ย้อนรอยคดีซีอุยฆ่ากินเครื่องในเด็ก


คำเตือนอาจมีภาพหรือเนื้อหาโหดร้ายทารุณ
คดีซีอุยเป็นคดีที่สร้างความสะเทือนขวัญและสร้างความทรงจำที่เลวร้ายให้กับสังคมไทยในยุคสมัยนั้น เกิดเรื่องไม่คาดฝันกับลูกเล็กเด็กแดงที่เป็นเหยื่อถูกฆาตกรใจร้ายลงมือฆ่าตายด้วยความโหดเหี้ยมทารุณ แถมยังควักหัวใจและตับไปกิน ข่าวดังกล่าวได้แพร่สะพัดไปในวงกว้างจนถึงกับทำให้ผู้ใหญ่ในสมัยนั้นผวา และห้ามไม่ให้ลูกหลานของตัวเองออกไปไหนคนเดียวและให้คอยระวังคนแปลกหน้า ไม่เช่นนั้นจะถูกหลอกไปฆ่ากินตับและหัวใจ

     

แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าชาวจีนที่รูปร่างเล็กเป็นมะขามข้อเดียว ล่ำสัน ตัดผมสั้นเกรียน มักจะหาวหวอดๆ จนเห็นฟันหน้าที่ยื่นบิดเบี้ยวเหยเก หน้าตาปกติของซีอุยไม่น่ากลัวอะไร แต่เมื่อเวลาหาวแล้วตาของเขาจะลุกโพลงขึ้นทันที ดูคล้ายกับสัตว์ป่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ คดีสอบสวนซีอุยมีการใช้ล่ามเป็นผู้แปลสำนวนส่งให้อัยการมีใจความว่า เขาชื่อซีอุย แซ่อึ้งเป็นชาวจีนแต้จิ๋ว เกิดปีพุทธศักราช 2470 ที่ซัวเถา ประเทศจีน บิดามารดามีอาชีพทำไร่ ฐานะยากจน ทำให้ชีวิตของเขาในวัยเด็กขาดความอบอุ่น ความเอาใจใส่จากบิดามารดา เขาตัดสินใจเร่ร่อนไปตามที่ต่างๆ หลายครั้งเขาจะโดนเด็กที่ตัวโตกว่ารังแก เอารัดเอาเปรียบ บางทีถึงขั้นทำร้ายร่างกาย เกิดเป็นความทรงจำฝังใจที่ไม่ดีต่อเขาตลอดมา

ต่อมานักบวชรูปหนึ่งได้แนะนำให้เขากินหัวใจและตับมนุษย์ จะทำให้มีพละกำลัง สามารถต่อสู้ศัตรูที่มารังแก เกิดเป็นความคิดฝังใจซีอุยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เมื่ออายุได้ 18 ปี เขาถูกคัดเลือกเป็นทหารเข้าประจำการสมรภูมิรบ หลังจากนั้นเขาได้อยู่ในวงล้อมของข้าศึก ทำให้เสบียงร่อยหลอ ไม่เพียงพอ เกิดความหิวโหย ด้วยความวิปริตผิดมนุษย์ทั่วไป ซีอุยจึงกินอวัยวะภายในของเพื่อนทหารด้วยกันที่ถูกสะเก็ดระเบิดเสียชีวิต พอกินเข้าไปแล้ว รู้สึกมีลมออกที่หูดังวิ้งๆ ตลอดเวลา พร้อมกับเริ่มรับรู้ความอร่อยของรสชาติอวัยวะภายในของมนุษย์มากขึ้นทุกที หลังปลดประจำการซีอุยได้หลบหนีความยากจนมาทำมาหากินในแผ่นดินไทยด้วยการเริ่มต้นรับจ้างทำสวนของเจ๊กะป๊อที่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ศ.2497 ซึ่งปัจจุบันครอบครัวของเจ๊กะป๊อได้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่น ไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว และได้ทิ้งปริศนาที่ว่าทำไมเจ๊กะป๊อที่ตอนนั้นยังเป็นเด็กจึงไม่ถูกซีอุยทำร้าย

