10 อันดับสัตว์ผีดูดเลือด

     

10 อันดับสัตว์ผีดูดเลือด
เตรียมกระเทียมและไม้กางเขนเอาไว้เพราะโลกนี้เต็มไปด้วยผีดูดเลือดที่กำลังมองหาเลือดเป็นอาหาร เรากำลังจะนับถอยหลัง 10 อันดับ ผีดูดเลือดในอาณาจักรสัตว์และเปรียบเทียบพวกมันกับความสยองขวัญของมนุษย์มาดูกันว่าอะไรที่เป็นที่สุดของที่สุดในการดูดเลือด


อันดับ 10 นกแวมไพร์ฟินช์ (Vampire Finch)
มนุษย์ที่แข็งแรงกินอาหารประมาณครึ่งตันต่อปี เรากินทั้งพืชและสัตว์หลากหลายเพื่อให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นที่ร่างกายต้องการ แต่ไม่มีมนุษย์คนไหนมีชีวิตรอดอยู่ได้หากกินแต่เลือด ขณะที่เลือดเต็มไปด้วยโปรตีนมีระดับน้ำตาลต่ำประกอบด้วยเกลือและธาตุเหล็ก มีสัตว์เพียงไม่กี่ชนิดที่ปรับตัวให้อยู่รอดด้วยการกินเลือดเพียงอย่างเดียว ผีดูดเลือดตัวแรกของเราบินได้เหมือนกับ Dracula ผีดูดเลือดตัวนี้ไม่ใช่ค้างคาวแต่มันคือนก เพื่อนของเราตัวนี้พบได้บนเกาะกาลาปากอส (Galapagos) ไม่มีนกทะเลตัวไหนที่ปลอดภัยจากนกฟินช์ แวมไพร์ (Vampire Finch) ขณะที่นกฟินช์ สายพันธุ์อื่นกินเมล็ดพืชหรือแมลง แต่นกแวมไพร์ฟินช์จะจิกที่ฐานขนของนกบูบี้ (Blue-footed Boobies) เมื่อผิวหนังเปิดมันก็จะจิกกินเลือดที่ไหลออกมา ผีดูดเลือดตัวอื่นเข้าคิวที่ด้านหลังธนาคารเลือดนกบูบี้  นกฟินช์ในเกาะกาลาปากอสมีชื่อเสียงก็เพราะชาร์ล ดาร์วินในฐานะหลักฐานในทฤษฎีวิวัฒนาการ  คาดกันว่าบรรพบุรุษของผีดูดเลือดเหล่านี้ไม่ต้องการกินเลือด แต่มันจิกกินปรสิตบนขนนกบูบี้นั่นเอง อาจดูน่ากลัวแต่มันจะไม่สร้างความเสียหายในระยะยาวกับนกบูบี้ก็เพราะนกบูบี้ก็เหมือนกับมนุษย์ที่มีเลือดสำรองอยู่มาก เลือดเป็นของเหลวที่มีค่าที่สุดของเรามันนำเอาออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย ต้องขอบคุณเซลล์เม็ดเลือดแดง 25 ล้านล้านเซลล์ที่ไหลผ่านเส้นเลือดยาวกว่า 1000 ไมล์  ร่างกายมนุษย์มีเลือดประมาณ 10 ไพนต์ (Pints) ที่สูบฉีดไปทั่วร่างกายด้วยการทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยของหัวใจ ในวันปกติเลือดจะไหลเวียนประมาณ 3,475 แกลลอน นั่นหมายถึงใน 1 ปีหัวใจของคุณสูบฉีดเลือดมากพอที่จะเติมในถังน้ำมันของเครื่องบินจัมโบเจ๊ตได้ถึง 10 ลำ นกฟินช์ดูดเลือดใช้นกบูบี้เป็นเหมือนกับธนาคารเลือดเคลื่อนที่ มันใช้เลือดเป็นอาหารเสริมเพื่อช่วยให้มันอยู่รอดในช่วงที่แห้งแล้ง


