มาตาฮารี ยอดจารชนหญิงของโลก

     

ถ้าจะนับเจมส์บอนด์ 007 เป็นสุดยอดสายลับฝ่ายชาย "มาตาฮารี" ก็ต้องเป็นสุดยอดสายลับฝ่ายหญิง ซ้ำยังเหนือกว่า เจมส์ บอนด์หลายเท่า เพราะชีวิตโลดโผนเก่งเกินคน เจมส์ บอนด์นั้นมาจากบทประพันธ์ของเอียน เฟลมมิ่ง แต่ผลงานทุกชิ้นของมาตาฮารีถูกขีดเขียนด้วยตัวเธอเอง ทำให้เธอได้ชื่อว่าเป็นยอดสายลับที่น่ากลัวที่สุดในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วยสถิติล้วงความลับทางทหารไปถึง 1,700 ชิ้น โดยมีเพียงใบหน้าสวยเฉี่ยวกับเสน่ห์ร้อนแรงเป็นอาวุธ


ชื่อเดิมของมาตาฮารีคือ มาร์กาเรท เกอร์ทรูด เซลเล เธอเกิดเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 1876 ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ชีวิตของมาร์กาเรทเวียนว่ายอยู่ในเกมกามแห่งความรักตั้งแต่แตกเนื้อสาว อายุเพียง 18 ปี เธอก็มีข่าวชู้สาวคาวสวาทกับครูใหญ่ในโรงเรียนตัวเอง จนต้องเลิกเรียนกลางคัน จากนั้นมาร์กาเรทก็ไปคว้ารูดอล์ฟ แม็คลีออด นายทหารแห่งกองทัพฮอลันดามาเป็นสามี รูดอล์ฟนั้นแก่กว่าเมียเด็กถึง 20 ปี ในยามข้าวใหม่ปลามัน เขาจึงหลงใหลมาร์กาเรทหัวปักหัวปำ ทั้งคู่มีลูกชายด้วยกันคนหนึ่ง สองปีต่อมารูดอล์ฟก็ย้ายไปทำงานในค่ายทหารที่เกาะชวา มาร์กาเรทคลอดลูกสาวอีกคนหนึ่งที่นั่น แต่ความสุขของเธออยู่ได้เพียงไม่นาน รูดอล์ฟก็เริ่มออกลายเจ้าชู้ขี้เมา เห็นเมียเป็นกระสอบทราย ส่วนมาร์กาเรทเองก็ใช่ย่อย ความร้อนแรงบวกเสน่ห์แพรวพราวของเธอทำเอาทหารทั้งค่ายแทบจะตีกันตาย ทั้งสาวเจ้าก็ขยันเล่นชู้เปลี่ยนคู่ควงมิได้หยุด ความสัมพันธ์ของเธอกับรูดอล์ฟจึงกลายเป็นรักระหว่างรบ มีแต่แยกเขี้ยวยิงฟันใส่กันไม่เว้นแต่ละวัน


จุดแตกหักมาถึงเมื่อลูกชายของทั้งคู่ถูกคนพื้นเมืองวางยาพิษตาย สองผัวเมียจึงเปิดศึกน้ำลายโทษกันไปมา และจบด้วยการเลิกรากัน มาร์กาเรทยกลูกสาวให้สามีไป ส่วนตัวเธอนั้นเดินทางไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ปารีสซึ่งเป็นเมืองแห่งแสงสีในยุคนั้น ไหนๆ ก็จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ทั้งที มาร์กาเรทจึงถือโอกาสเปลี่ยนชื่อเสียเลย เธอตั้งชื่อให้ตัวเองว่ามาตาฮารี หมายถึง ดวงตาแห่งรุ่งอรุณ และยึดอาชีพนักเต้นระบำเลี้ยงตัว การเต้นของเธอสร้างความฮือฮาไปทั่วกรุงปารีส เพราะในขณะที่นางระบำคนอื่นเขาร่ายรำกันด้วยศิลปะอันนุ่มนวล มาตาฮารีก็แหวกแนวด้วยการเต้นไปเปลื้องผ้าไป มือไม้ก็ลูบไล้ร่างกายตัวเองไปพลางส่งเสียงร้องครางกระเส่ายั่วยวน เล่นเอาคนดูแทบหัวใจจะวายกับการแสดงอันเด็ดดวงที่ไม่มีนางระบำคนไหนกล้าทำมาก่อน