เหยื่อรายแรก เด็กหญิงบังอร ภมรสุด
ในที่สุดซีอุยเริ่มลงมือกับเหยื่อรายแรกคือเด็กหญิงบังอร เมื่อวันที่ 10 เมษายน ปีพ.ศ.2497 เมื่อเวลาประมาณทุ่มเศษ ขณะนั้นซีอุยออกมาเดินเล่นในตลาดทับสะแก ระหว่างเดินผ่านหน้าโรงเลื่อยได้พบกับเด็กหญิงบังอรเดินสวนมา ซีอุยจึงปรี่เข้าไปอุ้มเด็ก ใช้มือปิดปากปิดจมูก วิ่งฝ่าความมืดข้างโรงเลื่อย เด็กหญิงผู้เคราะห์ร้ายพยายามดิ้นรนต่อสู้ แต่ไม่สามารถต้านแรงของซีอุยได้ หลังจากนั้นซีอุยได้ลงมือกัดคอหอยเด็กหญิงบังอร และเป็นความโชคดีของเธอที่มีคนเดินผ่านมา ซีอุยจึงผละจากเหยื่อไป เด็กหญิงบังอรรอดตายราวปาฏิหาริย์ ปัจจุบันเธอคือนางบังอร อายุประมาณ 50 กว่า ประกอบอาชีพขายอาหารแถวเสาชิงช้า แต่เธอปฏิเสธที่ให้ข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับเรื่องอันเลวร้ายที่เธอพบพานในอดีต

เหยื่อรายที่สอง เด็กหญิงนิด แซ่ภู
ถัดมาไม่ถึงเดือน วันที่ 9 พฤษภาคม 2497 ซีอุยได้เริ่มลงมือฆาตกรรมเด็ก ขณะที่ชาวบ้านทับสะแกกำลังสนุกสนานในงานมงคลสมรสของปลัดอำเภอมงคลที่หน้าที่ว่าการกิ่งอำเภอทับสะแก โดยมีเหยื่อคือเด็กหญิงนิด แซ่ภู วัย 9 ขวบ บุตรสาวนางจำเนียร แซ่ภู ถูกทำร้ายด้วยมีดพับปลายแหลมแทงไปที่คอหอยของเด็กเคราะห์ร้ายจนเสียชีวิต ก่อนจะอุ้มร่างไร้วิญญาณของเธอไปตามทางรถไฟ แล้วเลือกใช้สะพานใต้ทางรถไฟเป็นที่ชำแหละศพ รุ่งเช้าข่าวการฆาตกรรมวิตถารได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วจนทำให้ชาวอำเภอทับสะแกเกิดความหวาดผวา เป็นที่โจษจันกันอย่างมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่สามารถจับกุมฆาตกรรายนี้ได้แต่อย่างใด

เหยื่อรายที่สาม เด็กหญิงม่วยจู แซ่ฮั้ว
หลังจากฆ่าเหยื่อรายที่สอง ซีอุยมาที่พระนครเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ปี 2497 พร้อมกับลงมือฆ่าเด็กหญิงม่วยจู แซ่ฮั้ว อายุ 6 ปี โดยลวงไปฆ่าบริเวณสถานีรถไฟสวนจิตรลดา

เหยื่อรายที่สี่ เด็กหญิงกิมเฮียง
ซีอุยหวนกลับมาที่ทับสะแกอีกครั้ง คราวนี้มาก่อคดีฆาตกรรม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2498 ขณะเดินเล่นอยู่บริเวณโรงลิเกแถวอำเภอสามร้อยยอด เพื่อหาเหยื่อและได้สังหารเด็กหญิงกิมเฮียงอย่างเลือดเย็น