อันดับที่ 9 ผีเสื้อ Madrilenial
ผู้ท้าชิงรายต่อไปในการจัดอันดับสัตว์ผีดูดเลือดทำให้เกิดเรื่องราวของโฉมงามกับเจ้าชายอสูรฉบับใหม่ จะมีสัตว์ชนิดอื่นใดที่ดูสวยงามและดูไม่มีพิษมีภัยได้เมือนกับผีเสื้อบ้าง  มีผีเสื้อมากกว่า 28,000 ชนิดและส่วนมากจะกินน้ำหวานจากดอกไม้เป็นอาหารโดยใช้งวงที่เป็นก้านยาวงอ  แต่ในสเปนมีผีเสื้อชนิดหนึ่งที่มีความลับดำมืด  ผีเสื้อ Madrilenial กระหายที่จะกินเลือด ผีเสื้อแวมไพร์ชนิดนี้ได้อันดับ 9 ในการนับถอยหลังของเรา นอกจากจะดูดน้ำหวานจากดอกไม้แล้วมันยังดูดเลือดจากซากสัตว์อีกด้วย พฤติกรรมเช่นนี้เพิ่งถูกค้นพบไม่นาน จึงยังไม่มีการวิจัยว่าผีเสื้อที่เคยดูดน้ำหวานเปลี่ยนมาดูดเลือดจากซากสัตว์ได้อย่างไร ผีดูดเลือดชนิดนี้นับว่าไม่ปกติเพราะเหยื่อของมันตายแล้ว ผีดูดเลือดส่วนมากชอบดูดเลือดจากเหยื่อที่ยังมีชีวิต ผีดูดเลือดที่โด่งดังที่สุดนั่นก็คือท่านเคาท์แดร็กคิวล่า การพบผีดูดเลือดเริ่มต้นที่ยุโรปตะวันออก ซึ่งครั้งหนึ่งสัตว์ที่ดูดเลือดถูกคิดว่าเป็นวิญญาณของคนตาย

ประเพณีของผีดูดเลือดยังคงสืบเนื่องมาในปัจจุบันมีชายคนหนึ่งที่เชื่อว่าตัวเขาเองนั้นเป็นแวมไพร์ ถนนมืดๆในนิวออร์ลีนเป็นบ้านของแวมไพร์ยุคใหม่ โทนี่ พาร์คเกอร์ เขาเล่าว่า"ผมเป็นแวมไพร์มาตลอดชีวิต เมื่ออายุหกขวบได้ ผมมักจะบอกว่า เราเป็นมาตั้งแต่เกิด มันเลือกคุณ คุณไม่ได้เลือกที่จะเป็น ผมกัดคนไปประมาณห้าคน คนที่เชื่อว่าเป็นแวมไพร์จะดูจากวิธีการแต่งตัว วิธีใช้ชีวิต ลักษณะภายนอก สิ่งที่ทำจะไม่มีอะไรที่ดูธรรมดา และนั่นเป็นวิธีการใช้ชีวิตของผมและนั่นไม่ใช่สิ่งที่คนเรียกกันว่าปกติ มันไม่ใช่เลยน่ะครับ" การเป็นแวมไพร์มีความหมายมากกว่าการใส่เสื้อคลุม มันเป็นเรื่องของจิตใจ แวมไพร์ยุคใหม่ดำเนินชีวิตตามท่านเคาท์แดร็กคิวล่าที่ไม่ยึดติดพวกเขามองความตายในฐานะความจริงของชีวิตและต่อต้านความกดดันจากสังคมที่บอกว่าสิ่งใดถึงเรียกว่าปกติ และแน่นอนว่าแวมไพร์จะออกหากินตอนกลางคืน มันทำให้โทนี่ต้องทำงานตอนกลางคืนเท่านั้นนั่นก็คืองานไกด์ส่วนตัวที่พานักท่องเที่ยวชมมรดกแวมไพร์ของเมือง ไฮไลท์ของการทัวร์จะเป็นตอนจบ ทันทีที่จบการทัวร์เราเล่าประวัติศาสตร์ให้นักท่องเที่ยวฟัง บางคนก็จะช็อค บางคนก็แปลกใจ บางคนรู้สึกกลัวและบางคนก็ทึ่งมากจนรู้ว่าพวกเขาต้องกลับมาอีก และบางคนจะเป็นเหมือนที่เราเป็นเพียงแต่เขายังไม่รู้ตัวเท่านั้น  ยากที่จะรู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะเป็นแวมไพร์ เหนือสื่งอื่นใดใครจะเชื่อว่าสิ่งที่สวยงามอย่างผีเสื้อจะเป็นสิ่งมีชีวิตกระหายเลือดได้