มาตาฮารีตระเวนแสดงไปทั่วยุโรป และขายบัตรเข้าชมในราคาสูงลิ่ว มีเพียงคนชั้นสูง นายทหารรัสเซีย ข้าราชการรัฐบาลฝรั่งเศส ทหารสเปนและอังกฤษที่เงินหนาเท่านั้นที่จะเข้ามาดูได้ เมื่อลูกค้ายอมทุ่มทุนขนาดนี้ มาตาฮารีจึงมีโปรโมชั่นพิเศษแถมให้ ด้วยการตามไปโชว์ลีลาระบำภาคพิสดารต่อถึงบนเตียง ทำให้เธอคุ้นเคยกับคนสำคัญของเยอรมัน ฝรั่งเศส และอังกฤษเป็นอย่างดี

ชีวิตในช่วงนี้เป็นจุดสูงสุดในอาชีพของเธออย่างแท้จริง มาตาฮารีสำเริงสำราญอยู่ท่ามกลางแสงสี เงินทอง และคำชื่นชม จนถึงปี 1914 สงครามโลกครั้งที่ 1 ก็ระเบิดขึ้น นักระบำส่วนใหญ่พากันตกงานเป็นทิวแถว มีเพียงมาตาฮารีเท่านั้นที่ยังงานชุก เดินทางขึ้นล่องยุโรปเป็นว่าเล่น จนทางการอังกฤษเริ่มสงสัยว่าเธออาจจะรับจ๊อบเป็นสายลับ คอยเจาะข่าวให้เยอรมันเสียมากกว่า อังกฤษจึงส่งข่าวไปถึงฝรั่งเศสซึ่งเป็นชาติพันธมิตร ให้จับตาดูความเคลื่อนไหวของมาตาฮารีตลอดเวลา พร้อมกันนั้นก็มีข่าวลือเกี่ยวกับเธอออกมาหลายกระแส บ้างก็ว่าที่เธอเป็นสายลับให้เยอรมันเพราะเคยทำความผิดคดีอาญา จึ งต้องทำงานแลกกับการไม่ต้องติดคุก บ้างก็ว่า เธอถูกส่งไปเข้าโรงเรียนฝึกหัดจารชนที่เบลเยี่ยม เพื่อให้เรียนทุกอย่างที่สายลับพึงรู้ ตั้งแต่การเขียนรหัสสื่อสาร ถอดโค้ด และสร้างเครือข่ายสื่อสารต่างๆ โดยมีรหัสประจำตัวเป็นหมายเลขเอช 21 (H21)


ตลอดเวลาที่ข่าวลือแพร่สะพัดในหมู่นายทหาร มาตาฮารีกลับไม่ได้รู้ตัวเลยว่าคนอื่นเขาโกลาหลเพราะเธอมากแค่ไหน เพราะขณะนั้นสาวเจ้ากำลังหน้ามืดตามัวอยู่กับวลาดิเมียร์ เดอมัสลอฟ หรือวาดิม ทหารร้อยเอกแห่งกองทัพรัสเซีย หนุ่มน้อยวัย 21 คนนี้เป็นรักแท้รักเดียวในชีวิตของมาตาฮารี แต่ก็เป็นชายที่สร้างความเสียใจให้กับเธอไม่ต่างจากคนอื่นที่ผ่านมา วาดิมเป็นพวกรายได้ต่ำแต่รสนิยมสูง ครั้นพอเงินหมดก็จะมาแบมือขอจากมาตาฮารี เธอจึงต้องมองหาอาชีพใหม่ๆ เพื่อปั๊มเงินไว้ให้คนรักผลาญเล่น ด้วยเหตุนี้เมื่อยอร์ช ลาดูส นายทหารฝรั่งเศสมาติดต่อให้มาตาฮารีเป็นสายลับให้กับฝรั่งเศสด้วยค่าจ้างก้อนโต เธอจึงตกลงทันที