เหยื่อรายที่ห้า เด็กหญิงหงั่น
สี่เดือนถัดมา วันที่ 27 ตุลาคม 2498 ซีอุยได้ลงมือสังหารโหดอีกครั้ง โดยครั้งนี้มีเด็กหญิงหงั่นเป็นผู้เคราะห์ร้าย บ้านอยู่ที่อำเภอเขาสามร้อยยอดเช่นเดียวกับเด็กหญิงกิมเฮียง

เหยื่อรายที่หก เด็กหญิงซิวจู แซ่ลิ้ม
จนกระทั่งวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2500 ซีอุยตั้งใจจะไปที่ประจวบคีรีขันธ์อีกครั้งแต่ได้แวะเที่ยวงานตรุษจีนที่จังหวัด และบังเอิญได้เจอเด็กหญิงซิวจู แซ่ลิ้ม อายุห้าขวบเสียก่อนจึงลวงเหยื่อด้วยวิธีการเดิมๆ หลังจากนั้นจึงลงมือฆ่า แล้วควักเอาตับและหัวใจออกมาต้มกิน

เหยื่อรายสุดท้าย เด็กชายสมบุญ บุณยกาญจน์
ท้ายที่สุดแล้วซีอุยก็ไม่อาจหนีพ้นผลกรรมที่เขาก่อไปได้ เมื่อซีอุยได้ลงมือกับเหยื่อรายสุดท้าย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2501 ที่ตำบลเขาไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ซีอุยได้ลงมือฆ่าเด็กชายสมบุญ อายุแปดขวบ ซึ่งเป็นลูกชายคนโตของนางละมูลและนายนาวา บุณยกาญจน์ ซีอุยใช้มีดแทงคอหอยของเหยื่ออย่างชำนาญ ก่อนใช้มีดพับกรีดหน้าอกควักเอาตับกับหัวใจออกมา แต่ยังไม่ทันได้เริ่มกิน นายนาวาและชาวบ้านได้ออกตามหาเด็กชายผู้เคราะห์ร้าย และเข้ามาพบศพเสียก่อน ชาวบ้านจึงรุมประชาทัณฑ์ ก่อนจับซีอุยให้ตำรวจเพื่อดำเนินคดี

จุดจบปิดฉากตำนานฆาตกรวิปริตกินคนที่เรือนจำบางขวาง โดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ออกคำสั่งลงโทษประหารชีวิตซีอุยด้วยการยิงเป้า เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2502 หลังถูกประหารชีวิตทางราชการได้นำซากศพของซีอุยมาทำการดองเก็บไว้ ที่ตึกนิติเวช โรงพยาบาลศิริราช จากพฤติกรรมของซีอุยที่ฆ่าเด็กแล้วเอาอวัยวะภายในออกมากินนั้น จิตแพทย์ท่านหนึ่งได้วิเคราะห์ไว้ว่า คดีซีอุยนั้นเป็นที่สนใจและพูดถึงในวงการจิตเวชศาสตร์ และเคยมีอาจารย์แพทย์ท่านหนึ่งได้เคยสัมภาษณ์ซีอุย ในช่วงที่ถูกจับได้ใหม่ๆ ท่านผู้นั้นก็คือศาสตราจารย์นายแพทย์อรุณ ภาคสุวรรณ ร่วมกับศาสตราจารย์นายแพทย์สงกรานต์ นิยมเสน ซึ่งอาจารย์ได้เล่าให้ฟังว่าซีอุยมีความผิดปกติทางจิตใจอย่างรุนแรง มีความหวาดระแวง เข้าขั้นที่เรียกว่าความหลงผิดทีเดียว ซีอุยมีความเชื่อตลอดเวลาว่ามีคนคิดปองร้ายเขาอยู่ ซึ่งในความเป็นจริงนั้นไม่มี ซึ่งเราไม่สามารถบอกได้ว่าซีอุยมีความเชื่อแบบนี้มานานหรือยัง และเขายังหลงผิดและได้รับคำแนะนำจากนักบวชว่าการกินอวัยวะภายในของคนจะทำให้เขามีอำนาจเหนือผู้อื่นได้ เมื่อมีความหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา เขาจึงฆ่าเด็กเพื่อเอาอวัยวะมากิน เพื่อตอบสนองความเชื่อแบบผิดๆ ของเขา เพื่อที่จะได้ไม่มีใครมาทำร้ายเขาได้ แม้ว่าเขาจะกินศพเข้าไปแล้ว แต่ความกลัวนั้นก็ยังมีอยู่ การฆ่าจึงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรณีอย่างนี้ถ้าเป็นในปัจจุบันนั้นสามารถที่จะรักษาได้ด้วยการใช้ยาร่วมกับการรักษาอื่นๆ