อันดับที่ 8 ปลาแคนดิรู (Candiru Fish)
ในผืนน้ำของอเมซอนมีสัตว์กินเลือดที่น่ากลัวมากจนเหมือนกับออกมาจากภาพยนต์สยองขวัญของฮอลลีวู้ด ไม่ต้องนึกถึงจระเข้ ปลาไหลไฟฟ้าหรือปลาปิรันย่า สิ่งที่เลวร้ายที่สุดในน้ำของอเมริกาใต้ตัวยาวไม่ถึง 1 นิ้ว ปลาตัวเล็กนี้มีชื่อว่าแคนดิรู (Candiru) มันได้อันดับ 8 จากการจัดอันดับของเราเพราะว่ามันดูดเลือด มันอาบเลือด มันจะหาเหยื่อด้วยการตามรอยสารประกอบไนโตรเจนที่ออกมาจากเหงือกของปลาที่ตัวใหญ่กว่า จากนั้นมันก็รอโอกาสไปอยู่ข้างเส้นเลือดใต้เปลือกที่ปิดเหงือกนั่นเอง ปลาแคนดิรูใช้หนามแหลมที่หัวขูดไปตามเหงือกของเหยื่อจนกระทั่งเลือดไหล มันใช้เวลาไม่กี่นาทีดูดเลือดจนอิ่มจนท้องป่องจากนั้นก็ออกมาจมลงไปใต้อม่น้ำเพื่อย่อยอาหาร และสิ่งที่ทำให้ปลาผีดูดเลือดนี้ดูน่ากลัวนั้นเพราะของเสียที่ขับออกมาทางเหงือกปลานั้นคล้ายกับสารที่พบในปัสสาวะคน สิ่งนี้อาจทำให้ปลาแคนดิรูสับสนจนเกิดความผิดพลาดได้  ปลาชนิดนี้เคยถูกผ่าออกมาจากท่อปัสสาวะของคน ต้องใช้วิธีการแพทย์ที่ซับซ้อนเอาปลาที่อยู่ในท่อปัสสาวะนั้นออกมา แต่ปลาแคนดิรูไม่ใช่สัตว์ชนิดเดียวที่ชอบอาบเลือด ชาวอียิปต์โบราณมีความเชื่อว่าเลือดนำแก่นของชีวิตไปทั่วร่าง ดังนั้นการอาบเลือดจึงน่าจะเป็นวิธีในอุดมคติ  นักรบชาวโรมันเห็นว่าเลือดคือสุดยอดเครื่องดื่มให้พลังงาน พวกเขาได้พละกำลังมาจากการดื่มเลือดของคู่ต่อสู้

ปัจจุบันคนบางคนยังดื่มเลือดกันอยู่  ในแอฟริกาชาวเผ่ามาไซ (Maasai Tribe) ไม่ดื่มเลือดมนุษย์ แต่ได้รับธาตุอาหารจากเลือดของวัวที่เลี้ยงไว้ สัตว์เหล่านี้ถูกรีดเลือดออกมาอย่างระมัดระวังเพื่อให้วัวไม่เป็นอันตราย  เลือดมักจะถูกนำไปผสมกับนม เป็นเครื่องดื่มที่ชาวมาไซเชื่อว่าทำให้มีเรี่ยวแรงกำลังวังชา  มิลค์เชคเลือดนี้อาจไม่ใช่รสชาติสำหรับทุกคนแต่สำหรับชาวมาไซแล้วเลือดเป็นเพียงแหล่งอาหารและแหล่งโปรตีนที่สำคัญอีกชนิดเท่านั้น  เลือดเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญต่อปลาแคนดิรู และนี่ก็คือเหตุผลที่ทุกคนซึ่งปัสสาวะขณะว่ายน้ำในอเมซอนจะต้องจดจำเอาไว้เสมอว่าอาจจะมีปลาดูดเลือดแคนดิรูแอบเข้าไปในบริเวณไม่พึงประสงค์ได้