ฝีมือการสืบข่าวของเธอฉกาจฉกรรจ์กินขาดนักสืบรุ่นเก่าๆ ในยุคนั้นทุกคน เพราะขณะที่สายลับคนอื่นต้องอาบเหงื่อต่างน้ำเอาชีวิตเข้าแลกเสี่ยงหาข่าว มาตาฮารีกลับใช้วิธีนอนสืบ โดยมีเตียงและความสวยเป็นอาวุธ ทำให้เธอได้ข่าวที่เป็นความลับสุดยอดจริงๆ มานับไม่ถ้วน จนกลายเป็นตำนานยอดจารชนของโลก ตอนแรกยอร์ช ลาดูส พอใจในฝีมือล้วงลูกแบบคลุกวงในของมาตาฮารีมาก แต่ต่อมาเขาก็พบว่าก่อนที่ข่าวแต่ละชิ้นจะมาถึงมือเขา มาตาฮารีต้องบอกกับวาดิม คนรักชาวรัสเซียของเธอก่อนเสมอ ซึ่งแน่นอนว่าวาดิมต้องรายงานไปยังกองทัพรัสเซียด้วย ยอร์ช ลาดูส จึงเบี้ยวไม่ส่งเงินและความช่วยเหลือให้มาตาฮารีอีก ทั้งยังแกล้งให้เธอถูกจับไปในข้อหาเป็นจารชน กว่าสาวเจ้าจะรอดตัวรอดมาได้ก็เรียกว่าหืดขึ้นคอ เธอจึงหมดศรัทธาในรัฐบาลฝรั่งเศสและหันไปขายข่าวให้กับชาติอื่นบ้าง ทั้งอังกฤษ เยอรมัน รัสเซีย สเปน แล้วแต่ว่าใครจะรับซื้อ โดยไม่สนใจว่าลูกค้าของเธอล้วนแต่เป็นศัตรูคู่แค้นกันอยู่ เรื่องนี้เป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้มาตาฮารีกลายเป็นตัวอันตรายของนานาชาติไปโดยปริยาย


ในปี 1971 ชีวิตสายลับหญิงของมาตาฮารีก็สิ้นสุดลง เมื่อหน่วยสืบราชการลับฝรั่งเศสสามารถถอดรหัสข้อความที่ถูกส่งไปถึงอาร์โนลด์ แคลเล่ ทหารเรือชาวเยอรมัน ซึ่งเชื่อว่าติดต่อกับมาตาฮารีได้
"เอช 21 แจ้งว่ามารี โบนาปาร์ต เจ้าหญิงแห่งกรีก กำลังใช้ความสัมพันะอันลึกซึ้งของเธอกับบริอังต์ (อริสทีด บริอังต์ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสในขณะนั้น) เพื่อให้เขาสนับสนุนพระสวามีของพระนาง"

พอเห็นหลักฐานตำตา ฝรั่งเศสก็ตะครุบตัวมาตาฮารีทันที ในข้อหาขายความลับฝรั่งเศสให้กับรัฐบาลเยอรมัน อีกทั้งยอร์ช ลาดูสยังหักหลังเธอซ้ำสองด้วยการเปิดโปงว่ามาตาฮารีก็คือสายลับรหัส เอช 21 นั่นเอง มาตาฮารีถูกส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำแซงเลซาร์เป็นเวลานานก่อนจะขึ้นศาลทหาร โดยมีอัยการพันเอกปิแอร์ บูชาดอน เป็นโจทย์ยื่นฟ้อง ตอนแรกเธอพยายามปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้เป็นสายลับ และเงินก้อนใหญ่ในบัญชีธนาคารของเธอมาจากการขายตัวล้วนๆ แต่ทว่าหลังจากที่พยายามติดต่อคนใหญ่คนโตที่รู้จัก กลับถูกบอกปัดอย่างไม่แยแส มาตาฮารีก็คงพอจะเดาจุดจบของตัวเองได้ สุดท้ายเธอจึงยอมรับว่าเป็นจารชนจริงๆ

เธอเล่าว่าในคืนหนึ่งของเดือนพฤษภาคม ปี 1916 ขณะที่อยู่ในกรุงอัมสเตอร์ดัม โครเมอร์ ทูตจากเยอรมันได้มาติดต่อจ้างเธอเป็นสปาย โดยสัญญาจะจ่ายเงินให้ถึง 20,000 ฟรังก์ ขณะนั้นมาตาฮารีกำลังถังแตกสุดๆ เพราะถูกยอร์ช ลาดูส เบี้ยวไม่ส่งเงินค่าจ้างมาให้ เธอจึงรับข้อเสนอของทางเยอรมันโดยไม่เสียเวลาคิด และเธอก็ทำงานคุ้มค่าจ้าง เพราะสามารถส่งข่าวไปให้เยอรมันถึง 1,700 ครั้งชนัเลิศทั้งด้านคุณภาพและปริมาณ เกินหน้านักสืบในประวัติศาสตร์ทุกคน