สั่งซื้อ ผียุโรป เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหลังห้อง เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเอเชีย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีอังกฤษ เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหอพัก เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีไทย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีจีน เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีรัสเซียเรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีอเมริกัน ผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีญี่ปุ่น เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเพื่อนเฮี้ยน
สั่งซื้อ ผีข้างบ้าน
สั่งซื้อ ผีโรงพยาบาล
สั่งซื้อ ผีโรงเรียน รอบโลก
สั่งซื้อวิธีหลอนเรียกผี
สั่งซื้อ เรื่องเฮี้ยนเขย่าขวัญ


บทความแนะนำ

เล่าเรื่องสยองขวัญ แดนพิศวง อลิซาเบธ บาโธรี่ เคานท์เตสกระหายเลือด 25 การทรมานสุดโหดในประวัติศาสตร์ 8 อันดับฆาตกรสุดโหดแห่งสยามเมืองยิ้ม บ้านหลอนแดนนรก สาวชุดดำ เล่าเรื่องสยองขวัญ แรงงานต่างด้าว วิญญาณอาฆาต


ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ


คดีวิตถาร ครูสาวทำช็อคฆ่าข่มขืนนักเรียนหญิง

ฆาตกรวิตถารเมลิซซา ฮัคคาบี

คนที่เห็นครูสาว "เมลิซซา ฮัคคาบี" จะไม่นึกระแวงเลยว่าเธอจะเป็นฆาตกรที่ข่มขืนและฆ่า "แซนดร้า แคนทู เด็กหญิงวัยเพียงแปดขวบ เพราะไม่เพียงแต่เมลิซซาจะเป็นครูประจำชั้นของซานดรา เธอยังเป็นเพื่อนกับแม่ของเด็กน้อย และเป็นอาสาสมัครที่ใจดีที่มาสอนหนังสือให้เด็กๆ ที่โบสถ์ทุกวันอาทิตย์อีกด้วย คดีของเธอจึงสั่นสะเทือนความรู้สึกของชาวบ้านทุกคนในเมืองเทรซี รัฐแคลิฟอร์เนียร์

     

เมลิซซา ฮัคคาบี เติบโตขึ้นมาในเมืองเทรซี เมืองเล็กๆ เงียบสงบทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนียร์ พ่อแม่ของเธอปลูกฝังลูกๆ ให้เชื่อในพระเจ้า และประพฤติตัวอยู่ในศีลธรรมเรื่อยมา นิสัยใจดี ชอบอุทิศตัวเพื่อสังคมจึงติดตัวลูกๆ ครอบครัวฮัคคาบี้ทุกคน เมลิซซาและพี่ๆ น้องๆ ต่างก็เป็นอาสาสมัครสอนหนังสือให้เด็กๆ ที่โบสถ์โคลฟเวอร์โรดแบ็พทิสต์มาตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น จวบจนโตเป็นผู้ใหญ่ ถ้ามีเวลาว่างเธอก็ยังแวะไปช่วยดูแลเด็กกำพร้าที่โบสถ์อยู่เสมอ