อันดับ 7 ค้างคาวแวมไพร์
ค้างคาวที่มีชื่อเสียงแต่คุณจะไม่เจอผีดูดเลือดชนิดนี้ที่ทรานซิลวาเนีย ค้างคาวดูดเลือดตัวจริงพบได้ในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ พวกมันชอบกินเลือดวัวและมีอันครายทางสุขภาพที่คาดไม่ถึง ค้างคาวแวมไพร์มีต่อมที่ไวต่อการรับความร้อนที่จมูกซึ่งหมายความว่ามันจะพบว่าตรงไหนที่เส้นเลือดอยู่ใกล้ผิวหนัง จากนั้นมันจะเลียผิวหนังนั้น กัด ดึงบริเวณที่มีขนออก ก่อนจะดึงเอาชิ้นเนื้อเล็กๆออกมาด้วยฟันหน้าที่แหลมคมของมัน ค้างคาวไม่ดูดเลือดแต่ใช้วิธีเลีย มันดูดเลือดประมาณ 5 ช้อนชา ซึ่งนับว่าเป็นของเหลวจำนวนมากเมื่อเทียบกับขนาดตัวของมัน ลองนึกภาพดูหากเราดูดเลือดได้เหมือนค้างคาวดูดเลือด เราคงดูดเลือดเป็นปริมาณเท่ากับน้ำหนักตัวของเราในแต่ละวัน สารประกอบสำคัญของเลือดคือพลาสมา ของเหลวใสที่กินพื้นที่ภายในกระเพาะของค้างคาวแต่กลับให้ธาตุอาหารเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นั่นคือเหตุผลที่เมื่อค้างคาวอิ่มแล้ว มันจะปล่อยปัสสาวะออกมา เป็นวิธีกำจัดน้ำหนักส่วนเกินที่เร็วที่สุดก่อนจะขึ้นบิน  ค้างคาวแวมไพร์ได้อันดับ 7 ของเราเพราะการปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตของนักดูดเลือดอีกข้อ เมื่อเปรียบเทียบกับค้างคาวชนิดอื่น ผนังกระเพาะของมันบางและยืดหยุ่นได้ดีและยังมีเส้นเลือดฝอยรอบๆกระเพาะเพื่อเพิ่มอัตราการดูดซึมธาตุอาหาร แวมไพร์เหล่านี้เสี่ยงที่จะถูกกัดเพราะมันหิวอยู่เสมอ  ค้างคาวอยู่เกินสองคืนไม่ได้ถ้าไม่มีอาหาร ไม่เช่นนั้นมันอาจจะตายได้


อันดับ 6 ยุง
ส่วนมากยุงตัวผู้และตัวเมียมักจะกินน้ำตาลจากพืช แต่ถ้ายุงตัวเมียต้องการแพร่พันธุ์ พวกมันต้องการเลือด ดังนั้นยุงทุกตัวที่เคยกัดคุณจะต้องเป็นยุงตัวเมีย นักวิทยาศาสตร์ค้นพบสารเคมี 340 ชนิดที่ร่างกายปล่อยออกมาซึ่งเป็นที่ชื่นชิบของยุง ถ้าคุณคิดว่ายุงกัดคุณมากกว่าคนอื่น อาจเป็นเพราะคุณมีกลิ่นที่แตกต่างกันเล็กน้อย เลือดของคุณที่ยุงดูดเข้าไปจะทำให้ตัวของมันพองเหมือนแมลงลูกโป่ง ต้องขอบคุณปากที่ซับซ้อนที่สุดในอันดับของเรานี้  ปากของยุงเหมือนกับส่วนผสมของมีดเอนกประสงค์ swiss army เข็มฉีดยาและเครื่องดูดฝุ่น ยุงอยู่ในอันดับที่หกเพราะมันสามารถดูดเลือดได้มากกว่าน้ำหนักของมันเองถึงหนึ่งเท่าครึ่ง ดูเหมือนไม่มากแต่ถ้าคูณด้วยจำนวนยุงพันล้านตัว คุณก็จะเห็นการนองเลือด ลองนึกภาพว่าถ้าคุณถูกล้อมด้วยยุงตัวเมียที่กระหายเลือด สถิติบันทึกว่าคนเรานั้นโดนยุงกัดได้ 9,000 ครั้งต่อนาที ด้วยอัตราเท่านี้จะทำให้คุณเสียเลือดไปในร่างกายครึ่งหนึ่งในเวลาเพียงสองชั่วโมงเท่านั้น  ไม่น่าแปลกใจที่สัตว์บางชนิดหลีกเลี่ยงที่จะไม่ให้โดนยุงกัด  ยุงนั้นน่ารำคาญมากจนทำให้เกิดการอพยพที่ยิ่งใหญ่บนโลก กวางแคริบู (Caribou, Reindeer) ที่เกิดในหน้าร้อนของเขตหนึ่งถูกฝูงยุงจำนวนมากรบกวน มันจะยืนอยู่รวมๆกัน เพราะแต่ละตัวจะทรมานน้อยลงเมื่ออยู่รวมกันเป็นฝูง ช่วงเวลาที่ฝูงแมลงอาละวาดรุนแรงฝูงกวางแคริบูจะเคลื่อนที่ตลอดเวลาและสามารถเดินทางได้ 40 ไมล์ต่อวัน เมื่อโดนฝูงยุงไล่ตามอาจจะน่ารำคาญ แต่อย่างน้อยคุณยังได้ยินเสียงมันเข้ามาใกล้ ไม่เหมือนกับสัตว์ดูดเลือดในอันดับต่อไป