มาตาฮารีถูกส่งไปขังยังคุกหญิงแซงเลซาร์ ในกรุงปารีส นานถึง 7 เดือน ก่อนจะถูกยิงเป้าเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ปี 1917 ความตรอมตรม หวาดหวั่น สิ้นหวัง ทำให้สาวงามที่เคยเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วยุโรป เดินขึ้นสู่ลานประหารในสภาพหญิงวัยกลางคนอ้วนฉุ ไม่เหลือเค้าความสวยงามในอดีตอีกเลย แต่เธอก็ยังไม่ทิ้งลายนางเสือร้าย ก่อนจะถูกยิงเป้า มาตาฮารีร้องขอผู้คุมว่าอย่าใช้ผ้าปิดตาหรือมัดเธอกับเสาเหมือนนักโทษทั่วไป เพราะเธอต้องการตายอย่างกล้าหาญสมศักดิ์ศรี นาทีที่พลทหารกำลังจะลั่นไกปืน มาตาฮารีก็โปรยยิ้มและส่งจูบให้นักแม่นปืนและเจ้าหน้าที่ที่คุมการประหารทุกคน จากนั้นเสียงปืนชุดหนึ่งก็ดังขึ้น ร่างของจารชนหญิงที่น่ากลัวที่สุดในโลกก็ทรุดฮวบลงกับพื้น ลมหายใจเฮือกสุดท้ายหลุดลอยไป เหลือไว้เพียงตำนานของผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยเขย่าโลกในฐานะสายลับหลายหน้า และเหยื่อที่หลงเข้าไปในวังวนของเกมการเมืองเท่านั้น

บทความแนะนำ

15 สัตว์โลกสวยงามที่ใกล้สูญพันธุ์ 20 พืชผักแปลกสายพันธุ์เก่าแก่ 25 สถานที่ดำน้ำทั่วโลก 25 สัตว์น้ำรูปร่างหน้าตาประหลาด 20 ภาพดารานักร้องใน ยุค 90s 25 สัตว์น้ำรูปร่างหน้าตาประหลาด 10 อันดับเลขท้ายสองตัวที่ออกบ่อยที่สุด 5 คำแนะนำในการเลือกซื้อรองพื้น


ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ


ประมูลขายบั้นท้าย

     

ช่วงนี้สาวงามนามเพราะ "ทีน่า เบซเนค ดวงจู๋ลงทุกที เริ่มจากอยู่ดีๆ เจ้านายก็เดินยิ้มกริ่มมายื่นซองขาวให้ ทำให้เธอต้องออกมาวิจัยฝุ่น จากนั้นรถยนต์โปเกคันเก่งก็ดันต้องซ่อม แถมเจ้าของบ้านเช่าก็ขยันเหลือเกิน เจอหน้ากันแทบไม่ได้ ขยันสวมวิญญาณทวงแหลกให้เธออกสั่นขวัญหายทุกที

ยังโชคดีที่ทีน่าเป็นคนไอเดียสร้างสรรค์ ก็เลยคิดวิธีหาเงินแบบสรรสร้างออกมาได้ ด้วยการประกาศขายบั้นท้ายของตัวเองทางอินเตอร์เน็ต บริษัทห้างร้านท่านใดต้องการให้เธอสักโลโก้บริษัท ข้อความขายสินค้า หรือแม้แต่ข้อความด่าคู่แข่ง เชิญมาประมูลพื้นที่กันได้เลย ทีน่าพร้อมให้บริการเสมอ หลังจากลงประกาศแล้วนางก็ภาวนาให้มีคนมาประมูลก้นของนาง และแล้วก็มีร้านค้าหนึ่งยอมซื้อพื้นที่บั้นท้ายของเธอ แต่ทันทีที่ทีน่าเห็นตัวคนประมูลกับข้อความที่จะสัก นางก็เปลี่ยนจากดีใจเป็นร้องไห้โฮ