หนูน้อยผู้เคราะห์ร้ายซานดร้า แคนทู

หลังจากแต่งงานและมีลูกหนึ่งคน เมลิซซาก็ย้ายมาซื้อบ้านใหม่ใกล้กับบ้านของมาเรีย ชาเวซ เธอจึงเป็นทั้งเพื่อนบ้านและครูประจำชั้นของเด็กน้อยซานดร้า แคนทู ลูกสาววัย 8 ขวบของมาเรีย มาเรียเชื่อใจเพื่อนบ้านคนนี้มาก ถ้าวันไหนที่มีธุระ เธอจะฝากเมลิซซาให้ช่วยดูแลมาเรียให้ ความสัมพันธ์ของสองสาวจึงเป็นเหมือนพี่น้องมากกว่าจะเป็นเพียงเพื่อนบ้านทั่วไป ตลอดเวลาแห่งความสงบสุขนั้น มาเรียไม่ได้เฉลียวใจเลยว่าเมลิซซานี่เองที่จะเป็นคนที่พรากซานดร้าไปจากเธอโดยไม่มีวันกลับ

วันที่ 27 มีนาคม 2009 มาเรียและสามีไปแจ้งความด้วยสีหน้าร้อนรนว่าซานดร้าหายตัวไปอย่างลึกลับ ข้าวของทุกอย่างของเด็กหญิงยังอยู่ครบถ้วน และในบ้านก็ไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือเสียงร้องไห้ช่วยเลยแม้แต่น้อย จึงเป็นไปได้ว่าเธอจะถูกคนล่อลวงไปทันทีที่ได้รับแจ้ง ตำรวจก็ระดมกำลังกันตามหาเด็กหญิงตามป่าละเมาะทั่วเมือง แต่ก็ไม่เห็นวี่แววของซานดร้าแม้แต่เงา ภาพของเด็กหญิงปรากฏเป็นครั้งสุดท้ายในกล้องวงจรปิดด้านหน้า ออร์ชาร์ด เอสเตตส์ โมบายล์ โฮมพาร์ค ซึ่งห่างจากบ้านเมลิซซาไปเพียง 5 หลัง แต่ขณะนั้นยังไม่มีใครนึกเฉลียวใจพอจะโยงคุณครูผู้แสนดีเข้ากับคนร้ายโรคจิตในคดีนี้

ตอนแรกตำรวจสันนิษฐานว่าซานดร้าอาจถูกลักพาไปเรียกค่าไถ่ แต่หลังจากสามวันผ่านไปโดยไม่มีโทรศัพท์ติดต่อมาจากคนร้าย ข้อสันนิษฐานนี้ก็ตกไป และกลับยิ่งทำให้ตำรวจมืดแปดด้าน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับซานดร้ากันแน่ การค้นหาดำเนินไปถึง 10 วันเต็ม ความหวังที่จะได้พบเด็กน้อยทั้งๆ ที่ยังมีชีวิตริบหรี่เต็มทน แต่แล้วจู่ๆ เมลิซซาก็ส่งข้อความทางโทรศัพท์ไปบอกมาเรียว่า "ฉันเพิ่งนึกได้ว่าวันที่ซานดร้าหายตัวไปของอย่างหนึ่งของฉันก็ถูกขโมยไปด้วย ฉันไม่รู้ว่ามันจะเกี่ยวกันหรือเปล่า แต่ฉันอยากให้เธอบอกตำรวจไว้ด้วยนะ"

ของที่เมลิซซายืนยันว่าหายไปพร้อมกับซานดร้า เป็นกระเป๋าเดินทางยี่ห้อเอ็ดดี้ เบาว์เออร์ ขนาดกลางแต่ใหญ่พอที่จะใส่ร่างของเด็กหญิงวัย 8 ขวบได้ กระเป๋าที่หายไปทำให้เมลิซซากลายเป็นดาวเด่นในทันที ตำรวจต้องเรียกเธอไปสอบปากคำที่โรงพักหลายครั้ง พลอยทำให้เพื่อนบ้านทุกคนที่กำลังลุ้นเอาใจช่วยให้ซานดร้ากลับมาอย่างปลอดภัย พูดถึงเมลิซซากับกระเป๋าของเธอกันไม่ขาดปาก ครูสาวที่ไม่มีใครสนใจจึงกลายเป็นคนสำคัญในเวลาข้ามคืน