อันดับ 5 ทากดูดเลือด
ที่วนอุทยานแห่งชาติ Kaziranga ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย งานปกป้องถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าที่นี่เป็นงานที่อันตรายของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน พวกเขามักโดนทากเข้าโจมตี  ตัวดูดเลือดตัวเล็กๆนี้มีอาวุธเป็นเซ็นเซอร์ที่น่าทึ่ง  ร่างกายของมันปกคลุมด้วยเซลล์ที่ไวต่อแสง  ทำให้มันเชี่ยวชาญในการเคลื่อนที่ตามเงาและกระโดดลงใส่ทุกอย่างที่อยู่เบื้องล่าง ถ้ามันลงมาไม่ต้องมันก็จะตามคุณโดยตามกลิ่นที่ทิ้งเอาไว้นั่นเอง ความร้อนในร่างกายของเหยื่อนำไปสู่การเดินทางในช่วงสุดท้ายของทาก ทากมีเขี้ยวสามอัน และฟัน 300 ซี่ ที่จะพยายามเจาะผ่านผิวหนังของคุณ ทากอยู่ในอันดับ 5 เพราะมันกินเลือดได้มากกว่าน้ำหนักตัวของมันถึงห้าเท่า ความกระหายเลือดของทากเป็นที่นึกถึงของแพทย์ในยุคกลาง ช่วงที่รุ่งเรื่องในฝรั่งเศส คาดว่าในแต่ละปีทากดูดเลือดจากคนไข้มากกว่า 400,000 แกลลอน และส่วนมากจะมาจากส่วนของร่างกายที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ตามคำบอกเล่าของนักสะสมสิ่งของทางการแพทย์ยุคโบราณ ตามประวัติศาสตร์แล้วทากถูกใช้เพื่อดูดเอาความเลวร้ายออกมา เช่นเวลาที่มีไข้จะใช้ทากดูดเอาเลือดออกมา เพื่อให้เกิดการสมดุล ความเข้าใจในตอนนั้นเกี่ยวกับชีววิทยายังไม่ถึงที่สุด การรักษาแบบนั้นถูกละเลยไปเพราะเห็นได้ชัดว่ามันไม่เกิดผลอะไรขึ้นมา แต่ในวันนี้แพทย์ใช้ประโยชน์ในการดูดเลือดของทากเพื่อกำจัดเลือดส่วนเกินและลดอาการบวมที่เกิดขึ้นหลังการผ่าตัด เนื้อเยื่อตรงที่มีเลือดไหลมารวมกัน จะใช้ทากดูดเลือดบริเวณนั้นออกมาเพื่อไม่ให้มันเป็นพิษกับเนื้อเยื่อ  ขณะที่ทุกคนจะไม่ชอบแนวคิดที่เอาทากมาดูดเลือดเพื่อรักษาแผลผ่าตัด แต่มันก็ได้ผลอย่างน่าทึ่ง และสัตว์ชนิดอื่นต้องสูญเสียมากกว่านี้เมื่อโดนทากจู่โจม ในหนองน้ำบางแห่ง ทากอาจจะดูดเลือดกบเป็นๆจนตายได้ และเป็นวิธีตายที่สุดทรมาน แต่ก็ยังมีมากกว่านี้อีกในการจัดอันดับของเรา


