกว้าง มีทรัพย์แล
๒ เป็นกฎุมพะ ทำนายว่า ผู้นั้นปากกว้าง มีทรัพย์แล
๓ เป็นกฎุมพะ ทำนายว่า ผู้นั้นเมื่อหนุ่มมีทรัพย์มาก ครั้นกลางคนทรามไปแล
๔ เป็นกฎุมพะ ทำนายว่า ผู้นั้นเมื่อกลางคนจะมีบุญเพราะตัวเองแล
๕ เป็นกฎุมพะ ทำนายว่า ผู้นั้นจะมีบุญเพราะตัวเองแล
๖ เป็นกฎุมพะ ทำนายว่า ผู้นั้นเมื่อกลางคนจะได้ดีกว่าคนทั้งหลายแล
๗ เป็นกฎุมพะ ทำนายว่า ผู้นั้นเมื่อกลางคนจะตกทุกข์ได้ยากแล

ดูสหัชชะ
๑ เป็นสหัชชะ ทำนายว่า ผู้นั้นอาภัพแต่ใจบุญ ชอบแต่สมณะพราหมณาจารย์แล
๒ เป็นสหัชชะ ทำนายว่า ผู้นั้นคบเพื่อนฝูงมักรักเอ็นดูกันดี มักเรียนความรู้ศิลปศาสตรแล
๓ เป็นสหัชชะ ทำนายว่า ผู้นั้นคบคนรูปร่างดำแดงดีแล
๔ เป็นสหัชชะ ทำนายว่า ผู้นั้นคบคนขาวเหลืองดีแล
๕ เป็นสหัชชะ ทำนายว่า ผู้นั้นคบชายขาวเหลืองสักหน่อยจึงดีแล
๖ เป็นสหัชชะ ทำนายว่า ผู้นั้นคบคนดำแดงสักหน่อยจึงดีแล
๗ เป็นสหัชชะ ทำนายว่า ผู้นั้นคบคนดำแดงสักหน่อยจึงดีแล

to be continue coming soon

ดวงชะตาผู้ที่เกิดราศีเมษ (13 เมษายน - 14 พฤษภาคม) ประจำปี พ.ศ. 2559 โดยหมอลักษณ์

ดวงชะตาผู้ที่เกิดราศีพฤษภ (วันที่ 14 พฤษภาคม - 13 มิถุนายน) ประจำปี พ.ศ. 2559 โดยหมอลักษณ์

ดวงชะตาผู้ที่เกิดราศีเมถุน (วันที่ 14 มิถุนายน - 14 กรกฎาคม) ประจำปี พ.ศ. 2559 โดยหมอลักษณ์

ดวงชะตาผู้ที่เกิดราศีกรกฎ (วันที่ 15 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ประจำปี พ.ศ. 2559 โดยหมอลักษณ์ 

ดวงชะตาผู้ที่เกิดราศีสิงห์ (วันที่ 17 สิงหาคม - 16 กันยายน) ประจำปี พ.ศ. 2559 โดยหมอลักษณ์

ดวงชะตาผู้ที่เกิดราศีกันย์ (วันที่ 17 กันยายน - 16 ตุลาคม) ประจำปี พ.ศ. 2559 โดยหมอลักษณ์

ดวงชะตาผู้ที่เกิดราศีตุลย์ (วันที่ 17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) ประจำปี พ.ศ. 2559 โดยหมอลักษณ์

ดวงชะตาผู้ที่เกิดราศีพิจิก (วันที่ 16 พฤศจิกายน - 15 ธันวาคม) ประจำปี พ.ศ. 2559 โดยหมอลักษณ์

ดวงชะตาผู้ที่เกิดราศีธนู (วันที่ 16 ธันวาคม - 15 มกราคม) ประจำปี พ.ศ. 2559 โดยหมอลักษณ์

ดวงชะตาผู้ที่เกิดราศีมังกร (วันที่ 16 มกราคม - 12 กุมภาพันธ์) ประจำปี พ.ศ. 2559 โดยหมอลักษณ์

ดวงชะตาผู้ที่เกิดราศีกุมภ์ (วันที่ 13 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม ) ประจำปี พ.ศ. 2559 โดยหมอลักษณ์

ดวงชะตาผู้ที่เกิดราศีมีน (วันที่ 14 มีนาคม - 12 เมษายน) ประจำปี พ.ศ. 2559 โดยหมอลักษณ์


ดูบทความดูดวงทั้งหมด


สารบัญบทความ


No comments:

Post a Comment