วันต่อมาเมลิซซาก็ถือกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งไปหาตำรวจ พร้อมกับเล่าว่าเธอพบโน้ตแผ่นนี้ถูกสอดไว้ในกองเอกสารบนโต๊ะทำงาน โน้ตแผ่นนั้นยิ่งกระชากความสนใจของทุกคนมาที่เมลิซซาเป็นตาเดียวกัน เนื่องจากมันเป็นโน้ตจากคนร้ายระบุว่าได้เอาร่างของซานดร้าใส่ในกระเป๋าเดินทางโยนทิ้งลงในบ่อน้ำเก่าตรงถนนไวท์ฮอล์เรียบร้อยแล้ว ตำรวจและอาสาสมัครรีบระดมกำลังกันระบายน้ำออกจากบ่อน้ำแห่งนั้นทันที แล้วทุกคนก็พบกระเป๋าเดินทางที่หายไป พร้อมกับร่างไร้วิญญาณของซานดร้าถูกบรรจุอยู่ภายใน

ศพของซานดร้าสวมเสื้อสีชมพู มีรูปแมวเหมียวเฮลโหลคิตตี้ที่หน้าอก ใส่กางเกงสีดำ เป็นชุดเดียวกับภาพสุดท้ายที่เห็นในกล้องวงจรปิด จึงมั่นใจได้ว่าฆาตกรจะต้องเป็นคนๆ เดียวกับคนร้ายที่จับเธอไป ผลการชันสูตรยังพบเรื่องน่าตกใจยิ่งไปกว่านั้นพบว่าเด็กน้อยเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศมาก่อน แต่บนร่างของซานดร้าไม่พบอสุจิของคนร้ายแต่อย่างใด สันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะเป็นมืออาชีพมีความชำนาญ ถึงกลบเกลื่อนหลักฐานได้ช่ำชองเหลือเชื่อ

"ในเบื้องต้นเราสันนิษฐานว่าคนร้ายรายนี้น่าจะเคยก่อคดีแบบนี้มาแล้ว ถึงรู้จักทางหนีทีไล่ และรู้ว่าทำอย่างไรถึงจะกำจัดอสุจิที่ควรจะอยู่บนตัวเหยื่อ แต่เรายังไม่เข้าใจว่าทำไมคนร้ายถึงต้องส่งโน้ตมาบอกว่าศพอยู่ที่ไหนด้วย" ตำรวจเจ้าของคดีเล่า "ยิ่งไปกว่านี้จุดประสงค์ของคนร้ายก็ยังคลุมเครือ คนๆ นี้ไม่ต้องการทั้งเงินและชื่อเสียง เราจึงไม่รู้ว่าคนร้ายฆ่าซานดร้าไปเพื่ออะไร"

ตราบใดที่ยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ เด็กคนใดคนหนึ่งในเมืองเทรซีก็อาจตกเป็นเหยื่อได้ทุกเมื่อ ชาวเมืองทั้งหมดจึงเหมือนตกอยู่ในฝันร้าย เด็กๆ ถูกสั่งให้กลับบ้านทันทีที่เลิกเรียน พ่อแม่ก็ต้องคอยดูแลลูกๆ ไม่ให้คลาดสายตา บรรยากาศในเมืองตึงเครียดอย่างหนัก ชาวเมืองบางส่วนเริ่มระแวงกันเองว่าในหมู่พวกเขาอาจมีฆาตกรโหดแฝงตัวอยู่ก็เป็นได้