ร้านค้าทั้งโลกมีไม่รู้เท่าไหร่ แต่ไม่รู้ยังไงร้านที่ประมูลบั้นท้ายของนางดันเป็นร้านขายโลงศพซะนี่ แถมข้อความก็คือ "ตายเมื่อไหร่โทรไป XXX" ฮือๆ ๆ ๆ...รอยสักนี้ต้องติดตัวนางไปตลอดชีวิตเลยนะ

บทความแนะนำ

10 อันดับสัตว์สุดยอดคุณพ่อ 10 อันดับสัตว์ยอดแหยะ 10 อันดับสัตว์มีพิษ 10 อันดับฆาตกรเด็ก 25 แม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลก 8 สิ่งที่คุณควรต้องทำเมื่อไปนิวยอร์ค 10 วิธีขาวใสไม่พึ่งกลูต้าไธโอน 10 สุดยอดเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของโลก


ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ


วิวาห์สังหารในอินเดีย ฆาตกรต่อเนื่อง 20 ศพ

     

ผู้หญิงอินเดียที่ไม่ได้แต่งงานก็ไม่ต่างอะไรกับภาระและความอัปยศของครอบครัว หญิงสาวแทบทุกคนจึงพร้อมจะเปิดใจรับชายหนุ่มที่เข้ามาตีสนิท โดยไม่เคยระแวงเลยว่าสิ่งที่เห็นกับความเป็นจริงอาจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน เพราะสุนัขจิ้งจอกบางตัวอาจแฝงกายมาในคราบของผู้ชายที่แสนดีก็ได้

ที่รัฐเคราลา ภูมินา หญิงสาววัย 35 ปี กำลังจะออกจากบ้านเพื่อไปเป็นเจ้าสาวของ "อนันดา" ครูหนุ่มใหญ่จากรัฐทางใต้ ก่อนออกเดินทางพ่อแม่ของเธออวยชัยให้พรเสียยืดยาว ด้วยความปลื้มใจที่ลูกสาวจะได้แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที ถึงแม้พวกเขาจะไม่เคยรู้จักหัวนอนปลายเท้าของอนันดามาก่อน แต่ท่าทางสุภาพเรียบร้อยของชายหนุ่ม ก็ทำให้สองผัวเมียเชื่อว่าภูมินาจะต้องมีสามีที่ดีอย่างแน่นอน แต่แล้วหลังจากการอำลาในวันนั้น ทั้งคู่ก็ไม่ได้ข่าวคราวของภูมินาและสามีอีกเลย

เช่นเดียวกับครอบครัวของเบบี้ นายัค หญิงสาววัยเบญจเพสจากเมืองพิราจ ที่ไม่ได้ข่าวคราวลูกสาวอีกเลย หลังจากเบบี้กับ "อนันดา" เจ้าบ่าวที่เธอรู้จักเพียงวันเดียว มาบอกลาเพื่อเดินทางไปแต่งงานที่บ้านของเจ้าบ่าว ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าบ่าวที่แสนอ่อนโยนจะพาเบบี้เข้าพักในโรงแรมราคาถูกใกล้กับสถานีรถประจำทาง KSRTC แล้วลงมือข่มขืนเธอ จากนั้นก็ให้เบบี้กินยาเม็ดหนึ่ง ก่อนจะหลบหนีไปพร้อมกับเงินทองและเครื่องประดับที่เธอนำติดตัวมา ทิ้งให้หญิงสาวนอนหายใจรวยรินจวนเจียนจะขาดใจตาย อันเป็นผลจากพิษไซยาไนด์ที่เธอกินเข้าไป กว่าที่พนักงานโรงแรมจะพาเบบี้ส่งโรงพยาบาล เจ้าสาวเคราะห์ร้ายก็อาการโคม่าเกินเยียวยาแล้ว เธอเสียชีวิตบนรถพยาบาลโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะบอกชื่อฆาตกรให้ใครได้รู้