อันดับ 4 แมลงสังหาร
เมื่อพระอาทิตย์ตกในอเมริกาใต้ แมลงสังหารนักล่าก็ออกหาเหยื่อของมัน แม้แต่ในความมืดสนิท แมลงรู้ตำแหน่งที่จะกัดได้อย่างแม่นยำเพราะมันมีประสาทสัมผัสรับความร้อน คุณจะไม่รู้สึกอะไรขณะที่มันทิ่มงวงลงไป เพราะมีสารที่เป็นเหมือนยาชาที่งวงของมัน มีนอยู่ในอันดับที่ 4 เพราะมันสามารถดูดเลือดได้ถึง 6 เท่าของน้ำหนักตัวของมัน แต่แมลงสังหารไม่ใช่ผีดูดเลือดลึกลับเพียงชนิดเดียวในละตินอเมริกา ช่วงปี 1950 มีรายงานว่ามีสัตว์ที่มีลักษณะพฤติกรรมเหมือนกับแวมไพร์ที่ฆ่าแพะและไก่ ไม่มีหลักฐานของการต่อสู้ มีเพียงรอบเจาะ 2-3 แห่งเท่านั่น เหยื่อโดนดูดเลือดจนหมดตัวและลำตัวไม่มีบาดแผล สิ่งมีชีวิตลึกลับนี้ถูกเรียกว่า ชูปาคาบรา (Chupacabras) ซึ่งแปลว่าตัวดูดเลือดแพะ ชูปาคาบรามีชื่อเสียงร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่นที่เหนือธรรมชาติ เช่นตัวบิ๊กฟุต และปิศาจล็อกเนส ผู้คนต่างพรั่นพรึงไปกับฆาตกรรมลึกลับนี้ จนกระทั่งในที่สุดได้มีการอธิบายถึงสาเหตุการตายของแพะ แต่ก็ยังมีบางคนเชื่อว่าชูปาคาบรามีอยู่จริง


อันดับ 3 เรือด
เวลานอนของคุณอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันคลานเจข้ามาสู่การนับถอยหลังในอัดับที่ 3  มันรอคอยอยู่ในซอกอย่างอดทนนานถึง 18 เดือน จนกระทั่งมันถูหลอกล่อออกมาด้วยกลิ่นคาร์บอนไดออกไซด์ที่สุดต้านทานจากลมหายใจของคุณ กิจกรรมของมันมักจะเดินไปตามลงจรการนอนหลับของมนุษย์ มันใช้เวลากว่าห้านาทีกว่าจะดูดเลือดจนอิ่ม เรือดได้อันดับสามในการจัดอันดับเพราะมันสามารถกินเลือดได้มากกว่าน้ำหนักของมันเองถึง 7 เท่า มนุษย์ผู้ชายโดยเฉลี่ยไม่มีทางดื่มของเหลวได้มากขนาดนั้น ถ้าคิดกันว่าเลือดมากขนาดนี้พอที่จะทำให้คุณเป็นลมล้มพับ คุณก็น่าจะชอบการถ่ายเลือดครั้งแรกสุดที่มีการบันทึกเอาไว้ที่กรุงปารีส ย้อนกลับไปในปี 1667 บรรดาแพทย์คิดกันว่าคนบ้าจะรักษาให้หายได้ถ้าถ่ายเลือดกับวัว วัวเป็นสัตว์ที่นุ่มนวลใจดีและมีทฤษฎีที่คิดกันในตอนนั้นว่าความนุ่มนวลจะถูกส่งผ่านทางเลือดได้ ก็เลยจับวัวและคนบ้ามามัดรวมกันไว้เชื่อมเส้นเลือดเข้าด้วยกัน คนไช้จะเริ่มปัสสาวะออกมาเป็นสีดำและชัก แต่นอกจากนี้แล้วเขาก็ปลอดภัยดี การทดลองแบบเดียวกันนี้ทำกันโดยทั่วไปในยุโรปและทดลองด้วยนมและไวน์