สำหรับครอบครัวแคนทู การสูญเสียลูกสาวคนเดียวเป็นความวิปโยคอย่างใหญ่หลวง มาเรียร้องไห้แทบว่าจะหัวใจสลาย เธอขอร้องตำรวจว่าเธอไม่ต้องการอะไรอีกแล้วนอกจากการได้เห็นคนร้ายที่ฆาตกรรมลูกสาวของเธอได้รับโทษอย่างสาสม ในเวลาแห่งความโศกเศร้านั้น ครูสาวเมลิซซาทำตัวเป็นเพื่อนบ้านที่แสนดี เธอช่วยอยู่เป็นเพื่อนปลอบใจมาเรีย และช่วยประสานงานกับตำรวจเพื่อสอบถามความคืบหน้าของคดีตลอดเวลา หญิงสาวถูกมองเป็นฮีโร่คนเก่งของคดีนี้อีกด้วย เพราะถ้าไม่ได้กระดาษโน้ตที่เธอค้นพบในกองเอกสาร ก็คงยังไม่มีใครรู้ว่าจะตามหาศพของซานดร้าได้จากที่ไหน

แต่สิ่งที่เมลิซซาไม่รู้เลยก็คือตำรวจกำลังสงสัยพฤติกรรมของเธอ และค่อนข้างมั่นใจว่าเธอนั่นเองคือฆาตกร เพราะเป็นไปไม่ได้ที่คนร้ายจะพุ่งความสนใจมาถึงเธอถึงสองครั้ง ครั้งแรกมาขโมยกระเป๋า และครั้งที่สองยังเอากระดาษระบุจุดซ่อนศพมาซ่อนไว้ให้เธอหาเจออย่างง่ายๆ ราวกับจะจงใจยกความดีความชอบให้เมลิซซาก็ไม่ปาน ด้วยเหตุนี้เองระหว่างที่เมลิซซากำลังลำพองใจกับชัยชนะ จู่ๆ ตำรวจก็ถือหมายค้นบุกไปค้นบ้านของเธอ แล้วก็พบจดหมายร่างข้อความที่บอกว่าจะพบศพซานดร้าได้ที่ไหนเขียนด้วยลายมือของเมลิซซาเอง ซ่อนอยู่ในสมุดโน้ตเล่มหนึ่ง

ทันทีที่พบกระดาษแผ่นนี้ ครูสาวฮีโร่ของทุกคนก็ตกเป็นผู้ต้องหาคดีลักพาตัว ล่วงละเมิดทางเพศและฆาตกรรมไปทันที เมลิซซาร้องไห้ตลอดเวลาที่ถูกคุมตัวไปโรงพัก และร้องไห้หนักขึ้นไปอีกเมื่อสารภาพว่าเธอนั่นเองคือฆาตกรฆ่าซานดร้า แคนทู ในวันเกิดเหตุเธออาศัยจังหวะที่แม่ของเด็กหญิงอยู่ในครัว แล้วเรียกซานดร้ามาพบ แล้วหลอกให้เข้าไปซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางโดยอ้างว่าเป็นเกมชนิดหนึ่ง จากนั้นเมลิซซาก็พาเด็กน้อยไปที่บ้านของย่าที่เสียชีวิตไปแล้วของเธอ

เมลิซซาอ้างว่าเธอไม่ได้โรคจิตข่มขืนซานดร้า และการตายของเด็กหญิงเป็นอุบัติเหตุ เพราะซานดร้าขาดอากาศหายใจตายไปเองในกระเป๋าใบนั้น โดยที่เมลิซซาไม่ได้ทำร้ายแม้แต่กระผีกริ้น แต่จากหลักฐานของกองนิติเวชแย้งไปอีกทางหนึ่งว่าซานดร้าถูกละเมิดทางเพศก่อนจะเสียชีวิตอย่างแน่นอน เธอถูกข่มขืนด้วยปากกาลูกลื่นจากนั้นก็ถูกบีบคอ เมื่อเหยื่อหมดลมหายใจแล้วเมลิซซาจึงเอาร่างไร้วิญญาณนั้นบรรจุลงในกระเป๋าเดินทางเพื่อนำไปทิ้ง