เหตุการณ์เดียวกันนี้เกิดขึ้นกับอนิตา บาริมา วัย 22 ปี ซึ่งหายตัวไปเหมือนไม่มีตัวตนอยู่บนโลก หลังจากเดินทางไปพร้อใว่าที่เจ้าบ่าวเพื่อไปเข้าพิธีวิวาห์ที่บ้านของฝ่ายชาย จะแตกต่างกันก็ตรงที่ครอบครัวของอนิตา ไม่ได้ชะล่าใจคิดว่าลูกสาวกำลังปรับตัวกับบทบาทแม่ศรีเรือนจนไม่มีเวลาแม้แต่จะโทรศัพท์มาหา เหมือนครอบครัวหญิงสาวคนอื่นๆ พอลูกสาวขาดการติดต่อไปสองสัปดาห์ บิดาของอนิตาก็นึกสังหรณ์ขึ้นมาทันทีว่าลูกสาวและลูกเขยอาจถูกปล้นระหว่างเดินทาง จึงตัดสินใจไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเมืองบันท์วัล ตาลุค จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดโปงคดีฆาตกรรมครั้งใหญ่ที่สร้างความตกตะลึงไปทั่วประเทศอินเดีย

ตำรวจลงมือสืบหาด้วยการแกะรอยคลื่นโทรศัพท์ของอนิตา จนพบว่ามันถูกใช้ครั้งสุดท้ายที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ห่างจากเมืองมังกาลอร์ออกไปประมาณ 20 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปจนพบตัวอนันดา แต่กลับไม่มีร่องรอยของอนิตาผู้เป็นภรรยา อนันดาจึงตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการหายตัวของหญิงสาวทันที เมื่อถูกสอบปากคำอย่างหนัก อนันดาก็จนด้วยหลักฐานจนต้องยอมสารภาพว่าเขาได้สังหารภรรยาไปแล้ว และที่น่าตกใจที่สุดก็คือ เขานี่ล่ะที่เป็นฆาตกรต่อเนื่อง เจ้าของปริศนาการหายตัวไปของหญิงสาว 20 คน

อนันดามีชื่อจริงว่า โมฮาน คูมาร์ วัย 46 ปี เป็นอดีตครูในโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในเมืองบันท์วัล ตาลุค แต่ในปี 2003 เขาถูกไล่ออกจากงานเนื่องจากไม่ตั้งใจสอนหนังสือ ทำให้โมฮานหมดทางทำมาหากิน เขาจึงวางแผนหาเงินจากหญิงสาวที่อยากมีครอบครัว โดยเข้าไปตีสนิทแล้วขอเธอแต่งงาน จากนั้นก็ให้พวกเธอหอบเครื่องประดับเท่าที่มีอยู่ติดตามเขาไป ก่อนจะฆ่าชิงทรัพย์ภรรยาผู้น่าสงสารเหล่านี้เสียตั้งแต่กลางทาง

"ผู้ต้องหาจะเลือกเหยื่ออย่างระมัดระวัง โดยพุ่งเป้าไปที่ผู้หญิงเรียบร้อย ไม่ค่อยมีเพื่อน ท่าทางหัวอ่อน เมื่อพบคนที่เขาต้องการ เขาจะเข้าไปตีสนิท โดยทำทีเป็นทักคนผิดคิดว่าเธอเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่เขารู้จัก จากนั้นก็ใช้ความปากหวานตะล่อมถามถึงความเป็นอยู่ในครอบครัวของเธอ" ผู้กำกับการตำรวจเมืองมังกาลอร์แถลงต่อหน้านักข่าว "ถ้าหญิงสาวมีญาติพี่น้องหลายคน หรือมีญาติเป็นผู้มีอิทธิพล เขาจะไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย โมฮานจะเลือกเฉพาะหญิงสาวจขากครอบครัวเล็กๆ ฐานะปานกลาง ไม่มีเส้นสายที่จะตามสืบหาตัวเขา เมื่อได้คนที่เหมาะสมแล้วเขาจะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนในการหลอกล่อจนเหยื่อตกหลุมรัก แล้วจึงขอเธอแต่งงานโดยไม่ต้องมีสินสอด มีเหยื่อเพียงไม่กี่รายที่ปฏิเสธข้อเสนอนี้ หญิงสาวส่วนใหญ่อยากเป็นฝั่งเป็นฝาอยู่แล้ว เมื่อเขาเสนอว่าพวกเธอจะได้แต่งงานโดยไม่ต้องหาเงินค่าสินสอดมาสู่ขอเขา พวกเธอก็รับปากทันที"