อันดับ 2 หมัด
บ้านของคุณมีแขกไม่ได้รับเชิญหรือไม่ มองลงไปที่เส้นใยของพรมคุณอาจเจอตัวอ่อนของอันดับ 2 ของเรา พวกมันไม่ดูดเลือด มันมีความสุขดีกับการกินเส้นใย เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว และของเสียแห้งๆที่พ่อแม่ของมันปล่อยเอาไว้ และเมื่อเข้าวัยเป็นดักแด้มันจะใช้เส้นใยห่อหุ้มตัวมันเอาไว้ และเมื่อเป็นตัวเต็มวัยมันก็พร้อมที่จะดูดเลือดด้วยการจับแรงสั่นสะเทือนและคาร์บอนไดออกไซด์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เนื่องจากสายตาของมันไม่ค่อยจะดีนัก หมักเป็นนักกระโดดที่ดีที่สุดในโลก มันสามารถกระโดดได้ไกลกว่าความยาวของลำตัวของมันถึง 150 เท่า มันได้อันดับสองเพราะความสามารถในการดูดเลือดที่มากกว่าน้ำหนักตัวของมันถึง 15 เท่า


อันดับ 1 เห็บ
สัตว์อันดับหนึ่งในการนับถอยหลังของสัตว์นักดูดเลือดคือสัตว์ที่น่ารำคาญที่สุด มีแวมไพร์ที่เชี่ยวชาญชนิดนี้กว่า 850 สายพันธุ์ และหนึ่งในนั้นอาศัยอยู่ในทะเลทรายคาลาฮารี (Kalahari Desert) มันรอนานกว่า 4 ปี ฝังตัวอยู่ในทราย ใต้ร่มเงาต้นอัลเคเชีย ต้องรอคอยเวลากว่าที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจะเข้ามาใต้ร่มไม้และตอนนั้นเองที่มันจะเข้าจู่โจม สัตว์ที่คลานมาสู่อันดับ 1 ในการจัดอันดับของเราคือเห็บแทมปัน (Tampan Tick) เป็นสัตว์  8 ขา ตระกูลเดียวกับแมงุม มาพร้อมความกระหายเลือด เห็บบางชนิดอาจจะตัวยาวเพียง เศษ1ส่วน4 นิ้ว  เช่นเดียวกับเห็บชนิดอื่น เห็บแทมปันตามรอยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจากคาร์บอนไดออกไซด์ แอมโมเนีย และความร้อนในตัว เห็บเลือกที่ๆดีที่สุดในการกินอาหารโดยรับสัมผัสความร้อนจากเส้นเลือดที่ใกล้ผิวหนังที่สุด จากนั้นก็ดูดเลือด มันกินเลือดได้มากกว่าน้ำหนักตัวของมันเองถึง 600 เท่า

ที่มา สารคดี Animal Planet The most extreme

ร้านอินดี้ดีวีดี ขายแผ่นรายการทีวี   ขายแผ่น Mp3 the shock


บทความแนะนำ

10 อันดับการคิดค้นของสัตว์ 10 สายพันธุ์งูที่น่าทึ่ง 10 อันดับสัตว์แปลกที่คนไทยนิยมเลี้ยงมากที่สุด แมงมุม 15 สัตว์โลกสวยงามที่ใกล้สูญพันธุ์ 10 อันดับสัตว์สถาปนิก 10 อันดับสัตว์สุดยอดคุณพ่อ 10 อันดับสัตว์ยอดแหยะ 10 อันดับสัตว์มีพิษ


ดูบทความเมนูอาหารทั้งหมด ดูบทความภัยอันตรายทั้งหมด ดูบทความสุขภาพทั้งหมด ดูบทความวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความสยองขวัญทั้งหมด ดูบทความชีวิตสัตว์ทั้งหมด ดูบทความประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดูบทความจัดอันดับทั้งหมด สารบัญบทความ


No comments:

Post a Comment