"ศพของซานดร้าที่เราพบในกระเป๋าอยู่ในท่าที่บิดเบี้ยวผิดธรรมชาติไม่มีทางเลยที่เธอจะทำท่าทางอย่างนั้นได้ นอกจากจะตายเสียก่อนแล้วมีคนจับยัดลงไป" ตำรวจบอก เมื่อจำนนด้วยหลักฐาน เมลิซซาก็จำต้องรับสารภาพว่าจงใจฆ่าลูกศิษย์ตัวน้อยจริง เพราะหลงใหลในความสวยน่ารักของเก็ก หลังจากสารภาพไปโดยหวังว่าจะได้รับการลดโทษ ศาลซานโจควิน เคาน์ตี้ ก็พิพากษาจำคุกเมลิซซาตลอดชีวิต โดยจะไม่มีลดหย่อนหรืออภัยโทษใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากผู้เสียหายในคดีเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี ตลอดเวลาที่ฟังคำพิพากษา เมลิซซาร้องไห้อย่างหนัก ส่วนครอบครัวของเธอที่มาร่วมฟังการพิจารณาก็ร้องไห้และสวดมนต์ตลอดเวลา

"ที่จริงเราไม่คาดคิดเลยว่าคนร้ายจะเป็นผู้หญิง" ตำรวจคนหนึ่งบอก "จากรูปการทั้งหมดตั้งแต่การลักพาตัว จับศพยัดใส่กระเป๋า และไหนจะข่มขืนอีก มันโหดร้ายจนน่าจะเป็นการกระทำของผู้ชายมากกว่า" เหตุจูงใจของเมลิซซามาจากความเบื่อในชีวิตเรียบง่ายของตัวเอง ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเธอมีอาการ Proxy Syndrome อาการทางจิตอย่างหนึ่งที่ต้องการเรียกร้องความสนใจอย่างรุนแรง และมีแนวโน้มว่าจะชอบทำทารุณเด็ก เห็นได้จากการที่เธอบอกว่ากระเป๋าถูกขโมยไปก็ดี หรือเอาโน้ตบอกที่ซ่อนศพไปให้ตำรวจก็ดี นั่นก็เพื่อให้ทุกคนหันมาสนใจตัวเธอนั่นเอง ถ้าซานดร้าไม่ได้เป็นเหยื่อในครั้งนี้ เป็นไปได้ว่ามีโอกาสสูงมากที่เมลิซซาจะทำร้ายลูกของเธอเอง บางทีศพที่เราพบอาจจะเป็นศพลูกของเมลิซซาเองก็ได้ ตำรวจบอกอย่างเศร้าๆ


สั่งซื้อ ผียุโรป เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหลังห้อง เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเอเชีย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีอังกฤษ เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีหอพัก เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีไทย เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีจีน เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีรัสเซียเรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อผีอเมริกัน ผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีญี่ปุ่น เรื่องผีรอบโลก
สั่งซื้อ ผีเพื่อนเฮี้ยน
สั่งซื้อ ผีข้างบ้าน
สั่งซื้อ ผีโรงพยาบาล
สั่งซื้อ ผีโรงเรียน รอบโลก
สั่งซื้อวิธีหลอนเรียกผี
สั่งซื้อ เรื่องเฮี้ยนเขย่าขวัญ


รีวิวหนังสือชุด เรื่องผีๆ รอบโลก


บทความแนะนำ

บ้านหลอนแดนนรก การทรมานในยุคโบราณ ย้อนรอยคดีเพชรซาอุ รักร่วมสายเลือด คู่รักพี่น้องชาวเยอรมัน รื้อคดี นาตาลี วู้ด อุบัติเหตุหรือฆาตกรรม เล่าเรื่องผี มาเอาแม่ผมไปทำไม เดวิด เบอร์โควิทซ์ ฆาตกรต่อเนื่องแห่งนิวยอร์ค ไขปริศนาใครคือ แจ๊คเดอะริปเปอร์


ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