วันรุ่งขึ้นเขาจะชวนเหยื่อไปทำพิธีแต่งงานกันที่มัสยิด จากนั้นก็ให้เธอไปบอกลาคนที่บ้าน พร้อมกับเก็บเงินทองของมีค่า ซึ่งโดยมากมักจะเป็นเครื่องประดับทอง เงิน และเครื่องเพชรที่แม่มอบให้ลูกสาวเป็นของขวัญแต่งงาน แล้วพาเจ้าสาวคนใหม่นั่งรถเมล์ไปลงที่เมืองใกล้ๆ เมื่อถึงที่เปลี่ยวที่หมายตาไว้ โมฮานจะบอกให้ภรรยาเอาเครื่องเพชร และกระเป๋าสตางค์ที่ใส่บัตรประชาชนมาให้เขาเก็บไว้เพื่อความปลอดภัย ก่อนจะข่มขืนเธอแล้วเอายาพิษไซยาไนด์ให้กิน โดยหลอกว่าเป็นยาคุมกำเนิด กลลวงของเขาทำให้ผู้หญิงที่มีความฝันจะได้แต่งงานต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเวทนา เมื่อศพถูกพบในภายหลัง ตำรวจท้องที่มักสรุปสำนวนว่าเป็นคดีที่ปิดไม่ลง เพราะไม่รู้ว่าเหยื่อเป็นใครมาจากไหน เนื่องจากไม่มีเอกสารที่จะระบุตัวตนเหลืออยู่เลย

โมฮานยอมสารภาพว่านอกจากอนิตาแล้ว เขายังได้ทำฆาตกรรมหญิงสาวอีก 18 คน ด้วยวิธีเดียวกัน โดยบางช่วงเขาจะลงมือติดต่อกันหลายคดี จากนั้นก็เว้นช่วงไปนานหลายเดือนแล้วจึงออกอาลาวาดอีกครั้ง รวมเวลาในการฆ่าต่อเนื่องทั้งหมดประมาณ 5 ปีเต็ม ในบรรดาเจ้าสาวที่เขาสังหารไปมี 4 คนเป็นชาวเมืองโคดากู อีก 4 คนมาจากเมืองบันท์วัล ตาลุค 2 คนเป็นชาวเมืองซูเลีย 3 คนเป็นชาวเมืองพูเทอร์ คนหนึ่งมาจากเมืองมูดบิดรี 2 คนเป็นชาวเมืองเบลแทนกาดี 1 คนจากเมืองมันกาเลอร์ และที่เหลืออีก 2 คนมาจากเมืองกาสะราก็อด

ส่วนโรงแรมอันเป็นสถานที่ฆาตกรรมนั้น โมฮานจะเลือกที่ไม่ซ้ำกันเพื่อป้องกันคนจำหน้าได้ ผิดกับสถานีรถประจำทางที่เขาพาเจ้าสาวไปหยุดพัก ซึ่งโมฮานมักจะเลือกสถานที่ที่เขาคุ้นเคย เช่น สถานีแมดิเกอรี, สถานีเมืองบังกาลอร์, สถานีอุดูปี เป็นต้น เพราะเขารู้ทำเลเป็นอย่างดี รู้ว่าจะลัดเลาะจากสถานีไปยังโรงแรมเล็กๆ ในละแวกนั้นได้อย่างไรโดยไม่มีใครเห็น

ในตอนนั้น ชื่อของเหยื่อที่ตายด้วยน้ำมือโมฮานมีถึง 19 รายแล้ว จากประสบการณ์คลุกคลีกับผู้ร้ายใจทมิฬมามากทำให้ตำรวจเชื่อว่ายังมีอะไรบางอย่างที่โมฮานไม่ยอมบอกออกมา ไม่ว่าสิ่งที่เขาพยายามซ่อนเร้นจะเป็นอะไรก็ตาม แต่มันต้องไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้เจ้าหน้าที่จึงไม่แปลกใจเลย เมื่อชายสูงอายุคนหนึ่งมาแจ้งความหลังจากได้อ่านเรื่องราวของโมฮานจากหนังสือพิมพ์ เขาสงสัยว่าภูมินาลูกสาวของเขาซึ่งออกจากบ้านไปพร้อมลูกเขยได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นกัน พ่อเฒ่าจึงสงสัยว่าภูมินาอาจจะตกเป็นเหยื่อของฆาตกรต่อเนื่องที่กำลังเป็นข่าวดังทั่วประเทศก็ได้ และเมื่อตำรวจนำรูปของโมฮานออกมาให้ดู บิดาของภูมินาก็ยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าเขาก็คือลูกเขยที่ภูมินาพามารู้จักที่บ้านนั่นเอง การปรากฏตัวของพ่อเฒ่าบีบให้ฆาตกรเลือดเย็นจำต้องสารภาพว่าเขาได้สังหารภูมินาไปแล้วที่เมืองบัลกาลอร์ ห่างจากบ้านเกิดของเธอไม่ไกลนัก

เมื่อรวมคดีของภูมินาอีกหนึ่งคดี จำนวนเหยื่อฆาตกรรมในครั้งนี้จึงเพิ่มขึ้นเป็น 20 รายมากพอที่จะส่งโมฮานขึ้นสู่ลานประหารได้นับสิบครั้ง และเมื่อสืบคดีย้อนไปไกลกว่านั้น หน่วยสืบสวนก็พบอีกด้วยว่า เหยื่อรายแรกที่สังเวยชีวิตให้กับความอำมหิตของโมฮานเป็นหญิงสาวชื่อรัธนา เธอเป็นหญิงสาวคนแรกที่โมฮานพยายามล่อลวงให้แต่งงานด้วย แต่รัธนาปฏิเสธ โมฮานจึงบันดาลโทสะผลักเธอตกสะพานเนทราวาตี ที่เมืงธาร์มัสตาล จนจมน้ำตาย

คดีของโมฮานถูกตัดสินตั้งแต่ยังไม่ขึ้นศาลว่าเขาคงหนีไม่พ้นโทษประหาร เมื่อความตายที่เคยหยิบยื่นให้คนอื่นกลับมาถึงตัวเสียเอง โมฮานก็มีอาการตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำลายสติสัมปชัญญะและกำลังขวัญของเขามากที่สุดก็คือการต้องตระเวนไปตามเมืองต่างๆ เพื่อชี้จุดที่เขาสังหารเหยื่อแต่ละราย พร้อมกับบรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพวกเธอทุกคนให้ตำรวจฟังอย่างละเอียด ภาพของหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ถึง 20 คนย้อนกลับเข้ามาในมโนสำนึกของเขา ทีละฉากละตอนราวกับจะมาทวงชีวิตของพวกเธอ ความกดดันถาโถมเข้าใส่โมฮานจนทนต่อไปไม่ไหว

เช้าวันหนึ่งเขาจึงพยายามฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอในห้องน้ำสถานีตำรวจ แต่ตำรวจที่เฝ้าอยู่หน้าห้องได้ยินเสียงผิดปกติเสียก่อนจึงเข้ามาช่วยยื้อชีวิตโฉดของเขาไว้ได้ เพื่อยืดเวลาให้เขาต้องจมอยู่กับห้วงเวลาแห่งความทรมานอีกนานนับเดือน จนกว่าจะถึงวันประหารชีวิต

สั่งซื้อ ผียุโรป เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหลังห้อง เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเอเชีย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีอังกฤษ เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหอพัก เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีไทย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีจีน เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีรัสเซียเรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีอเมริกัน ผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีญี่ปุ่น เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเพื่อนเฮี้ยน
สั่งซื้อ ผีข้างบ้าน
สั่งซื้อ ผีโรงพยาบาล
สั่งซื้อ ผีโรงเรียน รอบโลก
สั่งซื้อวิธีหลอนเรียกผี
สั่งซื้อ เรื่องเฮี้ยนเขย่าขวัญ


รีวิวหนังสือชุด เรื่องผีๆ รอบโลก



บทความแนะนำ

เล่าเรื่องผี สโมสรร้าง บ้านหลอนแดนนรก สาวชุดดำ เล่าเรื่องสยองขวัญ แรงงานต่างด้าว วิญญาณอาฆาต 10 สุดยอดเรื่องเล่าสยองขวัญเดอะช็อค คดีวิตถาร ครูสาวทำช็อคฆ่าข่มขืนนักเรียนหญิง ปริศนามรณะตระกูลเคนเนดี้


ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